ตอนที่ 35 ต่างคนต่างช่วยเหลือกัน
ก้นบ่อหินหลอมเหลว ปรากฎร่างมังกรอัคคีขนาดใหญ่ถูกโซ่หินสีฟ้าล่ามไว้ มังกรอัคคีขนาดใหญ่นอนนิ่งแทบจะไม่ขยับตัว ทันทีที่ดวงจิตของสมปองเข้าไปใกล้ มันก็ลืมตาขึ้น
“ผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ท่านใดเข้ามาในที่นี้”
“ข้าพเจ้าลงมาพบท่านโดยบังเอิญ ไม่มีเจตนามารบกวน”
“เช่นนั้นขอให้ท่านกลับไปเสียเถิด ที่นี่อันตรายเกินไป ข้าไม่มีเรี่ยวแรงจะช่วยเหลือใครแล้ว”
“ข้าพเจ้าเข่อเจี้ยน หลงทางเข้ามาในโลกหินหลอมเหลวโดยบังเอิญ ขอทราบได้หรือไม่ว่าท่านเป็นใคร เหตุใดจึงถูกล่ามไว้ที่นี่”
“คำถามของท่านมีมากเกินไป แต่เอาละข้าหยวนจี๋เป็นสมาชิกเผ่ามังกรอัคคีบรรพกาลที่หลงเหลืออยู่ในโลกนี้ เผ่านาคาใต้พิภพจับข้าขังไว้ที่นี่”
“มังกรอัคคีบรรพกาล ท่านเป็นเผ่าพันธุ์ต่างโลกเช่นเดียวกับมังกรฟ้าบรรพกาลใช่หรือไม่”
มังกรอัคคีเบิ่งตากว้างขึ้นกว่าเดิมมันแทบจะลืมทุกสิ่งทุกอย่างแต่เรื่องราวของมังกรฟ้าบรรพกาลที่เข้ามาในโลกนี้มันกลับจำได้ไม่ลืมเลือน “เจ้ารู้เรื่องมังกรฟ้าบรรพกาลรึ” ครุ่นคิดในใจพลางจ้องมองจิตวิญญาณของสมปอง “อืม มีสิ่งที่คุ้นเคยอยู่ในตัวเจ้านี่ อืม” หากมองไปในตาของมันโดยตรงจะเห็นแววตาที่ลุกโชน แม้จะอยู่ในร่างจิตวิญญาณ สมปองถูกจ้องมองนาน ๆ ก็รู้สึกตระครั่นตะครออยู่บ้าง
“ผู้อาวุโสบอกได้หรือไม่ว่าเหตุใดจึงถูกขังไว้ที่นี่”
“ไอ้พวกทรยศเผ่านาคา” มันพูดพลางขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
“พวกนาคาใต้พิภพหรือ”
“เจ้าก็รู้จักหรือ?”
มันถูกขังอยู่ที่นี่มานานนับหมื่นปี โลกภายนอกเปลี่ยนแปลงอย่างไรมันกลับไม่ทราบเลยสักนิด เผ่านาคาใต้พิภพได้อพยพออกไปสู่ภายนอกนานแล้ว และเปิดโลกเร้นลับที่เผ่ามังกรอัคคีบรรพกาลให้
“เจ้าอย่าเสียเวลาอยู่ที่นี่เลย มันไม่ปลอดภัย”
สมปองเห็นท่าทางที่อิดโรยของมังกรไฟบรรพกาลก็รู้สึกเห็นใจ ด้วยทรัพยากรของมังกรฟ้าบรรพกาลที่เขาได้รับมา ทำให้เขารู้สึกอยากตอบแทนบุญคุณบ้าง การมาพบมังกรอัคคีบรรพกาลจึงเปิดช่องของความรู้สึกนั้นให้กว้างขึ้น
“หากจะปลดปล่อยท่านออกไปจะต้องทำอย่างไร”
มังกรอัคคีบรรพกาลเหลือบตามองสมปอง “หากเจ้าอยากช่วยข้า แค่เพียงทำลายสลักตัวใดตัวหนึ่งจากกุญแจทั้งหมดที่คล้องอยู่รอบตัวข้าเท่านั้น”
มันทำท่าเหนื่อยอ่อน หลังจากบอกกล่าวแล้วก็ไม่เอ่ยอะไรอีก สลักทั้งหมดบนตัวของมันรวมกันเป็นข่ายเวทสะกดพลังของมันเอาไว้ ขอเพียงสมปองทำลายสลักอันเดียวก็ถือว่าทำลายข่ายเวทนี้แล้ว
หยวนจี๋ในร่างมังกรอัคคีมองสมปองไม่ออก แต่มันคาดคะเนว่าสมปองต้องมีมีขีดความสามารถ ขีดความสามารถระดับมหานิพพาน สามารถทำลายสลักบนกุญแจได้ แต่มันก็สงสัย เหตุใดชายหนุ่มที่มีความสามารถระดับนี้จึงลังเล มันได้แต่แสร้งเหนื่อยอ่อนต่อไป ซึ่งความจริงมันกำลังตื่นเต้นอย่างมาก ตื่นเต้นจนสร้างความร้อนขึ้นรอบตัวโดยไม่รู้ตัว
สมปองขณะจะทดลองทำลายสลัก เสียงที่แววมาในหัวบอกเขาว่าอย่าหาทำ เสียงของหลงปิง สมปองเริ่มสัมผัสถึงความไม่ชอบมาพากล หยวนจี๋มองสมปองที่กำลังลอยห่างออกไปก็เริ่มทนไม่ไหว ตอนแรกเหมือนว่าสมปองยินดีจะช่วยมัน มันจึงยังไม่ลงมือ แต่ตอนนี้เด็กน้อยที่ตนต้องการจะกลืนกินกำลังจะหนี มันต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่ง โอกาสมีเพียงตอนนี้เท่านั้น
หินหลอมเหลวรอบตัวสมปองเริ่มปั่นปวน กงเล็บขนาดมหึมาแหวกฝ่าเข้ามาหาสมปอง เขาเข้าไปใกล้เกินไปและอยู่ในรัศมีกงเล็บของมัน การโจมตีนี้มังกรอัคคีเก็บซ่อนไว้อย่างดี มันเคลื่อนกงเล็บมาช้า ๆ แล้วค่อยเร่งความเร็วเมื่อเข้าใกล้ทำให้สมปองหนีไม่ทัน มันคว้าร่างวิญญาณของสมปองใส่ปากอันใหญ่โตมโหฬารทันที
ภายใต้การโจมตีอย่างรวดเร็ว ร่างวิญญาณของสมปองถูกคว้าใส่ในปากมังกรอัคคีบรรพกาลไปแล้ว มังกรอัคคีบรรพกาลถูกจองจำอยู่ใต้วังนาคามายาวนานหลายหมื่นปีแล้ว เผ่าพันธุ์ของมันจบสิ้นเพราะเผ่านาคาที่เคยเป็นบริวารทรยศ เหลือมันเป็นตัวสุดท้าย ตอนนี้มันต้องการเพิ่มพลังด้วยการกลืนกินร่างวิญญาณของสมปองที่มีปราณมังกรฟ้าบรรพกาล
หยวนจี๋รู้สึกตามสัญชาตญาณว่าการกลืนกินร่างหรือผลึกปราณหรือแม้แต่พลังวิญญาณมังกรบรรพกาลเผ่าพันธุ์อื่นสามารถเพิ่มศักยภาพของมันได้ แต่ก็เป็นไปได้ยากเพราะเผ่ามังกรบรรพกาลแต่ละเผ่านั้นอยู่ห่างไกลมาก แต่ตอนนี้ร่างวิญญาณที่มีปราณมังกรฟ้าบรรพกาลของสมปองอยู่ตรงหน้าแล้วและเป็นโอกาสเดียวเท่านั้น
มันกำลังกลืนกินวิญญาณนั่นลงไป หากการกลืนกินสำเร็จ มันจะมีพลังในการทำลายสลักและมันจะออกไปแก้แค้น
ภายในปากของมังกรอัคคีบรรพกาล สายฟ้าแล่นแปร๊บปร๊าบ ๆ ห่อหุ่มร่างวิญญาณของสมปองอย่างรวดเร็ว สายฟ้านับร้อยสายห่อหุ้มร่างสมปองจนกลายเป็นลูกบอลสายฟ้า สมปองรู้สึกถึงพลังจิตวิญญาณของหลงปิงที่แผ่เข้ามา ปราณสายฟ้าในร่างของเขาหากหลงปิงเป็นผู้ควบคุมย่อมมีประสิทธิภาพเหนือกว่าเขา
ปากมังกรอัคคีบรรพกาลหุบลง มันกลืนกินร่างสมปองเข้าไปตอนเผลอ สมปองเองก็ไม่มีประสบการณ์การต่อสู้ในโลกแห่งเซียนมากนักจึงดูเหมือนว่าการกลืนกินสมปองควรเป็นเรื่องง่ายดาย เพียงแค่ปราณที่ร้อนระอุของมันก็สามารถทำลายการป้องกันของร่างวิญญาณ จากนั้นเพียงเผาไหม้ดวงวิญญาณให้กลายเป็นก้อนพลังงานก็เสร็จสิ้น สามารถกลืนลงท้องเพื่อดูดซับได้ทันที
ตอนนี้นอกจากร่างวิญญาณไม่ได้ถูกเผาไหม้ กลับมีสายฟ้าห่อหุ้มทำให้ไม่สามารถเผาผลาญร่างวิญญาณนี้ได้
“เหตุใดจึงยุ่งยากถึงเพียงนี้?”
มันเร่งความร้อนในร่างเพิ่มขึ้น หินหลอมเหลวที่อยู่ภายนอกได้รับผลกระทบจนความหนืดหายไปกลายเป็นน้ำสีแดงใสกระเพื่อมเป็นระลอกคลื่นอยู่ด้านนอก ความร้อนเพิ่มขึ้นทุกขณะ แต่มิได้มีผลใด ๆ กับลูกบอลสายฟ้าภายในร่างมังกรอัคคีบรรพกาล สมปองส่งความคิดไปยังหลงปิง ลูกบอลสายฟ้าที่ลอยอยู่ในท้องก็เคลื่อนย้อนกลับไปที่ลำคอ
หยวนจี๋รู้สึกอึดอัดที่คอจนรู้สึกคล้ายจะขย้อนออกมา แต่หลงปิงบังคับลูกบอลให้ขยายใหญ่ขึ้น การออกไปต่อสู้กันด้านนอกย่อมเสียเปรียบ ลูกบอลสายฟ้าติดอยู่ที่ลำคอของหยวนจี๋ไม่หลุดออกมาแม้จะพยายามสำรอกกี่ครั้ง
ไม่ว่าใครก็ตามหากกลืนกินสิ่งใดเข้าไปแล้วมันติดคาอยู่ที่คอ ย่อมได้รับความทุกข์ทรมาน ความสามารถระดับนิพพานที่มีอยู่ไม่สามารถช่วยอะไรได้ มันทุรนทุรายด้วยความอึดอัด มันพยายามเค้นลำคอบีบให้ก้อนสายฟ้าเคลื่อนออกมา ร่างวิญญาณของสมปองภายใต้การควบคุมของหลงปิง แผ่สายฟ้าออกมาตลอดเวลา ระดับมหานิพพพานทำให้สมปองสามารถแผ่พลังคุ้มกันได้ยาวนานกว่า
การโจมตีภายในร่างหยวนจี๋ค่อย ๆ หนักขึ้น ของเหลวจำนวนมากรวมทั้งหินหลอมเหลวที่ถูกหยวนจี๋กินเข้าไปถูกขย้อนกลับมากระแทกลูกบอลสายฟ้าอยู่ตลอดเวลา แต่ลูกบอลสายฟ้าก็ยังไม่หลุดออกมาจากลำคอ สายฟ้าที่ส่งออกมาสร้างความเจ็บปวดจนมันต้องดิ้นไปมา
หยวนจี๋รู้สึกสิ้นหวัง มันสำนึกเสียใจที่ มันไม่ควรคิดร้าย เวลาล่วงเลยไปไม่รู้วันคืน แต่มันทนความอึดแบบนี้ไม่ไหวแล้ว เพียงพริบตาเดียวที่มันตัดสินใจยอมแพ้ สายฟ้าอันเข้มข้นจำนวนหนึ่งพุ่งออกไปจากลูกบอลกระแทกตรงไปที่หัวใจ หลงปิงไม่คิดปราณี มิฉะนั้นอาจเป็นฝ่ายตนเองที่ถูกกลืนกิน ดวงตาของหยวนจี๋ปูดโปนด้วยความเจ็บปวดอย่างสาหัส หัวใจถูกกระแทก เลือดสด ๆ ของมันทะลักขึ้นมาตรงคอที่ลูกบอลสายฟ้าขวางกั้นอยู่
เสียงอึกอักทรมานดังอยู่ครู่เดียวมันก็ทรุดลงขาดใจตายอย่างคับแค้น มันอดทนมีชีวิตอยู่ในโลกหินหลอมเหลวมานานนับหมื่นปี มันต้องตายในวันนี้เพราะละโมบอยากกินร่างวิญญาณที่สามารถช่วยให้มันออกจากโลกหินหลอมเหลวนี้ได้
หลงปิงควบคุมร่างวิญญาณของสมปองกลับไปยังถุงจักรวาลพร้อมด้วยเลือดมังกรอัคคีบรรพกาลจำนวนหนึ่งกับชิ้นส่วนของหัวใจของมัน สมปองลืมตาขึ้น เขาเห็นหลงปิงที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“ขอบคุณผู้อาวุโสที่ช่วยเหลืออีกครั้ง”
“อย่าเรียกว่าช่วยเหลือ หากเจ้าไม่บรรลุระดับมหานิพพาน ข้าคงทำอะไรไม่ได้มากนัก เรียกว่า ต่างคนต่างช่วยเหลือกันดีกว่า”
หลงปิงชี้ไปยังเลือดของมังกรอัคคีบรรพกาล “สิ่งนี้และหัวใจของมันจะช่วยให้ข้าฟื้นคืนชีพได้” กล่าวเสร็จหลงปิงก็กวักเลือดหย่อมนั้นกับชิ้นส่วนหัวใจให้ลอยตามไป “ข้าต้องใช้เวลาในการดูดซับโลหิตนี้ เผื่อว่าจะสามารถคืนชีพได้ ตอนนี้เจ้ามีความสามารถพอจะออกจากโลกหินหลอมเหลวนี้ได้แล้ว อย่าลืมคัมภีร์อีกสองเล่มที่เจ้ายังไม่ได้อ่าน มันจะช่วยได้มาก”
หลงปิงหายไปทิ้งไว้เพียงสมปองคนเดียว