บทที่18 การรักษาท่านพ่อ
ผ่านมาได้สองสัปดาห์ ที่ท่านพ่อกลับมาอยู่บ้านท่านหมอมาฝังเข็มวันเว้นวัน การฝังเข็มครั้งหนึ่งใช้เวลาร่วมสามเค่อ(45 นาที)ได้ ถือว่านานเหมือนกัน มิน่าค่าฝังเข็มถึงได้แพงมากคิดค่าฝังครั้งละ 500 อีแปะ รู้สึกอิจฉาพวกที่แต่เดิมมีความรู้ในทางการแพทย์แล้วทะลุมิติ ถึงหารายได้เป็กอบเป็กำ
ซึ่งอาการของท่านพ่อ ไม่แน่ว่าต้องฝัง หรือกินยาไปอีกนานเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับครอบครัว ก็เพราะให้คิดคร่าวๆ เดือนหนึ่งอาจต้องจ่ายเงินราว 7ตำลึงเงิน ยังไม่รวมค่ายาอื่นๆ อีก เรียกได้ว่าต้องรวยเงินทองด้วยถึงจะรักษากันไปได้ยาวๆ
สำหรับอันผิงไม่กังวลอะไรหรอก เธอมีพร นั่นก็คือ ทำให้มีเงินใช้ไม่ขาดแต่พวกท่านพ่อ ท่านแม่ ไม่รู้ความสามารถนี้ส่วนท่านแม่อย่างไรก็ต้องรักษาท่านพ่อให้ได้ แม้ลึกๆ อาจจะรู้ดีว่าไม่หายแต่ยังมีความหวัง
แต่ท่านพ่อนี่สิ แรกๆ ก็อาจจะคิดว่าอาจจะหายได้ กำลังใจดีแต่หากรักษาไปเรื่อยๆ แล้วไม่หายสักที นั่นจะทำให้ท่านเครียดเป็แน่ แถมเงินทองก็ร่อยหรอลงเรื่อยๆ ภาพซ้อนกับตอนที่อันผิงป่วยคราวนั้นที่เงินเก็บที่มีมาหมดไปกับค่ารักษาเธอ เป็ที่มาของความพิการของท่านพ่อ และนี่อาจจะเป็เหตุผลที่คนป่วยส่วนใหญ่อารมณ์หงุดหงิด จากคนที่ดูแลพยายามข่มอารมณ์ แต่ถ้าโดนโมโหใส่ซ้ำๆ ก็อาจจะะเิอารมณ์ใส่กัน
ไม่อย่างนั้นจะมีวิชา พยาบาลหรือผู้ช่วยพยาบาลไว้ดูแลคนป่วยโดยเฉพาะเหรอ
แค่คิดก็มองเห็นปัญหาครอบครัวในอนาคต ไม่ดีแน่
เมื่อคิดได้ดังนี้ อันผิงซึ่งคำนวณคร่าวๆ ว่าถ้ารักษาสักสามเดือนแล้วยังไม่หาย ท่านพ่อน่าจะเริ่มคิดมากแล้วเธอจึงขอพรว่าถ้าท่านหมอฝังเข็มท่านพ่อครบ 100 ครั้ง ทำไมถึงระบุจำนวนเยอะใช่ไหม ก็เพราะถ้ารักษาได้ทันทีเกิดท่านหมอไปรักษาคนอื่นต่อ แต่ไม่หายก็อาจจะเสียชื่อเอา
แล้วทำไมไม่ขอพรท่านพ่อให้หายเลยนั่นก็เพราะมันจะดูอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์มากเกินไป คนอาจจะสงสัยครอบครัวของเธอเชื่อสิการเป็คนธรรมดานะดีที่สุดแล้ว ป้องกันพวกที่จะมาหาผลประโยชน์ ยิ่งยุคโบราณที่พวกเธอไม่มีขุนนางคุ้มกะลาหัว
กลับมาที่รายละเอียดพรต่อ เพื่อเป็การกระตุ้นต่อการรักษาเมื่อฝังเข็มได้ 15 ครั้งขอให้นิ้วเท้าที่เป็นิ้วโป้งของท่านพ่อเริ่มมีความรู้สึกเพื่อเป็เหยื่อล่อให้มีความหวังในการรักษาต่อไป และอีก 15 ครั้งถัดไป ก็เพิ่มมาเป็นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง และนิ้วก้อย ตามลำดับ
อีก 25 ครั้งที่เหลือ ท่านหมอก็คงให้หัดเดินแล้วพอฝังเข็มครบ 100 ครั้งแล้วจากนั้นต้องฝึกเดินไปอีกสักหนึ่งเดือน ถึงจะเดินได้เป็ปกติเหมือนคนทั่วไปเท่ากับการรักษานี้ใช้เวลาราวสี่เดือนกว่าๆเงินที่ท่านแม่เก็บสะสมไว้ก็น่าจะหมดไปไม่เยอะ
ดีต่อใจทุกคน
ส่วนท่านหมอพอรักษาท่านพ่อหายด้วยพรของเธอ ท่านหมอก็อาจจะมีชื่อเสียงบางทีอาจกลายเป็ท่านหมอเทวดา เธอเลยให้พรท่านหมอเพิ่ม ว่าถ้ารักษาคนที่เดินไม่ได้แต่ขาต้องไม่ลีบไปเสียก่อนนะ แล้วท่านหมอทำตามที่รักษาให้ท่านพ่อก็ให้สามารถรักษาได้หายเหมือนกัน
และความสามารถนี้ จะส่งต่อให้ลูกหลานหรือลูกศิษย์ที่เป็คนดีได้เพียงแค่หนึ่งคนเท่านั้น จำกัดการมีหมอเทวดาเยอะเกินไปส่วนคัดสรรค์อย่างไร เธอคิดว่าเสี่ยวหลงเป่าคงมีวิธีระบบนะไม่ยอมเสียเปรียบอะไรง่ายๆ หรอก เพราะถ้ายอมให้เธอขอได้และสัมฤทธิ์ผลอย่างนี้
ตอนนี้อากาศเริ่มเย็นลงทุกวัน ท่านหมอจึงบอกกล่าวว่า เมื่อหิมะตกท่านหมอคงไม่มาวันเว้นแบบนี้ ตลอดหน้าหนาวอาจจะมาเดือนละ 3ครั้ง ต้องดูท่าทีของหิมะอีกทีท่านหมอจึงสั่งยาเพิ่มเพื่อให้พอตลอดหน้าหนาวนี้ แล้วจึงลากลับไป
ลูกชายลุงโจวรับหน้าที่ไปรับไปส่ง เธอยังไม่ได้อวดใช่ไหมว่า ลุงโจวซื้อเกวียนเทียมวัวแล้วที่จริงต้องจ่ายค่าจ้างไปรับไปส่งท่านหมอ แต่บ้านลุงโจวไม่รับอาจเพราะพวกเขามองครอบครัวอันเป็ส่วนหนึ่งของครอบครัวตัวเองไปแล้ว
ท่านพ่อซึ่งตอนนี้แม้จะยังผอมซูบอยู่ แต่สีหน้าเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆสักเดือนหนึ่งใบหน้าน่าจะกลับมาหล่อเหลาเหมือนเดิม แม้จะต้องมีรอยแผลเป็บ้างแต่ตอนนี้ท่านพ่อมาอยู่ตรงนี้แล้ว ตอนนี้เขาสวมชุดใหม่ที่ท่านแม่ตัดให้นั่งอยู่บนรถเข็นที่สามารถใช้แขนตัวเองเข็นไปมาในบ้านได้ ท่านพ่อดูชอบมากอาจเพราะทำให้ไปไหนมาไหนได้ โดยปกติก่อนจะได้รถเข็นท่านพ่อต้องใช้เวลาส่วนใหญ่บนเตียง จะอาบน้ำหรือเข้าห้องน้ำก็จะเป็ลุงหยางสือเป็คนอุ้ม
ตอนเห็นรถเข็นอันผิงอยากจะรู้จักคนประดิฐสิ่งนี้ขึ้นมาเผื่อเป็พวกที่ทะลุมิติมาเหมือนกัน แต่ด้วยความยังเด็กเกินไป อยู่เงียบๆที่บ้านดีกว่า
สัปดาห์ที่สามคนในหมู่บ้านมักจะทยอยกันมาเยี่ยมท่านพ่อ ส่วนมากพวกเขาเพียงมาพูดคุยและเล่าถึงเห็ดบัวให้ท่านพ่อฟัง ว่าถ้าไม่ได้สะใภ้อันบอกว่ามันคือเห็ดอะไรและราคามันเท่าไหร่นะ ต่อให้พวกเขาไปเจอบนเขาพวกเขายังไม่รู้เลยว่ามันมีราคาแพงขนาดนี้
ความดีความชอบนี้ที่ทำให้พวกเขามีเงินเยอะขึ้น ต้องขอบคุณบ้านอันพวกเขาจะภาวนาให้ท่านพ่อหายป่วยไวๆและที่สำคัญพวกเขาไม่ถามถึงชะตากรรมที่ท่านพ่อประสบมา เพราะคงกลัวจะกระทบกระเทือนจิตใจ
มีเพียงเถ้าแก่อู๋และผู้ใหญ่บ้านที่มาเยี่ยมพร้อมกัน พวกเขาจึงสอบถาม
ท่านพ่อจึงได้เล่าให้ฟังว่า ท่านพ่อเดินทางไปค้าขายกับเถ้าแก่ร้านโหลวระหว่างทางเกิดฟ้าผ่าทำให้ต้นไม้ล้ม ท่านพ่อจึงช่วยเถ้าแก่ที่เกือบโดนต้นไม้ทับด้วย่ชุลมุน ท่านพ่อจึงผลักเขาให้พ้นทาง แต่ท่านพ่อที่คิดว่าหลบพ้นแล้วกลับโดนต้นไม้นั่นหล่นมาทับที่ขาแทน
ความเป็จริงบุญคุณช่วยชีวิต เถ้าแก่โหลวจะต้องดูแลท่านพ่อและครอบครัวแต่เขาทำเพียงรักษาท่านพ่ออย่างขอไปทีเท่านั้นเมื่อเห็นท่านพ่อไม่หายสักทีและยังเดินไม่ได้ เมื่อต้องกลับจากเมืองหยางโจวเขาก็สั่งบ่าวคนสนิทสองคนนำท่านพ่อไปทิ้งไว้ที่วัดร้าง
ท่านพ่อเคยคลานเพื่อไปแจ้งความกับทางการ แต่ทางการกลับไม่สนใจหรือว่าเถ้าแก่โหลวจ่ายค่าปิดปากไว้ก็ไม่รู้ อันผิงที่ทำเนียนนั่งฟังอยู่จึงจดบัญชีแค้นนี้ไว้ในใจ
“ช่างเป็พวกไม่รู้จักบุญคุณคน” เถ้าแก่อู๋พูดขึ้น
“เสียแต่ว่าเื่เกิดขึ้นนานแล้ว เราทำอะไรไม่ได้เลย”ผู้ใหญ่บ้านเอ่ยขึ้นมาอย่างหนักใจ
“ทางการทำอะไรไม่ได้ แต่ผู้ใหญ่บอกคนในหมู่บ้านเราได้จะซื้ออะไรนั้นให้ละร้านในเครือโหล”
“ใช่ๆ แล้ว เถ้าแก่อู๋ความคิดดีข้าจะไปกระจายข่าวให้ชาวบ้าน กฎหมายทำอะไรไม่ได้ แต่กฎหมู่ทำได้ญาติพี่น้องต่างหมู่บ้าน ก็ได้ดีเพราะเห็ดบัวจากหมู่บ้านเราพวกเขาต้องช่วยเหลือพวกเราบ้าง”
“ปากต่อปากนี่แหละดีที่สุด ท่านไปจัดการเถอะส่วนเ้าก็ไม่ต้องกังวลไป ข้าจะหางานเขียนเอกสารทางการมาให้ ไม่ต้องคิดมากถ้าใจมันดี อะไรมันก็ดีหมดรู้ไหม” เถ้าแก่อู๋หันมาปลอบใจท่านพ่อต่อ
ท่านพ่อพยักหน้ารับด้วยความขอบคุณ
อันผิงไม่คิดมาก่อนว่า เถ้าแก่อู๋ที่เป็พ่อค้า จะมีคุณธรรมหรือว่าที่จริง้ากำจัดคู่แข่ง แต่อย่างไรเถ้าแก่โหลวนั้นสมควรโดนหรือเธอจะขอพรให้เถ้าแก่โหลวนั่นเดินไม่ได้อย่างท่านพ่อดี
จิ้งจอกน้อยตัวสีขาวก็ปรากฏกายขึ้นมาทันที มันทำหน้าดุใส่เธอ
‘ทำแบบนั้นไม่ได้ขอรับ’
‘อ้าว ทีตาเฒ่าหวังยัง...’
‘นั่นท่านไม่ได้ทำร้ายร่างกายเขาโดยตรงขอรับ แค่ให้เป็ลม คนทุกคนมีกรรมเป็ของตัวเอง ทำอย่างไรไว้ก็ได้อย่างนั้น’
อ้า ฉันเข้าใจก็ได้
ส่วนอันหยางนั้น เขาถือว่าหน้าที่ดูแลท่านพ่อนั้นสำคัญเหมือนกับที่เขาดูแลอันผิง แต่ดูแลผู้ใหญ่ไม่เหมือนดูแลน้องสาวที่ยังเด็ก เขาไม่มีแรงมากพอจะช่วยพยุงท่านพ่อลุกขึ้นต้องอาศัยลุงหยางสือคอยช่วยเขาจึงรับหน้าที่ยกอ่างล้างหน้ามาให้ท่านพ่อตอนท่านพ่อตื่นโดยกำชับให้อันผิงไปเรียกเขาด้วย
อันหยางคอยช่วยท่านแม่ยกยา ยกอาหารมาให้ท่านพ่อ รวมทั้งช่วยเช็ดตัวนานวันเข้ามีหยางเป่าเข้ามาช่วยอีกคน อันผิงจึงมีหน้าที่อย่างที่คนเป็พี่ชายกำชับไว้เมื่อเวลาท่านพ่อตื่น ก็จะวิ่งไปเรียกอันหยาง ทำไปทำมาก็สนุกดี
ส่วนถ้าจะเคลื่อนย้ายท่านพ่อ ก็จะมีลุงหยางสือรับหน้าที่นี่ไปเขาบอกว่าแลกกับที่พักอาศัยในฤดูหนาวนี้ และด้วยที่ท่านพ่อนับวันยิ่งแข็งแรงขึ้นเพราะได้รับการดูแลที่ดี กับอาหารที่ดี
และก็มาที่อันหยางอีกครั้ง ่นี้เขาจะทำตัวสนิทสนมกับหยางเป่าตลอดดูท่าพวกเขาจะพูดคุยกันถูกคอ ส่วนหนึ่งอาจเพราะเป็พื่อนในวัยเดียวกันและอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน รวมทั้งเื่ที่พวกเขาสนใจ ไม่พ้นเื่การเรียนตำรา
ตอนนี้ทั้งสองยังขลุกท่องหนังสืออยู่ในห้องของอันหยางแต่เขาก็ไม่ละเลยน้องสาว ยังคงพยายามจะฝึกฝนเื่การเรียนของน้องสาวแต่กลับกันอันผิงซึ่งเบื่อการเรียน จึงออกมาเผือกเื่ท่านพ่อเวลาใครมาเยี่ยมทำทีเป็เด็กไม่รู้ความ นั่งกับพื้นชี้ไม้ชี้มือเล่นในห้องโถง ผู้ใหญ่บ้านมักเรียกเธอไปลูบหัวพอกลับไปนั่งที่เดิม เถ้าแก่อู๋เรียกไปเอาลูกกวาด เหมือนแกล้งเด็กด้วยความเอ็นดู