ฟู่ว~!
ไอความร้อนมหาศาลพวยพุ่งออกมาจากร่างกายของตงฟาง ความร้อนที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างล้วนเกิดจากกระบวนการกลืนกินพิษระดับ 3 และแก่นพลังวิญญาณระดับ 3 ของสัตว์อสูรพิษ หลังจากเปิดใช้งานโลหิตสลายกระดูกแล้วใช้ห้องหลอมยาของหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าเป็นสถานที่บ่มเพาะพลัง ตงฟางก็ลืมตาตื่นขึ้นมากระทันหันแล้วระเบิดพลังออกไปรอบๆตัว
บู้ม~!
“เกิดอะไรขึ้น” ซิงเยียนถามคนรับใช้หน้าห้องทำงาน เธอสัมผัสได้ว่ามีแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยภายในหอประมูลจึงเกิดความสงสัย แม้จะปลดปล่อยพลังงานเข้าตรวจสอบเธอกลับไม่รู้ว่ามันมีแรงกำเนิดมาจากส่วนไหนของหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า
“คุณหนู คนของเราวิ่งมารายงานเมื่อครู่ว่าเสียงระเบิดมาจากห้องหลอมยา”
“อย่างนั้นเหรอ ไปบอกคนของเราไม่ต้องเข้าไปยุ่ง”
ซิงเยียนออกคำสั่งแล้วกลับเข้าห้องทำงานไปดูบัญชีของเธอเช่นเดิม ตลอดหลายวันที่ตงฟางมาอยู่อาศัยในหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า เขาได้บอกกับเธอว่าจะหลอมยาให้เรื่อยๆเพื่อแลกกับพิษและแกนพลังวิญญาณระดับ 3 เธอไม่จำเป็นต้องถามจึงรู้ได้ว่าตงฟางคิดจะเลื่อนระดับพลังของเขา
—------------------------------
“ให้ตายสิ ยากเย็นแสนเข็นจังเลยนะ ถ้าไม่ได้ทักษะมารมาเร็วๆเราคงจะตามใครไม่ทัน”
ตงฟางถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกอัดอั้น การเพิ่มระดับพลังวิญญาณของเขายากมากๆ หากเขาเป็นคนอื่นแล้วสามารถใช้พลังจิตโกงการดูดซับพลังจากแกนพลังวิญญาณ ด้วยเงินที่เขามีตอนนี้เขาเชื่อว่าตัวเองสามารถกลายเป็นผู้แข็งแกร่งมากๆได้อย่างแน่นอน ขั้นผสานวิญญาณคงอยู่ไม่ไกล
ตอนนี้เขากลับเป็นได้เพียงแค่ระดับก่อตั้งวิญญาณขั้น 1 เพียงเท่านั้น ถึงแม้เขาจะมีเงินมากมาย เขากลับไม่กล้าใช้กับการซื้อพิษมาดูซับ เนื่องจากการดูดซับพิษมีข้อจำกัดมากกว่าการดูดซับพลังวิญญาณทั่วๆ
หากตงฟางดูดซับพิษระดับสูงเกินไปการพัฒนาระดับพลังวิญญาณของเขาในอนาคตจะยากขึ้นไปอีก จากร่างกายของเขาที่เคยชินกับพิษ เขาจึงจำเป็นต้องใช้งานพิษที่พอเหมาะและระดับไม่สูง
ตอนนี้เขาใช้งานพิษระดับ 3 ในการเพิ่มพลังวิญญาณตั้งแต่ระดับสัมผัสวิญญาณมาจนถึงขั้นก่อตั้ง แล้วพิษระดับ 3 ก็เริ่มมีผลต่อเขาน้อยลง คาดว่ามันน่าจะพาเขาเลื่อนระดับไปได้เพียงแค่ขั้นระดับก่อตั้งวิญญาณขั้น 5 เท่านั้น
หากจะเลื่อนระดับมากขึ้นไปอีกเขาจำเป็นต้องใช้งานพิษระดับ 4 ที่เขาไม่สามารถหาได้ด้วยกำลังของตัวเอง เนื่องจากว่าพลังจิตของเขาเลเวลเพียงแค่ 3 มีพลังเทียบเท่าระดับก่อตั้งวิญญาณขั้น 9 สัตว์อสูรระดับ 4 มีระดับไม่ต่างจากระดับผสานวิญญาณ
ถ้าตงฟางจะล่าสัตว์อสูรระดับ 4 เขาจำเป็นต้องมีระดับผสานวิญญาณขั้นต่ำหรือไม่ เขาก็ต้องทำให้พลังจิตกลายเป็นเลเวล 4 เท่านั้น แต่พลังจิตของเขากลับเลื่อนระดับได้ยากมากๆ ในโลกที่เขาหาเซรุ่มมาใช้งานไม่ได้
“ช่างเถอะ ยังมีของอีกมากมายที่เรายังไม่เคยเจอ หากเป็นศิษย์สายนอกคงสามารถเข้าถึงข้อมูลที่หลากหลายกว่านี้”
ตงฟางคิดในแง่บวก การเป็นศิษย์ทั่วไปสำหรับเขาแทบไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญๆของสถาบันได้เลยสักนิดเดียว เพราะศิษย์ทั่วไปถูกมองว่าเป็นเพียงแค่คนรับใช้ในสถาบันเท่านั้น
การเลื่อนระดับเป็นศิษย์สายนอกจึงเป็นความหวังสำหรับเขา เพราะขอทานกังเคยเล่าให้ฟังเกี่ยวกับพื้นที่ลึกลับเต็มไปด้วยสมุนไพรวิเศษและอาวุธแปลกประหลาดตกทอดมาช้านาน ยันต์และค่ายกลพิเศษต่างๆ สามารถหาได้จากสถานที่เหล่านั้น เขาจึงหวังว่าการเดินทางจะสามารถพบเจอเข้ากับของที่เขาต้องการ
ของสิ่งแรกที่เขาอยากได้มันคือวัตถุที่ทำให้เขาฝึกพลังจิตได้รวดเร็ว แม้เขาจะใช้พลังจิตทุกวัน แอบยกหินหนักๆ มันกลับเลื่อนระดับช้ามากๆ ตั้งแต่เดินทางออกจากหมู่บ้าน พลังจิตเลเวล 3 ของเขามันพึ่งสะสมพลังได้ 5 ส่วนเท่านั้น ยังเหลืออีก 5 ส่วนจะเต็ม 10 พร้อมเลื่อนไปเลเวล 4
ตงฟางจึงหวังว่าจะเจอของวิเศษที่ใช้สำหรับฝึกสมองหรือไม่ก็ฝึกจิต เขาเชื่อว่าตัวเองจะใช้มันฝึกพลังจิตได้ก็เพราะว่าทุกอย่างที่ทำให้สมองต้องวิเคราะห์ทำให้พลังจิตของเขาเพิ่มเลเวลได้
อย่างที่สองเขาอยากได้มากที่สุดคือทักษะมาร สาเหตุที่เขาต้องการเป็นเพราะการมีพลังที่มาก ทำให้เขาล่าในพื้นที่ลึกกว่าเดิมได้ ทักษะมารที่ทำให้เพิ่มพลังได้รวดเร็วจึงเหมาะแก่ตัวของเขาในตอนนี้ แม้ทักษะพิษจะมีพลังโจมตีที่รุนแรงมากก็จริง ในเรื่องบ่มเพาะพลังมันไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี
อย่างที่สามและสี่ เขาอยากได้สิ่งที่ช่วยรักษาวิญญาณยุทธ์ของตัวเองและของที่ช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์ของสายเลือด หากทั้งสองสมบูรณ์เขาคิดว่าตัวเองคงสามารถกลายเป็นผู้แข็งแกร่งกว่าเดิมได้แน่นอน การหลอมยาด้วยวิญญาณยุทธ์ของเขาอาจจะมีลูกเล่นเพิ่มมากขึ้น การต่อสู้ด้วยสายเลือดมังกรมารบรรพกาลคงจะทำให้เขามีความสามารถเหนือคู่ต่อสู้ที่ระดับเดียวกัน ด้วยสิ่งที่เขาต้องการทั้งหมดเหล่านี้นั้น มันยังคงเป็นแค่ความหวัง เขายังไม่ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของศิษย์สายนอกจึงยังไม่รู้ว่ามีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่ข้อมูลการหาของวิเศษจะถูกต้อง
“เอาล่ะ แค่นี้ก็น่าจะเอาชนะแล้วก็ข่มขู่ได้พร้อมๆกัน”
พู่ว~!
พิษสีแดงเลือดค่อยๆกระจายออกมาตามรูขุมขนของตงฟางหลังจากเขาเป็นระดับก่อตั้งวิญญาณ ความสามารถหนึ่งของเขาก็ตื่นขึ้น ความสามารถนั้นคือการส่งพลังวิญญาณออกไปนอกร่างกาย ด้วยทักษะโลหิตสลายกระดูกขั้น 3 ที่ทำให้เขาเปลี่ยนพลังวิญญาณเป็นหมอกพิษ จึงสามารถกระจายพิษไปรอบๆจนเกิดเป็นพื้นที่สังหารที่เขาได้เปรียบ
“แค่นี้ก็น่าจะพอแล้ว”
แม้พิษที่เกิดขึ้นจะมีสีแดงเหมือนเลือดของเขา มันกลับไม่ใช่เลือดของเขาจึงไม่มีความสามารถในการสังหารที่มากเกินไป หมอกสีแดงเลือดที่ลอยรอบๆตัวของตงฟางเป็นเพียงแค่พิษเทียบเท่าสัตว์อสูรระดับ 3 เท่านั้น พวกมันจึงรุนแรงกับสัตว์อสูรระดับ 3 ลงไป หากเป็นระดับ 4 พวกมันพอจะต้านทานได้ แต่ถ้ารับเข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่มากก็ยากจะรับมือกับพิษของเขา หากศัตรูไม่ตายเพราะพิษจากทักษะโลหิตสลายกระดูก ยังไงเขาก็สามารถใช้เลือดของตัวเองสักหยกสังหารมันได้เช่นกัน
บู้ม~!
ทักษะดาราสวรรค์ 54 ฝ่ามือซัดออกไปตรงหน้าเข้ากระทบกำแพงจนเกิดการสั่นไหว ตงฟางรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากเพราะตอนนี้ทักษะดาราสวรรค์ 54 ฝ่ามือที่เขาหวังจะใช้งาน นำมาฆ่าคนได้แล้ว ด้วยการดึงเอาพิษรอบๆมาควบคุมเกิดเป็นฝ่ามือพุ่งกระแทกสิ่งที่เขาอยากให้มันโจมตี
เดิมทีทักษะดาราสวรรค์ 54 ฝ่ามือของตงฟางเป็นเพียงแค่ทักษะหลอมยา สามารถควบคุมไฟได้อย่างใจนึก แม้ไฟนั้นจะมาจากกองฟืนก็สามารถควบคุมได้ ทว่าเขาได้ลองปรับเปลี่ยนมันใหม่ให้นำมาควบคุมพิษ เพราะทักษะโลหิตสลายกระดูกมีเพียงแค่ทักษะขั้น 2 ใช้สำหรับโจมตี แม้ทักษะขั้น 3 จะปลดปล่อยหมอกพิษออกมารอบๆตัวได้ มันกลับเป็นการโจมตีพื้นที่กว้าง ตัวของผู้ใช้ทักษะเป็นได้เพียงแค่ตอไม้ยืนนิ่งเท่านั้น
ตงฟางจึงจะใช้งานทักษะดาราสวรรค์ 54 ฝ่ามือร่วมกับทักษะโลหิตสลายกระดูกขั้น 2 เป็นส่วนฆ่าศัตรูเพิ่มเติม หากต่อสู้ระยะประชิดกรงเล็บติดพิษของเขาเป็นสิ่งน่ากลัวที่คู่ต่อสู้ควรหลักเลี่ยง หากต่อสู้ระยะไกลเกินกว่าที่กรงเล็บจะข่วนถึง เขาจะใช้ทักษะดาราสวรรค์ดึงพิษรอบๆสร้างเป็นฝ่ามือซัดออกไป ด้วยของสิ่งนี้เขาคิดว่าระดับก่อตั้งวิญญาณมากมายคงยากจะรับมือกับเขา
“เดี๋ยวก่อน ความรู้สึกนี้มัน” ตงฟางรีบเข้าไปในห้วงจิตเพื่อตรวจสอบพลังของวิญญาณยุทธ์ เขารู้สึกได้ถึงบางอย่างจากการเลื่อนระดับ ทันทีที่เขามองไปยังวิญญาณยุทธ์ในห้วงวิญญาณเขากลับฉีกยิ้มกว้าง เพราะวิญญาณยุทธ์ของเขารวมกันจนเหลือเศษเพียงแค่ 8 ชิ้นเท่านั้น
“แบบนี้ เลื่อนระดับไปเรื่อยๆก็รักษาได้แล้วสิ แต่คงไม่ดี กว่าจะฟื้นฟูได้คงตายก่อน”
—-----------------------
“ฝากไปบอกพี่ซิงเยียนหน่อยนะ ว่าสมุนไพรหลอมเป็นเม็ดยาหมดแล้ว อาจไม่ได้เดินทางมาสักพัก ยาเหล่านี้อาจจะขายได้ครึ่งปี”
“ครับ”
“ส่วนเงินเก็บไว้ที่นี่ก่อน”
“นายท่าน คุณหนูบอกให้มอบสิ่งนี้ให้กับนายท่านหากจะเดินทางออกไป”
“มันคืออะไร”
“ข้างในเป็นเงิน 1 แสนหินวิญญาณ คุณท่านน่าจะต้องใช้งานมัน”
“อืม ขอบคุณ”
ตงฟางรีบเดินออกไปทางหลังหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า เช้านี้เขาต้องรีบกลับไปสถาบันให้เร็วที่สุดเพราะมีการประลองเลื่อนระดับเกิดขึ้น ช่วงนี้ฟ้ายังมืด เขาคิดว่าถ้าเดินทางถึงสถาบันฟ้าคงสว่างพอดี
พรึ่บ~!
ผ้าคลุมสีดำโบกสะบัดไปตามแรงลมเล็กน้อยก่อนที่มันจะกางออกเป็นรูป 3 เหลี่ยมพาเจ้าของมันโบยบินขึ้นไปบนท้องฟ้า ด้วยรูปแบบการบินร่อนทำให้ตงฟางประหยัดพลังจิต เขาจึงใช้มันในการร่อนลู่ลมกลับสถาบัน ด้วยพลังจิตเลเวล 3 เขาสามารถเหาะเหินเดินบนอากาศได้ก็จริง มันกลับยังกินพลังจิตของเขาในปริมาณมากเกินไป เขามีการต่อสู้เกิดขึ้นในสถาบันจึงต้องประหยัดพลัง
“คุณหนู ผู้หลอมยานิรนามจากไปแล้ว เขาได้หลอมยาด้วยสมุนไพรทั้งหมด”
“ให้ตายสิ แบบนี้ก็อดเจอบ่อยๆแล้วสิ ไม่เป็นไร ว่าแต่พลังของเขาอยู่ระดับไหน”
“ในตอนที่พลังสุดท้ายระเบิดออกมาเขาอยู่ก่อตั้งวิญญาณขั้น 1”
“อืม ไปเถอะ”
ซิงเยียนโบกมือให้ลูกน้องออกไปจากห้องทำงาน พลางดูบัญชีของเธอต่อไป ตอนนี้ข่าวของนักหลอมยาระดับ 5 จากเมืองหลวงที่หอประมูลโคมกระจ่างเชิญมา กำลังทำให้เมืองหลงไห่ครึกครื้น เธอจึงต้องวางแผนรับมือเพราะรู้ว่าการมาของผู้หลอมยาระดับ 5 จะต้องมีหอประมูลของเธอเป็นเป้าหมายแน่นอน
“ลูกพี่ ลูกพี่มาแล้ว!” เสียงร้องของเป่าดังก้องไปทั่วหน้าห้องของตงฟาง พวกเขาขายยาเป็นเวลาหลายวันโดยไม่มีตงฟางมาช่วย ด้วยการที่ตงฟางท้าสู้กับศิษย์สายนอก แล้วทุกคนเห็นว่าร้านของพวกเขาคงจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ต้องขายยา จึงไม่มีใครเข้ามารบกวนพวกเขาจนช่วง 7 วันที่ผ่านมานี้พวกเขาขายยาได้เป็นจำนวนมาก แม้ตงฟางจะหลอมยาให้หลายแสนเม็ดกลับขายหมดตั้งแต่ 2 วันก่อน
“ตื่นเช้ากันจัง”
“จะไม่ให้ตื่นได้ไงล่ะไอ้ตงฟาง ก็แกเล่นประลองเป็นตายขนาดนั้น ใครจะไม่หวาดเสียวว่ะ” ลู่จิวพูดออกมาด้วยท่าทางวิตกกังวล ถึงอย่างนั้นตงฟางกลับไม่ได้แสดงท่าทางกังวลออกมาเลยสักนิด การอาศัยอยู่ในหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า เขาได้ใช้เงินส่วนตัวซื้อของมากมายมาใช้งานในวันนี้มากพอสมควร
“แกมั่นใจไหมว่าจะชนะ ตอนนี้อีกฝ่ายมีข่าวออกมาว่ามันเลื่อนระดับเป็นก่อตั้งวิญญาณขั้น 7 แล้ว”
“ไม่ต้องห่วง ฉันก็เป็นระดับก่อตั้งวิญญาณขั้น 1 แล้วเช่นเดียวกัน แม้ขั้นจะต่าง ฉันคิดว่าความสามารถด้านการต่อสู้คงไม่น้อยกว่ามันแน่”
“งั้นไปกัน ตอนนี้ศิษย์ทุกคนล้วนเดินทางไปที่นั่น พวกศิษย์ทั่วไปที่มาใหม่ในปีนี้ก็ไปเช่นกัน”
“พวกเขาไปทำอะไรวะ”
“ไปเพราะความอยากรู้อยากเห็น การจะได้เห็นการต่อสู้เลื่อนระดับศิษย์คงไม่ได้มีเพียงศิษย์ทั่วไปท้าสู้กับศิษย์สายนอกหรอกใช่ไหม”
“อืม ลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไง ยังมีศิษย์สายในอีก เอาล่ะไม่ต้องห่วง ฉันคนนี้ดูแลตัวเองได้แล้ว”
ด้วยพลังจิตเลเวล 3 หากอีกฝ่ายยังไม่เป็นระดับผสานวิญญาณ ตงฟางยังมีความมั่นใจว่าจะชนะ แล้วถ้าอีกฝ่ายมีพลังระดับผสานวิญญาณตงฟางก็คิดว่าเขาสามารถฆ่ามันได้แน่นอน เพราะระดับผสานวิญญาณเขาลองฆ่ามาแล้วครั้งหนึ่งด้วยการหลอกล่อมันให้สนใจกล่องบรรจุดาบ จนมันคิดว่ากล่องดาบเป็นอาวุธระดับสูง สุดท้ายก็ถูกเขาใช้เรื่องกล่องลอบฆ่ามัน