เสียงนกกระจิบร้องจิ๊บจั๊บเหมือนแว่วดังอยู่ข้างหูปลุกให้ปิยะลักษณ์ลืมตาตื่น
“นังหนูเอ๊ย…ตื่นได้แล้วลูกใกล้ได้เวลาใส่บาตรแล้วรีบตื่นมาล้างหน้าล้างตาเร้วววว!”เสียงยายะโเรียกเธอดังมาจากใต้ถุนบ้าน
ปิยะลักษณ์ยกมือทั้งสองขึ้นมาดูพบว่ามือของเธอมีขนาดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดแต่สิ่งที่ยืนยันว่าเธอสามารถย้อนเวลากลับมาได้จริงๆ ก็คือสมุดสมปรารถนาที่วางอยู่ด้านข้างของตัวเธอนั่นเอง
‘อ่ะฮ้า…ปาฏิหาริย์มีจริง ๆ ด้วย งั้นต้องลองประเดิมสมุดสมปรารถนาดูสักหน่อยแล้ว…’
เด็กหญิงเปิดสมุดวิเศษแล้วจรดปากกาลงบนกระดาษพร้อมกับเขียนคำขอว่า…
ขอให้ข้าพเ้าเป็ผู้มีญาณวิเศษหยั่งรู้ทุกสรรพสิ่งไม่ว่าจะเป็อดีตปัจจุบัน หรืออนาคตโดยคำตอบนั้นสามารถแสดงผลได้ราวกับเป็ระบบคอมพิวเตอร์ความเร็วสูง
“เอ้า! นังหนูลงมารึยังล้าว…พระเดินมาแต่ไกลแล้วน่าน!” ยายลากเสียงอันเป็เอกลักษณ์เร่งเร้าทำให้เด็กหญิงต้องรีบปิดสมุดเพียงแค่นึก…สมุดเล่มนั้นพลันหายไปในพริบตาปิยะลักษณ์รีบแจ้นไปล้างหน้าบ้วนปากพอวิ่งไปถึงหน้าบ้านพระก็เปิดฝาบาตรพอดีเธอจึงได้ใส่บาตรร่วมกับยายและน้องชายทั้งสองคน
พ่อกับแม่ของปิยะลักษณ์นั้น มีลูกทั้งหมดสามคนเธอเป็พี่สาวคนโตมีน้องชายโตมาไล่ๆ กันอีกสองคนเพราะแม่ตั้งใจมีให้ครบสามคนแล้วปิดอู่ยาวเลยทีเดียวส่วนตากับยายมีลูกเจ็ดคนปัจจุบันที่บ้านเหลือเพียงบุญภาลูกสาวคนที่ห้าและบุญชัยลูกชายคนสุดท้องเท่านั้นซึ่งบุญมาลูกสาวคนที่หกได้เข้ามาเรียนต่อในกรุงเทพฯ โดยลูกคนอื่น ๆต่างแยกย้ายกันไปมีครอบครัวทำมาหากินอยู่ตามต่างจังหวัด
บ้านไม้เก่าแก่ที่มีใต้ถุนสูงของตากับยายอยู่นอกตัวเมืองจังหวัดพิจิตรบนที่ดินขนาด2 ไร่มีถนนดินลูกรังสายเก่าเส้นเล็กตัดผ่านหน้าบ้านและบริเวณด้านข้างเพื่อทะลุไปยังถนนหลวงสายหลักที่ราดยางมะตอยซึ่งอยู่ทางด้านหลังหากเดินข้ามถนนหน้าบ้านไปก็จะเป็ทางลงสู่แม่น้ำน่านซึ่งในขณะนี้น้ำประปายังเข้าไม่ถึงจึงต้องคอยรองน้ำฝนจากหลังคาสังกะสีลงสู่โอ่งหรือไม่ก็หาบน้ำขึ้นมาจากท่าน้ำโดยเฉพาะยามหน้าแล้งที่ไม่มีฝน ปิยะลักษณ์กับน้องชายต้องช่วยกันใช้ไม้คานเกี่ยวถังใบน้อยหาบน้ำขึ้นมาจากแม่น้ำเติมโอ่งให้เต็มทุกใบส่วนเวลาอาบน้ำทั้งบ้านก็จะพากันไปดำผุดดำว่ายอยู่ในแม่น้ำน่าน
บริเวณใต้ถุนบ้านจะมีแคร่ไม้ไผ่และผูกเปลญวนเอาไว้นอนเล่นสองปากยามบ่ายเมื่อตายายกลับจากไร่นาจะมานอนเอนหลังพักเหนื่อยทุกวัน ตรงตีนบันไดบ้านมีอ่างล้างเท้าโบราณให้ทุกคนได้ทำความสะอาดก่อนขึ้นเรือนซึ่งบันไดจะเชื่อมต่อกับระเบียงบ้าน ตัวบ้านแบ่งออกเป็สี่ส่วนพอเดินเข้าไปในตัวบ้านส่วนแรกจะเป็ลานเอนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่มีหนึ่งห้องนอนพื้นที่ตรงนี้ตอนกลางวันจะปล่อยโล่ง แต่ตอนกลางคืนจะกลายเป็ที่นอนของพวกเราสามารถกางมุ้งหลังใหญ่ได้ถึงสามหลังมีประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่เชื่อมต่อส่วนที่สองซึ่งเป็พื้นที่ใช้สำหรับทำกิจกรรมหลายอย่างของคนในบ้านร่วมกันเช่น นั่งล้อมวงกินข้าว นอนทำการบ้านเก็บสะสมเสบียงที่เป็ของแห้งเพราะอยู่ติดกับครัวที่เป็ทางเดินยาวขนาดเล็ก ส่วนสุดท้ายจะเป็ห้องน้ำและลานซักล้างโดยรวมแล้วลักษณะของบ้านจะคล้ายกับรูปตัวแอลนอนตะแคง
พื้นที่ใช้สอยของบ้านส่วนที่ปิยะลักษณ์ชอบมากที่สุดคงเป็ตรงระเบียงด้านหน้าเพราะบ้านหันไปทางทิศตะวันออกทำให้สามารถมองเห็นแม่น้ำน่านและพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าด้านล่างมีเตาเผาถ่านใกล้กับคอกเลี้ยงหมูที่ปัจจุบันเลิกเลี้ยงไปนานแล้วจึงเอาไว้ใช้เก็บฟืนแทนด้านข้างของตัวบ้านมีเพิงหีบอ้อยพื้นที่ภายในรั้วบ้านเต็มไปด้วยไม้ยืนต้นพืชผักสวนครัวนานาชนิดแม้แต่รั้วบ้านก็ยังเต็มไปด้วยต้นกฐิน ชะอม ตำลึง เลื้อยพันกันมั่วไปหมดจนแทบแยกไม่ออกยิ่งเวลาฝนใกล้ตกลมพัดแรงเธอชอบลากหมอนไปนอนไขว่ห้างนอนรับลมเย็นมองดูต้นมะพร้าวที่ไหวโอนเอนส่ายไปมาพอฝนตกอากาศเย็นก็นอนฟังเสียงฝนจนผล็อยหลับไปทุกครา ส่วนด้านหลังนอกรั้วบ้านจะเป็คอกควายโรงเก็บฟาง และดงกล้วยขนาดใหญ่
น่าเสียดาย…ในอนาคตหลังจากสิ้นตากับยายไปแล้วลูกบางคนกลับอยากขายบ้านหลังนี้เพื่อแลกกับเงินเพียงเล็กน้อยถึงขนาดหลอกล่อให้แม่ของเธอไปเซ็นชื่อยินยอมขายบ้านแต่แม่ไม่ยอมไปเซ็นเพราะยายได้สาปแช่งไว้ก่อนหมดลมหายใจหากลูกคนไหนคิดขายบ้านขอให้ชีวิตต้องพบกับภัยพิบัติ!
หลังจากใส่บาตรปิยะลักษณ์ยังไม่ได้เดินขึ้นบ้านไปกินข้าวเช้าในทันทีซึ่งป่านนี้น้าภาคงทำกับข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้วเพราะตากับยายและน้าสาวต้องออกไปทำไร่ทำนากันแต่เช้าครอบครัวของตายายมีทั้งไร่อ้อยและนาข้าวทำกินอยู่เกือบร้อยไร่บางส่วนก็ต้องแบ่งให้คนอื่นเช่าไปเพราะไม่สามารถทำเองได้หมด
ส่วนน้าชายอยู่บ้านดูแลหลาน ๆที่มีวัยไล่เลี่ยกัน เมื่อถึงตอนบ่ายหน้าที่ของพวกเราคือพาควายออกไปกินหญ้าในนารอจนกระทั่งสวาบด้านซ้ายของพวกมันถูกเติมเต็มจึงพากันขี่ควายลงท่าน้ำให้พวกมันได้กินได้อาบน้ำซึ่งท่าคนกับท่าควายจะอยู่ไม่ห่างกันมากนัก
เด็กน้อยที่มีจิติญญาของคนโตมุดเข้าไปในดงกล้วยหลังบ้านที่ค่อนข้างลับตาคนเธอเรียกสมุดสมปรารถนาออกมาเมื่อเปิดดูก็พบว่าคำขอได้กลายเป็สีแดงและตัวอักษรที่ถูกเขียนเอาไว้ก็เปลี่ยนเป็สีแดงก่อนจางหายไป…
‘คำขอคงเป็จริงแล้วสินะต้องทดลองดูสักหน่อย วันพรุ่งนี้สลากกินแบ่งรัฐบาลจะออกเลขอะไร ?’
ทันใดนั้นตรงหน้าพลันปรากฏภาพเสมือนจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ขึ้นข้อมูลให้เห็นอย่างชัดเจนพอวันรุ่งขึ้นเด็กหญิงจึงนำเงินที่เก็บสะสมเอาไว้เกือบทั้งหมดไปลองเสี่ยงโชคดู
“ยายผิน ยายผินอยู่ไหมจ๊ะ?” ปิยะลักษณ์ะโเรียกเพื่อนบ้านผู้มีฐานะมั่งคั่งอยู่ในละแวกเดียวกันเป็อันรู้กันดีว่าที่นี่รับหวย
“อยู่…ขึ้นมาสินังหนู”ยายผินยื่นหน้าที่กำลังเคี้ยวหมากเรียกขึ้นบ้านอย่างคุ้นเคยกันดีเพราะยายเคยใช้ให้มาซื้อหวยอยู่บ้างแต่ยายไม่ได้เล่นหวยทุกงวดหรอกนะ เฉพาะเวลาฝันดีหรือนึกครึ้มขึ้นมาเท่านั้น
“งวดนี้กิมฮวยมีเลขเด็ดอะไรล่ะ ?”
“ตามนี้เลยค่ะยาย”ปิยะลักษณ์ยื่นกระดาษให้เพราะเขียนมาเรียบร้อยแล้ว เธอซื้อสามตัวบนตรงห้าพันโต๊ดสองร้อยแล้วก็สองตัวบนล่างกลับเลขเพื่อให้ดูไม่น่าสงสัยจนเกินไปอีกตัวละสองร้อยรวมแล้วก็หกพันบาทพอดี
“เงินสดหรือเงินเชื่อ?” พอยายผินเห็นยอดเงินแล้วก็ต้องถามกันให้แน่ใจเพราะเป็จำนวนเงินไม่น้อยเลย
“เงินสดจ่ะ”เด็กหญิงหยิบเงินที่มีทั้งแบงค์ร้อยแบงค์ห้าร้อยแบงค์ยี่สิบยื่นให้
“งวดนี้เล่นซะหลายพันยายเอ็งไปเอาเลขเด็ดมาจากไหนล่ะ…ถึงกล้าทุ่มซื้อขนาดนี้?” หญิงชราคุยไปนับเงินไป
“ยายแกคงฝันดีน่ะถ้ายายผินชอบก็ลองซื้อตามสักห้าบาทสิบบาทสิ…เผื่อมีโชคร่วมกัน”
“เออ…เดี๋ยวยายจะลองซื้อตามดูถ้าถูกเดี๋ยวจะแบ่งตังค์ให้เอ็งกินหนม”เมื่อยายผินคัดลอกลงในสมุดเล่มที่มีสำเนาและรับเงินเรียบร้อยแล้วก็ประทับตราปั๊มคำว่า‘ซื้อเงินสด’ ทั้งในต้นขั้วและสำเนาจากนั้นก็ดึงกระดาษแผ่นบนยื่นให้เก็บไว้เพื่อเป็หลักฐานว่าการซื้อขายครั้งนี้สำเร็จแล้วปิยะลักษณ์เพียงแค่ตรวจทานความถูกต้องอีกครั้งหนึ่ง
“ขอบคุณค่ะยายผิน”ปิยะลักษณ์ยกมือไหว้ชดช้อย ความจริงในใจลึก ๆรู้สึกกังวลเหมือนกันเพราะแคะกระปุกเอาเงินมาวัดดวงหมดเลย ตอนนี้เธอได้ค่าขนมเพียงวันละสองบาทที่โรงเรียนมะขามดองฝักใหญ่ยาวสองฝักแม่ค้าขายแค่ห้าสิบสตางค์น้ำหวานถุงใหญ่เย็นชื่นใจถุงละบาท แต่ถ้าเป็น้ำชาหอม ๆใส่น้ำแข็งทางร้านให้ดื่มฟรี โชคดีนอกจากค่าขนมที่เก็บสะสมมาเนิ่นนานแล้วก็ยังมีเงินอั่งเปาจากบรรดาญาติๆ และเงินที่พ่อกับแม่ส่งมาให้จึงพอมีทุนทรัพย์ในการวัดดวง เอาวะ…ไม่จนก็รวยล่ะวันนี้!
เพื่อไม่ให้ยายใเวลาถูกหวยพอกลับถึงบ้านปิยะลักษณ์จึงแอบไปกระซิบบอก
“ยาย ๆ เมื่อคืนหนูฝันดีเมื่อเช้าหนูเลยแคะกระปุกเอาเงินค่าขนมไปซื้อหวยกับยายผินแต่อ้างชื่อว่ายายเป็คนซื้อถ้าวันนี้มีโชคยายผินมาบอกก็ไม่ต้องในะ”
ยายพยักหน้ารับรู้ก่อนพากันเดินออกไปทำนาทำไร่พร้อมกับสามีและลูกสาว
•✡°・*.☆° .:*❅❀❅*:. °☆. *・°✡•
ฟินจิกหมอนก่อนใครไม่ต้องรอนาน!
กับ E-BOOK ที่ Meb
