บทที่ 152
คนจากสำนักงานนักผจญภัย
เดย์ยืนอยู่บริเวณด้านบนคฤหาสน์ของตนเองดวงตาของเขาที่มองไปบริเวณด้านล่างพบเห็นเข้ากับพวกคนจำนวนมากเดินทางมารวมตัวกันอยู่บริเวณด้านหน้าคฤหาสน์ของเขา
จากที่มองเห็นในตอนนี้พวกผู้คนที่รวมตัวอยู่บริเวณด้านหน้าคฤหาสน์ของเขาพวกนั้นเป็นนักผจญภัยนี่ถือว่าโชคดีที่ว่าพวกมันเป็นนักผจญภัยพวกมันไม่ใช่พวกกลุ่มคนที่เดินทางมาจากโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์หรือว่าจากลัทธิมาร
“ คนจากสำนักงานนักผจญภัยอย่างนั้นหรอทำไมพวกนักประจญภัยจึงเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้?”
ภายในใจเต็มไปด้วยความสงสัยมากมายตัวของเขารีบเดินลงไปบริเวณด้านล่างอย่างรวดเร็วเขาเดินตรงลงไปเพื่อไปพบกับคนพวกนั้นที่รออยู่บริเวณด้านหน้า
เมื่อเดินลงไปเราไปพบกับพวกมันที่รออยู่บริเวณด้านหน้าคำถามแรกที่ถูกเอ่ยถามออกมาจากปากของเดย์“ พวกคุณเป็นใครกัน? ”
นั่นคือคำถามที่หลุดออกมาจากปากของเขาพวกนักผจญภัยพวกนั้นพยายามจะอ้าปากแล้วก็พูดจุดประสงค์ของตนเองออกมา
แต่ในขณะที่พวกมันนั้นกำลังจะพูดเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นเรื่องที่ทำให้พวกมันเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้เพียงแค่พวกมันทำการเอ่ยปากออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นมันก็เกิดบางอย่างขึ้น
พลังเวทย์บริเวณรอบๆร่างกายแปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็วมันเกิดการแปรป่วนของพลังเวทอย่างฉับพลัน
ดวงตาทั้งสองข้างของได้เบิกกว้างขึ้นในตอนนี้ตัวของเค้าสามารถสัมผัสได้ถึงพลังเวทที่มันทำการแปลปวนอยู่บริเวณรอบรอบ
หลังจากที่สัมผัสได้ถึงพลังเวทพวกนั้นก็รู้ได้ในทันทีว่ามันไม่ใช่พลังเวทที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของนักประจญภัยที่อยู่บริเวณด้านหน้า
แต่ว่าพลังเวทที่มันถูกปลดปล่อยออกมามันถูกปลดปล่อยออกมาจากบริเวณด้านหลังนี่เป็นสิ่งที่ตัวของเดมั่นใจได้พลังเวทที่ปลดปล่อยออกมาแล้วปกคลุมภายในฉันบรรยากาศมันเป็นพลังเวทสีดำสนิท
มันเป็นพลังแห่งความศรัทธาพี่เคยรั่วไหลออกมาจากร่างกายของเด็กพวกนั้นร่างของพวกนักผจญภัยหลาย 10 คนที่รวมตัวอยู่บริเวณด้านหน้าคฤหาสน์พวกมันได้รับผลกระทบ
ในตอนนี้สติของพวกมันโดนแทรกแซงจากคำสาปที่ปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของเด็กพวกนั้นที่อยู่ภายในคฤหาสน์
ร่างกายของพวกมันโดนแทรกแซงอย่างรวดเร็วในตอนนี้พลังทั่วทั้งร่างกายเกิดการปั่นป่วนสติเองก็ค่อยค่อยเลือนลางพวกมันรู้สึกราวกับว่าตนเองนั้นกำลังจะคุ้มคลั่ง
ตัวตนอีกตัวตนหนึ่งภายในตัวของเหล่ามนุษย์เริ่มถูกกระตุ้นสัญชาตญาณดิบของพวกมันกำลังจะถูกแสดงออกมาคนพวกนี้มันกำลังได้รับผลกระทบจากคำสาปที่ปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของเด็กพวกนั้น
เดย์มั่นใจได้ว่าสิ่งที่ตัวของเขาคิดนั้นไม่ผิดพลังแห่งคำสาปปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของเหล่าเด็กที่อยู่บริเวณด้านไหนจริงๆ
เขาหันมามองร่างกายของพวกที่อยู่บริเวณด้านหน้าพวกนักผจญภัยพวกนั้นพวกมันพากันยกมือขึ้นมาจับกุมศรีษะและแสดงท่าทางราวกับว่าจะคลุ้มคลั่ง
ร่างกายของพวกมันกำลังจะสูญเสียการควบคุมของตนเองไปแต่ในขณะที่พวกมันกำลังจะคลุ้มคลั่งนั้นเองทางด้านของเดยกฝ่ามือของตนเองขึ้นมาเขากำลังจะใช้เขตแดงชำระล้างในการชำระล้างคำสาปที่อยู่ภายในกลุ่มคนพวกนี้
ในขณะที่กำลังจะลงมือมันเองก็ทำให้ตัวของเขานั้นจำเป็นจะต้องหยุดชะงักเอาไว้“ ไม่ได้ทำแบบนั้นไม่ได้ สกิลชำระล้างมีขอบเขตที่จำกัดเราจำเป็นจะต้องเก็บมันเอาไว้เพื่อใช้กับเด็กพวกนั้นที่เป็นต้นตอของคำสาป ”
สิ่งที่มันทำให้ตัวของเขาจำเป็นจะต้องหยุดมือของตนเองลงมันก็คือข้อจำกัดในด้านเวลา
ข้อจำกัดในด้านเวลาที่ไม่สามารถก้าวข้ามได้สกิวขอบเขตหรือว่าเขตแดนชำระล้างมันคือความสามารถที่มีเวลาการใช้งานแต่ละครั้งค่อนข้างจะห่างกัน
หลังจากใช้งานไปเลี้ยงข้าวอาจจะต้องรอถึงครึ่งวันกว่าที่จะใช้งานได้อีกครั้งนึงเพราะแบบนั้นถ้าใช้ในตอนนี้ก็จะไม่สามารถใช้งานกับเด็กพวกนั้นได้
เกี่ยวกับเรื่องที่น่าจะเป็นปัญหาที่สุดก็คือเด็กพวกนั้นเว้นวรรคถ้าทำการชำระคำสาปที่อยู่ภายในกายของคนพวกนี้ออกไปต้นต่อของคำสาปก็ยังคงอยู่เดี๋ยวอีกไม่นานพวกมันก็ต้องโดนควบคุมอีก
หลังจากคิดได้แบบนั้นเดย์ละทิ้งพวกนักผจญภัยพวกนั้นแล้ววิ่งตรงเข้าไปบริเวณด้านในคฤหาสน์ของตนเองอย่างรวดเร็ว
ตัวของเค้าวิ่งตรงเข้าไปภายในคฤหาสน์มุ่งตรงไปยังห้องรับแขกที่มีเด็กพวกนั้นอยู่ประตูห้องรับแขกถูกเปิดออกล่างของเดก้าวเท้าเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้
หลังจากที่ตัวของเค้าก้าวเท้าเข้ามาดวงตามองเห็นร่างของเด็กพวกนั้นปลดปล่อยคำสาปออกมาอีกแล้ว
เดยกฝ่ามือของตนเองขึ้นเตรียมจะให้งานเขตแดนชำระล้างเขากำลังจะปลดปล่อยความสามารถเขตแดนชำระล้างออกมา
แต่ท่านใดที่จะเริ่มทำการปลดปล่อยมันออกมาบรรยากาศบริเวณรอบรอบเปลี่ยนไป
อนุภาพของคำสาปรุนแรงขึ้นมันแพร่ขยายอย่างรวดเร็วเพียงแค่พริบตาเดียวเดย์สามารถสัมผัสได้ว่าขอบเขตของคำสาปมันได้ขยายกว้างปกคลุมไปยังบริเวณพื้นที่ในรัศมีประมาณ5 กิโลเมตรรอบรอบคฤหาสน์ทั้งหมดแล้ว
แถมมันยังดูจะขยายขึ้นเรื่อยเรื่อยด้วยคำสาปที่ปลดปล่อยออกมามันไม่ใช่คำสาปที่สามารถปลดปล่อยออกมาได้เพียงแค่โดนพวกคนที่อยู่รอบรอบแต่มันเป็นคำสาปประเภทที่สามารถขยายขนาดของตนเองได้
พลังแห่งคำสาปที่สามารถขยายขนาดไปเรื่อยเรื่อยบางทีถ้าปล่อยเอาไว้มันอาจจะกลืนกินทั้งเมืองหลวง
สิ่งที่เกิดขึ้นถ้าคำสาปแทรกแซงเข้าไปภายในเมืองหลวงมันคือโศกนาฏกรรมขนาดใหญ่อย่างแน่นอน
“ เขตแดนชำระล้าง!! ”เค้าใช้ความสามารถของตนเองออกมา
เขตแดนชำระล้างบังเกิดขึ้นแสงสว่างสีขาวปรากฏขึ้นมาจากพื้นพร้อมกับวงษ์เวช
ร่างของเด็กพวกนั้นค่อยค่อยสงบลงในตอนนี้บนร่างกายของเด็กพวกนั้นพลังแห่งคำสาปจางหายไปหลังจากที่โดนชำระล้าง
เขตแดนชำระล้างยังคงใช้ได้ผลพวกคำสาปที่ปกคลุมอยู่บริเวณรอบรอบคฤหาสน์ในรอบรัศมี 5 กิโลเมตรก็หายไปด้วยเช่นเดียวกัน
“ หายแล้ว ” เดย์ถอนหายใจด้วยความโล่งใจ
หลังจากที่บอกเขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาด้วยความโล่งใจเสร็จเรียบร้อยก็มองไปที่ร่างของเด็กเด็กพวกนั้นที่สงบลง“ แม้ว่าจะสามารถทำการสยบพวกคำสาปได้แต่ก็เป็นการชั่วคราวเท่านั้นไม่รู้ว่ามันจะรุนแรงมากขึ้นไปขนาดไหนและรุนแรงมากไปเท่าไหร่ ”
“ ในตอนนี้สิ่งที่ควรจะทำก็คือการหาวิธีการทำให้เด็กพวกนี้หายจากคำสาปพวกนี้แล้วจะทำยังไงกันล่ะพรแห่งเทพธิดาที่ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าจะทรงพลังมากที่สุดยังไม่สามารถรักษาคำสาปพวกนี้ได้เลย”
ในตอนนี้พยายามคิดแล้วก็หาวิธีในการจัดการเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ได้
แต่ในขณะที่กำลังคุณคิดอย่างหนักเกี่ยวกับเรื่องนั้นเค้าเองก็ปรากฏความคิดบางอย่างขึ้นมา
ความคิดหนึ่งปรากฏขึ้นมาภายในหัวเขาจำบางอย่างที่ผู้เป็นอาจารย์ของเค้าเคยพูดให้เขาฟังได้“ จริงสิถ้าเป็นที่นั่นบางทีอาจจะสามารถช่วยได้ ”
เดนึกบางอย่างขึ้นมาได้เกี่ยวกับหนทางแล้วก็วิธีการในการช่วยเด็กพวกนี้
หลังจากที่นึกถึงวิธีการนั้นได้เรียบร้อยแล้วเขารีบจัดเตรียมพวกนางแล้วก็ทำการเดินทางออกจากเมืองหลวงอย่างรวดเร็วมุ่งตรงไปยังเมืองอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป
ใช้เวลาเดินทางประมาณสามวันจากการใช้รถม้าเคลื่อนที่ออกมาจากคฤหาสน์
ในตอนนี้ตัวของเดได้พาพวกเด็กพวกนั้นเดินทางมายังเมืองโซเวล
เมืองโซเวล
ดีเดินทางกลับมาที่นี่อีกครั้งนึงเพราะเห็นว่าที่นี่น่าจะมีคนที่พอจะช่วยเด็กพวกนี้ได้
ณ ร้านยาหมายเลขแปด
เดินทางกลับมาที่สถานที่แห่งนี้อีกครั้งเป็นเพราะว่าเค้าเคยได้ยินว่าท่านยายผู้ที่เป็นเจ้าของร้านแห่งนี้เป็นคนที่มีความสามารถในด้านสมุนไพรเป็นอย่างมากบางทีตัวของเธออาจจะช่วยอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้
จบบท