ครองโลกด้วยระบบผู้จัดการ

    ตอนที่ 38 ต่อรองค่าที่ดิน

    "เปรี้ยง! "

    ราล์ฟโดนยิงโดยไรเฟิลของ 'กองทัพปลดแอกเคนยู' กระสุนทะลุอกด้านขวา เขากระเด็นตกจากดาดฟ้าตึก สูง 74 ชั้น ที่ชั้นสามสิบกว่า เด็กหนุ่มพยายามเอามือละไปตามชั้นนั้นเพื่อพยุงตัว เกี่ยวตัวเองไว้ สำเร็จ เขาปีนกลับเข้าไปที่ชั้น 31

    แต่สิ่งที่รอเขาอยู่คือ หน่วยสังหารที่มี 'วินซ์' มือสังหารอันดับหนึ่งเป็นหัวหน้า และ 'ลาฟาเยฟ' ทีมของเขา ลาฟาเยฟปรากฏข้างหลัง มือเหล็กของเขาแทงเข้ามาทะลุหัวใจเด็กหนุ่ม วินซ์มาจากด้านล่างเสียบมีดแทงใต้คางราล์ฟจนทะลุศีรษะ

    ราล์ฟตาย!


    เขาสะดุ้งบนเตียงนอนในห้องคอนโด ลิซแฟนสาวที่นอนอยู่บนร่างเขาก็ต้องตื่นตามไปด้วย เมื่อเธอมองไปที่หน้าแฟนก็ต้องตกใจ เลือดไหลออกมาจากจมูกเขา


    "ที่รัก เป็นอย่างไรบ้างคะ! คุณไปดวงดาวนั้นมาอีกแล้ว ตายอีกแล้วเหรอคะ ทำไมคราวนี้มีเลือดออกด้วย"


    ไม่ใช่ครั้งแรกที่ราล์ฟตายในสงครามภายในดวงดาว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่การตายของเขาส่งผลต่อร่างกายเมื่อเดินทางกลับมา หัวหน้ากองสาวรีบเดินไปเอายา ร่างกายเปลือยล่อนจ้อนกระทั่งผ้าเช็ดตัวก็ไม่ได้ใส่ไปทั้งที่เธอเป็นสาวขี้อาย เอาน้ำค้างดาวเนอร์เก้นมาหยอดให้เขากิน เธอมองด้วยความเป็นห่วง


    "ราล์ฟคะ ต้องพักสักหน่อยไหมคะ รอให้ฉันว่างอีกนิดแล้วไปด้วยกันได้ไหมคะ แม้จะสู้ไม่ได้แต่อาจช่วยดูช่วยเตือนให้ได้"


    ตั้งแต่ลิซ มาเรียและเบเนดิด เดินทางกลับมาที่กันวาโน่แล้ว เด็กหนุ่มก็ได้เล่าให้หญิงสาวฟังว่าอาจมีระดับเหนือมนุษย์อยู่ที่ป่าใหญ่มาค่า เขาต้องยกระดับพลังตัวเองขึ้นโดยการไปฝึกฝนที่ดวงดาวอื่น

    เธอที่งานยุ่งช่วงนี้ อาจยังไม่พร้อมให้ราล์ฟเดินทางไปล่วงหน้าก่อนจนชำนาญ เคลื่อนไหวจัดเตรียมสิ่งต่างๆ เธอค่อยตามไปฝึกด้วยกัน


    แต่หลังจากนั้นเธอก็ได้ทราบว่าอันตรายที่นั่นหนักหนานัก ระดับเหนือมนุษย์อย่างเขายังเอาตัวไม่รอดหลายครั้ง


    เมื่อได้เห็นความเป็นห่วงของแฟนสาว เด็กหนุ่มก็รับฟังบอกว่า ช่วงนี้เขาจะพักการฝึกสักหน่อย ลิซเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดเลือดที่จมูกของเขา เลือดหยุดไหลแล้ว น้ำค้างดาวเออร์เกินยามหัศจรรย์ของระบบหนึ่งหยดทำให้ราล์ฟหัวโล่งอาการตื้อในสมองที่ถูกแทงที่ดาวแห่งสงครามนั้นหายเป็นปลิดทิ้ง


    "อุ๊ย! "

    หญิงสาวมัวแต่จับตาดูอาการ เป็นห่วงเขา เพิ่งรู้สึกได้ว่าตัวเองเปลือยล่อนจ้อนต้องตกใจ ราล์ฟหัวเราะโอบตระกองกอดแฟนสาวเข้ามาในอก เธอแก้เขินตีเขาด้วยความเอียงอาย


    ตอนเช้าเด็กหนุ่มวาร์ปไปส่งหัวหน้ากองสาวอาคารไม่ไกลจากออฟฟิศเขา เขาไปเช่าระยะยาวไว้ให้ทำเป็นสำนักงานของลิซ

    งานฝั่งกำแพงครามกองเมืองกันวาโน่ ขยายใหญ่ขึ้นจากที่ลิซแข็งแกร่งขึ้น และผลงานต่างๆ ของราล์ฟที่คนต่างคาดเดาว่าเขาน่าจะเป็นอย่างน้อยนักสู้ระดับ 8 ซึ่งหากอยู่ที่ฐานลับก็เทียบเท่าหัวหน้าฝ่าย หรือระดับนักรบเลยทีเดียว เขาแม้เป็นเด็กหนุ่มนักเรียน แต่คนของกองกำลังให้ความเคารพในความแข็งแกร่งเสมอ


    กองเมืองกันวาโน่ได้เลื่อนเป็นกองรัฐโอค่อน เป็นกองกำแพงครามประจำรัฐนี้ ลูกน้องในทีมมากกว่า 35 คน รองสามคนคือ มาร์ติน แอนนาเบล และเบเนดิดที่เป็นนักสู้ระดับ6เท่ากับลิซหัวหน้ากอง

    งานของรัฐที่เป็นงานทั่วไป ในการปราบคนร้ายอันตราย หรือภารกิจแสนหินมีมากมาย มนุษย์ผลึกแดงก็ปรากฎหลายครั้งราล์ฟไปช่วยจัดการ แต่บางครั้งพวกลิซเองก็สามารถใช้พวกกลุ้มรุม ใช้ปืนเซฟแอลของเธอสังหารมันได้


    เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาล คิ้วเข้ม เจ้าของบริษัท เข้าไปในออฟฟิศทางด้านหน้า ทุกคนต่างทักทายบอส วาเนสซ่าตาเป็นประกายโหยหาและรอคอย ส่วนแรนดี้หน้าแดงแววตามุ่งหวัง ราล์ฟก้มหน้าหลบสายตาพวกเธอ

    ตั้งแต่วันนั้นเขาก็ไม่ได้ไปไหนกับเธอทั้งสองอีก


    "บอส ประชุมได้เลยไหมครับ"

    คาร์ลตันถาม


    "ครับ เราเริ่มกันเลย"

    เขาเข้าไปนั่งในห้องประชุมที่หัวโต๊ะ ทางขวาเป็นคาร์ลตัน ซ้ายที่เมื่อก่อนเป็นที่โซเฟียนั่งประจำแต่ช่วงหลังวาเนสซ่าขอเปลี่ยนที่กับเธอ บอกว่าหญิงสาวมีเรื่องการขายต้องถามบอสบ่อยๆ โซเฟียเห็นว่ามีเหตุผล ก็เปลี่ยนที่ให้ง่ายๆ มีแต่แรนดี้ที่รู้เหตุผลที่แท้จริงแอบส่ายหน้า


    ตอนนี้พนักงานมี 15 คน เนื่องจากยอดขายที่เพิ่มสินค้าที่เพิ่มขึ้น ราล์ฟให้ขยายทีมรับคนเพิ่ม ก่อนหน้านี้มอบหมายโซเฟียไปจัดการติดต่อซื้อที่ด้านหลังออฟฟิศเพิ่มเพื่อสร้างเป็นอาคารสำนักงานหลังใหม่ และจากที่เช่าออฟฟิศนี้อยู่ก็ให้ไปติดต่อซื้อไว้เป็นของบริษัทเลย

    ความมั่นคงถาวรนี้มาเร็วมาก จากเมื่อสามสี่เดือนก่อนเพิ่งจะก่อตั้งบริษัท แอลอาร์ได้ดั่งใจ มานี่เอง


    "บอสคะ ที่ด้านหลังไม่มีปัญหา จบกันที่ 145 ล้านเหรียญค่ะ ส่วนที่โชว์รูมนี้ เจ้าของผู้เช่าตอนแรกบ่ายเบี่ยง คุยไปหลายหนแล้วสุดท้ายเค้าโก่งราคาขายไปที่ 80 ล้านค่ะสูงกว่าราคาประเมินแถวนี้ที่ประมาณ 65 ล้านค่ะ "

    โซเฟียรายงาน พาให้บรรยากาศเงียบ เมื่อเจ้าของจะขายราคานี้จะไปทำอย่างไรได้


    ราล์ฟคิดสักครู่ ดูเหมือนจะไม่รู้สึกอะไรเลย เขาบอก

    "ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมไปคุยเองครับ ผมพอมีวิธี"


    ทุกคนมองหน้ากัน อีกแล้วเหมือนตอนจัดการของเลียนแบบ เขาทำยังไงของเขากันนะ เพราะราล์ฟกลัวว่าจะเป็นปริศนามากไปหากบอกว่าจะมีคนไปคุยอีก จึงบอกว่าตัวเองไปคุยเอง

    วาเนสซ่านึก ฉันจะต้องรู้ให้ได้ว่า บอสทำยังไง เหมือนกับตอนที่คนนั้นออกมาทำคลิปสารภาพ ไว้อยู่ด้วยกันสองคนก่อนเถอะ เธอหมายมั่นปั้นมือ


    จากนั้น คนในทีมขายก็รายงานเรื่อง ยอดขายที่กำลังเข้าสู่เดือนที่สาม

    เดอะจั๊มเปอร์ ยอด 1,112 ชิ้น

    จอมทำลายล้าง ยอด 681 ชิ้น

    ยอดขายเดือนแรกของสินค้าชิ้นที่สามที่ตั้งชื่อว่า 'กล่องบ้านอัศจรรย์' 135 ชิ้น


    เมื่อเสียงรายงานของพนักงานทีมขายกล่าวจบ ทั้งหมดเงียบงัน จากนั้น ก็กลายเป็นเสียงเฮ ดังลั่น

    ทุกคนต่างหันมาแสดงออกต่อกันด้วยความยินดี สินค้าที่ออกขายได้สามเดือนแรก กับสินค้าที่ขายเดือนแรก ก็ทำยอดรวมไปแตะระดับ 5ร้อยล้านเหรียญแล้ว นี่คือความยิ่งใหญ่ของบริษัทที่ผลิตสินค้าอย่างแท้จริง


    ราล์ฟย่อมทราบตัวเลขมาตลอด เขากล่าวขอบคุณการทำงานหนักของทุกคนและบอกว่า จะตอบแทนการทำงานหนักนี้นอกจากโบนัสปลายปีแล้วอีกหนึ่งเดือนจะพาทุกคนไปฉลอง2-3วัน ให้โซเฟียไปหาวันและสถานที่มา ทุกคนยิ่งเบิกบานเปรมปรีดิ์กันยิ่งไปอีก


    การประชุมจบลงด้วยความชื่นมื่นของพนักงาน ราล์ฟเดินกลับเข้าห้องทำงานของตน รู้สึกถึงวาเนสซ่าที่เดินตามด้านหลังไม่มีใครอีก เขาเข้าห้องไม่ได้ให้หญิงสาวเข้ามาแต่แล้ว ก็เปิดประตูอีกครั้ง


    วาเนสซ่าที่ทำหน้าผิดหวังหน้าประตูตอนแรก หน้าตาสดใสขึ้นทันทีหันไปมองข้างหลังไม่เห็นใครก็โถมเข้าไปในห้องจูบไปที่ริมฝีปากของเด็กหนุ่ม อกอวบเบียดขยี้หน้าอกเขา

    เธอที่วันนี้ใส่ชุดเดรสยาวแต่ผ่าข้างสูงมาถึงสะโพก ส่วนบนของเดรสเป็นแขนกุดด้านหน้าโชว์ร่องอกลึก อกที่เบียดไปจนหลุดออกมานอกชุด


    "บอส ไม่คิดมาหาวาเนสซ่า บ้างเหรอคะ"

    เธอถามอย่างเว้าวอน เขาใจสั่น ผู้ชายอย่างเขาแพ้ลูกแบบนี้ของผู้หญิงจริงๆ


    "คุณก็เห็นผมงานยุ่งมาก แล้วก็มีงานด้านอื่นๆ อีกเยอะเลย"

    ปากกล่าว จูบตอบเธอ มือบีบเค้นที่ทรวงอกที่หลุดจากเดรสออกมาของเธอ


    "อืม .. บอสขา"

    ไม่ทันที่มือของวาเนสซ่าจะเลื่อนลงไป เสียงอินเตอร์คอมดังขึ้นมา


    "บอส! เรานัดเจ้าของสถานที่ได้ตอนนี้ บอสจะไปพบเขาเลยไหม"

    เสียงโซเฟียรายงาน


    ราล์ฟตอบตกลง บีบหน้าอกสวยของวาเนสซ่าเบาๆ อีกครั้ง กระซิบ ไปทำงานไว้ค่อยคุยกัน แม้จะโดนขัดจังหวะแต่วาเนสซ่าก็รู้สึกเหมือนได้รับการเติมพลังใจมานิดหนึ่ง ออกจากห้องไปด้วยความเบิกบาน

    เธอไม่เข้าใจตัวเองว่าตั้งแต่เรียนจนมาทำงาน เคยมีแฟนมากมาย มีทั้งคนเก่งกาจมีชื่อเสียง ร่ำรวย เมื่อมาเจอบอสเด็กหนุ่มอายุน้อยกว่าเธอคนนี้ นอนด้วยกันครั้งเดียว แต่สาวนักขายอย่างเธอกลับหลงเขาเหลือเกิน หญิงสาวไม่รู้ว่าโดนเสน่ห์เร้าความต้องการมากมายจากพลังพิเศษระดับเหนือมนุษย์ที่ออกมาจากตัวราล์ฟเองที่เจ้าตัวก็ไม่ได้รู้ตัว


    เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลกำลังมองออกไปนอกกระจกห้องทำงานของตัวเอง เห็นที่ว่างด้านหลังเริ่มมีช่างมาสำรวจ วัดพื้นที่จะจัดสร้างออฟฟิศใหม่ของเขาแล้ว ไกลออกไปหลายบล็อกมีร้านอาหารที่เขานัดเจ้าของที่นี่ไว้

    ฉันควรมีคนขับรถพาไปไหนสักหน่อยนะ ช่วงหลังเขาคนรอบข้างมากมายการเดินทางวาร์ปมักจะทำไม่ได้ แล้วก็คิดได้ว่า ระบบมีผู้ช่วยมาร์คที่ยังไม่ได้ใช้ เขาเรียกมาร์คออกมา


    ราล์ฟกำหนดผู้ช่วยมาร์คให้เป็นชายหน้าตาปานกลาง ผมสั้น วัยราวๆ 30-35ปี สูงพอๆ กับเขา ใส่เสื้อเชิ้ตสีน้ำตาล กางเกงขายาวสีดำเป็นประจำ ข้อความแชทเข้ามา


    /คนที่บริษัทเอาเอกสารมาให้ประธานอย่างฉันเซ็นค่ะ รายได้บริษัทเราเกือบแปดร้อยล้านแล้วเหรอคะ นี่แค่ 4-5 เดือนเองนะคะนี่ มหัศจรรย์จริงๆ

    /แฟนของลิซอัจฉริยะมากไงครับ ดีใจไหม

    /มีของวิเศษ ความสามารถโกงเต็มไปหมด ใครจะสู้ได้ล่ะคะ ราล์ฟน่ะ"

    เธอบอกตรงเป๊ะ ซะจนราล์ฟหัวเราะ


    ที่จริงแล้วเป็นเพียงคำแกล้งหยอกของหญิงสาวเฉยๆ แม้เขามีสิ่งอัศจรรย์มากมายแต่ลิซก็ภูมิใจเสมอว่า แฟนของเธอเป็นคนที่มีความสามารถเลิศล้ำกว่าใครๆ


    /เดี๋ยวจะมีผู้ช่วยของผมไปเอากุญแจรถจากลิซได้ไหมจ๊ะ ยืมมาใช้ก่อน เดี๋ยวผมซื้อรุ่นใหม่ล่าสุดให้ไหมครับ

    /แหม ไม่ต้องยืมหรอกค่ะ แล้วฉันยังไม่ต้องมีรถใหม่ก็ได้ค่ะ ไปไหนก็ไปกับราล์ฟอยู่แล้ว

    /แปลว่าไม่เอารถใหม่เหรอครับ

    ทิ้งช่วงไปสักพัก

    /เอาค่ะ

    แล้วเธอก็ส่งอีโมจิ เอียงอายกลับมา เด็กหนุ่มหัวเราะ


    /เดี๋ยวนะคะ ผู้ช่วยนี่ผู้ชายใช่ไหมคะ

    เขาสัมผัสได้ถึงพลังคาดคั้นโจมตีบางอย่างส่งมากับข้อความ

    /ครับผู้ชายสิ


    จากนั้น เธอปรึกษาเขาเรื่องการเอาผลไม้ฟ้าให้รองหัวหน้ากองของเธอคือมาร์ติน กับแอนนาเบล ว่าดีหรือไม่ ราล์ฟเห็นด้วยทั้งสองคนเป็นมือขวาซ้ายของเธอมาก่อนยิ่งแข็งแกร่งยิ่งช่วยลิซได้มาก แล้วทั้งคู่ก็ทำงานของตนกันต่อ


    มาร์คไปเอากุญแจรถจากหัวหน้ากองสาว แล้วไปเอารถที่คอนโดของราล์ฟ จากนั้น รถหรู 'ดากาซ327' ก็มาจอดรับเขาที่หน้าบริษัท


    ผู้ช่วยมาร์คที่เป็นคนขับรถเปิดประตูให้เด็กหนุ่ม เขาเข้าไปนั่ง

    "มาร์ค คุณคือ ผู้ช่วยจากระบบ ผมถามเรื่องต่างๆ ได้เหมือนจูนนี่ไหม"


    "ผมตอบได้แต่เรื่องงานที่คุณราล์ฟให้ครับ ส่วนเรื่องอื่น ไม่ได้รับอนุญาตให้พูดครับ"


    "เวลาคนถามประวัติของคุณ คุณจะตอบว่ามาจากไหน"


    "ผมมีความทรงจำที่สามารถตอบประวัติได้หลายเรื่อง หากเจ้านายไม่กำหนดไว้ก่อน ผมจะบอกว่ามาจากคาทาลิเม็ดเมืองทางเหนือ แถบภูเขาครับ"

    ราล์ฟเอนตัวลงพิงเบาะ ส่ายหัว ระบบนี่ช่างเป็นจอมจัดสรรจริงๆ


    เดินทางนิดเดียวเขาก็มาถึงร้านอาหาร เดินเข้าไปนั่ง มาร์คมายืนรอข้างหลังราล์ฟให้เขานั่งที่โต๊ะติดกัน รอสักพักชายกลางคน ก็เดินมากับชายหนุ่มอีกคนหนึ่ง ทั้งสองเคยคุยกับราล์ฟตอนเขาเช่าสถานที่ทำออฟฟิศ เมื่อนั่งลงเขาไม่มัวเสียเวลาสะกดชายหนุ่มที่เป็นลูกชายให้นิ่งเหม่อไป แล้วใช้เทคนิคพิเศษกล่าวคำสัตย์กับชายกลางคน


    "ราคาสุดท้ายที่คุณยอมขายที่ดินนี้ให้ผม คือเท่าไหร่ครับ"


    ชายกลางคนตามองราล์ฟด้วยความเลื่อนลอยตอบ

    "คือ 75 ล้าน"


    ยังแพงไปอยู่ดีแฮะ

    "แล้วถ้าผมบอกว่า ให้ได้จริงๆ แค่ 65 ล้าน หากคุณไม่ตกลงผมก็ขอแค่เช่าแล้วรอจนครบสิบปี ค่อยย้ายไปหาซื้อที่ใหม่ คุณก็จะปล่อยให้ผมเช่า ไม่ยอมขายที่ 65 ล้านหรือเปล่าครับ"


    "ฉันจะยอมขายที่ราคา 65 ล้าน ไม่อยากได้แค่ค่าเช่า"

    เป็นอันจบ


    ราล์ฟทำให้ทุกอย่างเป็นปกติ แล้วลูกชายของเขาก็ทำท่าหยิ่งยโส พูดว่าจะไม่ขายให้ท่าเดียว แถมกล่าวเลยไปถึงราคา85 90 ล้าน ชายกลางคนนิ่งไม่มองหน้าราล์ฟปล่อยให้ลูกชายของเขาเจรจา เด็กหนุ่มลุกขึ้นทำเป็นเหมือนตัดใจ บอกทิ้งท้ายกับชายกลางคน ไม่ได้มองหน้าชายหนุ่มนั้น


    "คุณลุงครับ ผมมีกำไรเหลือจากงาน จากที่เช่าก็จะซื้อเป็นเจ้าของเองเลย ผมมีเหลือแค่ 65 ล้านสูงกว่านี้ล้านเดียวก็ไม่ซื้อแล้วครับ หากไม่ขายราคานี้ผมก็เช่าต่อแล้วกันครับ ถือว่าทุกอย่างเป็นเหมือนเดิม อย่างไรลุงติดต่อโซเฟีย ผู้จัดการของผมต่อได้นะครับ"


    แล้วราล์ฟก็บอกลา ทำเป็นสู้ราคาไม่ไหว เดินออกไปมาร์คเดินตาม ทิ้งให้สองพ่อลูกมองหน้ากันอย่างมึนงง ไปต่อไม่ถูก


    ก่อนเลิกงาน บริษัทแอลอาร์ได้ดั่งใจ ก็ได้ฮือฮาว่า เจ้าของที่จู่ๆ ก็ติดต่อมาที่โซเฟียบอกว่า เห็นแก่เจ้านายของเธอที่เป็นคนหนุ่มก่อตั้งบริษัทยอมขายให้ในราคา 65 ล้านเหรียญก็ได้

    อีกแล้ว! เจ้านายของเขาใช้เวทมนตร์อะไร ทำให้คนที่ตั้งหลักแข็งขืนไว้ยอมเปลี่ยนตามใจง่ายๆ อีก วาเนสซ่าที่กำลังทำงานหน้าแล็ปท็อปของตัวเอง แชทไปหาเรื่องออดอ้อนเขาทันที


    /บอสขา ทำไมเก่งอย่างนี้คะ! ต้องมาสอนวาเนสซ่าบ้างนะคะ เรื่องเคล็ดลับการเจรจาของบอสที่ราวกับร่ายมนตร์ใส่นี่น่ะค่ะ

    /เคล็ดลับอะไรกันครับ ผมก็แค่คุยกับลุงเขาอย่างจริงใจเขาคงเห็นเป็นเด็กหนุ่มก็อยากช่วยนั่นแหละ

    /วันนี้มาหาวาเนสซ่าที่ห้องนะคะ สอนการขาย ฉันขายเก่งขึ้นก็ช่วยบริษัทของเราได้มากไงคะ

    หญิงสาวเจรจาล่อลวงเจ้านาย ราล์ฟต้องหาเหตุผลมากมายมาบ่ายเบี่ยง


    ---------------------



    คล้ายกับเรื่องครองโลกด้วยระบบผู้จัดการ ที่คุณอ่าน