
ตอนที่191 ต้นไม้ประหลาด
มัลลีถามอย่างเขินอาย เพราะใบหน้าชายหนุ่ม ยังติดอยู่ตรงหน้าอกนางไม่ได้ลุกขึ้น ไปนั่งที่อื่น เขายังคงประคองนางไว้ไม่ยอมวางลง และจ้องมองตาค้างอยู่ที่เต้าขาวสวยของหญิงสาว
"คุณชายท่านตาค้างมองอะไรเหรอ ข้ามีอะไรผิดปกติกว่าหญิงทั่วไปอย่างนั้นรึ.."
เสียงของหญิงสาวถามด้วยความเขินนิดๆ นางสัมผัสได้ว่าชายหนุ่มในเกราะสีทองตะลึงลานกับรูปโฉมของนาง มัลลีจึงขยับตัวถอยหลังออกห่างจากเขาไปหนึ่งฟุตอย่างเขินๆ ต้นขาขาวอวบเหมือนหยวกกล้วย ที่มีเกราะเหล็กปิดบังของสงวนเป็นรูปกระดองเต่าขนาดยักษ์ปิดซ่อนแนบเนื้ออยู่
แม้ว่านางหนีบต้นขาทั้งสองข้างชิดกัน แต่กริชเพชรก็สัมผัสคาดคะเนได้ว่ามันต้องเป็นโคกที่ใหญ่มากๆ เอวคอดสะโพกผายของนางมันทำให้ชายหนุ่มมองอย่างเสียมารยาทแบบลืมตัว
"แม่นางข้าขอโทษที่เสียมารยาท ข้าไม่ได้ตั้งใจแอบมองท่าน.."
กริชเพชรได้สติกลับคืนมา ถอยหลังไปนั่งบนก้อนน้ำแข็ง รีบกล่าวขอโทษหญิงสาว
"คุณชายยังไม่ตอบข้าเลย ว่าท่านถูกจ้างมาช่วยข้าจากท่านพี่รึ.."
มัลลีอยากเปลี่ยนเรื่องคุย ยังไงชายหนุ่มก็เป็นคนแปลกหน้าระยะเวลาที่สัมพันธ์กันมันรู้สึกสั้นเกินไป จึงเฉไฉคุยกับเขาในเรื่องอื่น
"เปล่าหรอกข้าเป็นคนที่แม่นางหมาล่า จ้างข้าคุ้มกันมาระหว่างทาง เพื่อพาไปประมูลของล้ำค่าและนำนางมาส่งที่เผ่าจักรกล แล้วบังเอิญได้ยินเรื่องที่ท่านถูกล้อมจับ หัวหน้าเผ่าจึงใช้แม่นางหมาล่าแล้วไหว้วานข้ามาช่วยท่าน
แต่พ่อบ้านกลับพบว่ามีอสูรระดับสูงล้อมแม่นางไว้ เหมือนจะล่อเผ่าจักรกลมาติดกับ พ่อบ้านเผ่าจักรกลจึงถอนตัวกลับไปรายงานหัวหน้าเผ่า แต่แม่นางหมาล่าร่ำไห้ขอร้องข้าให้มาช่วยแม่นางมัลลี ซึ่งข้าไม่เคยเห็นนางเป็นแบบนี้มาก่อน นางรักและห่วงใยท่านยิ่งนัก ข้ากับแม่นางหมาล่ามีสัมพันธ์อันดีต่อกัน จึงตัดสินใจมาช่วยท่าน.."
กริชเพชรอธิบายให้หญิงสาวเข้าใจถึงต้นสายปลายเหตุที่เขาแอบมาช่วยนาง แต่ก็ไม่ได้บอกตรงๆ ไปว่าความสัมพันธ์ที่ดีกับหมาล่า คือฟันนางไปสองที
"ครอกกกกก..ฟี่!! ครอกฟี่.."
"จุ๊ๆ!! "
ทั้งสองต้องเงียบลงทันที เพราะได้ยินเสียงแว่วๆ มาจากด้านใน ที่ทอดยาวลึกเข้าไปในถ้ำ มันเหมือนส่งสะท้อนมาจากที่ไกลๆ
"คุณชายเสียงนี้มันเป็นเสียงอสูรมังกรขาวพฤกษาบรรพกาล แห่งเทือกเขาฮันยาง ซึ่งเป็นสัตว์ใหญ่ที่สุดในเทือกเขา ท่านปู่ของข้าเคยเล่าว่าเมื่อพันปีที่ผ่านมา มันเคยต่อสู้กับนักรบระดับตำนานเทพอสูรขั้นที่ห้า เพื่อแย่งชิงของวิเศษจำพวกตำราคาถาเรียกอาวุธประจำตัวระดับตำนาน ที่นายเก่าของมันผูกไว้ที่คอ แท้ที่จริงอสูรมังกรขาวตัวนี้ เป็นสัตว์เลี้ยงของตำนานเทพอสูรที่ทิ้งคาถาวิเศษให้กับมันไว้ เพื่อตกทอดสู่ผู้มีวาสนาในโลกอสูรก่อนที่จะไปจุติ.."
หญิงสาวกล่าวกับกริชเพชรขณะนางขยับตัวเอียงหูฟัง
"แม่นางมัลลี แน่ใจได้ยังไงว่าเจ้าสัตว์ตัวนี้จะเป็นมังกรพฤกษาขาวที่ปู่ท่านกล่าวถึง.."
กริชเพชรถามด้วยความสงสัย หญิงสาวไปเอาความมั่นใจแบบนี้มาจากที่ไหน ทั้งๆ ที่มันก็แค่เป็นเสียงกรนของสัตว์อสูรธรรมดา หญิงสาวใช้มือจุ๊ปากหันมามองเขา
" ท่านเห็นน้ำแข็งพวกนี้หรือไม่ในเทือกเขาฮันยางไม่ใช่ดินแดนน้ำแข็ง แต่เป็นดินแดนที่ปกคลุมไปด้วยพฤกษาและต้นไม้ ซึ่งมีอากาศอบอุ่นฝนตกชุบในถ้ำทั้งหลาย จะประกอบไปด้วยน้ำลำธาร แต่ที่นี่กลับมีน้ำแข็ง เกิดขึ้นทะลักออกมาจากในถ้ำราบเรียบเหมือนแผ่นกระจก สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีความเย็นระดับสูง ที่ทำให้น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง และสิ่งเดียวที่สามารถทำได้ ก็คืออสูรมังกรขาวพฤกษาบรรพกาลในตำนานตัวนั้น เพราะ
มันหลบซ่อนอยู่ในเทือกเขาฮันยาง และเวลาที่มันนอนหลับจะหายใจออกมาเป็นความเย็นระดับสูง นี่เป็นสิ่งสำคัญที่บ่งบอกว่ามันเป็นสัตว์เลี้ยงของตำนานเทพอสูร.."
กริชเพชรพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่นางอธิบาย ถึงว่าหญิงสาวสามารถคาดเดาได้อย่างแม่นยำเพราะมันมีเอกลักษณ์พิเศษแบบนี้นี่เอง
"มันดุร้ายหรือไม่ มันเคยต่อสู้กับตำนานเทพอสูรมาแล้วมีชีวิตรอดมา แสดงว่ามันต้องเก่งมากๆ .."
กริชเพชรถามหญิงสาวขณะที่เขาจะชวนนางหนีออกจากถ้ำ เพราะถ้าสัตว์เลี้ยงอสูรระดับนี้ชายหนุ่มคงไม่มีปัญญาจะทำอะไรมันได้
"ดุร้ายสิ..ครั้งนั้นที่ตำนานเทพอสูร ต่อสู้กับมันต้องเสียชีวิตไม่ได้คาถาวิเศษไป กลับทอดร่างโดนมันแช่แข็ง ด้วยลมหายใจระดับพลังความเย็นถึงจุดเยือกแข็ง กลืนกินตำนานเทพอสูรตนนั้นลงไปในท้อง..แล้วหลบหนีซ่อนตัวอยู่ในเทือกเขาฮันยาง เพราะว่าอสูรระดับตำนานเทพอสูรนั้น
ร่างกายของเขาฝึกพิษมา มันจำเป็นต้องจำศีลเป็นเวลาสองพันปี เพื่อย่อยสลายพิษร้ายในตัว ในระยะช่วงแรกเหล่าอสูรต่างพากันค้นหาที่จำศีลของมัน แต่กลับหาไม่เจอเพราะเทือกเขาฮันยางกว้างใหญ่ ตระกูลของเราจึงจดตำนานนี้ไว้ สืบทอดให้แก่ลูกหลานเพื่อค้นหามันต่อๆ กันมา แม้ว่าเราจะไม่สามารถฆ่ามันให้ตาย แต่ก็สามารถที่จะเอาเคล็ดวิชาเรียกอาวุธประจำตัวระดับตำนานมาใช้ได้
มันเป็นเคล็ดวิชาที่เหล่าอสูรต่างๆ ใคร่อยากได้มันเพราะอาวุธประจำตัว ที่เรียกออกมามีพลังทำลายสูง ท่านปู่ของข้ากล่าวไว้ว่า แม้นักรบตำนานเทพอสูร เมื่อโดนอาวุธประจำตัวอย่างเคล็ดวิชานี้เข้าไป ต้องได้รับบาดเจ็บแน่นอน ทุกคนพึงปรารถนายิ่งนัก แต่เสียดายมันสูญหายมาเป็นพันปี นับว่าคุณชายโชคดีสุดๆ ที่จะได้เคล็ดวิชานี้..."
หญิงสาวกระซิบบอกข้างหูของชายหนุ่มอย่างแผ่วเบา
"แล้วมันจะไม่ตื่นขึ้นมาฆ่าพวกเราตายหรอ ระดับตำนานเทพอสูรยังไม่เหลือ ท่านก็รู้ว่าข้ามีกายอสูรครึ่งเทพเท่านั้น..."
กริชเพชรถามหญิงสาวด้วยความกังวลใจถ้าเรื่องที่นางเล่าเป็นความจริง เขาก็นับว่าโชคดี แต่สัตว์อสูรระดับนี้ ไม่รู้จริงๆ ว่ามันจำศิลเพื่อขับพิษจริงหรือไม่ แต่ถ้ามันนอนหลับเฉยๆ แล้วตื่นขึ้นระหว่างที่กริชเพชรเข้าไปเอาเคล็ดวิชาที่ว่า เขามีหวังได้กลายเป็นน้ำแข็งอยู่ในท้องมันอย่างไม่ต้องสงสัย
"คริ! คริ!! คุณชายข้าก็ไม่อาจจะรู้ได้เรื่องทั้งหมดซึ่งข้าเล่ามา มันเป็นเพียงสิ่งที่ต้นตระกูลข้าได้จดบันทึกไว้ เรื่องจริงเป็นเช่นไรข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน.."
มัลลีหัวเราะเบาๆ พูดกับกริชเพชร อย่างอารมณ์ดี นางรู้สึกว่าชายหนุ่มที่อยู่ใต้เกราะ มีความระแวดระวังเป็นพิเศษ ซึ่งนางไม่ค่อยจะพบอสูรมีเอกลักษณ์อย่างนี้สักเท่าไหร่ ส่วนมากก็จะบุ่มบ่ามละโมบโลภมาก ยิ่งรู้ว่ามีของวิเศษอยู่ตรงหน้าเขา น่าจะกระตือรือร้นไปสรรหามันมาแบบไม่กลัวเป็นกลัวตาย แต่อสูรผู้นี้กลับซักไซ้นางจนเหมือนกับเขารักชีวิต มากกว่าอยากได้ของวิเศษ
กริชเพชรคิดคำนวณอยู่ในใจเขาก็อยากได้ชุดวิชานี้ มาแทนวิชาง้าวอสูรพลิกฟ้าที่ตัวเองเคยใช้มันไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ เมื่อเจอพวกอสูรระดับสูงๆ ซึ่งที่นี่มีมากเกินไป เมื่อเรียกอาวุธประจำกายของเขาออกมา ใช้แทบจะไม่มีผลทำร้ายพวกมันได้เท่าที่ควร
ถ้าได้เคล็ดวิชาเรียกอาวุธประจำกายระดับตำนานไว้ใช้ ชีวิตของเขาก็คงมีโอกาสรอดในโลกอสูรได้อีกนาน
"แม่นางมัลลีข้าต้องขอโทษท่านด้วย ข้าต้องให้ท่านเข้าไปอยู่ในที่ซ่อนของข้าสักพักใหญ่ เดี๋ยวข้าจะเข้าไปเอาเคล็ดวิชากับสัตว์อสูรพฤกษามังกรขาว.."
กริชเพชรกล่าวกับหญิงสาว
"ได้สิ..ท่านแอบเข้าไปเอาคนเดียว ย่อมมีโอกาสมากกว่า ท่านช่างรอบคอบจริงๆ ..."
มัลลีกล่าวอย่างชื่นชมในตัวชายหนุ่ม กริชเพชรยกยิ้มสูง แล้วนำหญิงสาวเข้าไปอยู่ในกล่องนิลกาฬ ฝากให้นางปีศาจรัตติกาลดูแลนาง ก่อนที่เขาจะออกจากห้องสีชมพูค่อยๆ คืบคลานเดินทางเข้าไปหาอสูรพฤกษามังกรขาวตัวนั้น ถ้ำมันแคบมากๆ ถ้าไม่อย่างนั้น ชายหนุ่มคงจะกลายร่าง เป็นหนอนชิเมโจได๋ระดับสามในร่างผีเสื้อโปร่งใสแอบเข้าไป คงจะสบายใจมากกว่านี้
"ครอกกกก..ฟี้ ครอกพี้!! .."
สุดท้ายกริชเพชรก็ไปถึงห้องโถงขนาดใหญ่กว้างหมื่นฟุตใต้เทือกเขาฮันยาง ปรากฏหัวมังกรขนาดใหญ่ที่มีเถาวัลย์ปกคลุมหัวของมันวางอยู่บนพื้นชายหนุ่มคาดว่าตัวของมันจะขาวดุจหิมะ เพราะชื่อของมันคือมังกรขาว
แต่กลับเป็นหัวมังกรธรรมดาสีน้ำตาลอ่อนแต่มีขนาดใหญ่เกือบพันฟุต ตัวของมันคงใหญ่มากๆ ทอดยาวเข้าไปในถ้ำ นอนกรนเบาๆ บรรยากาศในห้องนั้น เหมือนถูกลมหายใจมังกรขาวที่เป็นละอองน้ำแข็งจับจนเป็นผลึกใสๆ ขาวโพลนไปทั้งถ้ำ ชายหนุ่มต้องตะลึงลานมันเป็นมังกรที่เขาเห็นว่าใหญ่จริงๆ แม้ว่ามันจะเล็กกว่าเกล็ดอาวุธวิญญาณมังกรเทพโลกันตร์บรรพกาลของเขามากๆ แต่นั่นมันก็เป็นเพียงวิญญาณอาวุธ แต่นี่มันเป็นสัตว์อสูรของจริง ที่ยังมีชีวิตและพร้อมที่จะเขมือบเขาได้ตลอดเวลา
"เจี๊ยกครอก เจี๊ยกครอก เจี๊ยกครอก.."
เฮือก!!
'อ้า..อสูรลิง!!? '
กริชเพชรต้องสะท้านขึ้นเพราะปรากฏลิงสามตัวขนปุกปุยสีขาว กรงเล็บคมกริบเหมือนมีดสั้นกระโดดหยองๆ ตัวสูงเกือบสามสิบฟุตบนหัวของสัตว์อสูรมังกรพฤกษาขาว ที่หลับใหลอย่างรุนแรง สะเทือนไปทั้งโพรงจมูก สัตว์อสูรร้ายหยุดชะงักการหายใจลงในบางครั้ง คล้ายกับว่ากำลังจะตื่น
.............................................................................................................................................................................................