(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ตอนที่ 63 พลังของทันย่าในร่างมนุษย์

            ไม่นานหลังจากที่อาหมัดได้เข้ารับการทดสอบ ผู้ฝึกฝนรุ่นเยาว์หลายคนก็ต่างเข้ารับการทดสอบ พวกเขาลืมเลือนเรื่องของอาหมัดผู้แข็งแกร่งไปจนหมดสิ้น ทุกคนเริ่มทดสอบค่าวัดดัชนีและพละกำลังของตนเอง แต่ทว่าส่วนใหญ่ทุกคนก็มีพลังเพียงแค่ระดับ 1 ดาวเองเท่านั้น


            ขณะเดียวกัน ต่อให้จะเป็นเวลายามมืดค่ำแล้วก็ตาม ผู้เข้ารับการทดสอบหน้าใหม่ๆก็ได้เดินทางเข้ามากันอย่างต่อเนื่อง พวกเขาตื่นเต้นและไม่สามารถรอคอยถึงช่วงเวลาตอนเช้าได้ บางคนเมื่อปลุกยีนภายในร่างได้เสร็จ พวกเขาก็รีบเดินทางมายังศูนย์การทดสอบด้วยความรวดเร็ว


            “คนต่อไป.. ทันย่าค่ะ เชิญคุณขึ้นมาทดสอบค่าดัชนีพลังได้เลย!”


            ในที่สุดก็ถึงคิวของทันย่า เขาที่กำลังนั่งหลับตาอยู่ก็เริ่มลืมตาตื่นขึ้น


            “เข้าใจแล้ว!”


            การปรากฏตัวขึ้นของหญิงสาวผู้งดงามได้ทำให้บรรยากาศรอบด้านต้องเงียบสงัดลง


            หลายคนเบิกตากว้างที่ได้เห็นถึงความงดงามของทันย่าผู้นี้


            ส่วนเจ้าหน้าที่หลายคนก็กลืนน้ำลายอึกใหญ่ ถึงจะรู้จากข้อมูลแล้วว่าเขาเป็นผู้ชาย แต่พวกมันก็อดที่จะอดกลั้นอารมณ์เอาไว้ไม่ได้


            “เชิญคุณทันย่าทางนี้ค่ะ”


            เจ้าหน้าที่หญิงอีกคนหนึ่งเรียกทันย่า พลางโบกมือให้เขาเดินไปยังเครื่องมือทดสอบตัวแรก ซึ่งเป็นแท่นสแกนที่ใหญ่โต


            “คุณจะต้องยืนอยู่ตรงนี้เพื่อตรวจสอบข้อมูลร่างกายและยีนส์พันธุกรรมเบื้องต้น”


            “หลังจากนั้นเราจะเริ่มทดสอบความสามารถทางกายภาพนะคะ”


            เจ้าหน้าที่หญิงคนเดิมกล่าวขึ้นด้วยความหลงใหล เธอนั้นปฏิบัติต่อทันย่าในรูปแบบที่พิเศษกว่าคนอื่นๆไปอย่างมาก


            ทันย่าก้าวขึ้นไปบนแท่นสแกนโดยไม่พูดอะไร เครื่องมือเริ่มทำงานทันที แสงสีฟ้าส่องวาบลงมาจากด้านบน ร่างของเขาถูกสแกนจากหัวจรดเท้า เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมจดบันทึกข้อมูลอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยื่นผลการตรวจสอบผ่านหน้าจอภาพโฮโลแกรมที่ลอยขึ้นกลางอากาศ


            [ปิ๊บ! ปิ๊บ! ดัชนีพลังในค่ายีนพันธุกรรมไม่สามารถวัดได้]


            [ปิ๊บ! ปิ๊บ! ดัชนีพลังในค่ายีนพันธุกรรมไม่สามารถวัดได้]


            ภาพโฮโลแกรมแจ้งเตือนข้อมูลออกมาหลายสิบครั้ง ทำให้บรรดาเจ้าหน้าที่ทุกคนต่างตกใจ


            “เกิดอะไรขึ้น? หมายความว่ายังไงที่ไม่สามารถวัดได้!”


            “เครื่องวัดดัชนีพลังเกิดเสียเรอะ? รีบตรวจสอบเร็วเข้า!”


            เจ้าหน้าที่สาวกับคนอื่นๆต่างรีบเข้าไปตรวจสอบด้วยความแตกตื่น


            แล้วหลังจากนั้น ทันย่าก็ได้เข้ารับการทดสอบใหม่ แต่ทว่าผลลัพธ์ที่ออกมาก็ยังเป็นเหมือนเช่นเดิม ข้อมูลที่แสดงผลออกมาบอกว่าไม่สามารถวัดค่าได้ สิ่งนี้พวกเขาทุกคนก็ยังไม่เคยพบเจอมาก่อนเลยซักนิด


            “เอ่อ ขออภัยค่ะคุณทันย่า ดูเหมือนเครื่องนี้จะมีปัญหาอยู่เล็กน้อย”


            “เดี๋ยวดิฉันและเจ้าหน้าที่คนอื่นๆจะเริ่มดำเนินการซ่อมแซมให้ทันทีเลยนะคะ”


            ตอนนั้นเจ้าหน้าที่หญิงกระโปรงสั้นก็รีบโค้งตัวและเอ่ยขอโทษต่อเขายกใหญ่ สีหน้าแววตาก็เต็มไปด้วยความกังวล


            “งั้นในช่วงที่พวกเรากำลังซ่อมแซมเครื่องวัดค่าดัชนีพลัง คุณทันย่าไปวัดค่าพละกำลังก่อนเลยดีไหมครับ?”


            ทันย่าก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาเองก็ขี้เกียจบอกไปว่าเครื่องดัชนีพลังระดับเริ่มต้นนี้ไม่สามารถวัดค่าเขาได้ จะต้องเป็นเครื่องพิเศษที่มีไว้ใช้กันเฉพาะในนักสู้พันธุกรรมระดับสูงเท่านั้น


            แต่ก็ชั่งเถอะ แบบนี้เขาเองก็ดูสนุกขึ้นอยู่ไม่น้อย ปล่อยให้พวกเขามองหาสาเหตุจนกว่าจะพบเจอกันเองละกัน


            “มีแบบนี้ด้วยเหรอ? ไม่ใช่ว่าค่าดัชนีพลังของเขาจะอยู่ที่ระดับ 7 - 8 ดาวไปแล้วนะ”


            “ไม่ใช่หรอก เครื่องคงเสียไปเอง อาหมัดก็ยังวัดค่าได้ ท่านหญิงคนนี้เกิดการกลายพันธุ์เช่นเดียวกัน แต่ก็คงวัดค่าได้ละมั้ง?”


            “นั่นซินะ ในกรณีแบบนี้ฉันเองก็ไม่เคยพบเจอมาก่อน ดูเหมือนเครื่องวัดค่าดัชนีพลังจะเกิดเสียอย่างกระทันหันขึ้นมาจริงๆ”


            เมื่อสายตาทุกคู่หันไปจับจ้องที่ทันย่า บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความชื่นชมและเสียงอื้ออึงของผู้คนกลับกลายเป็นความตึงเครียด


            เจ้าหน้าที่หญิงที่ทำหน้าที่ควบคุมการทดสอบมองไปที่เขาด้วยความกังวล แม้เธอจะยังไม่เคยเห็นพลังของทันย่าเต็มๆ แต่ดวงตาที่นิ่งลึกและรูปลักษณ์ที่ผิดธรรมชาติของเขาทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก


            “ถึงคราวของท่านแล้วค่ะ”


            “กรุณาโจมตีเครื่องวัดค่าพลังได้เลย!”


            เสียงของเธอที่ออกมาเบาและสั่นเครือเล็กน้อย เธอถอยหลังออกมาอีกหลายก้าว คล้ายกับไม่ต้องการอยู่ใกล้กับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น


            ทันย่าก้าวขึ้นไปบนแท่นทดสอบอย่างมั่นคง ใบหน้าของเขาเรียบนิ่งไร้อารมณ์ ขณะที่แขนขาของเขากระตุกเล็กน้อย


            พลังงานบางอย่างไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายของเขา การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใต้ผิวหนังที่แข็งดั่งเหล็กกล้าดูราวกับมีชีวิต ทันย่าหันไปมองหุ่นยนต์ทดสอบตรงหน้า หุ่นยักษ์สูงสองเมตรที่สร้างมาเพื่อรับการโจมตีมหาศาล


            “เธอคิดว่าแค่เครื่องจักรนี้จะวัดพลังของฉันได้หรือ?”


            ทันย่ากระซิบกับตัวเองเบาๆ รอยยิ้มเย็นเยือกปรากฏบนใบหน้า เขาก้าวถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว ยกกำปั้นของเขาขึ้นแล้วกำมันแน่นจนเกิดเสียงกรอบแกรบ พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่แผ่กระจายออกมารอบตัวของเขา


            ทันใดนั้นเขาก็ส่งเสียงคำรามดังก้องไปทั่วทั้งห้องโถง กำปั้นของทันย่าพุ่งเข้าใส่หุ่นยนต์ทดสอบด้วยความเร็วที่เกินกว่ามนุษย์จะตามทัน


            “เปรี๊ยง!”


            เสียงกระแทกดังสนั่นกึกก้อง ตึกอาคารสั่นสะเทือนเหมือนแผ่นดินไหว หุ่นยนต์ที่ถูกออกแบบมาให้รับการโจมตีจากพลังระดับมหาศาลกลับสั่นสะท้านอย่างรุนแรง หุ่นยักษ์สองเมตรที่ควรจะมั่นคงถอยหลังไปสองก้าวก่อนที่จะหยุดนิ่ง


            “เปรี๊ยะ!เปรี๊ยะ!เปรี๊ยะ!”


            ทันใดนั้น หุ่นยนต์ทดสอบก็เกิดรอยร้าวในจุดที่ถูกหมัดของทันย่ากระแทก รอยร้าวที่เริ่มจากจุดเดียวค่อย ๆ ลามออกไปทั่วทั้งตัวหุ่น


            “ตู้ม!”


            จากนั้นเพียงเสี้ยววินาที หุ่นยักษ์ก็พังทลายลงมาเป็นเศษชิ้นส่วนเล็กๆ กระจายไปทั่วพื้นห้อง ปลิวกระเด็นไปทั่วทั้งบริเวณ


            [ติ๊ง! ค่าพลังไม่สามารถวัดได้ เกินความจุของเครื่องวัด]


            ภาพที่ลอยขึ้นเหนือแท่นทดสอบแสดงข้อความสีแดงพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังก้อง


            ทุกคนในห้องโถงนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ไม่มีใครขยับหรือพูดอะไรออกมา เหมือนกับเวลาถูกหยุดลง


            ผู้คนต่างตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่หญิงที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็มีสีหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว


            “อะ...อะไรกัน? หุ่นยนต์ทดสอบนั่นแข็งแกร่งมาก มันรองรับพลังได้ถึง 1,000 ตันไม่ใช่เหรอ!”


            “พลังของเขาเกินกว่าที่เครื่องจะวัดได้? นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! จะบอกว่าเขาแข็งแกร่งยิ่งกว่า”


            “ดูตัวเลขนั่นสิ พลังกำลังมากกว่า 999,999 กิโลกรัม หมายความว่ามันเกินขีดจำกัดที่สามารถวัดค่าได้ หรือว่า..”


            เสียงกระซิบอันคึกโครมเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง บรรยากาศของความโกลาหลเริ่มเข้าครอบงำห้องโถงอย่างรวดเร็ว


            ทันย่าชักหมัดของเขากลับมาอย่างไร้อารมณ์ ขณะที่ใบหน้าของเขาแสดงเพียงรอยยิ้มบางๆออกมาก็เท่านั้น


            ในเวลานั้นเจ้าหน้าที่ทุกคนก็ต่างพลันได้สติ


            “ขะ..เข้าใจแล้ว ดิฉันเข้าใจเรื่องทั้งหมดแล้วค่ะ ทำไมเครื่องวัดค่าดัชนีพลังถึงไม่สามารถตรวจสอบได้”


            “คุณทันย่า ไม่ใช่ซิ ท่านทันย่าเป็นนักสู้แห่งตำนาน เขาได้ข้ามผ่านขีดจำกัดระดับ 9 ดาวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่แปลกที่เครื่องวัดระดับเริ่มต้นจะไม่อาจวัดค่าได้”


            พวกเขารับรู้แล้วว่านี่มันคืออะไร ทั้งหมดต่างมองหน้ากันด้วยความแตกตื่น


            ขณะที่ผู้คนรอบ ๆ ต่างจับจ้องมาที่เขา ทันย่าหันหลังเดินออกจากแท่นทดสอบโดยไม่สนใจเสียงโกลาหลและความตื่นตะลึงที่เกิดขึ้น คนหลายคนพยายามจะเข้ามาใกล้เขาเพื่อพูดคุยหรือสอบถาม แต่ทันย่าเดินผ่านพวกเขาไปอย่างเย็นชา


            “เขาเป็นใครกันแน่? ทำไมถึงมีพลังระดับนั้น?


            “ถ้าเขาเข้าร่วมองค์กรใด องค์กรนั้นคงจะไร้คู่แข่งไปอีกนาน!


            ทันย่าฟังเสียงซุบซิบเหล่านั้นด้วยความเบื่อหน่าย ขณะที่เขากำลังเดินออกไปจากห้องโถง เขารู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น การเดินทางที่แท้จริงของเขายังอยู่ข้างหน้า


            ทว่าในตอนนั้นเอง เจ้าหน้ามากมายก็ต่างวิ่งเข้ามาจากนอกห้องโถง ทั้งหมดรีบเข้าไปบอกกับทันย่าด้วยความร้อนรน


            “ดะ..เดี๋ยวก่อนครับท่านทันย่า ได้โปรดเข้ารับการทดสอบให้แน่ชัดอีกครั้งนึงด้วยเถอะครับ ตอนนี้พวกเราได้ส่งเรื่องไปยังเบื้องบนแล้ว”


            “พวกเขาจะนำเครื่องวัดค่าดัชนีพลังและเครื่องวัดพละกำลังระดับสูงมากให้กับท่าน”



            ...

            สมแล้วที่เป็นคนสวยทันย่า ติดเล่นตลกด้วยนะ บอกไปว่าระดับดาวเคราะห์ก็เรียบร้อยแล้ว 55555+