ทิชาไม่รู้ว่าตนเองร้องไห้จนผล็อยไปตอนไหนรู้สึกตัวตื่นขึ้นอีกทีเมื่อรู้สึกว่ามีคนมาเขย่าที่หัวไหล่พร้อมกับน้ำเสียงที่เอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อมว่า
“คุณคะ...คุณลุกขึ้นไปอาบน้ำชำระร่างกายดีไหมคะ เดี๋ยวดิฉันจะเปลี่ยนที่นอนให้”
เธอจึงส่งเสียงครางตอบรับในลำคอ กะพริบตาไล่ความมึนงงออกจากหัวจากนั้นทิชาก็เห็นหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่ง กำลังส่งยิ้มให้เธออย่างเกรงอกเกรงใจ
“ลุกไหวไหมคะ”
หญิงที่สวมชุดสาวรับใช้เรียบร้อยั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าถามขึ้นสภาพคนบนเตียงคล้ายกับผ่านศึกมาอย่างหนัก
แม่บ้านช่วยแก้ยกทรงที่ผูกข้อมือของหญิงสาวออกรอบข้อมือของคนถูกมัดเป็รอยแดงอย่างชัดเจน อีกทั้ง เตียงนอนยังยับยู่ยี่และมีรอยสีแดงจาง ๆเป็หลักฐานว่าเ้านายของตนประหัตปะาหญิงสาวตรงหน้าอย่างหนักแน่ ๆ เมื่อเห็นหญิงสาวยังคงนิ่งอยู่เธอจึงเอ่ยสำทับขึ้นอีกว่า
“ดิฉันเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้คุณอาบแล้วค่ะอาบน้ำเสียหน่อยจะได้สดชื่น”
ทิชาคล้ายกับว่าเพิ่งตื่นจากฝันร้ายเธอพยักหน้าตอบรับอย่างเซื่องซึม และเมื่อเธอก้าวเท้าลงจากเตียงก็รู้สึกปวดแปลบที่หว่างขา ลามมาจนถึงเอว ร่างบางก็สั่นระริกแล้วก็รู้สึกวิงเวียนศีรษะจนเกือบจะหงายหลัง โชคดีที่แม่บ้านเข้ามารับเธอไว้ทัน
“ให้ดิฉันช่วยพยุงไปที่ห้องน้ำนะคะ”
แม่บ้านเอ่ยอย่างใจดี
“ขอบคุณค่ะ”
ทิชาเอ่ยเสียงเบา ในใจก็พลันโกรธผู้ชายที่กระทำให้เธอเป็แบบนี้เขาไม่มีความปรานีหล่อนแม้แต่น้อย เวรกรรมอะไรของหล่อนที่ต้องมาถูกเขากระทำย่ำยีเช่นนี้
เมื่อเดินไปถึงห้องน้ำ แม่บ้านก็ช่วยประคองร่างบางลงอ่างอาบน้ำแช่กายในน้ำอุ่นที่เต็มไปด้วยฟองนุ่ม ๆ ของสบู่
“ตอนนี้กี่โมงแล้วคะ”
ทิชาถามแม่บ้านเธออยากทราบว่าตัวเองถูกลักพาตัวมา เวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว
“แปดโมงเช้าค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะออกไปเปลี่ยนที่นอนและเก็บกวาดห้องข้างนอกนะคะ หาก้าอะไร กดกริ่งเรียกดิฉันได้ทุกเมื่อค่ะ”
กล่าวจบแม่บ้านก็เดินออกไปจากห้องน้ำ ปล่อยให้ทิชาจมดิ่งกับความคิดของตนเอง
..................................................................................