
แนะนำตัวละคร
(ภาพขวา เรียงจากขวาไปซ้าย)
โวล์ฟกัง ไอเซนฮูท
คู่หมั้นของลีโคริส อุปนิสัยจริงจัง ไม่ถนัดอ้อนคน ตอนแรกผลักไสลีโคริสแต่ก็เปิดใจยอมรับได้ในทันใด ต่างให้ความสำคัญแก่กัน ชื่อเล่นว่าโวล์ฟ
ลีโคริส เรเดียตา
บุตรสาวคนเดียวของดยุกลีเลีย ภายนอกดูเป็ผู้ใหญ่ แต่ที่จริงเป็คนอยากรู้อยากเห็นมากและชอบช่วยเหลือผู้อื่น วิ่งวุ่นเพื่อหลีกหนีธงมรณะในโลกของ ‘เกมจีบหนุ่มยันเดเระ’ ที่มาเกิดใหม่
เชด
เด็กชายที่ดูภายนอกน่ารักน่าเอ็นดูเหมือนเทวดา แต่ไม่ยอมเปิดใจเพราะมีชีวิตวัยเด็กที่ซับซ้อน เป็ตัวละครยันเดเระในเกมที่มีความรู้สึกซับซ้อนต่อผู้หญิง...
(ภาพซ้าย เรียงจากขวาไปซ้าย แถวบน)
นาร์ซิสซัส รันคูรัส
น้าชายของลีโคริส พ่อของครินัมและเชด เป็คนที่ก้าวไปตามจังหวะของตัวเองโดยไม่สนใจรอบข้าง
เบอร์ริออส ไอเซนฮูท
พ่อของโวล์ฟ เป็นายกรัฐมนตรี เข้มงวดเื่งาน และใส่ใจเป็ห่วงเป็ใยผู้อื่น มีเสน่ห์อยู่ที่หนวด
คาฟิล เรเดียตา
เ้าบ้านดยุกลีเลียคนปัจจุบัน พ่อของลีโคริส ใช้ชีวิตไปกับการการบินไปดูงานแต่ละประเทศในฐานะผู้แทนพระาา
(ภาพซ้าย เรียงจากขวาไปซ้าย แถวล่าง)
ครินัม รันคูรัส
ลูกพี่ลูกน้องของลีโคริส ชอบอ่านหนังสือ อุปนิสัยอ่อนโยนและเชื่อฟัง เขียนจดหมายโต้ตอบกับลีโคริสเป็ประจำ
ผู้ช่วยนายกรัฐมนตรี
ผู้ช่วยที่รักงานที่ทำ รับใช้เบอร์ริออสและคุ้นเคยกับโวล์ฟด้วย เป็คนตรงไปตรงมาและประทับใจอะไรได้ง่าย
1
ลีโคริสเรเดียตา และ ‘ลีโคริส เรเดียตา’
คำว่าเดจาวูคือภาพเหตุการณ์ที่รู้สึกว่าเคยเห็นหรือเคยประสบมาก่อน
ความจริงก็คือการรู้สึกว่าครั้งหนึ่งเคยมีประสบการณ์กับเื่ที่ไม่เคยประสบมาก่อนเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ชีวิตของฉันเต็มไปด้วยเดจาวูเพียงแต่ต่างกับปกติเล็กน้อยคือ เดจาวูของฉันเป็ความรู้สึกว่า ‘ครั้งก่อนไม่ใช่แบบนี้นะ’
ฉันชื่อลีโคริส เรเดียตาเพิ่งอายุครบหกขวบ
มีคนบอกฉันบ่อยๆว่าฉันพูดจาไม่เหมือนเด็ก
คนทั่วไปมักบอกว่าฉันมีลักษณะภายนอกที่ดูเหมือนผู้ใหญ่แต่ไม่ค่อยมีคนบอกว่าน่ารักน่าเอ็นดู ทั้งที่ฉันคิดว่า ‘น่ารัก’ เป็คำที่คนทั่วไปใช้ชมเด็กแท้ๆ
ฉันเองเป็ถึงบุตรสาวของดยุก
แม่จากไปก่อนที่ฉันจะจำความได้ แต่ยังมีภาพเหมือนของท่านอยู่เป็จำนวนมากท่านเป็หญิงสาวที่งดงามมาก แต่ก็ััได้ถึงความเ็านิดหน่อย
ส่วนพ่อเป็ดยุกที่ต้องบินไปทำงานต่างประเทศน้อยครั้งจะกลับบ้าน แต่เนื่องจากฉันถูกแวดล้อมไปด้วยคนรับใช้มากมายและอาจารย์สอนพิเศษทั้งหลายจึงไม่ค่อยรู้สึกเหงาเท่าใดนัก
ฉันมักได้รับคำชมว่ามีความจำที่ดีเลยคิดว่านั่นเป็ความสามารถพิเศษของตัวเอง
...ทว่าแค่ฉันคิดพิจารณาเื่ของตัวเองแบบนี้ความรู้สึกขัดแย้งก็ขยายตัวขึ้น
ไม่ใช่ๆ ไม่ใช่เด็ดขาดมันต้องมีอะไรผิดแน่ๆในใจกู่ร้องะโแต่ฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าเื่ความทรงจำที่ดีนี้ต่าง ‘กับอะไร’
ฉันตัดสินใจจะปรับทุกข์กับผู้ใหญ่สักคนที่น่าจะช่วยให้ฉันไม่ฟุ้งซ่านกับความทุกข์ใจที่ตัวเองพูดไปเรื่อยเปื่อย
ฉันเลือกแม่นมที่เชื่อใจเป็พิเศษจากในบรรดาผู้ใหญ่ที่อยู่แวดล้อม
เมื่อฉันเปิดใจสารภาพความทุกข์อย่างเงอะๆงะๆ แม่นมก็เบิกตากว้างจนรอยย่นที่หางตายืดตึง และเอ่ยออกมาหนึ่งคำ “ตายจริง...”
หลังจากตะลึงงันไปสักพัก แม่นมก็ตอบกลับด้วยสีหน้าสับสนว่า“เื่ที่คุณหนูพูดยากเกินไปสำหรับฉันค่ะ คำว่า ‘เดจาวู’นั้นก็เป็คำที่ฉันไม่คุ้นหูเลย...”
...จะว่าไป
เดจาวูเป็คำของที่ไหนกันแน่ทำไมฉันถึงรู้จักคำคำนั้นได้ คิดว่าบางทีคงจะเขียนด้วยตัว ‘déjà vu’ แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็ตัวอักษรของประเทศไหนอีกอยู่ดี
ผลจากการตัดสินใจครั้งสำคัญของฉันจบลงด้วยข้อสงสัยที่พอกพูนขึ้นและมีแต่จะทำให้สับสนยิ่งขึ้นไปอีก
ฉันไม่ยอมแพ้
‘d’ ‘é’ ‘j’ ‘à’ ‘v’ ‘u’
ตัวอักษรทั้งหกที่เขียนลงไปบนกระดาษน่าจะเป็ช่องทางไขข้อสงสัยของฉันได้
จากนั้นฉันถามพวกผู้ใหญ่รอบข้างว่ารู้สึกเหมือนเคยเห็นตัวอักษรเหล่านี้บ้างหรือเปล่าฉันยังออกเสียงประกอบคำอ่านเดจาวูด้วย
แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมาคือพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิงแทบทุกคนมีสีหน้ายุ่งยากใจอย่างหนัก และมองฉันที่เริ่มเื่แปลกๆนี้ด้วยความประหลาดใจ
ถ้าไม่นับพ่อที่ไม่ค่อยได้อยู่บ้านอาจารย์สอนพิเศษที่าุโก็ถือเป็ผู้มีความลึกซึ้งในภาษาเพียงหนึ่งเดียวของบ้านเราอาจารย์เสนอคำที่มีเสียงคล้ายกันขึ้นมาหลายคำ แต่พอฉันส่ายหน้ากับคำพวกนั้นทั้งหมดอาจารย์จึงแนะนำให้ลองอ่านหนังสือในห้องสมุด
ดังนั้น ฉันจึงตั้งอกตั้งใจอ่านหนังสือ
โชคดีที่มีเวลาเหลือเฟืองานอ่านหนังสือเป็เื่ที่ทำได้ด้วยตัวคนเดียวไม่ต้องไปรบกวนพวกผู้ใหญ่ที่งานยุ่งฉันขะมักเขม้นกับการหาคำตอบของข้อสงสัยนี้ในภูมิปัญญาของคนสมัยก่อน
บ้านของเรามีห้องสมุดของคฤหาสน์ดยุกลีเลียที่ใหญ่โตโอ่อ่า
ฉันลองเทียบเคียงตัวอักษรต่างๆที่มีอยู่ในโลก
มีระบบโครงสร้างตัวอักษรที่มีลักษณะคล้ายตัวอักษรทั้งหกอยู่จริงๆด้วย แต่ตัวอักษรเ่าั้ทุกตัวออกเสียงต่างกันโดยสิ้นเชิงฉันจึงตระหนักถึงความยากลำบากของงานนี้ทันที
แต่เดิมสิ่งที่เรียกว่าตัวอักษรเป็สิ่งที่แปรผันมีลักษณะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย สถานที่ หรือแม้แต่ตามนิสัยของคนเขียนตัวอักษรซึ่งก็เป็เื่ปกติธรรมดาแม้แต่ตัวอักษรเดียวกันก็ต่างกันด้วยการเขียนถ่ายทอดออกมาเื่นี้บอกตามตรงเลยว่าเป็เื่ที่ช่วยไม่ได้สำหรับฉันซึ่งเป็มือใหม่
ฉันหาตัวอักษรจนตื้อไปหมดแต่มือก็ไม่หยุดพลิกหน้าหนังสือ ฉันถูกชักพาเข้าไปในตัวอักษรขนาดใหญ่ที่ผูกเข้าด้วยกันเป็ประโยค
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ภูมิศาสตร์ภาษาศาสตร์ที่ร่ำเรียนมากับอาจารย์สอนพิเศษเป็ประโยชน์อย่างมากในการอ่านหนังสือ
นอกจากนี้ก็มีตำนานเกี่ยวกับเทพเ้าตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมา ไปจนถึงปรัชญาและศาสนา ส่วนสาขาที่ไม่มีความรู้แตกฉานอาจารย์ก็ช่วยเลือกหนังสือที่อ่านเข้าใจง่ายสุดเท่าที่จะเป็ไปได้มาให้ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังต้องใช้พจนานุกรมประกอบการอ่านชนิดที่ว่าไม่ยอมให้ห่างตัวเลย
เมื่อต้องใช้เวลาเลือกหนังสือฉันจึงเข้าไปหมกตัวอยู่ในห้องสมุดเป็ประจำแต่ก็รู้สึกพะวงกับสายตาคนในบ้านมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย จึงใช้เวลาเก็บตัวอยู่ในห้องนานมากขึ้นทว่าดูเหมือนท่าทางของฉันที่ถลำตัวเข้าไปในโลกของหนังสือจะทำให้คนในบ้านกังวลใจ
ห้องของฉันที่น่าจะมีสีสันน่ารักเหมาะกับบุตรสาวผู้เยาว์วัยไร้เดียงสาของดยุกจึงอยู่ในสภาพที่ดูไม่ได้ทัศนวิสัยถูกบดบังด้วยหนังสือที่ตั้งซ้อนขึ้นไปเป็กองสูงในห้องตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอันเป็เอกลักษณ์เฉพาะของหนังสือเก่าแม่นมผู้เป็กังวลจึงเร่งให้เอาหนังสือไปเก็บ แต่ผลลัพธ์ก็ออกมาไม่ค่อยได้เื่นัก
ฉันเข้าใจความรู้สึกที่แม่นมผู้ใจดีเป็ห่วงฉันเธอเคยบอกฉันอย่างอ้อมๆ ด้วยว่าความรู้เกินกว่าความจำเป็ในฐานะขุนนางตระกูลสูงไม่จำเป็สำหรับฉัน
วันนี้่ใกล้เวลามื้ออาหารเช้าฉันหยิบหนังสือจากกองในห้องส่วนตัวออกมาอีกหนึ่งเล่ม
จากนั้นก็เอนพิงเก้าอี้แล้วเปิดหนังสือ
หนังสือในมือตอนนี้มีขนาดเล่มค่อนข้างเล็กฉันถือแล้วไม่เมื่อยมือเลยหนังสือเล่มนี้รวบรวมเทพนิยายกับตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมา ซึ่งมีการพิสูจน์ว่าเื่เ่าั้มีอยู่จริงและกระจายอยู่ทั่วไปในโลกทันใดนั้น มือของฉันที่พลิกหน้าหนังสืออ่านไปเรื่อยๆ สบายๆ เนื่องจากไม่ได้เป็หนังสือที่ใช้คำศัพท์ยากอะไรเป็พิเศษก็หยุดกึกทันที
ในหนังสือมีภาพประกอบและแผนที่โลกอย่างย่อวาดแทรกอยู่มีแผนภาพแสดงให้เห็นตำนานเล่าขานแต่ละเื่ที่กระจายไปตามที่ต่างๆ
ฉันจ้องแผนที่ตาไม่กะพริบและคิดเหมือนอย่างเคย
(...ไม่ใช่)
ตกลงว่าในหัวสมองหรือไม่ก็จิตใจของฉันพยายามที่จะปฏิเสธอะไรกันแน่
ั้แ่ฉันเกิดมาในประเทศนี้บนโลกนี้ฉันไม่เคยก้าวออกไปนอกประเทศเลยแม้แต่ก้าวเดียว ทั้งพ่อแม่ แม่นมและอาจารย์สอนพิเศษ เป็คนของประเทศนี้หมด แน่นอนว่าฉันก็เป็คนของประเทศนี้ด้วยเช่นกัน
การได้รับความรู้ใหม่ก็น่าจะเหมือนการเขียนอะไรสักอย่างลงไปบนกระดาษขาวไม่ใช่หรือ
แต่ทั้งที่เป็อย่างนั้นขณะที่ฉันสะกดตัวอักษรลงไปบนกระดาษขาวก็รู้สึกอยู่ดีว่าผิดไปจากตัวอักษรที่เขียนร่างไว้คร่าวๆซึ่งเป็ตัวที่ไม่น่าจะมีอยู่
ฉันคิดว่ามันไม่ใช่
เมื่อก่อนมันไม่ใช่แบบนี้
แต่ ‘เมื่อก่อน’ คืออะไรล่ะ
แม้จะครุ่นคิดไปคำตอบก็ไม่ลอยขึ้นมาฉันจึงพลิกหน้าหนังสืออีกครั้ง
เหตุผลหนึ่งที่ฉันยังคงอ่านหนังสือต่อไปก็คือมันเหมือนการได้พบเห็นอะไรที่น่ากลัว แล้วก็ยิ่งอยากเห็นมากขึ้นไปอีกความรู้สึกแปลกประหลาดชอบกลเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่อ่านหนังสือฉันกลัวการไม่รู้อะไรเลย แล้ววันที่ฉันจะได้รู้โฉมหน้าแท้จริงของบางสิ่งบางอย่างที่ไม่อาจระบุได้จะมาถึงหรือเปล่า
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ readawrite
https://bit.ly/3kRniGc