Rank 10 Fox [อันดับที่ 10 ฟ็อกส์]

    No.29 เปลี่ยนกฏใหม่

    เมื่อผู้อำนวยการและผู้ดูแลหอตกลงกับเงื่อนไขของฟ็อกซ์ และนั่นถือเป็นความผิดพลาดมากที่สุดในชีวิตของฟ็อกซ์เลยก็ว่าได้ เพราะผู้ดูแลหอพักนักเรียนชั้นพิเศษอย่างเทียร่า แม้จะดูเหมือนกับรักเด็กๆ ก็ตามหากแต่เมื่อเข้าโหมดการสอน เรียกว่ายัยปีศาจนรกยังน้อยเกินไปเสียด้วยซ้ำ เริ่มจากการพาฟ็อกซ์ไปปล่อยทิ้งไว้ที่ดันเจี้ยนทั่วไป
    แล้วสอนรูปแบบการต่อสู้และมนตราในระหว่างต่อสู้ การฝึกสุดหฤโหดจึงได้เริ่มต้นขึ้น แม้แต่ในเวลาในการนอนหลับพักผ่อนก็ไม่มี แต่ก็ยังถือว่าโชคดีเล็กน้อยเพราะเมื่อผ่านดันเจี้ยนทั่วไปได้สามชั้น ผู้ดูแลหอจะทำการร่ายมนตราเพื่อรักษาและฟื้นฟูร่างกายให้เขา
    นอกเหนือไปจากนั้นมันยังทำให้ฟ็อกซ์ที่เคยคาดคิดว่า ภายในดันเจี้ยนแต่ละชั้นนั้นมีขนาดที่เท่ากัน ทว่าในความเป็นจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เพราะยิ่งขึ้นไปสู่ดันเจี้ยนชั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ขนาดและพื้นที่รวมไปถึงสภาพแวดล้อมล้วนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งยังมีขนาดกว้างใหญ่รวมไปถึงจำนวนอสูรที่เพิ่มมากขึ้นในแต่ละชั้นอีกด้วย
    และหลังจากชั้นที่ 50 ขึ้นไปจะมีบอสประจำชั้น ซึ่งเงื่อนไขก็คือต้องสังหารบอสประจำชั้น ถึงจะได้รับเส้นทางขึ้นชั้นต่อไป ก็ทำเอาฟ็อกซ์ถึงกับสาหัสไม่น้อยเช่นกัน ส่วนสองอสูรน้อยอย่างซาฟิร่ากับคิวบิก็มีชะตากรรมไม่ต่างกันกับเจ้าของ เพราะผู้ดูแลหอจะจับซาฟิร่ากับคิวบิแยกกันต่อสู้ภายในดันเจี้ยน
    ที่สำคัญมักจะจับพวกเธอทั้งสองไปต่อสู้กับอสูรที่แพ้ทางอย่างเช่น ซาฟิร่าเป็นสายเลือดดราโกกับแลมพีสจึงได้ชื่อเรื่องพละกำลังกับบินได้ ทั้งยังสามารถดูดกลืนโลหิตของอสูรมาเป็นพลังได้ แต่ให้ไปสู้กับอสูรที่ขึ้นชื่อในเรื่องความเร็วกับอสูรที่อยู่ใต้น้ำลึก
    ส่วนคิวบิที่เป็นอสูรที่ขึ้นชื่อในเรื่องความเร็วกับพลังมนตรา ก็ต้องไปสู้กับอสูรที่บินได้หรือพวกโกเลมที่มีพลังป้องกันสูงทั้งยังต้านทานมนตราได้ทุกชนิดอีกด้วย แต่มันก็ทำให้ฟ็อกซ์กระจ่างแจ้งเรื่องนึงก็คือ ทุกเผ่าพันธุ์สามารถกลืนกินแกนอสูรได้ทันที แต่สำหรับเผ่าเซเรนที่มีร่างกายบอบบางนั้น จำเป็นต้องจุติขึ้น Rank S ก่อนถึงจะทำได้
    อีกทั้งความแตกต่างของมันก็คือถ้าทำการดูดซับ อย่างน้อยต้องใช้เวลาหลายวันขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน แต่สำหรับเผ่าพันธุ์อื่นเพียงแค่กลืนกินก็ได้รับพลังเพิ่มขึ้นมาทันที ทำให้เป้าหมายของฟ็อกซ์อย่างแรกคือการจุติขึ้น Rank S และการฝึกสุดหฤโหดของฟ็อกซ์ก็ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องจนกระทั่ง..........
    ----------------------------------------------------------
    1 เดือนต่อมา... โรงเรียนหลวง...
    ภายในโรงเรียนหลวงวันนี้มีนักเรียนพลุกพล่านเป็นอย่างมาก เพราะว่าเป็นวันเปิดเรียนวันแรกหลังจากเกิดเหตุการณ์ทัพอสูรรุกรานทุกราชอาณาจักร รวมไปถึงหมู่บ้านในระแวกใกล้เคียงจนบางหมู่บ้านถึงคราที่ต้องล่มสลายไป และยังถือว่าเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่เลยทีเดียว
    นั่นคือเหตุผลที่โรงเรียนปล่อยให้นักเรียนได้กลับบ้าน เพื่อไปสะสางปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับทางบ้านหรือราชวงศ์ จะมีก็แต่นักเรียนในชั้นพิเศษเกือบทุกชั้นปีที่ไม่กลับ แต่เลือกจะฝึกฝนให้หนักยิ่งกว่าเดิม เพราะตัวต้นเหตุอย่างนักเรียนบางคนที่ขนาดต้องขอร้องให้ผู้ดูแลหอ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดร้ายที่สุดภายในโรงเรียนทำการสอนพิเศษให้ และจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้เหล่านักเรียนชั้นพิเศษทุกคนได้ตระหนักว่า หากพวกเขาไม่แข็งแกร่งพอย่อมไม่สมควรได้รับเกียรติยศรูปนกสีทองแบบนี้ เพราะท้ายที่สุดจะนำพาความล่มสลายมาสู่กองทัพที่ตนนำ
    ผิดกับฟ็อกซ์ที่ไม่ได้รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงในโลกภายนอก เพราะหลังจากที่รู้ข่าวว่ามารดาของของเขายังปลอดภัยอยู่ก็โล่งอก และเข้ารับการฝึกสุดโหดอย่างไม่ปริปากบ่นใดใด [มั้งนะ] และก็สามารถผ่านลุล่วงไปได้ด้วยดี ถึงแม้จะยังไม่ไปไม่ถึงเป้าหมาย Rank S แต่ก็เข้าใกล้เต็มทีแล้วเพราะในเวลานี้ระดับของฟ็อกซ์คือ Rank A คลาส 9
    ส่วนพลังรบก็ 55,800 พลังมานา 73,500 ถือได้ว่าเป็นนักเรียนชั้นพิเศษคนแรก ที่แหกกฏการเลื่อนระดับอย่างสิ้นเชิง เพราะพลังรบในปัจจุบันเทียบเท่าได้กับรุ่นพี่ชั้นเรียนพิเศษปี 3 หรือมากกว่าเสียด้วยซ้ำไปแต่คำตอกย้ำของผู้ดูแลหอก็คือ หากต้องเผชิญหน้ากับแม่ทัพอสูรอีกครั้งผลคือแพ้เหมือนเดิม แค่ถ่วงเวลาได้นานขึ้นเหมือนกับรุ่นพี่ดาร์เนลเท่านั้น แม้จะช้ำใจไปบ้างแต่ความต่างชั้นระหว่าง Rank A กับ Rank S มีมากเกินไปนั่นเอง
    เมื่อฟ็อกซ์กลับมาถึงหอพักนักเรียนชั้นพิเศษก็พบว่าเพื่อนๆ ของเขาทุกคนอยู่กันครบ รวมทั้งรุ่นพี่ดาร์เนลกับรุ่นพี่วีน่าก็เช่นกัน ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือรุ่นพี่ทั้งสองคนก้าวเข้าสู่ Rank S เรียบร้อยแล้ว ส่วนเพื่อนๆ ของเขาก็อยู่ใน Rank A คลาส 1-2 เกือบทั้งนั้น จะมีก็แต่ราเซียที่อยู่ Rank A คลาส 5 ทำเอาฟ็อกซ์ถึงกับมึนงงอย่างมาก
    "เฮ้ เฮ้!! จะตกใจอะไรกันเพื่อน พวกเรารู้ว่านายแอบหนีไปฝึกมานะ ฉะนั้นพวกเราจะไม่ยอมให้นายทิ้งห่างไปมากกว่านี้หรอกนะ" โซลที่กลับมาเป็นคนพูดมากเหมือนเดิมเอ่ยขึ้นอย่างรู้ทัน
    "นั่นสิ!! พวกเราเป็นเพื่อนกันนะ จะปล่อยให้นายทิ้งห่างไปเผชิญกับอันตรายคนเดียวได้ยังไงกัน" ชอร์นรีบเอ่ยสำทับทันที เพราะได้ฟังวีรกรรมของฟ็อกซ์มาจากเพื่อนๆ ที่ได้ร่วมกับภารกิจในครั้งนั้น เลยทำให้พวกเขากลับมาลุกขึ้นสู้อีกครั้ง และเร่งรีบเก็บระดับตามฟ็อกซ์ทันที
    ส่วนคุรุมิกับลูเคียได้แต่ขอโทษที่ต้องปล่อยฟ็อกซ์ทิ้งไว้แบบนั้น หากไม่ใช่เพราะผู้ดูแลหอไปช่วยทันพวกเธอคงต้องรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตนั่นแหละ ยิ่งราเซียไม่ต้องพูดถึงเข้าไปใหญ่เพราะคนที่ฟ็อกซ์ช่วยชีวิตไว้ คือพี่ชายแท้ๆ ของเธอส่วนเธอกลับไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือหลังจากนี้จะต้องไม่เป็นตัวถ่วงของฟ็อกซ์อีก
    "ฟ็อกซ์ขอบคุณมากนะที่ช่วยเหลือพี่ออกมา หากวันหน้ามีเรื่องเดือดร้อนอะไร แค่เพียงเอ่ยปากออกมาพี่ยินดีจะช่วยเหลือทุกอย่าง" รุ่นพี่ดาร์เนลเอ่ยด้วยความจริงใจ
    "พี่เองก็ต้องขอโทษเธอด้วยทั้งที่ฉันเป็นรุ่นพี่แท้ๆ แต่กลับวิ่งหนีเอาตัวรอดแล้วทิ้งรุ่นน้องเอาไว้ข้างหลังแบบนั้น" รุ่นพี่วีน่าเองก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ
    ฟ็อกซ์ถึงกับมึนงงขึ้นมาทันที เพราะเขาจำได้ว่าแค่ต้องการให้บรรลุภารกิจเท่านั้น ไม่ได้คิดว่าจะช่วยเหลือใครด้วยซ้ำไป ต้องบอกว่าไม่รู้ว่าคู่ต่อสู้จะแข็งแกร่งขนาดนั้น ถ้ารู้แต่แรกเขาคงหลบหนีออกไปก่อนแล้ว ในเวลานี้แบบนี้เขาจึงทำตัวไม่ถูก ได้แต่เกาหัวแก้เขินเล็กน้อยพลางกระแอมเบาๆ
    "ไม่เป็นไรครับ รุ่นพี่ยังไงซะมันก็คือภารกิจ ฉะนั้นก็อย่าไปคิดมากเลยครับ"
    คำตอบของฟ็อกซ์ที่พยายามกล่าวปัดไปให้พ้นตัว แต่มันกลับทำให้รุ่นพี่และเพื่อนๆ ของเขามองมาราวกับว่าฟ็อกซ์นั้นเป็นดั่งเทพบุตรจุติมาก็ไม่ปาน มันยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกว่าเขาคู่ควรกับการเคารพอย่างแท้จริง ส่วนฟ็อกซ์เองได้ถอนหายใจก่อนจะปล่อยเลยตามเลยไป
    "นักเรียนชั้นพิเศษปีหนึ่ง ปีสอง ปีสาม ให้ไปรวมตัวกันที่ภาคสนาม" เสียงผู้ดูแลหอที่ดังมาราวกับสายฟ้าฟาด ทำเอานักเรียนในชั้นพิเศษถึงกับสะดุ้ง เพราะพื้นที่ภาคสนามส่วนมากจะเอาไว้ใช้ประชุม หรือลงโทษนักเรียนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ถึงชั้นเรียนพิเศษจะไม่ได้ทำอะไรผิดแต่ก็อดหวาดกลัวกับคำนี้ไม่ได้สักที
    พื้นที่ภาคสนาม...
    กลุ่มนักเรียนถูกแบ่งออกตามแต่ชั้นเรียน โดยชั้นเรียนทั่วไปห้องที่ 1-15 แบ่งแยกชั้นปี 1 อยู่หน้าสุดตามมาด้วยปีสองและปีสาม ในขณะที่ชั้นเรียนพิเศษก็ไม่ต่างกัน การรวมตัวในครั้งนี้น่าจะเกี่ยวกับการประชุมซะมากกว่า เพราะมีอาจารย์มากันครบทุกคน รวมไปถึงผู้ดูแลของทุกชั้นเรียนก็มากันพร้อมหน้า
    ผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจผู้อำนวยการก็มาถึง ก่อนจะกล่าวอย่างเสียงดังชัดเจน
    "วันนี้ที่เรียกประชุมมีสองเรื่องจะแจ้งให้ทราบ เรื่องแรกนักเรียนชั้นพิเศษที่มีระบนี้ขึ้น ปีหนึ่ง Rank B ปีสอง Rank A ปีสาม Rank S ไม่ต้องเข้าเรียนและจะได้รับคะแนนเต็มทุกวิชา แต่จะได้รับภารกิจพิเศษจากทางโรงเรียนไปแทน อย่างน้อยคนละ 5 ภารกิจ และจะหยุดเรียนได้ทันทีต่อเมื่อเสร็จสิ้นครบทุกภารกิจ"
    ทันทีที่เสียงประกาศเรื่องแรกของผู้อำนวยการดังออกมา ก็เริ่มมีเสียงอื้ออึงกันไม่น้อยเพราะนักเรียนชั้นพิเศษถือว่าได้รับอภิสิทธิ์มากเกินไป แต่เงื่อนไขของทุกชั้นปีก็มหาโหดเช่นกัน ก่อนที่ผู้อำนวยการจะเอ่ยขึ้นต่อ
    "ส่วนนักเรียนชั้นทั่วไปทุกห้องเรียนจากนี้ จะเพิ่มตารางการเรียนการสอนให้มากขึ้นกว่าเดิมสามเท่า รวมถึงเงื่อนไขการผ่านขึ้นชั้นปีต่อไปด้วย และถ้าหากไม่ผ่านเงื่อนไขของชั้นเรียนทั่วไป จะต้องซ้ำชั้นเรียนอีกปีจนกว่าจะผ่านเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด และเมื่อซ้ำชั้นครบ 3 ครั้งจะถูกส่งไปที่โรงเรียนสามัญ"
    พอผู้อำนวยการพูดจบเริ่มมีนักเรียนชั้นเรียนทั่วไปไม่พอใจเป็นจำนวนมาก จนมีนักเรียนบางคนถึงกับต้องถามออกมาทันที
    "ผู้อำนวยการ แบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยหรือครับ ท่านให้อภิสิทธิ์นักเรียนชั้นพิเศษแต่กลับมาเข้มงวดกับนักเรียนชั้นทั่วไป พวกผมไม่ยอมรับกับมาตราการนี้ครับ"
    เสียงของนักเรียนชั้นทั่วไปจำนวนมากเริ่มดังขึ้นเพื่อสนับสนุนทันที ทว่าผู้อำนวยการก็ไม่มีท่าทีสนใจก่อนจะสะบัดมือร่ายมนตราธาตุน้ำแข็ง ปิดปากนักเรียนทุกคนโดยการแช่แข็ง ก่อนจะกล่าวอย่างสบายอารมณ์
    "หากใครไม่พอใจกับเงื่อนไขนี้ก็ลาออกไป แล้วคืนสัญลักษณ์รูปนกสีทองแดงกับสีเงินให้กับทางโรงเรียน แล้วจงจำไว้ว่าทุกโรงเรียนปรับเปลี่ยนเงื่อนไขกันหมดแล้ว ต่อให้เป็นเชื้อพระวงศ์หรือรัชทายาทหากไร้ความสามารถก็เป็นได้เพียงขยะเท่านั้น สัญลักษณ์รูปนกหมายถึงอะไรพวกเธอย่อมรู้ดี ในเมื่อพวกเธอได้ครอบครองสัญลักษณ์รูปนกแต่กลับไร้ซึ่งมาตราฐานการเป็นผู้นำ ก็จงกลับไปเป็นพวกเศษขยะเหมือนเดิมก็แล้วกัน โรงเรียนหลวงและโรงเรียนสามัญทุกที่ล้วนแล้วแต่ไม่ต้อนรับทั้งนั้น"
    นักเรียนชั้นเรียนทั่วไปที่ได้ยินถึงกับสั่นสะท้าน แม้จะไม่พอใจแต่ก็ต้องยอมรับว่าสัญลักษณ์รูปนก มีความหมายถึงชั้นยศที่สามารถสั่งการทหารได้ทุกราชอาณาจักร การถูกริบรอนและขับไล่ออกจากโรงเรียนหลวงถือเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะโรงเรียนสามัญการจะได้มาซึ่งสัญลักษณ์รูปนกสีทองแดงยังต้องผ่านเงื่อนไขต่างๆ นาๆ
    กับโรงเรียนหลวงนักเรียนที่เข้ามาก็ได้รับทันที ทำให้พวกเขามีชื่อเสียงได้เพียงข้ามวันข้ามคืน ที่สำคัญโรงเรียนหลวงถือว่ามีความสำคัญต่อทุกราชอาณาจักร เรียกได้ว่าต่อให้จักรพรรดิแต่ละราชอาณาจักรก็ทำอะไรโรงเรียนหลวงไม่ได้ นักเรียนชั้นทั่วไปจึงจำใจต้องยอมรับฟัง ขณะที่ผู้อำนวยการยังคงกล่าวต่อ
    "ส่วนที่ว่าให้อภิสิทธิ์กับนักเรียนชั้นพิเศษ หากพวกเธอสามารถทำตามเงื่อนไขของชั้นเรียนพิเศษได้ ก็จะก้าวเข้ามาอยู่ในชั้นเรียนพิเศษทันที แต่ถ้าทำไม่ได้ก็หุบปากเน่าๆ ไปซะ เพราะในขณะที่ทุกราชอาณาจักรถูกทัพอสูรโจมตี นักเรียนชั้นพิเศษทุกคนต้องออกไปปฏิบัติภารกิจเสี่ยงตาย ในขณะที่นักเรียนชั้นทั่วไปทำได้เพียงแค่อพยพชาวบ้านเท่านั้น ตราสัญลักษณ์รูปนกที่พวกเธอถือครองอยู่ มันไม่สมกับชั้นยศที่พวกเธอควรได้ด้วยซ้ำไป"
    สิ้นเสียงผู้อำนวยการเธอก็สะบัดมืออีกครั้งน้ำแข็งที่แช่ปิดปากนักเรียนก็พลันสลายไปทันที
    "เอาล่ะ!! นักเรียนชั้นทั่วไปในทุกๆ ชั้นปีหากใครไม่พอใจก้าวออกมา หรือนักเรียนชั้นทั่วไปปีสามที่ไม่พอใจกับอภิสิทธิ์ของนักเรียนชั้นพิเศษ สามารถท้าประลองกับเด็กนักเรียนชั้นพิเศษได้ทุกชั้นปี หากชนะจะได้รับสัญลักษณ์รูปนกสีทองไปของนักเรียนชั้นพิเศษไปทันที รวมไปถึงอภิสิทธิ์อื่นๆ อีกด้วย แต่ถ้าแพ้พวกเธอจะถูกขับออกจากโรงเรียนและริบรอนสิทธิทุกสิ่งทุกอย่างกลับคืนสู่โรงเรียน"
    ด้วยน้ำเสียงของผู้อำนวยการในตอนแรกมีรุ่นพี่ปีสามไม่น้อย ต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่าชั้นเรียนทั่วไปไม่ได้ด้อยค่าไปกว่าชั้นเรียนพิเศษ แต่เมื่อเจอคำขู่ขับออกจากโรงเรียนถึงกับชะงักฝีเท้ากันในทันที

    คล้ายกับเรื่องRank 10 Fox [อันดับที่ 10 ฟ็อกส์] ที่คุณอ่าน