วิญญาณมังกรในร่างกายหลงเหยียนแข็งแกร่งมากพลังวิญญาณเปลี่ยนไป ทรงพลังมากกว่าเดิม พลังปราณที่มหาศาลกำลังบ้าคลั่งกายสุริยะใช้แสงอาทิตย์ในการแปรเปลี่ยนเป็นพลังแห่งหยางจากนั้นก็หลอมกลายเป็นพลังปราณในร่างกาย ส่วนหลงเหยียนก็เพิ่งกลืนลูกแก้วปีศาจของหมาป่าจันทราบวกกับหญ้าวิเศษที่หลอมเข้าร่างกายอีกหลายต้น
ทั้งหมดนี้รวมกันทำให้ระดับพลังของหลงเหยียนเพิ่มขึ้นไปถึงระดับชีพมังกรขั้นที่ห้า
“เลื่อนระดับซะ!”
“โฮก!” เสียงมังกรคำรามพลังปราณที่บ้าคลั่งพุ่งเข้าไปถึงเส้นพลังขั้นที่ห้า ครั้งนี้ เขาไม่สนว่าต้องเจ็บปวดเพียงใดกลับกัน เขารู้สึกว่าทั้งหมดนี้นั้นราบรื่นมาก พลังเลื่อนขึ้นไปถึงขั้นที่ห้าแล้ว
ไม่เพียงแค่ตระกูลหลงเท่านั้นแขกทุกคนที่อยู่ในตระกูลหลงอ้าปากค้างที่ประหลาดใจยิ่งกว่าก็คือผู้นำตระกูลเซียวและคนอื่นๆ ในตระกูลเซียว
“นี่... เจ้าหมอนี่มันสุดยอดเหลือเกิน นึกไม่ถึงเลยจริงๆครึ่งเดือนก่อนเขายังมีพลังระดับชีพมังกรขั้นที่สามอยู่เลยผ่านไปแค่ไม่กี่สิบวันพลังจะเลื่อนขึ้นมาถึงขั้นที่ห้าแล้ว พรสวรรค์สูงเช่นนี้เกรงว่าในเมืองมังกรคงไม่มีใครเหมือนแล้ว”
เซียวกงเป้านึกในใจหากยังปล่อยให้เขาเติบโตแบบนี้ต่อไป เกรงว่าเขาต้องเป็นต้นกล้าที่ดีแน่
คนที่มีพรสวรรค์สูงเพียงนี้ผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงคงชื่นชอบไม่น้อย...
“ไม่เสียแรงที่เป็นหลานในตระกูลหลง ฮ่าๆๆๆ ...ถ้าให้เหยียนเอ๋อฝึกหมัดสายฟ้าแปดทิศและหมัดมายาสำเร็จเกรงว่าคงรับมือชีพมังกรขั้นที่เจ็ดได้แล้ว” ผู้อาวุโสไม่สามารถเก็บความดีใจนี้ไว้ได้
ยิ่งไปกว่านั้นผู้อาวุโสแห่งตระกูลยังรับรู้ได้ว่าชีพมังกรของหลงเหยียนแข็งแกร่งกว่าคนรุ่นหลังในตระกูลหลงเสียอีก
ตอนนี้เกรงว่าการเอาชนะหลงอวี่ซีคงไม่ใช่เรื่องยากหลงเหยียนประกายรอยยิ้มที่มุมปาก กวาดตามองผ่านคนอายุน้อยในตระกูลหลงข้างล่างในนั้นเป็นบรรดาคนที่เคยรังแกตนมาก่อน แล้วเขาก็อดสั่นไม่ได้...
เชื่อว่าครั้งนี้คงไม่มีใครกล้าขัดขวางไม่ยอมให้หลงเหยียนได้รับวิชาสองเล่มนั้นแล้ว ผู้อาวุโสมองหลงเหยียนด้วยความพอใจพยักหน้าอย่างชื่นมื่น เรื่องในวันนี้ทำให้เขาปลื้มปีติเหลือเกินน่าเสียดายที่หลงอีไม่ได้เห็นภาพนี้กับตา
ขณะที่ผู้อาวุโสกำลังดีใจอยู่นั้นเซียวหยุนเหว่ยก็พาคนพุ่งเข้ามาถึงสนามประลอง โดยเฉพาะเซียวกงเป้าที่ยืนอยู่ข้างกายเขาจ้องมาที่หลงเหยียน แววตาประกายความเยือกเย็น
ผู้อาวุโสพูดด้วยความประหลาดใจ“ผู้นำตระกูลเซียว ไม่ทราบว่าพวกท่านเข้ามาเพราะเหตุใด?”
เซียวกงเป้ายื่นมือชี้หลงเหยียนที่อยู่ตรงหน้า“ผู้เฒ่าหลง เมื่อครู่ หลงเหยียนมีพลังระดับชีพมังกรขั้นที่สี่ กดทับเด็กอัจฉริยะในตระกูลหลงเป็นการเปิดหูเปิดตาข้าพวกเรามาก็เพราะอยากแสดงความยินดีที่ตระกูลหลงพบเด็กมีพรสวรรค์สูงเช่นนี้ อีกอย่างพวกเรายังมีคำถามที่ต้องการคำตอบ”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเคารพทว่าขณะที่หันไปมองหลงเหยียน แววตากลับแผ่รังสีสังหาร
“อ้อ? มีคำถาม? ถึงกับต้องมากันทั้งหมดเลยงั้นหรือหรือจะมาหาเรื่องเหยียนเอ๋อ?”
ขณะที่เขามองเหยียนเอ๋อด้วยความแค้นหลงเหยียนก็เข้าใจแล้วว่าเพราะอะไร
ต้องเป็นเพราะคนของตระกูลเซียวเห็นธาตุหินที่เปล่งประกายนั่นแน่ทั้งยังมีประสงค์จากหลงหลิง เมื่อหลายวันก่อน หลงเหยียนตอนเซียวปิงหลาน คาดว่าคนตระกูลเซียวคงนำตัวกลับไปแล้วรวมถึงบรรยายถึงลักษณะของหินก้อนนั้น แล้วยังมีหญิงงามอีกคน
ผู้อาวุโสดูออกว่าต้องเกิดเรื่องจึงหันกลับมามองหลงเหยียนแล้วหลีกทาง
“เหยียนเอ๋อ เจ้ามีเรื่องอะไรปิดบังข้าหรือไม่?”
หลงเหยียนส่ายหน้า“ท่านปู่ หลานไม่มี” นึกไม่ถึงว่าหลงเหยียนจะตอบกลับด้วยเสียงที่ใสซื่อเช่นนี้
“เจ้าโกหก เจ้าหนุ่ม เจ้าไปก่อเรื่องอะไรไว้มีหรือที่จะลืมเลือนเร็วเช่นนี้ ลูกชายข้าเซียวปิงหลานพบก้อนหินลอยอยู่แถวเขาหยุนอู่ ต่อมามีคนมาชิงไป แถมยังถูกตอนอีกด้วยเจ้าคงไม่คิดแก้ตัวอีกใช่หรือไม่ หินก้อนนั้นเหมือนที่ลูกข้าพูดถึงไม่มีผิด”
ขณะที่พูดนั้นเซียวกงเป้าก็โมโหมากมองไปทางผู้อาวุโส “เขานั่นแหละ ตอนนั้นข้างกายยังมีสตรีอีกนางหนึ่งต้องเป็นหญิงที่ลึกลับเมื่อครู่แน่ ตอนนี้เจ้ายังปฏิเสธอยู่หรือไม่?”
“เป็นเช่นนั้นหรือ?” ผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงแผ่กระจายรังสีที่น่าเกรงขามออกมาทว่าหลงเหยียนกลับยืดตัวมองเซียวกงเป้า
“เปล่านะขอรับ หลานไม่เคยเจอเขามาก่อนข้ากล้าสาบานกับท่านปู่เลยว่าไม่เคยทำเรื่องแบบนั้น” หลงเหยียนปากแข็งไม่ยอมรับความจริงเหงื่อเริ่มซึมออกจากรูขุมขนแล้ว หากเขายอมรับจริงๆเกรงว่าผู้อาวุโสก็คงไม่ช่วยเขาแน่ เขาคงไม่ยอมมีเรื่องกับทั้งตระกูลเซียวเพราะตน
“แล้วเรื่องหินที่มีแสงเรืองรอง กับสตรีลึกลับนั่นเป็นอย่างไรกันแน่?”
หลงเหยียนยังคงปฏิเสธ“ในใต้หล้านี้มีหินมากมาย ความจริงก็ไม่ได้มีหินก้อนเดียวสักหน่อยที่มีแสงสีขาวยิ่งไม่ต้องพูดถึงสตรีเลย ใต้หล้านี้มีหญิงเต็มไปหมดเพราะอะไรถึงมั่นใจนักหนาว่าเป็นข้า อีกอย่างอย่าคิดว่าจะเอาตำแหน่งคนตระกูลเซียวมากดข้า ข้าจะกลัวเจ้าหรือไงในตระกูลหลงของข้า เจ้าอย่าคิดมาข่มข้าเลยเสียดีกว่า”
นึกไม่ถึงว่าหลงเหยียนจะใจกล้าเพียงนั้นถึงได้กล้าพูดแบบนั้นกับเซียวกงเป้า ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่าเซียวกงเป้าเป็นคนที่โหดร้ายมากแต่ตอนนี้มีผู้อาวุโสอยู่ด้วย ทำให้เขาไม่กล้าทำอะไรเวลานี้เขาโมโหจนจิกเล็บแทงเข้าไปในเนื้อ หากเป็นคนอื่นคงกลัวจนปัสสาวะราดแล้วแต่หลงเหยียนยังคงกัดฟันแน่น ไม่ยอมรับผิด
“พอได้แล้ว พวกเจ้าไม่ต้องเถียงกันอีก ในเมื่อเป็นเรื่องที่เหยียนเอ๋อไม่ได้ทำคาดว่าผู้นำตระกูลเซียวและคนอื่นก็คงได้ยินแล้วเช่นกันเห็นแก่ความสัมพันธ์ที่ข้ามีต่อผู้เฒ่าตระกูลเซียว เรื่องนี้มอบให้ข้าสืบเองเถิดแล้วข้าจะให้คำตอบที่พวกท่านพอใจ”
ผู้อาวุโสพูดเช่นนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาต้องปกป้องหลงเหยียนแน่...
ในเมื่อเซียวกงเป้าเซียวหยุนเหว่ย และคนอื่นๆ ล้วนมีพลังระดับชีพมังกรขึ้นที่เก้าแรกเริ่มยังไม่สามารถรับมือผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงที่มีพลังขั้นที่เก้าสูงสุดได้คนของตระกูลเซียวจึงจำต้องยอม
แม้เซียวกงเป้าจะโกรธแค้นและอยากสังหารหลงเหยียนมากแต่ก็รู้ดีว่าเวลานี้คงทำไม่ได้ หากยังรั้น เรื่องในวันนี้ต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่เพราะอย่างไรเสีย วันนี้ก็เป็นงานประลองยุทธ์ของตระกูลหลง
รอมีโอกาสเมื่อไรเขาต้องไม่ปล่อยหลงเหยียนไปแน่เซียวกงเป้าไม่เชื่อว่าหลงเหยียนจะไม่ออกจากตระกูลหลงเลยแม้แต่ก้าวเดียว
ไม่ว่าใครก็มิกล้าล่วงเกินผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงอีกอย่าง หลงอวี่ซีกับเซียวปิงหลานมีหมั้นหมายความสัมพันธ์ทำให้เซียวหยุนเหว่ยปวดหัว ช่างเถิด...วันนี้พวกเขาจะไม่เอาเรื่องหลงเหยียน
“งั้นก็ได้ ผู้เฒ่าหลง พวกเราขอตัวกลับก่อน แต่หลังจากนี้อีกครึ่งเดือนระหว่างเราสองตระกูลจะมีการแข่งขันล่าสัตว์ ถึงวันนั้นทุกอย่างยังคงเหมือนเช่นเคย” หลังจากพูดจบ เซียวหยุนเหว่ยและคนอื่นๆก็เดินจากไปด้วยความโมโห
ถึงกระนั้นก็สามารถรับรู้ได้จากแววตาของเขาความดุร้ายที่ประกายออกมาบ่งบอกชัดเจนแล้ว ไม่จำเป็นต้องพูดมากความผู้อาวุโสเข้าใจดี เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ วันใดวันหนึ่งคนของตระกูลเซียวต้องต่อต้านตระกูลหลงอู่แน่
เซียวหยุนเหว่ยจากไปแล้วเซียวกงเป้าและบุตรชายคนที่สอง เซียวปิงมั่วจากไปเป็นคนสุดท้ายเขามองหลงเหยียนด้วยความเหลืออดแล้วชี้หน้า “หากเจ้าทำร้ายพี่ชายข้าจริงๆข้าจะฉีกเจ้าแหลกเป็นชิ้น อย่างไรก็ดี ข้าขอเตือนไว้เจ้าอย่าได้เข้าร่วมการแข่งขันล่าสัตว์ มิเช่นนั้นข้าต้องฆ่าเจ้าแน่”
เซียวปิงมั่วอายุน้อยทว่ากลับมีพลังชีพมังกรชั้นที่เจ็ดแล้วได้ยินมาว่าเขาเป็นคนที่โหดร้ายยิ่งกว่าพี่ชาย ชั่วช้าไม่น้อยไปกว่าบิดาเขาเลย
“ไสหัวไป พ่อเจ้ายังขู่ข้าไม่ได้เลย แล้วเจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร?” หลงเหยียนไม่เกรงกลัว จ้องเขาด้วยสายตาท้าทาย ดูเหมือนอีกหน่อยเขาต้องระวังเจ้าหมอนี่ให้มากกว่าเดิมแล้ว
เซียวปิงมั่วยังอยากพูดอะไรอีกแต่กลับถูกสายตาที่ร้ายกาจของผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงสร้างความตกใจจึงรีบเร่งฝีเท้าเดินตามคนตระกูลเซียวกลับไป...
หลังจากคนตระกูลเซียวกลับไปเหล่ามหาอำนาจอื่นๆ ก็กลับไปแทบหมดแล้ว นับว่างานประลองยุทธ์ในวันนี้ก็สิ้นสุดลง
การปรากฏตัวของหลงเหยียนสร้างความตกตะลึงไม่น้อยแต่ไม่ว่าอย่างไร ตระกูลหลงก็ได้เด็กอัจฉริยะเพิ่มขึ้นอีกคนในด้านพละกำลังนับว่าตระกูลหลงไม่ได้ด้อยไปกว่าตระกูลเซียวแล้ว
“ท่านพ่อ พวกเขาทำเกินไปแล้วจริงๆ ...” หลงห้าวพูดด้วยความไม่พอใจทว่าผู้อาวุโสกลับยกมือเป็นการบอกให้หยุดพูด...
ขณะที่ทุกคนกำลังทยอยกลับไปนั้นผู้อาวุโสก็ส่งจิตออกไปปกคลุมทั้งตระกูลหลงอู่ทันใดนั้นเขาสัมผัสได้ถึงการปรากฏของพลังที่แข็งแกร่ง อยู่เหนือตระกูลหลงอู่เป็นการปรากฏตัวของสตรีสวมชุดขาว คนที่ถูกล้อมอยู่ตรงกลางคือสตรีผู้เลอโฉมใบหน้าเยือกเย็น ถึงแม้วันเวลาจะล่วงเลยไปทว่าใบหน้านางกลับไม่พบริ้วรอยแต่อย่างใด
ทุกคนที่อยู่ด้านล่างต่างก็ประหลาดใจพวกนางก็คือคนจากสำนักบงกชมารในตำนาน...
ด้านล่างมีบางคนตกใจกลัว ไม่สามารถก้าวขาออกไปจากที่แห่งนี้ได้
--------------------