จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    ตอนที่ 33 คุณหนูรองล้มป่วย

    ตอนที่ 33

    คุณหนูรองล้มป่วย 

    เสียงของหวังเซียนดังลั่นพลางกับตัวของเขาวิ่งตรงเข้ามาหาหลิงเฉินที่เพิ่งกลับมาจากการไปล่าสัตว์อสูรวิญญาณด้านนอกเมือง 

    หวังเซียนได้วิ่งร้อนรนมาหยุดลงตรงหน้าของหลิงเฉินก่อนที่เขาจะหายใจแรงด้วยความเหนื่อย เด็กหนุ่มมองชายวัยกลางคนผู้นี้อย่างประหลาดใจ  

    “ อันใดหรือขอรับท่านหวังเซียน ” หลิงเฉินถามอย่างประหลาดใจพลันกับขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากัน 

    “ คือ…คือว่าตอนนี้ ตอนนี้ ท่านเจ้าเมืองกำลังตามหาตัวของท่านขอรับ ” หวังเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงร้อนรน 

    หลิงเฉินประหลาดใจเมื่อได้ยินเช่นนั้นแต่เขาก็แสดงท่าทางเรียบเฉยพลันคิดอย่างใจเย็น เหตุใดเจ้าเมืองโม่ถึงต้องการตามหาตัวของเขาทั้งที่ตัวของเขาและเจ้าเมืองโม่ก็ไม่ได้รู้จากกันเป็นพิเศษแท้ๆ หรือว่าการที่เจ้าเมืองโม่กำลังตามหาตัวของเขาเพราะว่าเรื่องที่เขากำลังล่าสัตว์อสูรวิญญาณภายในป่างั้นรึ!!!

    หลิงเฉินที่พยายามตรองดูอยู่สักพักเขาก็ถามหวังเซียนกลับไป “ ท่านหวังเซียนเหตุใดท่านเจ้าเมืองโม่ถึงตามหาตัวของข้าหรือขอรับ ” 

    “ คือว่าตอนนี้คุณหนูรองล้มป่วยขอรับ ” หวังเซียนได้รวบรวมสติแล้วกล่าวออกมา

    เมื่อพูดถึงชื่อของคุณหนูรอง หลิงเฉินก็หวนคิดถึงสตรีนางนั้นที่เขาเคยพบเจอภายในตลาดที่ตอนแรกเข้าเมืองชิงลู่แห่งนี้ เมื่อมองจากท่าทางของคุณหนูรองเขาก็ไม่เห็นว่าสตรีที่ร่าเริงเช่นนางจะป่วยเป็นอันใดได้ กระนั้นถึงนางป่วยแล้วเหตุใดถึงไม่ไปหาหมอกันเล่าจะมาตามหาเขาด้วยเหตุอันใด หลิงเฉินเมื่อได้ฟังแล้วก็ยิ่งสงสัย 

    “ คุณหนูรองป่วยแล้วท่านเจ้าเมืองมาตามหาข้าด้วยเหตุอันใดหรือขอรับ ” 

    ชายวัยกลางคนนั้นได้ยื่นใบหน้าของตนเองเข้ามาใกล้ๆใบหน้าของหลิงเฉินแล้วกระซิบอย่างเบาๆ “ ก็เรื่องที่ท่านเป็นท่านหมอเทวดาอย่างไงละขอรับ ” 

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลิงเฉินก็เข้าใจได้ทันที ในตอนนั้นเขาได้รักษามารดาของหวังเซียนที่ท่านหมอที่เก่งกาจที่สุดของเมืองชิงลู่แห่งนี้ยังจนปัญญาได้ จนมีข่าวลือเรื่องว่าเขาเป็นหมอเทวดาแต่กระนั้นเขาก็คิดว่ามันจะค่อยๆจางหายไปแล้วเสียอีก 

    “ ท่านหวังเซียนขึ้นไปสนทนากันภายในห้องเถอะ ” หลิงเฉินเอ่ยขึ้นเขาไม่อยากให้คนภายในเมืองรู้ถึงฐานะของเขาสักเท่าไหร่เพราะว่าในตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลา ถ้าพูดคุยเรื่องนั้นกันตรงนี้มันอาจจะทำให้คนอื่นได้ยินได้

    หลิงเฉินได้พาหวังเซียนขึ้นไปบนห้องพักของตนเอง เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องพักขนาดใหญ่เด็กน้อยลู่หมิงและลู่หนิงก็ได้วิ่งเข้ามาหาหลิงเฉินทันที 

    “ พี่ใหญ่ขอรับ ” “ พี่ใหญ่ เจ้าคะ ” เด็กน้อยทั้งสองคนได้ร้องเรียกดังลั่นด้วยน้ำเสียงออดอ้อน หลิงเฉินมองก็ให้เอ็นดูนัก 

    เมื่อเข้ามาถึงภายในห้องพักของหลิงเฉิน ชายวัยกลางคนก็ให้ตกใจนักเขารู้จักกับหลิงเฉินมาร่วมหนึ่งเดือนได้แล้วเขาไม่ยักกับรู้ว่ามีเด็กน้อยอาศัยอยู่กับเขาด้วย 

    หลิงเฉินได้ใช้มือทั้งสองข้างลูบหัวของเด็กน้อยทั้งสองคนที่วิ่งเข้ามาอย่างเอ็นดูก่อนที่จะกล่าว “ พวกเจ้าไปนั่งเล่นตรงอื่นก่อนนะพี่ใหญ่ต้องสนทนาเรื่องสำคัญกับท่านหวังเซียนสักหน่อย ”

    เด็กน้อยทั้งสองคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าของหลิงเฉินเมื่อได้ยินพี่ใหญ่ของตนเองพูดถึงผู้ใดสักคนก็ได้ชะโงกหน้าไปมองด้านหลังของท่านพี่ใหญ่ 

    เด็กน้อยทั้งสองมองชายที่อยู่ด้านหลังอย่างประหลาดใจ หวังเซียนเมื่อถูกจ้องด้วยสายตาของเด็กน้อยทั้งสองเขาก็ฉึกยิ้มแห่งความเป็นมิตรออกมา 

    หลังจากนั้นหลิงเฉินและหวังเซียนก็ได้เริ่มตั้งวงสนทนาเกี่ยวกับเรื่องที่ท่านเจ้าเมืองพยายามตามหาตัวของเขา 

    เรื่องทุกอย่างมันเกิดขึ้นมาเมื่อประมาณสามวันก่อนอยู่ๆ คุณหนูรองของสกุลโม่ก็ล้มป่วยไปอย่างกะทันหันโดยไม่มีสาเหตุ โดยอาการของนางนั้นคือไร้สติและไม่รู้สึกตัวนางได้แต่นอนนิ่งบนเตียงมาเป็นเวลาสามวันแล้ว หมอภายในเมืองชิงลู่ที่เก่งกาจที่สุดก็ไม่สามารถรักษานางได้เพราะเห็นว่าเป็นโรคประหลาดที่ไม่เคยปรากฏออกมา

    ร่างกายนอนนิ่งเหมือนหลับใหลชีพจรเป็นไปตามปกติโดยทั่วไปก็เหมือนกับหลับใหลปกติแต่ไม่ว่าจะปลุกด้วยวิธีใดก็ไม่ได้ผล ตอนนี้ท่านหมอทั่วทั้งเมืองชิงลู่แห่งนี้ก็จนปัญญา 

    จนให้ตามเมืองจากเมืองหลวงมาตอนนี้ก็ไม่สามารถทำได้เพราะว่าเมื่ออาทิตย์ก่อนสายทางที่เดินทางจากเมืองชิงลู่และเมืองหลวงถูกตัดขาดเพราะน้ำป่าจึงได้ใช้เวลาซ่อมแซ่มประมาณหนึ่งเดือน 

    เพราะเช่นนั้นการรักษาคุณหนูรองได้ก็มีอย่างเดียวนั้นคือท่านหมอเทวดาที่เป็นข่าวลืออยู่ภายในเมืองเมื่อหนึ่งเดือนก่อน นั้นทำให้เรื่องทั้งหมดมาตกลงที่หวังเซียนเพราะว่าเขาคือผู้เดียวที่ได้ติดต่อกับหมอเทวดาท่านนั้น

    คนของสกุลโม่มาบอกกับหวังเซียนว่าพรุ่งนี้ให้เรียนเชิญท่านหมอผู้นั้นไปที่จวนสกุลโม่สักหน่อยโดยบอกว่าถ้าสามารถรักษาจะตอบแทนให้ด้วยราคาที่สมน้ำสมเนื้อ

    เพราะว่าหลิงเฉินเคยกำชับกับหวังเซียนเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าไม่ให้เปิดเผยตัวตนของตนเองให้ผู้ใดรู้ เช่นนั้นเขาจึงมาปรึกษาเรื่องนี้กับหลิงเฉินก่อน 

    เมื่อได้ฟังความทั้งหมดหลิงเฉินก็ถึงกับอยากจะยกมือของตนเองขึ้นมากุมขมับเสียจริงๆ เขาเป็นผู้ฝึกตนเหตุใดแล้วจึงกลายเป็นหมอไปได้กันเล่า 

    “ เฮ้อ!!! ” เด็กหนุ่มถอนหายใจอย่างลำบากใจ เอาเถอะการได้ของตอบแทนกับเจ้าเมืองโม่ก็ไม่เลวเหมือนกัน ครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการผูกมิตรกับคนใหญ่คนโตไปด้วยเลย 

    จบตอน

     

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิอักขระสยบฟ้า ที่คุณอ่าน