ชะตาฟ้า ข้าลิขิต

    ตอนที่ 54 : เข้าสู่ป่าอสูรร่ำไห้

    พรึ่บ!


    หลังจากนั้นไม่กี่อึดใจก็ปรากฏให้เห็นระฆังสีทองที่พุ่งลงมาจากฟากฟ้า กระแทกลงเบื้องหน้าทางเข้าป่าอสูรร่ำไห้อย่างแรงจนเกิดฝุ่นควันที่ตลบอบอวล!


    หว่อง!


    เสียงระฆังดังกังวานสร้างคลื่นกระแสลมที่โหมกระหน่ำโดยไม่ได้ตั้งใจ


    จากนั้นระฆังสีทองก็ค่อยๆเลือนลาง ก่อนจะปรากฏให้เห็นร่างของหยุนเหวินที่ค่อยๆลืมตาขึ้นมา พร้อมกันกับที่ระฆังสีทองค่อยๆหายเข้าสู่หน้าผากของเขา


    เมื่อหยุนเหวินเงยหน้าขึ้นมาพบกับฉากทัศน์เบื้องหน้า เขาก็ต้องประหลาดใจ “นี่น่ะหรือป่าอสูรร่ำไห้? บรรยากาศในที่นี้ผิดปกติกว่าทุกๆที่ที่ข้าเคยพบเจอจริงๆ”


    เบื้องหน้าของเขาเรียกได้ว่าเป็นชายแดนที่มีเพียงผืนป่าทอดยาวไปไกลหลายร้อยลี้ ไม่มีสิ่งปลูกสร้างและตึกราบ้านช่องในอาณาบริเวณสิบลี้รอบทางเข้าป่าอสูรร่ำไห้เลย


    ว่ากันว่าเหตุผลที่ป่าผืนนี้ถูกเรียกว่า ‘ป่าอสูรร่ำไห้’ ก็เป็นเพราะพวกนักผจญภัยมักจะได้ยินเสียงร่ำร้องและคร่ำครวญของสัตว์วิญญาณอยู่ทุกค่ำในคืนที่พระจันทร์เต็มดวง เสียงร่ำร้องนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายราวกับว่าเป็นมนุษย์ผู้หนึ่งที่เคยพบเจอกับความเจ็บช้ำในชีวิตมามากมาย 


    แต่ด้วยเหตุที่ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะย่างกรายเข้าไปในส่วนลึกของผืนป่าพวกเขาจึงไม่รู้ว่าเป็นเสียงร่ำไห้ของสัตว์วิญญาณประเภทใด และไม่มีผู้ใดรับรู้ว่าสัตว์วิญญาณตนนั้นกำลังคร่ำครวญและร่ำร้องด้วยเหตุผลอันใด...


    จากนั้นหยุนเหวินก็มองไปรอบๆและพบเข้ากับรถม้าหลายคันที่ห่างไกลออกไปซึ่งถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะบางช่วงเวลามักจะมีนักผจญภัยต้องการเสี่ยงดวงในการเข้าสู่ป่าอสูรร่ำไห้และหาสมุนไพรเหล่านั้นมาเพื่อหาเลี้ยงชีพ


    จากข้อมูลมีการระบุไว้ว่าสามลี้รอบนอกของป่าอสูรร่ำไห้ยังไม่มีอันตรายใดๆมากมายนัก และฝูงชนก็สามารถเข้าออกไปตามสะดวกเพราะทิศใต้ของเมืองหยางโจวเป็นเมืองไร้กฏเกณฑ์อยู่แล้ว


    แต่ในขณะที่หยุนเหวินกำลังสอดส่องรอบๆ เขาก็สัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นวูบวาบที่กลางหลังราวกับมีอสรพิษกำลังจ้องมองเขาจากที่ลับ ทำให้ขนของเขาตั้งชันและประสาทสัมผัสของเขาเกิดการกระตุ้นอย่างรุนแรง


    ทันใดนั้นสีหน้าแววตาของเขาก็เปลี่ยนไป แต่ถูกแทนที่ด้วยความเฉียบคมราวกับกระบี่ที่ถูกดึงออกจากฝัก เขาหันกลับมองไปยังทิศทางของผืนป่าด้วยเสียงพึมพำเบาๆ “กลิ่นอายของสัตว์วิญญาณระดับสูง! ปรากฏว่าปัญหาที่เจ้าพวกนั้นร้องเรียนมาเกิดจากสัตว์วิญญาณนี่เอง!”


    โดยไม่รอช้าเขาจ้องมองไปยังผืนป่ามืดทึบที่ถูกปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่ รัศมีของสัตว์วิญญาณก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขามั่นใจได้ว่าป่าอสูรร่ำไห้มีสัตว์วิญญาณระดับสูงอยู่จริงๆ 


    ด้วยการสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “ดูเหมือนว่าข้ามิอาจเพิกเฉยเรื่องนี้ได้จริงๆ หากสัตว์วิญญาณตนนี้ออกมาจากที่กบดานของมัน นั่นอาจจะเกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ในเมืองหยางโจวอย่างแน่นอน”


    โดยไม่รอช้าเขากระทืบเท้าอย่างแรง ก่อนที่ร่างของเขาจะหายลับไปในความมืดทึบของผืนป่าในทันที 


    บางทีเขาอาจจะเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของผลมหาโพธิสัตว์...


    . . .


    และหลังจากนั้นไม่นานรถม้าที่มีจางหลินนั่งอยู่ก็มาถึงเบื้องหน้าของป่าอสูรร่ำไห้


    จางหลินที่สวมหน้ากากงิ้วสีขาวกระโจนลงมาจากรถมาด้วยท่วงท่าที่สง่างาม เขาทอดสายตามองไปไกลภายในผืนป่า ก่อนจะสัมผัสได้ถึงความลึกลับและความอันตรายที่มองไม่เห็น


    มีข่าวคราวที่เลวร้ายมากมายที่เกี่ยวข้องกับป่าอสูรร่ำไห้ แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งเป็นอันดับต้นๆของเมืองหยางโจวก็ยังไม่สามารถรอดชีวิตออกมาได้หากได้ย่างกรายเข้าไป 


    นั่นแสดงให้เห็นว่าป่าอสูรร่ำไห้นั่นอันตรายเพียงใด


    แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้สนใจข่าวลือนั้นแม้แต่น้อย ในตอนนี้ชีวิตของจางหยินเซียวกำลังตกอยู่ในอันตราย หากเขาไม่สามารถรับผลมหาโพธิสัตว์กลับมาได้ เกรงว่าคงยากที่จะหาวิธีที่จะทำให้ต้นกำเนิดพลังชีวิตของจางหยินเซียวถูกฟื้นฟูกลับมาอีกครั้ง


    หานชิวหงเดินมาถามจางหลินว่า “ท่านอาจารย์ ท่านต้องการให้พวกเราไปกับท่านหรือไม่?”


    แต่จางหลินกลับส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่จำเป็น ข้าจะไปด้วยตัวคนเดียว พวกเจ้าเพียงแค่กลับไปยังกลุ่มและจัดการทุกอย่างให้เหมือนเป็นปกติ”


    “ขอรับ” หานชิวหงรับคำสั่งโดยการโค้งคำนับ


    ด้วยการสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาภายใต้หน้ากากงิ้วของจางหลินเผยให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ‘ผลมหาโพธิสัตว์...ข้ากำลังไป!’


    เมื่อกล่าวจบก็ปรากฏกระแสลม พร้อมกับร่างของจางหลินที่ตรงไปยังต้นไม้ใหญ่และกระโจนผ่านกิ่งไม้ด้วยความเชี่ยวชาญและคล่องแคล่ว 


    หานชิวหงจ้องมองแผ่นหลังที่จากไปด้วยแววตาที่สั่นไหว “ท่านอาจารย์… ระวังตัวด้วย”


    หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ขึ้นรถม้าและกลับไปยังกลุ่มทหารรับจ้างหลานเฟิง 


    โดยที่หารู้ไม่ว่าทันทีที่รถม้าของหานชิวหงกลับไปยังเส้นทางเดิม ก็มีร่างของชายผู้หนึ่งที่หลบซ่อนอยู่หลังรถม้าคันหนึ่งจ้องมองไปยังทิศทางที่จางหลินหายไป 


    นั่นคือหยางเซี่ยที่ติดตามการเคลื่อนไหวของรถม้าจางหลินมาตลอดทั้งเส้นทาง


    หากเป็นสถานการณ์ปกติมันคงไม่มีทางปล่อยให้หานชิวหงกลับไปง่ายๆอย่างแน่นอน


    แต่ด้วยสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน มันจึงไม่กล้าลงมือบุ่มบ่าม เพราะมันรู้ดีว่าหากปรมาจารย์ซูหยานรับรู้ว่ามันยังคงอยู่ในเมืองหยางโจวในช่วงเวลาที่ตระกูลจางถูกล้างบาง มันอาจจะถูกค้นพบความเชื่อมโยงระหว่างทั้งสองเหตุการณ์เข้าด้วยกัน นั่นอาจจะนำมาซึ่งเหตุการณ์ที่อาจจะทำให้มันสูญเสียความไว้วางใจต่อปรมาจารย์ซูหยานไปตลอดกาล


    เมื่อเห็นคนทั้งสี่เข้าสู่สถานที่ที่อันตรายถึงเพียงนี้ หยางเซี่ยอดไม่ได้ที่จะลูบคางและครุ่นคิด 


    [ราชองครักษ์แห่งแคว้นฉู่...]


    [ผู้อาวุโสลำดับที่สามแห่งสำนักจักรพรรดิดารา...]


    [ไหนจะชายสวมหน้ากากงิ้วผู้นั้น...]


    [พวกมันเข้าสู่ป่าอสูรร่ำไห้ในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน...นี่มันผิดปกติเกินไป]


    คิ้วของหยางเซี่ยชนกัน การเคลื่อนไหวที่แปลกประหลาดของบุคคลที่แข็งแกร่งทั้งสามกลุ่มนี้ยิ่งทำให้มันอดไม่ได้ที่จะสงสัยมากยิ่งขึ้น ว่าแท้จริงแล้วอะไรทำให้พวกเขาถูกดึงดูดมาที่ป่าแห่งนี้ในเวลาเดียวกัน?


    จู่ๆ ดวงตาของมันก็สว่างจ้าขึ้นมา “ปะ-เป็นไปได้ไหมว่า...พวกเขามาตามหาสมบัติภายในป่าผืนนี้?”


    มันไม่สามารถหาคำตอบที่สมเหตุสมผลได้มากกว่านี้อีกแล้ว การที่จู่ๆสถานที่แห่งหนึ่งจะดึงดูดบุคคลที่แข็งแกร่งในระดับนั้นมารวมตัวกันย่อมมีเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้น…


    นั่นคือสมบัติ! 


    ไม่ว่าสมบัตินั้นจะเป็นอะไร แต่อย่างน้อยมันสามารถดึงดูดความสนใจของราชวงศ์ได้ มันคงไม่ใช่สมบัติธรรมดาที่สามารถตามหาได้ในแคว้นฉู่อย่างแน่นอน


    มุมปากที่ราบเรียบของหยางเซี่ยค่อยๆขดเป็นรอยยิ้มลึกลับ “หากป่าผืนนี้มีสมบัติระดับสูงซ่อนอยู่จริงๆ บางทีข้าอาจจะลองเสี่ยงโชคดูสักครั้ง หากข้าพบเจอสิ่งของล้ำค่าจากป่าผืนนี้ท่านอาจารย์จะต้องภูมิใจในตัวข้าอย่างแน่นอน!”


    ในตอนนี้จุดประสงค์ของมันได้เปลี่ยนไปแล้ว จากการตามหาตัวตนที่แท้จริงของชายหน้ากากงิ้ว กลับกลายเป็นตามหาสิ่งที่บุคคลสำคัญของราชวงศ์กำลังตามหาอีกที 


    ดวงตาของมันฉายให้เห็นถึงความโลภ ก่อนจะพุ่งเข้าสู่ป่าอสูรร่ำไห้ไปยังทิศทางเดียวกันกับที่จางหลินเดินเข้าไปเมื่อครู่นี้...

    คล้ายกับเรื่องชะตาฟ้า ข้าลิขิต ที่คุณอ่าน

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.60M 3244
    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    1.11M 1756
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 516
    [New Life] อิสระของชีวิต

    [New Life] อิสระของชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    140K 171
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405