สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 บทที่ 66 สังหารบอส

            อย่างไรก็ตาม ซุนเฟยไม่จำเป็นต้องรีบไปท้าทายกับลาสบอสของ‘ค่ายโร้ก’ หลังจากที่เขาเข้าไปในอารามที่แรกที่เขาต้องไปอยู่บริเวณรอบนอกของอาราม...นั่นคือ ‘ค่ายทหาร’

            ตรงส่วนลึกสุดของ ‘ค่ายทหาร’ จะมีค้อนวิเศษที่สามารถสร้างไอเทมเวทมนตร์ได้จะต้องไปหยิบค้อนนั้นมาแล้วกลับไปที่‘ค่ายโร้ก’ มอบมันให้แก่ NPC ช่างตีเหล็กชาร์ซี และนางจะสร้างไอเทมที่มีคุณสมบัติเวทมนตร์ให้เขา

            ตามแผนที่ที่อยู่ในความทรงจำของเขาที่เคยเล่นเกมคอมพิวเตอร์ที่โลกเก่าย้อนนึกถึงเส้นทางต่างๆ ไม่ช้าเขาก็หา ‘ค่ายทหาร’ พบ สถานที่ที่เรียกว่า ‘ค่ายทหาร’ ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเขาวงกตขนาดใหญ่ที่มีระเบียงทางเดินทอดยาวติดต่อกันไม่มีที่สิ้นสุดและยังมีห้องมืดๆ ที่ทำให้ผู้คนสับสนเหมือนอยู่ในสุสานใต้ดินที่มืดมิดระหว่างที่เดินก็จะได้ยินเสียงคำรามและเสียงลมปริศนา บนพื้นเต็มไปด้วยหนูตัวใหญ่สีดำวิ่งวุ่นไปหมดทุกที่จะได้กลิ่นเลือดและกลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้ง ชวนให้รู้สึกหดหู่มาก

            ตามระเบียงทางเดินและห้องมืดจะมีเหล่ามอนสเตอร์และปีศาจอยู่เต็มไปหมดซึ่งจะมีมอนสเตอร์เลเวลสูงตัวใหม่มากมายผุดขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น ‘เดวิลคลิน’ ‘โครงกระดูก’ ‘โร้กมืด’‘เดวิลคลินชาแมน’ ทุกๆ ย่างก้าวเต็มไปด้วยหยาดเลือดอันตรายมีอยู่ทุกที่

            ก้าวแรกที่เหยียบย่างเข้าไปใน ‘ค่ายทหาร’ การต่อสู้จะมีมาเรื่อยๆ หลังการต่อสู้นองเลือดผ่านไปนานกว่าครึ่งชั่วโมงซุนเฟยและเอเลน่าที่มีเลือดและเศษเนื้อบางส่วนเปื้อนร่างในที่สุดตอนนี้พวกเขาก็มาถึงห้องที่ใหญ่ที่สุดซึ่งเป็นห้องที่เก็บค้อนวิเศษไว้

            “เอเลน่า ในห้องนี้จะต้องมีค้อนอย่างแน่นอน แต่มันจะมีมอนสเตอร์ที่ดุร้ายและแข็งแกร่งอย่าง‘ช่างตีเหล็กผู้ร่วงหล่น’ คอยปกป้องไว้ตอนที่พุ่งเข้าไปข้างใน เจ้ารีบยืนอยู่ด้านหลังข้าไว้ อย่ามุทะลุเหมือนคราวที่แล้วที่อยู่ในเมืองทริสแทรมนะจำได้ไหม?”

            ก่อนที่จะเข้าไปสู้กับ ‘ช่างตีเหล็กผู้ร่วงหล่น’ซุนเฟยก็พลันนึกอะไรออกแล้วหันกลับมากำชับ

            “ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ นายท่าน” เอเลน่าได้ยินซุนเฟยพูดก็ก้มหน้าลงเหมือนหญิงคนรักที่ยืนอยู่ในเงามืดอย่างเงียบๆ แสงไฟที่ลุกไหม้อยู่ไม่ไกลสะท้อนเงามืดของร่างอรชรงดงามของนางทาบทับบนพื้นสร้างภาพส่วนเว้าส่วนโค้งที่งดงามน่าชม เอเลน่าตอบกลับมาอย่างนุ่มนวลว่า “นายท่านครั้งนี้ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังอย่างแน่นอน”

            ซุนเฟยชะงัก

            ไม่รู้ทำไมเขาถึงพบว่าท่าทางของเอเลน่าในวันนี้ถึงได้เปลี่ยนไปอย่างแปลกประหลาด นางเป็นคนเลือดเย็นเสมอในยามต่อสู้กับปีศาจดุจเทพแห่งความตายที่ดุดันและเหี้ยมโหด ลูกธนูทะยานออกไปอย่างรวดเร็วไม่ปล่อยให้ศัตรูได้มีโอกาสรอด ขับให้แสงหลากสีของไอเทมเวทมนตร์บนร่างของนางโดดเด่นมากยิ่งขึ้นราวกับเป็นเทพธิดานักรบที่งดงาม…แต่ยามที่คุยกับเขากลับแสดงท่าทีนุ่มนวลอ่อนหวานออกมา แม้กระทั่งท่าทางประหม่าขี้อายนิสัยทั้งสองอย่างนี้ไม่ทีจุดไหนที่เข้ากันเลย แต่กลับรวมอยู่ในร่างของนางเพียงคนเดียว

            “ฮึๆ หรือว่าสาวงามคนนี้จะชอบข้า?”

            ซุนเฟยหัวเราะอย่างพอใจ เขาเป็นห่วงเอเลน่าตามสัญชาตญาณดังนั้นจึงหันหลังมากำชับอีกครั้ง “ยังมีอีกนะสิ่งสำคัญที่ต้องระวังคือความปลอดภัย หากสถานการณ์เลวร้ายเมื่อไรเจ้าต้องรีบวิ่งหนีไป...ไม่ต้องห่วงข้า พอถึงเวลาข้าเอาตัวเองรอดได้”

            ……

            สามนาทีต่อมา

            ในที่สุดซุนเฟยก็เข้าใจแล้วว่าไอ้สิ่งที่กังวลพร่ำบอกก่อนหน้านี้มันงี่เง่าสิ้นดี ในความทรงจำของเขา ‘ช่างตีเหล็กผู้ร่วงหล่น’ ร้ายกาจมาก แต่ด้วยการร่วมมือกันของซุนเฟยและเอเลน่าในการสังหารมันเหงื่อยังไม่ทันออกเลยด้วยซ้ำ เหมือนคนแปลกหน้าเดินสวนกันมันคำรามไม่กี่ทีมันก็สิ้นบุญเสียแล้ว แม้แต่ ‘น้ำยารักษาชีวิต’สักขวดซุนเฟยยังไม่ทันจะได้ดื่มเลย

            “เฮ้ย! ไอ้ลูกหมานี่ อะไรจะตายไวขนาดนี้ แถมไอเทมที่ให้ก็กระจอกสิ้นดี!”

            เมื่อเห็นเมจิคไอเทมสองสามชิ้นตกบนพื้น ซุนเฟยก็อดไม่ได้ที่จะเตะศพ‘ช่างตีเหล็กผู้ร่วงหล่น’ แรงๆทีหนึ่ง จนร่างสูงใหญ่ปลิวไปไกลถึงสองเมตร นอกจากพลังมหาศาลแล้วก็ไม่มีอะไรดีสักนิด

            เป็นบอสเหมือนกันแท้ๆ แต่ทำไมถึงได้ต่างชั้นกันขนาดนี้? ถึงเคานต์เตสที่เป็นบอสของ ‘หอคอยที่ถูกลืม’ ถึงจะไม่มีไอเทมดีๆ ให้แต่หลังจากที่ตายยังให้โชคถึงห้าพันเหรียญทองเชียวนะส่วนเจ้าไม่เพียงไอเทมจะห่วย เหรียญทองสักเหรียญก็ไม่มี เจ้านี่มันทั้งน่าเกลียดทั้งขี้เหนียวแล้วยังยังจนอีกด้ยหรือ ซุนเฟยก่นด่ามันในใจ

            แต่ที่ทำให้ซุนเฟยรู้สึกพอใจเล็กน้อยคงเป็นค่าประสบการณ์ที่ได้จาก ‘ช่างตีเหล็กผู้ร่วงหล่น’ที่มันมากมายพอสมควร

            ในที่สุดเลเวลซุนเฟยก็อัพแล้ว

            ก่อนหน้านั้นไล่ฆ่ามอนสเตอร์ตัวเล็กตัวน้อยจนเลเวลอัพไปหนึ่งแต่ตอนนี้ตัวละครคนเถื่อนได้เลเวลอัพถึงเลเวล 14 แล้วซุนเฟยครุ่นคิดเกี่ยวกับคะแนนที่ได้รับว่าจะนำไปเพิ่มคะแนนคุณสมบัติอย่างไรนอกจากนี้ เขายังได้รับคะแนนทักษะสองคะแนนซึ่งเพิ่มให้ทักษะ ‘ค้นหาน้ำยา’ และ ‘ควบคุมดาบ’อย่างละ 1 คะแนน

            หลังจากเก็บไอเทมที่ร่วงออกมาหลังจากที่มอนสเตอร์ตายเรียบร้อยแล้วเขาก็ตรวจสอบสภาพของตนแล้ว พบว่าหลังการต่อสู้อย่างหนักหน่วงถึงสองรอบความทนทานของไอเทมและอาวุธก็ลดลงไปมาก น้ำยาที่พกมาด้วยก็ใกล้จะหมดดังนั้นซุนเฟยจึงเปิดใช้ ‘ม้วนคัมภีร์กลับเมือง’ เพื่อกลับไปที่‘ค่ายโร้ก’

            ซุนเฟยไปหา NPC ช่างตีเหล็กชาร์ซีจากนั้นก็มอบค้อนวิเศษให้แก่สาวน้อยหน้าเศร้าคนนี้

            “ว้าว ไม่อยากจะเชื่อจริงๆ คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะสามารถสังหาร ‘ช่างตีเหล็กผู้ร่วงหล่น’ แล้วนำค้อนนี้มาได้นี่มันสุดยอดมาก! นักรบผู้กล้าหาญ เจ้าจะได้รับมิตรภาพจากข้า เพื่อเป็นการขอบคุณ ข้าจะยอมสร้างไอเทมเวทมนตร์ให้แก่เจ้าหนึ่งอย่าง!”เมื่อช่างตีเหล็กสาวได้เห็นค้อนวิเศษ ดวงตาก็เป็นประกายความเศร้าทั้งหมดดูเหมือนจะหายไปในพริบตา ใบหน้างามเผยรอยยิ้มสว่างไสวออกมา ราวกับว่าจิตวิญญาณและสีสันของชีวิตที่หายไปได้ฟื้นกลับมาอีกครั้งแสดงท่าทางสมวัยออกมา ดวงตาที่สวยงามเปล่งประกายแสงระยิบระยับทัศนะคติที่มีต่อซุนเฟยก่อนหน้านี้ก็เปลี่ยนไปทันที

            การเปลี่ยนแปลงแบบนี้ ทำเอาซุนเฟยประหลาดใจเล็กน้อย

            เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นตอนนี้ไม่เหมือนในเกมคอมพิวเตอร์โลกเก่าสักนิด

            ในใจของซุนเฟยพลันตื่นเต้นงูบนหัวเริ่มระริกระรี้พูดคุยจู๋จี๋กับช่างตีเหล็กสาว ทั้งสองคนต่างสนทนากันอย่างถูกชะตาสุดท้ายชาร์ซีก็ลดราคาเป็นพิเศษถึงแปดเปอร์เซ็นต์อย่างใจป้ำในการซ่อมไอเทมและอาวุธให้แก่ซุนเฟยและยังกล่าวกับซุนเฟยว่าต่อจากนี้แค่ซุนเฟยต้องการก็สามารถมาซื้อไอเทมและอาวุธกับนางที่นี่แล้วนางจะลดราคาให้แปดเปอร์เซ็นต์

            สิ่งนี้ยิ่งทำให้ซุนเฟยรู้สึกปลื้มเข้าไปอีก

            แต่เขาก็ยังไม่ได้เลือกไอเทมอุปกรณ์ในทันที นี่เป็นโอกาสอันล้ำค่าซุนเฟยจำเป็นต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบในการเลือกไอเทมเวทมนตร์ที่เหมาะสมที่สุด

            เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ซุนเฟยก็ควักเมจิคไอเทมในกระเป๋าทั้งหมดออกมาขายเพื่อสะสมทุนทรัพย์ของตัวเองตอนนี้ซุนเฟยกลายเป็นมหาเศรษฐีที่มีเงินถึงห้าหมื่นสี่พันเหรียญทอง เขาเห็นทหารรับจ้างสาวเอเลน่ายืนอยู่ข้างๆใจก็พลันกระตุกเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจซื้อไอเทมและชุดเกราะที่เหมาะกับนางสักสองสามชิ้น

            “นายท่านซุนเฟย ขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ!”

            เมื่อเอเลน่าได้เปลี่ยนไอเทมใหม่ยิ่งเสริมให้นางดูกล้าหาญมากขึ้นร่างผอมบาง นิสัยดี เหมือนเทพธิดานักรบตกสวรรค์ก็ไม่ปาน ผมสีแดงของนางปลิวไปตามสายลมเหมือนเปลวไฟกำลังลุกไหม้ บวกกับผิวขาวเนียนละเอียดของนางที่ขาวเหมือนน้ำนมพร้อมใบหน้าสวยกลิ่นอายที่ไม่สามารถบรรยายได้แผ่กระจายออกมาจากร่าง ไม่แปลกเลยที่นางจะได้ขนานนามว่าเป็น‘ดอกไม้โร้ก’ ที่สวยที่สุดของค่าย

            NPCช่างตีเหล็กชาร์ซีที่ยืนอยู่ข้างๆ มอง ‘ดอกไม้โร้ก’ที่เย็นชาสูงส่งที่กำลังแย้มยิ้มออกมายามที่อยู่ตรงหน้าซุนเฟย พาลรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยในสายตาของนางมันเป็นประกายแปลกๆ

            ……

            ……

            “.....”

            “...ยามมวลผกาที่สดใสได้พบนาง ยังต้องเหี่ยวเฉา”

            “ยามสายลมได้ยินเสียงนาง ยังต้องเงียบสงัด”

            ยามพระอาทิตย์ได้พบรอยยิ้มนั้นของนาง ก็พลันประหม่าอย่างอาดูร”

            นี่เป็นบทกวีสั้นๆ ที่นักกวีของแผ่นดินโร้กได้ใช้อธิบายถึงความงามของแม่ชีแอนเดเรียเมื่อนานมาแล้วในอารามศักดิ์สิทธิ์ของ ‘ที่ราบสูงไท้หมัว’ บนแผ่นดินโร้กมีสาวงามคนหนึ่งที่เป็นที่ภาคภูมิใจของคนทั้งแผ่นดินนามว่าแอนเดเรียมีผู้ชายมากมายต่างหลงรักนาง มีผู้หญิงมากมายที่อิจฉานาง...สาวกำพร้าที่เกิดมาพร้อมกับชื่อของทูตสวรรค์ ทุกการกระทำของนางต่างดึงดูดความสนใจของคนทั้งแผ่นดินแม้แต่นักบวชที่เคร่งครัดที่สุด เมื่อได้เห็นนางก็แทบจะลืมเลือนพระเจ้าไป

            แต่ต่อมา เพราะสาเหตุลึกลับบางอย่างที่คนไม่รู้สาวงามนางนี้ได้ไปตกหลุมรักกับจอมปีศาจ Diablo ที่น่ากลัวในตำนานและได้รับพลังชั่วร้ายมหาศาลจนกลายเป็นปีศาจสาวที่น่ากลัวที่สุดในแผ่นดินโร้กนางยึดครองอาราม สังหารแม่ชีและพระทั้งหมด เปลี่ยนอารามของ ‘ที่ราบสูงไท้หมัว’กลายเป็นนรกในโลกมนุษย์นอกจากนี้ยังปิดกั้นเส้นทางเดินทางฝั่งตะวันออกของแผ่นดินโร้กและ ‘ลุกค์ โกลไลน์’ ทำให้แผ่นดินโร้กกลายเป็นเกาะโดดเดี่ยว

            เส้นทางระหว่างไปอารามซุนเฟยได้ฟังเรื่องราวจากปากของเอเลน่าเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่น่าเศร้า

            “แม่ชีรักกับจอมปีศาจ? พลังแห่งความรักยอดเยี่ยมจริงๆ...เอเลน่าถึงเวลาในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายแล้ว เมื่อเดินข้ามประตูตรงหน้า พวกเราก็จะไปเผชิญหน้ากับปีศาจสาวแอนเดเรียที่น่าเกรงขามที่สุดของแผ่นดินโร้กแล้วเจ้าต้องจำไว้นะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เจ้าจะต้องอยู่ห่างจากปีศาจสาวไว้สามสิบเมตรเข้าใจไหม?” พวกเขายืนอยู่ตรงปากทางห้องโถงชั้นที่สี่ของสุสานใต้ดินอารามศักดิ์สิทธิ์ซุนเฟยยังคงย้ำเตือนเอเลน่าอีกครั้ง

            เมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้วพวกเขาสองคนต่างกวาดล้างเหล่ามอนสเตอร์ที่อยู่ในอารามทั้งหมดและในที่สุดก็หารังของแอนเดเรียพบก่อนจะผลักประตูไม้บานยักษ์เข้าไป ด้านหลังบานประตูมีแอนเดเรียที่เป็นลาสบอสที่น่ากลัวที่สุดในแผนที่ของ‘ค่ายโร้ก’ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะต้องมีการต่อสู้ที่ดุเดือดรอต้อนรับพวกเขาทั้งสองคนแน่นอน

            เอเลน่าดูเคร่งเครียดเล็กน้อย แต่ก็ยังคงพยักหน้าเข้าใจอย่างแน่วแน่

            ------------------------

    คล้ายกับเรื่องสดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    นิยาย แฟนตาซี
    235K 400
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734