"ตอนนี้แหละ" ซึฮากิสั่งการบุกเข้าโจมตีพวกเ้าถิ่นที่รวมตัวกันในบ้านหลังหนึ่ง
เราจะใช้ะเิไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าข้างในจะมีคนที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเปล่า ซึฮากิเดินเข้าทางประตูหน้าอย่างไม่เกรงกลัว
"ใครวะ !"
"[หมอกควัน]" ทันทีที่พวกมันได้ยินเสียงเปิดประตูกลุ่มควันก็ลอยปกคลุมไปทั่วบ้านหลังนั้นเสียแล้ว
เราบอกคนอื่นไปแล้วว่ารอบนี้ให้จับเป็ทั้งหมด "[เสริมกำลังระดับสาม]" ซึฮากิเก็บคมมีดไว้ในฟักและเดินเข้าไปหาพวกมันทีละคน ด้วยความสามารถในการมองจากเวทมนตร์ของเขาทำให้ได้เปรียบเมื่อสู้ในหมอกควันแบบนี้สุด ๆ
"ไอ้พวกนั้นแน่ ๆ ฆ่ามันให้ได้" เสียงร่ายคาถาเวทมนตร์จากหลายทิศทางปล่อยใส่มั่วไปหมดบางครั้งก็โดนพวกเดียวกันเอง ซึฮากิที่เห็นอยู่แล้วสามารถหลบได้โดยไม่มีปัญหา
แต่พอเข้าใกล้มากพอมันก็สามารถเห็นเขาได้เช่นกัน ทันทีที่เห็นมันก็จู่โจมฟาดฟันไม่ยั้ง
นอกจากช้าแล้วยังมั่วซั่วไปหมด ซึฮากิเบี่ยงหลบไปทางขวาและจับมือที่ถือดาบไว้แน่นจนสลัดไม่หลุด
"ปล่อยสิไอ้เวรนี่ มันอยู่นี่เว้ย !" เสียงฝีเท้ากรูกันเข้ามาหา ซึฮากิบิดข้อมือของชายคนนั้นจนดาบหลุด เขาหันหลังและใช้มือที่จับไว้พาดไหล่เอียงตัวเหวี่ยงลงไปนอนกับพื้น ไม่เพียงแค่นั้นเขายังใช้ขาสอด่แขนของชายผู้นั้นและบิดหักในทันที
หักแขนหักขาดีกว่าจะได้จับง่าย ๆซึฮากิถอยออกมาจากจุดเดิมและหายไปกับหมอกควันคอยจ้องมองรอโอกาสที่พวกมันแยกกันอยู่
"อา !" ที่เสียงร้องลั่นค่อย ๆ ดังขึ้นทีละคนโดยที่พวกเขาทำอะไรไม่ได้
จากความมั่นใจกลายเป็ความสั่นกลัวเมื่อพวกพ้องค่อย ๆ หายไปทีละคน จะพังกำแพงก็กลัวโดนพวกเดียวกัน จะส่งเสียงเรียกก็สับสนจนทำอะไรไม่ถูก น้ำตาเล็ดไหลออกมาพร้อม ๆ กับของเหลวที่อยู่ระหว่างขาและแล้วก็เหลือคนสุดท้ายที่ทรุดตัวลงไปกองกับพื้น
"ฉะฉันยอมแล้ว" เขาพูดทั้งน้ำตาเงยหน้ามองเห็นเงาคนค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ ถึงจะกลัวแต่ก็ยังยกดาบขึ้นชี้ไปด้านหน้าทั้ง ๆ ที่มือยังสั่น
หมอกค่อย ๆ หายไปเผยให้เห็นชายผมสีเทาหน้าตาคมเข้มแค่เห็นก็รู้สึกได้ถึงความน่าเกรงขาม ซึฮากิดันแขนของชายคนนั้นที่ถือไว้ให้ทิ้งมันไปและเลื่อนมือมาจับที่ข้อมือของเขา เพียงเสี้ยววินาทีที่ได้สบตาแขนของเขาก็หักไปอีกทางแล้ว
"อา !" เสียงร้องที่เปล่งออกมาเบา ๆ เพราะฝืนทนไว้ เขามองไปรอบ ๆ เห็นพรรคพวกล้มนอนเกลื่อนพื้น
"กิ...เรียบร้อยดีไหม?" พวกเซนเดินลงมาจากชั้นสองทางบันไดพร้อมกับพวกที่เหลือที่ถูกมัดไว้แน่น
"อืม...มาช่วยกันมัดพวกมันดีกว่า" หลังจากที่จับเ้าถิ่นในบ้านหลังนี้ได้ครบพวกเขาก็เอากองรวมกัน
"มีสิบสามคน แล้วเราจะเอาพวกมันไปไว้ไหนล่ะ?" คานะนั่งลงบนเก้าอี้ใกล้ ๆ ด้วยความสบายใจ
"เราจะหาที่ขังพวกมันไว้ก่อน รอดูที่สำนักงานกิลด์ติดเงินรางวัลค่อยเอาไปส่งทีเดียว"
เขาเป็ใครกันแน่? จัดการพวกมันได้ง่าย ๆ แบบนี้ ดูท่าเรายังต้องหาข้อมูลเพิ่มอีก ชายปิดหน้ายืนจ้องมองจากมุมห้องเงียบ ๆ ภายใต้ผ้านั่นเขากำลังขบฟันคิดไม่ตก
"ที่นี่มันเกิดอะไรขึ้น !" เสียงชายหนุ่มเข้มขรึมถีบประตูเข้ามาทำให้พวกเซนหยิบมีดตั้งท่าเตรียมสู้
"พวกแกเป็ใคร?" แววตาดุดันจ้องมองมาที่พวกเซนโดยไม่มีความกลัวแถมยังเดินตรงเข้ามากลางวงพวกเขาอีก
"ฉันถามว่าพวกแกเป็ใคร !" ดวงตาสีดำผมสีน้ำตาลปนดำอาจจะเป็เศษดินฝุ่นที่ติดมาด้วย ดูจากสภาพตัวที่เลอะเทอะั้แ่หัวจรดเท้าเหมือนกับไม่ได้อาบน้ำมาเป็อาทิตย์ อีกทั้งเสื้อผ้ายังขาดลุ่ยทำให้นึกถึงพวกเซนก่อนหน้านี้เลย
"แล้วนายเป็ใคร?" ซึฮากิถามกลับด้วยความมั่นใจไม่กลัวอะไรทั้งนั้นพร้อมกับเดินเข้าหาจนหน้าจะชนกัน
"ฉันเป็ผู้ดูแลของเมืองนี้"
ผู้ดูแล?ซึฮากิกำลังนึกหน้าของชายผู้นั้นว่าเป็ใครกันแน่
"นายไม่มีสิทธิ์มาทำร้ายพลเมืองที่นี่จนกว่าฉันจะอนุญาต" เขาแกล้งพูดกรอกหูซึฮากิจนััได้ถึงไอร้อนและกลิ่นเหม็น
"แกเป็ผู้ดูแลแต่กลับไม่รู้เื่เ้าถิ่นที่ทำให้ชาวเมืองเดือดร้อนเหรอ?" ซึฮากิตอบกลับด้วยถ้อยคำช้า ๆ แต่หนักแน่น
เขายืนนิ่งไปพักหนึ่งหลังจากได้ยินที่ซึฮากิพูด "ฉันออกไปนอกเมืองั้แ่เดือนก่อนพึ่งจะกลับมาเมื่อกี้ เ้าถิ่นที่ว่านั่นคืออะไร?" เหมือนเขาจะใเล็กน้อยกล่าวด้วยท่าทางสงบเสงี่ยมขึ้นบ้าง
"เงียบปากแล้วออกไปเดี๋ยวนี้" ซึฮากิขึ้นเสียงเล็กน้อยขนาดพวกเซนยังรู้สึกกลัวไปด้วยเลย
"กิดูเกรี้ยวกราดนะเนี่ย" เซนกระซิบกับคานะสองคนนินทาระยะเผาขน
"อย่าไปขัดจะดีกว่า" คานะกับเซนนั่งรออยู่เฉย ๆ
"เอางั้นก็ได้แต่ฉันจะไปถามที่สำนักงานกิลด์ก่อน ถ้าพวกนายโกหกฉันละก็จบไม่สวยแน่" เขาถอนหายใจสั้น ๆ ก่อนจะเดินออกไป
"เอาพวกมันไปขังกันก่อน ก่อนหน้านี้ฉันเช่าโกดังไว้เรียบร้อยแล้ว" พวกเขาใช้เชือกมัดต่อกันเป็ถอด ๆ และลากไปกับพื้นจนผิวถลอก
"ฉันฝากเธอกำจัดรอยเืด้วยแล้วกัน ถ้าชาวบ้านมาเห็นเดี๋ยวจะใเอา" คานะคอยตามหลังเพื่อล้างเืตลอดทางแต่ก็ไม่อาจลบกลิ่นคาวออกไปได้
ซึฮากิ เซนและชายผ้าปิดหน้าช่วยกันลากพวกมันไปที่โกดังแห่งหนึ่ง หลังจากตรวจสอบการเชือกดีแล้วก็ปิดประตูขังพวกมันไว้
"คืนนี้พอแค่นี้ก่อน เรายังต้องพักผ่อนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับศึกต่อไป"
10 กันยายน พ.ศ.2575
ฟรานยืนบิดตัวหลังจากตื่นนอนและเปิดหน้าต่างมองออกไปด้านนอกด้วยความสดชื่นสูดอากาศเต็มปอด
"ไปเรียนคาบนี้ดีกว่า" หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้วเธอก็เร่งฝีเท้าเดินไปที่ห้องเรียนเพียงลำพัง
"สวัสดีค่ะ" เธอยิ้มแย้มทักทายชายหนุ่มที่นั่งอยู่แถวหน้า รูปร่างหน้าตาเหมือนกับนายแบบและยังใส่แว่นเล็ก ๆ อย่างกับแว่นแฟชั่นอีกด้วย
"สวัสดีครับ" เมื่อฟรานเดินไปด้านหน้าก็เห็นเขากำลังอ่านหนังสืออยู่ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาทักทายพอเป็พิธี
"งั้นฟรานไม่กวนแล้วนะคะ" เธอหัวเราะแห้ง ๆ และเดินหาที่นั่งด้วยความเกรงใจ
เหล่านักเรียนแปลกหน้าค่อย ๆ ทยอยกันเข้ามา ครึ่งชั่วโมงั้แ่ที่ฟรานมาถึงในที่สุดอาจารย์ผู้สอนก็มาสักที
"สวัสดีนักเรียนที่น่ารักทุกคน คาบนี้เราจะเรียนหลักการควบคุมมานากัน" ทักทายเสร็จเขาก็เริ่มเขียนหลักการให้เป็รูปภาพเข้าใจง่าย ๆ บนกระดานดำ
"สิ่งสำคัญที่ต้องรู้เกี่ยวกับมานาก็คือ หนึ่ง...มันไหลเวียนอยู่ทั่วร่างกายคล้ายกับเส้นเื สอง...เมื่อใช้จนหมดร่างกายจะปิดระบบประสาทสั่งการทันที นั่นเป็เหตุผลว่าทำไมเราถึงเลี่ยงที่จะใช้มานาจนหมด และสาม...มานาสามารถฟื้นฟูได้เองแต่สามารถเร่งมันได้โดยขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัย" เขาชี้นิ้วไปมาบนกระดานดำที่วาดรูปจำลองการใช้มานา
"นี่เป็มวลมานาที่เราได้จำลองขึ้น ทรงกลมที่เห็นอยู่ภายในของมัน เราคาดไว้ว่ามันจะเป็พลังธาตุต่าง ๆ จำนวนมากที่เก็บสะสมไว้ แต่เราก็ยังไม่สามารถพิสูจน์มันได้" ฟรานตั้งใจฟังดูคำพูดพร้อมกับคิดถึงสิ่งที่ซึฮากิสอนไว้ด้วย
"พวกเธออาจจะเคยเห็นพวกทหารระดับสูงประลองกัน พวกเขาสามารถใช้เวทมนตร์โดยไม่มีคำร่ายได้โดยเฉพาะพลโทขึ้นไปแทบจะไม่มีการร่ายกันแล้วด้วยซ้ำ" เขาหยิบไม้คทาออกมาโบกซ้ายขวาและอยู่ ๆ ที่ปลายของไม้นั่นก็มีลูกบอลโปร่งแสงปรากฏขึ้นมา
"ทีนี้พวกเธอก็ลองทำตามดูนะ...ยกไม้คทาของตัวเองขึ้นมาเลย" เหล่านักเรียนยี่สิบกว่าคนเริ่มโบกไม้คทาไปมาบางคนก็เริ่มมีออร่ามานาผุดขึ้นมาเล็ก ๆ น้อย ๆ พอให้เห็นบ้าง
เสียงตบมือช้า ๆ จากอาจารย์ที่อยู่ด้านหน้า "สมกับเป็ท่านผู้กล้าจริง ๆ" เหล่านักเรียนต่างก็หันมาสนใจฟราน ลูกบอลโปร่งแสงเหมือนกับที่อาจารย์แสดงให้เห็นทำให้ทุกคนต่างก็ตกตะลึงจ้องมองกันไม่กะพริบตา
"ขอบคุณค่ะ" เธอหัวเราะกลบเกลื่อนแบบเขิน ๆ และลดไม้คทาลงจนคนอื่นเลิกมอง
ถ้าเป็พวกเรานะ เื่แค่นี้ทำได้ง่าย ๆ เลย เธอนึกถึงเหล่าสมาชิกทีมเอสที่ผ่านความยากลำบากมาด้วยกัน
เื่การไม่มีคำร่ายพวกเรารู้มาก่อนแล้ว ว่าแต่ทำไมกิจังถึงไปได้หนังสือเล่มนั้นมา?ความสงสัยมากมายผุดขึ้นมาในหัวของเธอไม่หยุดจนยืนนิ่งไป
"เย้ ! ได้แล้ว" เสียงะโดีใจจากหญิงสาวที่อยู่มุมห้องทำให้หลาย ๆ คนหันไปมองเธอ
"ขอโทษค่ะ" เธอยิ้มเขินหน้าแดงอย่างกับมะเขือก่อนจะหันหน้าเข้ากำแพง
"อา ! โผล่ออกมาสักทีสิ"
"ขอเถอะนะ"
"เฮ้ ! ทำไมไม่ได้วะเนี่ย"
ผ่านไปหลายสิบนาทีพวกนักเรียนที่ยังทำไม่ได้ก็เริ่มหงุดหงิดใส่อารมณ์ไปด้วยก็ยิ่งไม่มีสมาธิเข้าไปใหญ่
"พอกันแค่นี้ก่อน" เหล่านักเรียนทั้งหมดเก็บไม้คทาและนั่งลงที่โต๊ะเหมือนเดิม
"เราจะแยกคนที่ทำได้กับไม่ได้เป็สองกลุ่ม" พวกเขาทำตามแบบไม่มีข้อสงสัย ไม่กี่นาทีก็แยกกลุ่มเสร็จ
อาจารย์เดินไปหาพวกคนที่ทำไม่ได้ "พวกเธอฝึกอยู่ที่นี่ ใครก็ตามที่ทำได้แล้วตามมาที่สนามสอง" เขายืนจ้องมองด้วยความกดดันเหมือนบอกว่าพวกแกต้องทำให้ได้ไม่งั้นจะโดนลงโทษ
"พวกเธอลองควบคุมมานาโปร่งแสงนั่นขยับไปมาดู" เพียงฟรานตวัดไม้คทาลูกบอลโปร่งแสงก็ปรากฏลอยห่างออกไป ไม่ว่าเธอจะชี้ไม้คทาไปทางไหนมันจะลอยไปตามทิศที่เธอชี้ ส่วนคนอื่น ๆ กลับใช้เวลาเป็ชั่วโมงกว่าจะทำได้แบบฟราน
"เวลาหมดแล้ว เชิญพวกเธอไปเรียนวิชาต่อไปได้" พวกเขาแยกย้ายกันไปทางใครทางมันเช่นเดียวกับฟราน
"อาจารย์คะ?" เธอเดินกลับมาหาแทนที่จะไปที่อื่นต่อ
"ช่วยสอนเพิ่มอีกได้ไหมคะ?" น้ำเสียงหนักแน่นมั่นอกมั่นใจ
"ท่านฟรานขอมาทั้งทีผมคงจะปฏิเสธไม่ได้ แล้วท่านจะให้ผมสอนเื่อะไรครับ?" เขายิ้มหัวเราะเสียงดังเมื่อได้เห็นท่าทางกระตือรือร้นของฟราน
"ทุก ๆ อย่างที่อาจารย์สามารถสอนได้ค่ะ"
"งั้นก็...ต่อจากนี้ท่านไม่ต้องเข้าเรียนกับเพื่อน ๆ นะครับ ผมจะฝึกพิเศษให้เองตลอดหนึ่งเดือน" ฟรานจ้องมองอาจารย์ผู้นั้นด้วยความหวังว่าเขาจะสอนเธอได้จริง ๆ
ท้องฟ้าปลอดโปร่งอันแสนสงบ ผู้คนเดินจับจ่ายซื้อของกันปกติหลังจากที่ข่าวเื่เ้าถิ่นถูกกำจัดแล้ว เหมือนจะคลี่คลายไปได้ดีแต่กลับมีบรรยากาศแปลก ๆ เกิดขึ้น
"ยังง่วงอยู่เลย" เซนแบะปากบ่นขณะที่ตาเกือบจะปิดอยู่แล้วแต่ก็ต้องฝืนไว้
"ว่าแต่นายชื่ออะไรนะ?" เซนหันไปถามชายผ้าปิดหน้า
"เอ่อ...สะสตีฟ" เขาหลบหน้าหนีไปอีกทางทันที
"เยี่ยมเลยสตีฟจะได้เรียกง่าย ๆ หน่อย แล้วเราจะไปทำอะไรกันต่อล่ะ?" ขณะที่พวกเขาเดินสำรวจก็สวนกับชายแปลกหน้าที่ปะทะคารมกับซึฮากิก่อนหน้านี้
"แกชื่ออะไร?" เขาเดินดุ่ม ๆ เข้าหาซึฮากิยืนขวางทางไม่ให้ผ่าน
"ซึฮากิ" เขาตอบกลับทันที
"ฉันไม่เห็นเ้าหนุ่มผมสีเทาเลย พวกนายเป็คนจัดการเ้าถิ่นไม่ใช่หรือไง?" เขาจ้องมองใบหน้าของซึฮากิทุกซอกทุกมุมด้วยความสงสัยเพราะคุ้นเคยกับกิริยาท่าทาง
ไอ้หมอนี่มันหัวไวหรือเราประมาทที่ไม่ได้ปลอมตัวกันแน่ "เขาพักผ่อนอยู่ที่ห้องน่ะ" ซึฮากิตอบกลับหน้านิ่ง
"อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าแกเป็ใคร" เขาพูดจาเสียงแข็งหยักคิ้วมองด้วยหางตา
"พวกฏที่หนีออกมาเมื่อไม่นานมานี้ พวกแกไม่มีสิทธิ์จะไปไหนทั้งนั้นและต้องมากับฉัน" ค่าหัวไอ้พวกนี้ก็เยอะเอาการ ถ้าจับพวกมันสามคนส่งให้พวกทหารเราก็จะมีเงินใช้สบาย ๆ ละ
ซึฮากิยังคงยืนนิ่งเมื่อเทียบกับพวกเซนที่กำลังตื่นตระหนกใพลางมองมาที่ซึฮากิตลอดเวลา
"คิดว่าทำได้ก็ลองดู" ซึฮากิเดินเอาตัวเข้าประชิดมองหน้าตาไม่กะพริบ เอามือไขว้มาข้างหลังชี้นิ้วส่งสัญญาณให้พวกเซน
"ทำตัวเป็เด็กดีหน่อยสิ" เขาจับไหล่ซึฮากิพยายามจะล็อกแขนไว้
อย่างน้อยตอนนี้เราก็สามารถใช้ตรวจสอบได้โดยไม่ต้องร่ายแล้ว ซึฮากิสลัดการจับของชายผู้นั้นและชักมีดขึ้นมา
Lv.5 พอล ซาลานจ์
STR 333 AGI 290
VIT 350 DEF 60
INT 332 LUK 70
HP 1042 MP 973
เลเวลห้าเท่ากันแต่สเตตัสสูงกว่า
"วิ่ง !" พวกเซนที่รอสัญญาณใส่เต็มข้อวิ่งสุดชีวิตผ่านผู้คนและร้านค้าต่าง ๆ บางครั้งก็ชนกล่องที่วางไว้เละเทะไปหมด
"คิดว่าจะหนีได้เหรอ?" เขายังคงวิ่งตามไม่ห่างนักจนออกจากที่ที่มีคนชุกชุม
"ไอ้เวรนั่นจะตามเราทันแล้วนะ" เซนวิ่งไปก็หันมองด้านหลังไป พวกเขาวิ่งไล่กันไปทั่วเมืองไม่มีใครยอมหยุด
"เข้าไปในซอยนั้น" หลังจากเข้าไปในซอยพวกเขาก็วิ่งกลับออกมาทันทีแต่ช้ากว่าเดิมมากจนพอลตามทัน
"จับได้แล้ว !" พอละโเข้ารัดแขนขาซึฮากิจนขยับไม่ได้แต่พวกเซนก็ยังคงวิ่งต่อไป
"ดูเพื่อน ๆ แกสิวิ่งหนีหางจุกตูดไปแล้ว" เสียงหัวเราะขบขันด้วยความสะใจแต่พอมองดูตัวซึฮากิเขาก็ไม่ขัดขืนเลยสักนิด แม้พอลจะคลายแขนขาที่จับรัดก็ยังไม่ขยับไปไหน
"เฮ้ !" เขาจับตัวซึฮากิหงายหน้าขึ้นมาเห็นสภาพที่ดูเหมือนศพสักพักร่างของซึฮากิก็ค่อย ๆ สลายหายไป
"อะไรเนี่ย?" วินาทีนั่นเขาก็รู้ได้ทันทีว่าถูกหลอกแล้ว พอลวิ่งกลับมายังซอยเดิมที่คลาดสายตาแต่มันก็สายเกินไป
"รอดแล้ว" เซนหายใจหอบถี่เหมือน ๆ กับคนอื่น
"นายใช้เวทมนตร์แบบนั้นได้ด้วยเหรอกิ" พวกเขากลับมาพักที่ห้องทันทีหลังจากสลัดการติดตามของพอลได้
"อืม วันหลังคงได้ใช้มากขึ้นแหละ" เขานั่งเหม่อมองพื้นเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่
"ต้องแบบนี้ใช่ไหม? ถึงจะปกติ" เซนนั่งลูบหัวปุยกวาดสายตามองไปรอบ ๆ
"อย่างน้อยก็รู้แล้วว่าถ้าเราไปเมืองอื่นก็จะโดนหมายหัวแบบนี้แน่ ๆ" ซึฮากิมองไปที่ชายผ้าปิดหน้าที่ยังคงหนีมาด้วยกัน
"แล้วเราจะทำยังไงต่อล่ะ?" คานะถาม
"พวกคนในเมืองส่วนใหญ่คงยังไม่รู้เื่กันหรอก" ซึฮากิปลอมตัวเป็ชายผมสีเทาอีกครั้ง
"ฉันจะออกไปหาอะไรให้กิน" เขาเดินออกไปทิ้งพวกเซนไว้ที่ห้อง
เมื่อเดินไปที่ร้านอาหารร้านประจำซึฮากิก็มองหาลุงคนนั้นอีกครั้ง
"ผมเอง...ขอคุยด้วยสักครู่นะครับ" ซึฮากิกระซิบกับเ้าของร้าน ตอนแรกก็ไม่น่าเชื่อใจแต่พอได้เห็นแขนขวาที่ยังไม่หายดีกับวิธีการพูดก็พอจะเดาได้ว่าชายผมสีเทาคนนี้คือซึฮากิ
"ตามมาสิ" เขาพาซึฮากิไปในครัวที่ลูกสาวและหลานสาวของเขาอยู่ด้วย พวกเธอขมวดคิ้วมองซึฮากิแปลก ๆ
"พ่อหนุ่มคนนั้นไงที่เคยเล่าให้ฟัง เอาล่ะมีอะไรก็ว่ามา?" เขามองไปหาพวกเธอและพูดอย่างเป็มิตรให้ผ่อนคลายลงก่อนจะจ้องซึฮากิตาเขม็ง
"มีคนรู้เื่ของพวกเราแล้ว อาจจะต้องรีบออกจากเมืองเร็ว ๆ นี้" ใบหน้าที่เฉยชาแต่กลับรู้สึกเศร้าหมองทำให้ชายสูงวัยถอนหายใจ
"อยากให้เราช่วยอะไรก็ว่ามาเลย?" เขายิ้มตอบกลับเหมือนกับรู้ว่าซึฮากิมีจุดประสงค์อะไร
"เราอยากได้เสบียงจำนวนหนึ่งแล้วก็รถม้า ไม่ต้องห่วงผมจ่ายให้แน่นอน แต่คุณต้องจัดการเตรียมให้เราแค่นั้น"
"แล้วจะเอาเมื่อไร?"
"เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ แล้วก็ตอนนี้ขออาหารสำหรับสี่คนด้วยครับ" ซึฮากิยื่นเหรียญทองให้กับเขาสองเหรียญ สองแม่ลูกเบิกตากว้างเหรียญสีทองสวยงามที่มีราคาสูงจนพวกเธออยากจะััมันสักนิด
"ลูกไปเตรียมอาหารห่อให้เขาเลย แล้วก็อย่าบอกใครเื่นี้เด็ดขาดนะ" เขารับเงินนั่นไว้และเร่งมือช่วยกันทำอาหารทันที
ไม่นานเกินชั่วโมงซึฮากิก็กลับมาพร้อมกับตะกร้าใส่ของที่มีอาหารอยู่ในนั้นเมื่อพวกเซนที่ได้กลิ่นก็พากันน้ำลายสอกันใหญ่
"ว่าแต่เราจะทำยังไงต่อดีล่ะ?" เซนพูดขณะที่กำลังกินอาหารไปด้วย
"ต้องออกจากตัวเมืองเสียก่อนหลังจากนั้นค่อยคิดกันต่อ" ระหว่างที่ซึฮากิพูด หนุ่มผ้าปิดหน้าก็เอาแต่มองเข้าไปในตาของซึฮากิแม้ตรงหน้าจะมีอาหารวางไว้แต่ก็ยังไม่ยอมกิน
"ในเมื่อพวกนายไม่ได้ทำงานต่อแล้ว ฉันก็ขอถอนตัวล่ะ" เขาลุกขึ้นยืนและเดินออกไปโดยไม่เหลียวหลัง
"เขาจะไม่มาจับเราแทนใช่ไหม?" เซนขมวดคิ้วสงสัยมองตามแผ่นหลังของชายผู้นั้น
"ถึงเขาจะโกหกเื่ชื่อแต่เขาจะไม่หักหลังเราแน่"
อะไรที่ทำให้นายเชื่อขนาดนั้นนะ เมื่อกินเสร็จจนอิ่มในส่วนของชายผ้าปิดหน้าคานะและเซนก็ช่วยกันกินเอง
"เราต้องอยู่ในนี้ก่อนเพื่อความปลอดภัย ส่วนฉันจะคอยออกไปเอาอาหารให้เอง"
พวกเขาได้แต่นั่ง ๆ นอน ๆ บางครั้งก็เล่นกับปุยกันอย่างสนุกสนานเสมือนได้พักผ่อนบางครั้งก็นั่งเล่นไพ่ที่ซื้อมาจากร้านค้าในเมือง
13 กันยายน พ.ศ.2575
"คืนนี้เราจะไปกันแล้ว"
"ดี ฉันก็เริ่มเบื่อแล้วที่ต้องอยู่แต่กับห้อง ให้เข้าไปในดันเจี้ยนยังจะดีกว่าอีก" เซนยืนบิดตัวจนได้ยินเสียงดัง
พวกเขาเตรียมตัวเก็บของทุกอย่างพร้อมที่จะเดินทาง ที่เหลือก็แค่รอเวลาเท่านั้น
เมื่อยามค่ำคืนได้มาถึงพวกเขาก็ออกจากที่พักทันที ผู้คนเริ่มกล้าออกมาในตอนกลางคืนบ้างแล้วทำให้พวกซึฮากิต้องระมัดระวังมากกว่าเดิมเสียอีก พวกเขาเดินไปยังถนนลูกรังนอกตัวเมืองค่อย ๆ ไกลผู้คนมากขึ้นสังเกตเห็นรถม้าที่อยู่ห่างออกไป
"นั่นไงมาแล้ว" ลุงคนนั้นโบกมือเรียกจากเงามืดที่มีแสงไฟจากตะเกียงเล็กน้อย ข้าง ๆ กันก็มีลูกสาวและหลานสาวมาด้วยกับใครไม่รู้อีกคน
"ขอบคุณอีกครั้งนะครับ" ซึฮากิยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อเข้าใกล้แสงไฟ
"หา !" ใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านหลังได้เดินเข้ามาเพื่อทักทายแต่ก็ต้องใเพราะนั่นคือชายผู้ที่ตามล่าพวกเขา
"นี่คุณหลอกเรางั้นเหรอ?" จากรอยยิ้มของซึฮากิกลายเป็สายตาที่มองค้อนด้วยความโมโห
"เดี๋ยว ๆ นี่มันเื่อะไรกัน? นี่ลูกชายฉันเอง" เขาชูมือขึ้นแสดงเจตนาชัดเจน
"แกมัน...พวกฏ" พอลขบฟันจ้องมองซึฮากิด้วยแววตาสับสน
"ฉันขอโทษ !" เสียงดังฟังชัดจากพอลทำให้ซึฮากิประหลาดใจ
"พวกนายสินะที่จัดการกับเลวาธาน ฉันขอโทษที่จะจับพวกนาย" พอบรรยากาศเปลี่ยนไปพวกซึฮากิจึงผ่อนอาวุธลง
พ่อของเขาได้เล่าเื่ต่าง ๆ ให้พอลฟังจนแก้ความเข้าใจผิดกันได้ เลวาธานกับพอลเคยเรียนเตรียมทหารมาด้วยกันและเขาก็ถูกกระทำมามากมายจนต้องออกมากลางคัน ความคับแค้นใจที่ทำอะไรไม่ได้เมื่อได้รู้ข่าวที่เลวาธานถูกเล่นงานจนตาบอดทำให้เขาดีใจจนแทบจะบ้า
"ในเมื่อนายจะไม่ทำอะไรเราแล้วก็ดีไป" ซึฮากิกลับมาหน้านิ่งอีกครั้ง แต่ทันใดนั้นเซนก็หันหลังไปเห็นแสงไฟสว่างจ้ามาจากในเมืองพร้อม ๆ กับเสียงะเิดังหลายครั้ง
"ที่นั่นมันเกิดบ้าอะไรขึ้นวะเนี่ย?" คานะเบิกตากว้างด้วยความอยากรู้มองดูไฟที่กำลังลุกลามไปตามบ้านช่อง
พวกเขามองกลับไปยังเมืองที่มีเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้ เสียงผู้คนกำลังกรีดร้องด้วยความใและหวาดกลัว บางคนก็วิ่งหนีเอาชีวิตรอด บางคนก็หวงทรัพย์สมบัติรีบค้นของในที่พักของตัวเองออกมาก่อน แต่บางคนก็เลือกที่จะไม่หนีและหาน้ำมาช่วยดับไฟ
แต่เพลิงลุกไหม้มากเกินกว่าที่จะดับได้ด้วยน้ำที่น้อยนิด ผู้คนที่พอจะใช้เวทมนตร์วารีได้ก็เริ่มช่วยกันสาดน้ำใส่กองเพลิงพวกนั้น ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มคนโยนะเิใส่บ้านหลายครั้งเดินกระจายกันไปทั่ว
พวกเ้าถิ่นที่เหลือได้รวมตัวกันและเริ่มยึดเมืองไปทีละจุด พวกมันมีทั้งอาวุธและกำลังคนทำให้ชาวเมืองไม่อาจต้านทานมันได้
"รอช้าไม่ได้แล้ว เราต้องรีบไปช่วยพวกเขา" ลุงกัดฟันแสดงสีหน้าร้อนรน เขาพยายามเดินด้วยไม้ค้ำเพื่อกลับไปที่เมือง
"เดี๋ยวผมจัดการเอง" พอลหยุดพ่อของตนไว้เสียก่อน
"ไปช่วยกันเถอะ" เซนกับคานะจ้องมองมาที่ซึฮากิด้วยสายตาอ้อนวอนแต่ดูจากมือที่ถืออาวุธพร้อมจะเข้าไปต่อให้ซึฮากิห้ามก็คงไม่ฟังแล้ว
"งั้นก็ต้องรีบแล้ว...ไปกันเถอะ" ซึฮากิ เซนและคานะวิ่งตามพอลเข้าไปในเมืองอีกครั้ง เมืองที่มืดมิดเงียบสงบกลายเป็เสียงของความวุ่นวายและแสงสว่างจากกองเพลิงที่ลามไปทั่วเมืองมันได้สลัดคราบของเมืองก่อนนี้อย่างสิ้นเชิง