เรื่องสั้นทรมานพันธนาการ BDSM (รวม)

    ตัวผม ฟาง และพันธนาการ 3

    เอาล่ะ ขอผมทำความเข้าใจกับตัวเองหน่อย ถ้าให้ผมเดาสถานการณ์ 

    อย่างแรกคือฟางสนใจรสนิยมประเภทที่ใช้เชือกมัดตามเรือนร่างอยู่แล้ว แต่ว่าเธอไม่สามารถเปิดเผยความรู้สึกชอบให้กับคนในสังคมได้รับรู้ ทว่าวันนี้เธอเห็นผมนั่งอยู่ในห้องเรียนในช่วงพักกลางวัน และเปิดภาพจำพวกนั้น 

    การกระทำของผมต่อหน้าเธอคงทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับว่า ‘ในที่สุด ก็เจอคนที่มีรสนิยมเหมือนกันนะ’ อะไรประมาณนี้ 

    แต่ว่า ถ้าอย่างงั้นทำไมเธอถึงหาว่าผมโรคจิตล่ะ หรือว่าความคิดของเธอมองว่ารสนิยมแบบนี้คือโรคจิตกัน 

    นั่นสินะ คงเป็นแบบนั้น ไม่อย่างนั้นเธอคงเผยความชอบของตัวเองไปแล้ว 

    ผมลองเช็คข้อมูลเธอผ่านเฟชบุ๊ค และต้องขอบคุณที่ผมกับเธอเป็นเพื่อนกันในเฟชบุ๊คมาก่อน เพราะเธอเคยมาข้อการบ้านผมล้อ ดังนั้น ผมพอจะเข้าไปสอดส่องความชอบของเธอผ่านหน้าไทม์ไลน์ได้ 

    แต่สิ่งที่ผมได้รับกลับมาเลยคือความว่างเปล่า ไม่ ไม่แปลกอะไร หน้าไทม์ไลน์ของผมก็ไม่ได้มีเรื่องเกี่ยวกับการมัดเชือกโพสอยู่เหมือนกัน ก็อย่างที่บอกไปล่ะนะ สังคมยังยอมรับเรื่องนี้ไม่ได้ แต่การที่เธอไม่โพสต์อะไรแบบนั้น ทำให้ผมมั่นใจอะไรได้อย่างหนึ่ง

    เธอคงอัดอั้นพอสมควรเลยสินะ ฟางเป็นเด็กสาวที่โวยวายแถมขี้หงุดหงิดอยู๋ไม่สุข จากนี้อาจจะเป็นเรื่องไม่สุภาพเล็กน้อย แต่ผมไม่คิดว่าเด็กอย่างเธอจะเคยสำเร็จความใคร่มาก่อน เธอน่าจะมองว่าของพวกนั้นเป็นเรื่องชั้นต่ำ รอวันแต่งงานค่อยว่ากันสินะ 

    เอาล่ะ เวรละ เหมือนสถานการณ์ตอนนี้จะพาไปสู่เลิฟซีนยังไงก็ไม่รู้ ผมควรจะออกไปร้านสะดวกซื้อแล้วซื้อถุงยางเตรียมไว้ก่อนรึเปล่า 

    แกร่ก! 

    “รกชิบ” 

    ขณะที่ผมกำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเสียงของฟางที่จัดข้าวของอยู่ด้านล่างก็ส่งเสียงหงุดหงิดมาถึงห้องชั้นบน 

    จะบอกว่าผมชอบเธอคนนั้นเหรอ ไม่น่า ถ้าเกิดให้เลือกใครมาเป็นแฟน เธอคนนั้นต้องไม่ใช่หนึ่งในตัวเลือกของผมแน่ เธอทั้งอยู่ไม่นิ่ง โวยวาย ใช้กำลัง 

    อย่างเดียวที่ผมสนใจคือเรือนร่างของเธอเท่านั้น ผมคิดว่าร่างกายของเธอถ้าได้ตกอยู่ในพันธนาการ เส้นเชือกที่รัดตามร่างกายคงขับเน้นความโค้งเว้าของเธอให้เด่นชัดขึ้นมาอีก 

    ถ้างั้นขอสรุปการประชุมกับตัวเองดังนี้ ตัวผมกับฟาง ความสัมพันธ์ก็คือ ผมมองฟางเหมือนกับผู้หญิงคนหนึ่งและหลงใหลในรูปร่างของเธอแต่ไม่ใช่ความรัก ส่วนทางด้านฟาง เธอไม่น่าจะหลงใหลอะไรในตัวผม ไม่สิ ตัวผมไม่น่าจะมีอะไรให้หลงใหลมากกว่า ผมเป็นเหมือนกับแค่เพื่อนคนแรกในโลกของเธอที่มีรสนิยมแบบเดียวกัน 

    ดังนั้น เรื่องเลิฟซีน ถุงยางอะไรแบบนั้น ไม่จำเป็น

    “นี่นาย ทำหน้าที่ของนายด้วยนะ ทางข้างล่างนี้กำลังสู้กับกองขยะอยู่ พร้อมกับความรู้สึกกลัวว่าจะมีหนูสักตัวโดดออกมารึเปล่า ถ้านายไม่เตรียมเชือกและห้องให้พร้อมสำหรับมัดฉันล่ะก็ นายโดนกระทืบแน่” 

    เธอส่งเสียงออกมาแล้วกับเป็นการข่มขู่ ผมถอนหายใจออกมา เธอช่างเป็นผู้หญิงที่ซื่อตรง แต่ความซื่อตรงนั้นอาจจะทำร้ายเธอในสักวัน ขณะเดียวกัน บางครั้งเธอก็ปกปิดความซื่อตรงของตัวเอง ปิดบังความต้องการแท้จริงไว้ จะเรียกว่าน่ารักก็ไม่ผิดนักหรอก

    เอาล่ะ เมื่อไม่ให้โดนกระทืบซึ่งผมไม่ได้กลัวแต่แรกอยู่แล้ว แต่อย่างที่ผมเคยบอกไปว่า เรือนร่างของฟางนั่นเหมาะแก่การมัดด้วยเชือกมาก ดังนั้นผมจึงเปิดตู้เก็บของออกมา 

    ในนั้นมีพวกหุ่นลองเสื้อที่ผมเอาไว้ฝึกมัด ไม้ไผ่ แล้วก็อุปกรณ์อีกหลายอย่าง แต่เพื่อไม่ให้ใบหน้าที่แสนหงุดหงิดและโวยวายของฟางต้องซีดเผือด ผมจึงหยิบออกมาเพียงแค่เชือกเท่านั้น 

    ในจังหวะเดียวกัน ผมก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนดังขึ้นมา เป็นเสียงฝีเท้าตุบตับราวกับวิ่งขึ้นมาด้านบน ราวกับเด็กน้อยที่ได้ยินว่า ‘มีของเล่นมาใหม่มาแล้วน้า’

    แอ๊ด! 

    บานประตูเปิดอออก พร้อมกับเสียงของฟาง 

    “เตรียมของเสร็จยัง” 

    ซึ่งในจังหวะก่อนหน้านั้น ผมก็รีบปิดตู้เก็บของเพื่อไม่ให้ลูกแกะตัวน้อยต้องผวาแล้วหนีไปก่อน 

    “ห๋า มีแค่เชือกเองเหรอ” 

    “อืม เธอแค่อยากจะถูกมัดไม่ใช่หรือ หรือหวังอะไรมากกว่านั้นล่ะ” 

    พอถามออกไปแบบนั้น ใบหน้าของเธอก็เหมือนกับลูกโป่ง ราวกับจะได้ยินเสียงดังเปาะเหมือนลูกโป่งแตก ตามด้วยใบหน้าที่เขินอาย 

    “หวังอะไรกัน ก็แค่อยากถูกมัดเท่านั้นเอง เท่านั้นเองจริงๆ!” 

    “ทำไมต้องโวยวายด้วย” 

    ผมถามไปแบบนั้นทำให้ฟางดูสงบลง แต่เธอก็หันไปมองสภาพของตัวเองก่อนจะพูดขึ้น 

    “ขอใช้ห้องอาบน้ำได้ไหม ทำความสะอาดบ้านนายที ตัวฉันเปื้อนฝุ่นไปหมดเลย” 

    “เอาสิ ห้องน้ำอยู่ด้านล่าง แต่ว่านะ” 

    “แต่ว่า?” 

    “เริ่มคิดไหมว่าสถานการณ์ตอนนี้เหมือนกับเป็นนิยายรักสักเรื่องที่กำลังจะเข้าฉากอิโรติก บางทีวันนี้พวกเราอาจจะมีเซ็กก็ได้นะ” 

    “ไอ้บ้า พูดอะไรออกมาเนี่ย!” 

    เธอหันไปหยิบหมอนมาขว้างใส่ผมพร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำ 

    อืม แค่เธอปาหมอนใส่ผมก็รู้สึกเจ็บแล้วแฮะ ไม่อยากนึกถึงตอนเธอชกหน้าผมเลย 

    “ก็แค่พูดในความเป็นไปได้เท่านั้นเอง เพราะงั้นฉันเลยคิดว่าจะไปซื้อถุงยางเผื่อเอาไว้” 

    “ใครจะไปมีเซ็กกับนายกัน หยี๋ แหวะ อยากจะอ้วก” 

    “อืม ฉันก็เหมือนกัน” 

    “นี่นาย ฉันมันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” 

    เธอพูดด้วยน้ำเสียงโมโหก่อนจะหยิบหมอนอีกใบมาปาใส่ผม 

    “ตกลงเธอต้องการยังไงกันแน่เนี่ย” 

    “ไม่รู้ ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต” 

    “ครับผม โรคจิตหนึ่งนายอยู่นี่ครับ แล้วอีกไม่กี่นาที ก็กำลังจะเล่นกับคนโรคจิตอีกคนด้วยรสนิยมวิปริตพร้อมกับความยินยอมพร้อมใจของคนทั้งคู่ ด้วยการพันธนาการเธอคนนั้นด้วยเชือกครับ” 

    “นี่นาย… กวนประสาทชะมัด” 

    “เอาเถอะ เธอไปอาบน้ำ ส่วนฉันก็ไปซื้อถุงยางเผื่อไว้ก่อน” 

    ผมกำลังจะเดินอออกจากห้องไป แต่ฟางก็เคลื่อนตัวเข้ามาฟางด้วยความรวดเร็วสมกับเด็กสาวที่ออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจ ไม่สิ ต้องเรียกว่าใช้กำลังมากกว่าสินะ แต่ตอนนี้เธอก็มายืนตรงหน้าผม ขวางผมไม่ให้ออกจากห้อง 

    “เป็นอะไรของเธอ” 

    “ไม่ต้องไปซื้อถุงยาง คนอย่างฉันไม่มีทางไปร่วมรักกับนายหรอก” 

    “ก็แค่เผื่อไว้เอง” 

    “ไม่ก็คือไม่ไง!” 

    “เฮ้อ เอาแต่ใจจังเลยนะ ถึงเวลาเกิดเรื่องแบบนั้นมา คนที่เดือดร้อนขึ้นมาก็คือเธอนะ” 

    “เหอะ ต่อให้ฉันถูกมัด ฉันก็กระทืบนายได้สบายๆ” 

    ผมถอนหายใจออกมาเป็นครั้งที่เท่าไรก็ไม่ทราบ 

    “ตามใจแล้ว แล้วแต่ละกัน เกิดอะไรขึ้นฉันไม่เกี่ยวด้วยนะ”

    หลังจากนั้น ฟางก็ลงไปอาบน้ำข้างล่าง ผมเตรียมผ้าเช็ดตัวไว้ให้เธอ ก่อนจะเดินขึ้นมาบนห้องเพื่อเตรียมเชือกพร้อมกับคิดว่าจะมัดเธอด้วยเงื่อนอะไร ให้เธอตกอยู่ในสภาพไหนดี ระหว่างที่ผมคิดแบบนั้น ผมก็ได้ยินเสียงของฟางจากด้านล่าง

    “นี่นาย” 

    เป็นน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจเท่าไร 

    “อะไรอีกล่ะคราวนี้ อยากให้ช่วยเช็ดตัวให้เหรอ” 

    “ไม่ใช่ นายไม่ได้เตรียมชุดให้ฉันเปลี่ยนเลยเหรอ” 

    “ก็เธอมีชุดนักเรียนของเธอแล้วนี่” 

    “มันเปื้อนผุดแล้วนะ” 

    “สะบัดๆ หน่อยก็เอามาใส่ได้แล้ว หรือว่า… นายรังเกียจฉันจนไม่อยากให้ฉันยืมชุดของนายเลยเหรอ” 

    เพราะเธออยู่ในห้องน้ำ แถมยังอยู่ด้านล่างอีก บวกกับน้ำเสียงนั้นแผ่วเบาเหลือเกิน ผมเลยไม่ค่อยได้ยินเสียงของเธอ 

    “ว่าไงนะ” 

    “เปล่าย่ะ ใส่ชุดเดิมก็ได้”

    และสุดท้ายเธอก็เดินขึ้นมาในห้องของผม ห้องของผมไม่ค่อยได้มีข้าวของตกแต่งมากนัก ออกจะราบเรียบเสียจนน่าเบื่อ ดูจากสีหน้าของฟางก็รู้แล้ว เหมือนเธอจะบอกว่าว่า ‘นายนี่เป็นคนน่าเบื่อเหลือเกินนะ’อะไรประมาณนั้นล่ะ

    “ถ้างั้น เราเริ่มกันเลยไหม” 

    ผมถามพร้อมกับสาวเชือกในมือเพื่อให้ถนัดต่อการมัด 

    “อืม แต่ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม” 

    น้ำเสียงของเธอตอนนี้ดูนุ่มนิ่มจัง เหมือนกับความหวาดกลัวผมกับความอยากรู้อยากเห็น 

    “ถามอะไรล่ะ” 

    “มันจะเจ็บรึเปล่า” 

    “เธออยากได้แบบนั้นล่ะ มัดเพื่อทรมาน หรือแค่ขยับตัวไม่ได้” 

    “จริงๆ ก็อยากจะลองโดนทรมานดู” 

    “ถ้างั้นก็อาจจะเจ็บนิดหน่อย แต่ฉันจะเบามือให้ละกัน” 

    “เหอะ เบามือเหรอ” 

    อยู่ๆ ฟางก็ส่งเสียงออกมาราวกับเป็นคนละคน 

    “ผู้ชายอย่างนายไม่ต้องเบามือหรอก ไม่สิ ต่อให้นายใส่มาสุดแรง ฉันก็ไม่รู้สึกอะไรหรอก” 

    คำพูดนั้นทำให้ผมคิ้วกระตุกเล็กน้อย แต่ถ้าเธอกำลังยั่วโมโหผมก็ต้องขอโทษด้วย เพราะผมไม่หลงกลง่ายขนาดนั้น 

    “อืม ตามนั้นละกัน แต่ก่อนอื่น เซฟเวิร์ดของเธอคืออะไรล่ะ” 

    “เซฟเวิร์ด?” 

    “เป็นคำพูดที่เอาไว้บอกเวลาเธอไม่ไหวแล้วน่ะ เผื่อฉันมัดแน่นเกินไป หรือว่าเธออยากเลิกกลางคันอะไรแบบนี้ เพื่อความปลอดภัยล่ะนะ” 

    “หึ เลิกกลางคันเหรอ ของแบบนั้นไม่จำเป็นสำหรับฉันหรอก” 

    “เอาน่า คำอะไรก็ได้ เผื่อไว้ก่อน” 

    “ไม่เอา ถ้านายอยากตั้งเซฟเวิร์ดนัก นายก็ตั้งเองสิ!” เธอโวยวายใส่ผม เป็นครั้งที่เท่าไรแล้วนะ

    “เฮ้อ…” 

    ผมถอนหายใจออกมา ไม่ทราบว่าเป็นครั้งที่เท่าไรเหมือนกัน 

    ผมกรอกสายตาเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมา

    “ถ้างั้น เพื่อความมั่นใจ เอาเป็นคำพูดที่เธอไม่มีทางพูดกับฉันดีไหม” 

    “ก็เอาสิ ตามใจนายเลย ยังไงฉันด็ไม่พูดอยู่แล้ว ถ้างั้น เซฟเวิร์ดคือ ‘ได้โปรดมีเซ็กกับฉันด้วยนะคะ เจ้านาย’ ดีไหม”

    พอผมพูดไปแบบนั้น ใบหน้าของฟางของแดงแจ๋อีกครั้ง เธอเหมือนจะหาข้าวของมาขว้างใส่ผม แต่แถมที่เธอยืนอยู่ก็ไม่อะไรให้ขว้างเลย เธอเลยหันมาโวยวายใส่ผมแทน 

    “ไอ้บ้า ทำไมฉันต้องพูดคำสัปดนพวกนั้นด้วย” 

    “ยังไงเธอก็ไม่มีทางพูดไม่ใช่เหรอ จะเดือดร้อนไปทำไม” 

    ผมยักไหล่ ทางด้านฟางเหมือนกันฟันนจนเห็นสันกราม เธอถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง 

    “เออ ก็ได้ รีบมัดฉันเร็ว”

    หลังจากนั้น บรรยากาศภายในห้องก็เต็มไปด้วยความเงียบนิ่ง ภายนอกหน้าต่างคือบรรยากาศยามเย็น แสงสีส้มสาดส่องเข้ามา ชายหนุ่มกับหญิงสาววนั่งอยู่กลางห้อง ตัวชายหนุ่มก็คือผมเอง ผมกำลังหยิบกำเชือกสามสี่กำมาวางข้างตัว ก่อนจะหันไปพูดกับเด็กสาว หรือก็คือฟาง

    “เอาแขนมาพาดไว้ด้านหลัง” 

    “แบบนี้เหรอ” 

    เธอถามพร้อมกับเอาแขนมาไว้ด้านหลังเป็นแนวตรงข้อมือติดกัน เป็นท่าทางการถูกมัดที่เห็นได้ในหนังหรือละครทั่วไป 

    “ไม่ใช่” 

    “แล้วต้องทำยังไงเล่า! นายจัดท่าเองเลยไม่ง่ายกว่าเหรอ” 

    “เธอจะไม่ถือเหรอ แตะเนื้อต้องตัวอะไรแบบนี้” 

    “เหอะ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงคิดเล็กคิดน้อยขนาดนั้นหรอกน่า มัดฉันได้แล้ว ไอ้บ้า” 

    “ตามนั้นครับ ทาสตัวน้อยของผม” 

    “ท ทาสตัวน้อยเหรอ” 

    เธอดูอึกอักเมื่อผมพูดแบบนั้นออกไป ปากของเธออ้าออกเหมือนต้องการจะพูดบางอย่างออกมา ท่าทางเหมือนกับคนอยากพูดอะไรสักอย่างแต่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรสักอย่าง 

    “ใครเป็นทาสตัวน้อยของนายกัน” 

    “ก็ตอนนี้เธอกำลังจะถูกมัน ตกอยู่ในพันธนาการ เป็นทาสของฉันไง อีกอย่าง พื้นฐานการมัดเชือกแบบบนี้ก็มาจากญี่ปุ่น สำหรับพวกทาสห เชลย หรือนักโทษ”

    “หึ คนอย่างฉันไม่มีทางเป็นทาสของนายหรอก” 

    เธอพูดอย่างมั่นใจ จากนั้นผมก็เริ่มจับแขนของเธอมาไว้ด้านหลัง ปลายขนของเธออยู่บริเวณกลางหลังอยู่ติดกันเป็นแนวขนาน ผมค่อยๆ ใช้เชือกมัดบริเวณนั้น ระหว่างที่เชือกค่อยๆ ลากไปตามนั้น นิ้วผมก็ลูบไล้ข้อมือของเธอไปด้วย

    “ผิวเธอนี่… นุ่มจังเลยนะ” 

    “แน่นอน เพราะฉันบำรุงมาดีไงล่ะ” 

    “เธอดูเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองเหลือเกินนะ” 

    “หึ แน่นอนอยู่แล้ว” 

    เธอยักไหล่และสูดหายใจด้วยความภาคภูมิ จากนั้นผมก็มัดเชือกลบริเวณแขนของเธอเสร็จ จากนั้นก็ลากเส้นเชือกไปบริเวณเหนือหน้าอกของเธอ นั่นทำให้ฟางตกใจจพอสมควร

    “นี่นาย แบบนี้มันลวนลามกันชัดๆ เลยนะ” 

    “ในภาพที่เธอดูก็มีนางแบบโดนมัดแบบนี้ไม่ใช่เหรอ อีกอย่าง นี่มันเงื่อนพื้นฐานเลยนะ” 

    “ห เหรอ จริงสินะ ต่อให้คนอย่างนายมาลวนลามฉัน ฉันก็แก้มัดแล้วสวนกลับนายได้อยู่แล้ว ไม่เห็นมีอะไรต้องห่วงเลย” 

    “ก็ตามนั้นล่ะ”

    ผมลากเส้นเชือกผ่านหน้าอกของเธออ้อมกลับมายังท่อนแขนของเธออีกครั้ง พันร่างกายเธอบรเวณเหนืออกประมาณสองรอบ ระหว่างนั้นผมก็สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นของเธอที่ส่งออกมา

    “ตื่นเต้นใช่ไหมล่ะ” 

    “ก็… อย่าพูดมากน่า ทำหน้าที่ของนายไป ไอ้บ้า”

    คล้ายกับเรื่องเรื่องสั้นทรมานพันธนาการ BDSM (รวม) ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    450K 1842
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570