บทที่10 อสูรอัญเชิญ
กว่าสองชั่วโมงที่ไกราขึ้นไปบนโรงแรมเทพินและเคไนน์ต่างได้ยินเสียงต่อสู้กัน้าระหว่างไกราและปีศาจเสียงหนักเบาสลับกันไปฟังแล้วแปลกๆฝ่ายหนึ่งโจมตีหนักอีกฝ่ายโจมตีอย่างละมุนละม่อม... เหมือนผู้ใหญ่หยอกเด็กเลย
"พวกนั้นสู้กันจริงๆ หรือวิ่งไล่จับกันเล่นน่ะ"เทพินที่หันมาดื่มน้ำเปล่าแทนกาแฟเงยหน้าขึ้นมองเพดานการสั่นะเืของสถานที่ไม่มีให้คนนอกรับรู้ เพราะอาณาเขตที่ถูกสร้างขึ้นจากไกราและตำรวจที่กันลูกค้าโรงแรมออกไปข้างนอกแล้วที่เหลืออยู่มีแต่ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งนั้น ตอนนี้คนภายนอกจะเห็นเพียงโรงแรมที่เงียบสงัดและเพิ่มความวังเวงด้วยอาณาเขตหมอกสีดำทมิฬที่ทำให้ดูคล้ายโรงแรมร้างกลายๆ
แต่จะว่าไปโรงแรมใหญ่ขนาดนี้น่าจะมีไกราประจำการอยู่สักคนสองคนไม่ใช่หรือเพราะยังไงสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้คนใหญ่คนโตทั้งเมืองชั้นในและเมืองชั้นนอกต่างเข้ามาพักกันเป็ประจำมันต้องมีคนรักษาความปลอดภัยบ้าง แล้วทำไมไม่เห็นมีเลยแล้วยังต้องเรียกไกราจากข้างนอกมาอีก
ยิ่งอยู่นานยิ่งคิดฟุ้งซ่าน และเพราะฟุ้งซ่านไปเรื่อยก็เริ่มจะจับเค้าลางแปลกๆได้อีก ดูท่างานนี้จะเริ่มััได้ถึงปัญหาอีกแล้ว...
ปัญหายุ่งยากซะด้วยนะ
"เสียงต่อสู้หยุดไปแล้ว"เคไนน์เงยหน้าขึ้นมองตาม เสียงต่อสู้หยุดไปหลังจากเทพินเอ่ยทักไม่นานแต่ไม่มีเสียงจากการต่อสู้เผด็จศึกดังขึ้นเลยสักนิดเดียว เหมือนกับเงียบหายไปเฉยๆ
"คงจบแล้วล่ะมั้ง" เทพินไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
"เ้าคิดว่าอย่างนั้นหรือ"จิ้งจอกอสูรหันมามองอย่างคาดคั้น
"ก็ไม่รู้สิ แค่สังหรณ์ใจ..."
"งั้นไปดูกันเถอะ"
"อื้ม สู้ๆ นะเคไนน์"
"..."จิ้งจอกอสูรชะงักแล้วหันมาจิกตามองเด็กหนุ่ม "ข้าหมายถึงไปดูด้วยกันไม่ใช่ข้าไปคนเดียว จะมาบอกให้สู้ๆ อะไรของเ้า!"
"ก็ผมไม่ได้อยากไปนี่นายขึ้นไปดูคนเดียวเถอะ"
"ี้เีหรือไง"
"เปล่า มันยังไม่ถึงเวลางานของผมตราบใดที่อาณาเขตของไกรายังไม่หายไป งานในฐานะนักเก็บกวาดจะไม่เริ่มขึ้นการที่ขึ้นไปก่อนอย่างนี้มันเสี่ยงโดนลูกหลงนะ"
"แต่การต่อสู้อาจจะจบลงแล้ว..."
"หากยังไม่มีไกราลงมาผมไม่มั่นใจว่าการต่อสู้จะจบลงจริงๆหรอกนะ" เทพินขมวดคิ้วยุ่งขณะจับจ้องไปยังทางที่บันได "และผมจะยังไม่ขึ้นไปจนกว่าจะแน่ใจว่าทุกอย่างปลอดภัยสำหรับคนธรรมดาอย่างผม"
เคไนน์เบ้ปากแล้วพึมพำ“ยังจะบอกว่าเป็คนธรรมดาอยู่อีก”
“บ่นอะไร?”
“เปล๊า ข้าแค่คิดว่าถ้ามันปลอดภัยแล้วน่าจะขึ้นไปเก็บกวาดให้จบเร็วๆไม่ดีกว่าหรือ คนธรรมดาอย่างเ้าจะได้พักผ่อนเสียที นี่พระอาทิตย์จะขึ้นอยู่แล้วนอนไม่เป็เวลาเสียสุขภาพ”
"มันก็..."
"ขึ้นไปกันเถอะน่าเ้าในเวลานี้เองก็ไม่ต้องกลัวอันตรายอะไรมีข้าอยู่ด้วยจะรับรองความปลอดภัยของเ้าอย่างดี"
"แล้วเมื่อคืนที่ถูกลากลงน้ำนั่นล่ะ"
"เอ๊ย นั่นแค่ประมาทนิดหน่อยเพราะมีคนให้คุ้มครองหลายคน แต่เวลานี้มีเ้าคนเดียว รับรองไม่พลาดแน่"
"น่าเชื่อตายล่ะ"
"ข้าพูดความจริงนะ"
"เอาเถอะ ที่พูดมาก็มีส่วนจริงอยู่มันอาจจะจบแล้วจริงๆ ก็ได้"เทพินถอนหายใจยาวอย่างอ่อนใจกับจิ้งจอกอสูรช่างตื้อ... แล้วเขาก็ใจอ่อนมันทุกที"ไปก็ไป อย่าลืมที่พูดล่ะ รับผิดชอบชีวิตผมด้วย ถ้ามีแผลล่ะก็...คงรู้ใช่ไหมว่าจะโดนอะไรกลับไปบ้าง?"
"ระ... รู้แล้วน่า" ตัวขาวๆ นั่นดูซีดลงไปเล็กน้อยเมื่อถูกจ้องมอง
"รู้แล้วก็นำไปสิ หรือจะให้ผมขึ้นไปก่อน?"
"เออๆ ยังไงข้าก็ต้องนำอยู่แล้ว ก็จะเป็โล่ให้เ้านี่นา"
"ก่อนหน้านั้นก็กลับร่างมนุษย์ซะก่อนนะ ร่างแคระๆนี่ดูจะเป็โล่ไม่ไหวล่ะ เตี้ยเกิน"
"ข้าเตี้ยเฉพาะร่างจิ้งจอกนี่แหละเฟ้ย!"จิ้งจอกอสูรแคระแยกเขี้ยวพองขนขู่ใส่เ้านายเด็กหนุ่มตาสีม่วงพ่นลมให้ใจออกมาอย่างขบขันก่อนจะลุกขึ้นยืนเมื่อจิ้งจอกอสูรกลับไปอยู่ในร่างมนุษย์ชายผมสีเงินแล้ว
ทั้งสองคนเดินขึ้นไปทางบันไดแบบเดียวกับไกรากลุ่มก่อนหน้านี้จากรายละเอียดที่อ่านมาอย่างคร่าวๆ เกี่ยวกับงานของตนเองชั้นที่เกิดเหตุฆาตกรรมอยู่ที่ชั้นหก แต่เมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้นเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้การต่อสู้จบลงที่ชั้นไหน ที่แน่ๆมันคงไม่ได้อยู่ชั้นเดิม ดูจากระยะเวลาและเสียงที่ได้ยิน
"พอจะตามกลิ่นไกรา กลิ่นเืหรือกลิ่นปีศาจได้ไหม"เทพินถามจิ้งจอกอสูรที่เดินหน้าเคร่งเครียดอยู่ด้านหน้า
"ตามกลิ่นยากในอาณาเขตที่มีหมอกสีดำนี่ทำให้กลิ่นอายปีศาจกระจายทั่ว กลิ่นเืก็เหมือนกันกลิ่นไกราก็เบาบางจนจับััไม่ค่อยได้เลย"
"นายนี่ไร้ประโยชน์ชะมัด"
"ข้าทำดีที่สุดแล้วเฟ้ย!"เคไนน์ถลึงตาใส่ "แล้วเ้าตามกลิ่นได้หรือไง มีพลังอะไรก็รีบๆ เอาออกมาใช้เสียอย่าเอาแต่กั๊กไว้"
“หึๆ นั่นต้องรอดูสถานการณ์ก่อนสิครับ”
“นี่แสดงว่ากั๊กไว้จริงๆ สินะ!”
“นายเดินเงียบๆ แล้วหาพวกไกราเถอะ พูดมากเกินไปแล้ว”
“เชอะ!” จิ้งจอกอสูรสะบัดหน้าหล่อๆกลับไปมองทาง เขาใช้ประสาททั้งหมดในการรับรู้ถึงแม้จะเป็ไปได้ยากมากแต่หากเดินไล่ไปที่ละชั้นอย่างนี้ก็ต้องเจอแน่เพียงแต่ต้องใช้เวลามากหน่อย
ตอนนี้พวกเทพินเดินผ่านชั้นเจ็ดมาแล้วกลิ่นเืคละคลุ้มและหมอกก็เริ่มหนาแน่นขึ้นเป็พิเศษ เทพินขมวดคิ้วอย่างพะอืดพะอมพลังของเคไนน์ที่ช่วยปัดเป่าหมอกสีดำก็ดูเหมือนจะกันไม่ค่อยอยู่แล้วและจะให้เร่งพลังขึ้นมากกว่าก็คงไม่ได้ พวกเขาต้องเหลือพลังไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน
แต่... มันเหม็นเน่าจริงๆ แฮะนี่มันอาณาเขตแบบไหนกัน
เทพินใช้พลังของตัวเองเก็บกวาดสถานที่ไปด้วยเืของใครก็ไม่รู้ถูกทำความสะอาดจนหมดจดไม่เหลือร่องรอยอะไรตลอดเส้นทางที่เขาเดินผ่าน
“ชู่... หยุดก่อน”เคไนน์ที่เดินนำหน้าหยุดชะงักลงเมื่อมาถึงชั้นที่สิบเอ็ด ดวงตาสีทองกวาดไปรอบๆ อย่างระแวงระวังเสียงฝีเท้าของพวกเขาหยุดแล้ว แต่ในอากาศยังได้ยินเสียงฝีเท้าอื่นอยู่...ได้ยินเบาบางมาก
แต่ก็เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ
จากที่ฟังไม่ใส่เสียงฝีเท้ามนุษย์!
"มาแล้ว! จากทางบันไดด้านหลัง!" เคไนน์ร้องบอก ก่อนทั้งคู่จะหันขวับไปที่ทางขึ้นบันได
เงาร่างที่สะท้อนออกมาให้เห็นนั้นเป็ปีศาจขนาดใหญ่ที่มีเขาแพะบนหัวแลดูดุร้ายแสงไฟในบริเวณที่พวกเทพินอยู่เริ่มกะพริบติดๆ ดับๆแต่ก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาหวั่นไหวได้เลยสักนิดเดียว และพอร่างนั้นโผล่พ้นบันไดขึ้นมาพวกเทพินก็อ้าปากค้างอย่างใ
"เด็กเรอะ!?!"
ร่างสูงดูแล้วไม่น่าจะสูงเกินร้อยหกสิบเิเนั่นกับใบหน้าเล็กๆน่ารักน่าหยิก ติดแต่ว่ามีเขาแพะไม่เล็กไม่ใหญ่บนหัวที่ประกอบไปด้วยผมสีน้ำตาลอ่อนหยักศกดวงตาสีแดงที่ดูเหม่อลอยนั้นไม่ได้จับจ้องไปที่ใดเลยสักนิดเดียวราวกับิญญาหลุดอออกจากล่าง
เทพินขมวดคิ้วมองถึงจะรู้สึกว่าอสูรเด็กที่พบจะเหนือความคาดหมายไปสักหน่อยแต่ก็ไม่ได้ประมาท แต่เพียงกะพริบตาร่างเล็กตรงหน้า
ฉัวะ!!
มือเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเล็บแหลมคมแทงเข้าเฉียดสีข้างเทพินที่เอี้ยวตัวหลบได้ด้วยสัญชาตญาณเด็กหนุ่มเบิกตากว้างก่อนจะกระอักเืออกมากองโต แล้วทรุดตัวลงกับพื้นเมื่อร่างของอสูรเด็กดึงมือกลับเืสีแดงสดที่มีกลิ่นหอมหวานไหลออกมาจากแผลเจิ่งนองไปบนพื้นเป็วงกว้าง
"เทน!!" เคไนน์ร้องเสียงหลงกันทันที
อสูรเด็กที่เพิ่งจะเสียงร่างคนทะลุไปหมาดๆ หันไปมองเ้าของเสียงร้องมันไม่ได้สนใจเคไนน์ เท้าเล็กๆ นั่นกำลังยกขึ้นเตะซ้ำไปที่ร่างของเด็กหนุ่มที่นั่งกุมอยู่ที่พื้น
"ถอยไปให้ห่างจากเด็กนั้นนะไอ้แพะอสูร!!"เคไนน์ะโเสียงดังพร้อมกับสะบัดลูกไฟสีเงินหลายลูกเข้าใส่เด็กอสูรอย่างรวดเร็วด้วยความโกรธจัด
ตูม!!
เมื่อลูกไฟะเิออกร่างของแพะอสูรกลิ้งไปบนพื้นและร่างสูงของจิ้งจอกอสูรสร้างลูกไฟสีเงินขึ้นมาอีกครั้งดวงตาสีทองที่เป็ประกายคมกล้าและจิตสังหารเข้มข้นพุ่งตรงเข้าใส่อสูรเด็กอย่างไร้ปราณีเสียงทุ้มที่ถูกลดให้ต่ำลงกล่าวออกมาอย่างเชือดเฉือน
"ไอ้อสูรโง่ กล้าดียังไงมาแตะต้องเด็กน้อยของข้าฮะ!"อสูรเด็กยืนนิ่งให้เพลิงสีเงินปิดล้อมเอาไว้จนหมดทางหนี ส่วนตัวจิ้งจอกอสูรก็ประคองเทพินขึ้นมาดูอาการเด็กหนุ่มกัดฟันข่มกั้นเสียงร้องก่อนจะเงยหน้าขึ้นด้วยท่าทางไปที่อสูรเด็กตรงหน้า
“เป็ยังไงบ้างเทน”
“ยะ... ยังไหว”
“แต่สภาพเ้าไม่น่าไหวแล้วนะ”เืของเทพินไม่หยุดไหลง่ายๆ าแที่แค่โดนสีข้างแต่เืก็ออกมามากนี่คงจะเป็คำสาปที่ได้มาพร้อมาแ
"งั้นขอนอนเป็ง่อยเฉยๆ ได้ไหมล่ะ?"
"ไม่ได้! เ้าาเ็ขนาดนี้ยังจะพูดเล่นอีกเืไปเลี้ยงสมองไม่พอหรือไง!"
"ดูเหมือนจะอย่างนั้น" เืไหลไม่หยุดเลยถึงแม้จะไหลออกมาไม่มากก็ตาม แต่ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้เขาเสียเืตายก่อนแน่ "ต้องทำอะไรสักอย่างกับอสูรนั่นก่อน"
"จะทำยังไงล่ะ?"
"ตบเรียกสติได้ก็จะดีมากแต่ถ้าไม่ได้ก็กำจัดเลย"
"งั้นข้าจัดการเอง ส่วนเ้าก็หาทางรักษาตัวเองด้วย"
"อืม ฝากด้วยล่ะ"เทพินพยักหน้าพลางนั่งพิงกำแพงแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกผ่อนออกแ่เบาเพื่อปรับจังหวะ ก่อนจะเริ่มเรียกใช้พลังที่ยังไม่เสถียรของตนเอง
ตอนสู้กับปีศาจในเขตแดนทับซ้อนกับเก็บกวาดงานจะใช้พลังไปไม่มากนักทำให้ตอนนี้เขามีพลังเหลืออยู่พอสมควรทีเดียวพลังในร่างจะถูกนำมาเพื่อล้างคำสาปและปิดปากแผลเสียก่อน
ที่จริงพลังเวทไม่ได้สารพัดประโยชน์ขนาดที่ทั้งแก้คำสาปและรักษาแผลในเวลาเดียวกันแต่เพราะเทพินไม่ได้ใช้เวทปกติ อีกทั้งรูปแบบพลังของเขายังระบุไม่ได้จึงทำให้ใช้เวทได้หลากหลาย
ทางฝ่ายอสูรเด็กก็เริ่มขยับตัวเช่นกันเมื่อเห็นว่าพวกเทพินมีเจตนาจะสู้และเป็ภัยคุกคามในระดับที่ไม่ธรรมดาประเมินแล้วว่าสู้ไม่ได้ มันก็กวาดตาสีแดงไปรอบๆ เพื่อหาช่องทางหลบหนี
"คิดว่าข้าจะยอมให้หนีง่ายๆ งั้นเหรอ?"เคไนน์ว่าเสียงขุ่น ดวงตาสีทองจ้องแพะอสูรอย่างอำมหิต เขาแสยะยิ้มเหี้ยมแล้วใช้ลูกไฟสีเงินนับสิบลูกที่ส่งออกไปแบบกะจะเผาทำลายแพะอสูรให้สิ้นซากแต่แพะอสูรกลับไวกว่าที่เขาคิดนักมันสามารถหลบหลีกได้หมดเลยแม้จะอยู่ในพื้นที่แคบๆ ก็ตามที ทำให้จิ้งจอกสูรต้องขมวดคิ้วยุ่งยากใจ
อยากจะใช้พลังทำลายมากกว่านี้อยู่หรอกแต่ติดที่ว่ามันไม่ใช้สถานที่กว้างและยังมีเทพินที่ไม่สามารถหลบหนีได้อีก ทำให้เขาต้องจำกัดพลังลงให้เหลือน้อยลง
เคไนน์เข้ามาประชิดตัวแพะอสูรตัวเล็กแทนปล่อยลูกไฟแล้ว เล็บยาวๆตวัดเข้าใส่แพะอสูรอย่างรวดเร็ว ปล่อยเล็กตวัดเฉียวข้างแก้มของมันไปนิดเดียวเืสีแดงไหลออกมาซิบๆ แต่ก็แสบไม่น้อยเลย แพะอสูรถอยไปตั้งหลักเล็กน้อยก่อนจะยกมือขึ้นลูบแผลที่แก้มแล้วจ้องจิ้งจอกสูรเขม็ง
"บังอาจ!!" พูดจบร่างเล็กของแพะอสูรตัวเล็กก็พุ่งเข้าใส่เคไนน์พร้อมกับเคียวสีดำที่ปรากฏขึ้นบนมือในชั่วพริบตาใบมีดตวัดเข้าที่ลำคอของเคไนน์อย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่ได้ััถูกเป้าหมายเลยสักนิด
เคไนน์หลบทุกการโจมตีของมันได้อย่างสบายๆความเร็วแค่นี้สำหรับเขาแล้วถือว่าอ่อนหัด รอยยิ้มเหยียดปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาก่อนจะ
สะบัดมือที่เคลือบด้วยพลังสีเงินเข้าใส่เกิดเป็เพลิงขนาดใหญ่ที่จู่โจมในระยะประชิด
ซูม!!
"อึก!" แพะอสูรตัวเล็กะโถอยหลังแต่ไม่พ้นเพลิงสีเงินเผาเสื้อผ้าของเขาแหว่งไปซีกหนึ่งเลยทีเดียว แต่ลำตัวของมันไม่เป็อะไรเลยสักนิดทำให้เคไนน์ขมวดคิ้วอย่างสงสัย
'ทำไมตัวไม่เป็อะไรเลยฟะ แถมเสื้อผ้าก็แค่แหว่งไปนิดเดียวเอง?' เขาคิดก่อนจะลองส่งเพลิงสีเงินไปทดสอบดูอีกรอบและได้เห็นเต็มๆ ถึงเหตุที่ว่าทำไมเพลิงของเขาถึงทำอะไรมันนี้ได้ไม่มากนัก
เพียงแค่แพะอสูรดีดนิ้วดินสีดำก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของมันทันทีที่เพลิงสีเงินปะทะกับดินสีดำทั้งเพลิงของเขาและดินสีดำก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยจะเหลือก็แต่ฝุ่นควันและกลิ่นไหม้ที่คละคลุ้มในอากาศเท่านั้นเองกลิ่นไหม้นั่นก็เหม็นซะจนเคไนน์ต้องยกมือขึ้นปิดจมูกรับกลิ่นได้ดีเกินไปของตัวเองฉุนชะมัด
"อะไรเนี่ย เก่งเกินตัวไปหรือเปล่า" เคไนน์มองแพะอสูรอย่างฉงน
อสูรนั้นเป็สิ่งมีชีวิตที่เติบโตได้ไวกว่ามนุษย์มากเพียงไม่กี่วันก็โตเต็มวัยแล้วแต่อาจจะมีบางจำพวกที่เป็ประเภทเติบโตช้ากว่าปกติและประเภทเติบโตเหมือนมนุษย์แต่อายุสั้นกว่า ประเภทหลังนี้คือระดับพลังจะเติบโตช้าด้วยทำให้พวกนี้มีจำนวนน้อยและอยู่กันแบบเกาะกลุ่มนั่นเอง
แต่นี่มาตนเดียวแล้วยังมีพลังสูงอีกแม้จะอยู่ในร่างเด็กก็ตามเขาเลยตัดสินไปว่าเป็อสูรประเภทแรก
มีโอกาสที่อีกฝ่ายจะเป็อสูรชั้นสูงจนใกล้เคียงกับอสูรมายา...
แพะอสูรที่เพิ่งรอดพ้นจากการโดนเผามาได้แต่กำลังรมควันไอแค่กๆก่อนจะปรายตาสีแดง ไม่พูดตอบโต้อะไรออกมา เคไนน์สร้างเพลิงสีเงินขึ้นมาอีกครั้งและกำลังจะเปลี่ยนมันให้กลายเป็อาวุธคู่มือ
"เคไนน์"เสียงเรียกที่ทำมือของจิ้งจอกอสูรชะงักและการต่อสู้หยุดลงไปชั่วขณะ
"เทน" เคไนน์พุ่งกลับมาอยู่เคียงข้างเด็กหนุ่มก่อนจะมองใบหน้าที่ซีดเผือดของเขาอย่างเป็ห่วง "ข้าอยู่นี่..."มือหนาของปีศาจจิ้งจอกจับมือของเทพินไว้ให้ยืนขึ้นความอบอุ่นที่ได้รับจากมือบางทำให้เขาใจชื้นขึ้นมาบ้าง
เด็กหนุ่มยันตัวให้ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ดวงตาสีม่วงยังคงไร้ประกายรอยยิ้มเหยียดที่แสนน่าสะพรึงกลัวปรากฏขึ้นบนใบหน้ากลมมนพร้อมกับแรงกดดันที่หนักหน่วงจนสองอสูรชะงักค้าง
"ถึงจะเจ็บหนักไปหน่อย แต่ไม่เป็ไรแล้ว" เทพินพูดด้วยน้ำเสียงแหบเหมือนเดิมมือบางปัดมือเคไนน์ออกแล้วใช้ทั้งสองมือกุมแผลตัวเองที่สมานกันเกือบสนิทแล้วไอพลังสีครามแผ่ออกมาจากมือซึมหายเข้าไปในาแอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งปิดสนิท
เมื่อจัดการกับแผลตัวเองเสร็จดวงตาสีม่วงก็เลื่อนขึ้นไปสบตากับแพะอสูรที่ตัวสั่นหงึกๆด้วยความหวาดกลัว เสียงหัวเราะแหบๆ ดังจากปากของเขา
"ยังจัดการไม่ได้อีกเหรอเคไนน์"
"ก็กำลังจะจัดการได้แล้ว แต่เ้าเรียกเสียก่อน"
"ผมให้เวลานานไปเกือบสิบนาทีเลยนะนั่น"
"แค่นั้นมันจะไปพออะไรเล่าอีกอย่างนั้นอสูรนะไม่ใช่ปีศาจ!"อสูรคือสัตว์วิเศษซึ่งมีพลังของเทพเหมือนกันยิ่งสามารถต่อกรกับเขาได้อย่างนี้มันคงไม่ใช่อสูรระดับต่ำๆ แล้วล่ะ
"งั้นที่เหลือ... ผมจัดการเองก็แล้วกัน" เด็กหนุ่มพุ่งเข้าหาแพะอสูรทันทีไอพลังสีครามประทุขึ้นรอบตัวเพียงแค่สะบัดมือออกไปพลังเ่าั้ก็กลายเป็โซ่พันธนาการแพะอสูรเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่นทำให้มันที่ไม่ได้เตรียมตั้งรับอะไรเลยกลายสภาพเป็ดักแด้ไปแล้ว
เสียงร้องคำรามดำขึ้นพร้อมกับร่างเล็กๆ ที่พยายามสะบัดตัวให้หลุดจากพันธนาการเทพินยิ้มแสยะออกมาจากนั้นก็ซัดทั้งหมัดทั้งเข้าทั้งศอกรวมไปถึงเอาหัวโขกใส่แพะอสูรอย่างไร้ปรานีความเร็วในการซัดนั้นเห็นเป็ภาพติดตาเลยทีเดียว ทำให้จิ้งจอกอสูรที่มองอยู่ห่างๆถอยพรืดไปอยู่ไกลลิบในพริบตา
"ทะ... เทนน่ากลัวอ่ะ" เคไนน์พูดเสียงสั่นถึงจะเคยเห็นเด็กหนุ่มเวอร์ชั่นโหดเตะกล่องดวงใจโจรมาแล้วก็เถอะ แต่นี่มันโหดร้ายยิ่งกว่านั้นอีก
แพะอสูรนั่นเสียโฉมด้วยมือเทพินชัวร์
"เอ่อเทน เ้าจะฆ่าแพะอสูรด้วยมือเปล่าหรือนั่น"เคไนน์ขมวดคิ้ว ร่างสูงของจิ้งจอกหนุ่มเดินเข้าไปใกล้เด็กหนุ่มที่ยังคงเมามันกับการซัดแพะอสูรให้เละระบายอารมณ์โดยไม่ได้ดูสังขารตัวเองสักเท่าไหร่เมื่อเข้ามาใกล้และประชิดตัวเองอีกฝ่ายได้ แขนแกร่งก็รวบแขนทั้งสองข้างของเด็กหนุ่มมาไว้อย่างรวดเร็วทำให้คนถูกจับไม่ทันตั้งตัวชะงัก
"เคไนน์!!" เสียงทุ้มเข้มพูดขึ้น"เข้ามาขวางทำไม!?"
"ก็ไม่ได้อยากขวาง แต่เ้าควรพอได้แล้ว"
"แต่เ้าอสูรนี่..."
"ตอนนี้มันคงได้สติแล้วล่ะเ้าเพียงแค่ส่งมันไปมิติอสูรก็พอแล้ว"ถ้าต้องถูกฆ่าตายด้วยการถูกซัดจนช้ำในแบบนี้ให้เขาฆ่ายังจะดีเสียกว่าและเขาเองก็ไม่ค่อยอยากให้เทพินต้องฆ่าใครด้วย
"แค่ส่งไปมิติอสูรจะพอหรือไง"เทพินเบ้ปากแล้วสะบัดมือเคไนน์ออก
"พอสิ ข้าว่า...แพะอสูรตนนี้น่าจะถูกมนต์สะกดอยู่นะ หากย้ายไปอีกมิติมนต์สะกดคงคลายออก" อสูรส่วนใหญ่แล้วอยู่ในอีกมิติหนึ่งมันสามารถเดินทางไปมาระหว่างโลกได้ง่ายกว่าเทพฉะนั้นแล้วมนุษย์จึงสามารถอัญเชิญอสูรได้ง่ายๆ แต่หากมีอะไรผิดพลาดการอัญเชิญอสูรจะกลายเป็อัญเชิญปีศาจแทนเพราะมิติของปีศาจเปิดได้ง่ายกว่ามิติอสูร
หากส่งอสูรหรือปีศาจอัญเชิญกลับมิติได้พันธสัญญาที่ผู้อัญเชิญสร้างขึ้นจะสิ้นสุดลง ...แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่ ผู้ที่ส่งอสูรกลับมิติได้ง่ายๆมีแค่ไกราสายมิติอย่างตระกูลไตรวิธู
"ผมไม่ใช่ไกราสายมิตินะเว้ย!"เทพินมองจิ้งจอกอสูรตาเขียวเขาไม่ได้ไกราด้วยซ้ำเอาพลังที่ไหนมาส่งปีศาจกลับมิติกัน
"เ้าทำได้ ข้าเชื่อมั่น!"
"..."
"เทน เ้าช่วยใช้มนุษย์ธรรมด้วยเถอะนะ"เคไนน์ส่งตาออดอ้อนมาให้
"แต่นี่เป็อสูร..."
"เมตตาธรรมค้ำจุนโลกนะเทน..."
"..." เทพินจ้องหน้าเคไนน์นิ่งๆเขาถอนหายใจออกมาแล้วยกมือขึ้นเกาหัวอย่างอนาถตัวเองสุดๆ
...เขาใจอ่อนอีกแล้ว ทำไมต้องแพ้ลูกตื้อลูกอ้อนของเ้าจิ้งจอกนี่ด้วยนะ
"ช่วยใช่ไหมเทน"เหมือนรู้ว่าได้ผลเคไนน์ก็อ้อนไม่เลิก
"ก็ได้ๆ จะลองดู ถ้าไม่ได้ผลก็โทษผมไม่ได้แล้วนะ"
"อื้ม! ข้าไม่โทษเ้าหรอกแค่เ้ายอมช่วยข้าก็ดีใจแล้ว!"จิ้งจอกอสูรยิ้มใสซื่อส่งมาให้ พวงหางสีเงินกระดิกไปมาอย่างน่าเอ็นดูเทพินถอนหายใจอีกครั้ง
"เคไนน์... เ้าหงอกขี้โกงเอ๊ย" เสียงแ่ๆที่เอ่ยปากริมฝีปากของเด็กหนุ่มโดยที่ไม่ให้คนข้างตัวได้ยิน ทั้งที่บอกว่าจะไม่ให้เขาเจออันตรายแท้ๆแต่ต้องมาเสี่ยงตายให้ตลอด แล้วเขาก็ยอมตลอด ไม่รู้เพราะอะไรสิน่า!
เทพินหันไปมองแพะอสูรที่ยังคงดิ้นรนพลังของโซ่ที่ไม่ควรมากมายอะไรกลับตรึงอสูรไว้ได้นานจนผู้ใช้เองถึงกับเชื่อไม่ลงแต่เพราะอำนาจที่ขายตัวขึ้นนี้อาจจะส่งผลให้เขาส่งอสูรกลับไปสำเร็จก็ได้เด็กหนุ่มนึกถึงบทเวทที่จะใช้เวทสายมิติ จากความทรงจำอันมากมายเขาพบเข้ากับหนึ่งบทเวทที่จะส่งอสูรกลับแล้ว
มันคือเวทอัญเชิญแบบย้อนกลับ เวทบทนี้ต่อให้ไม่ใช่ไกราสายมิติก็สามารถใช้งานได้เพียงแต่จะต้องใช้พลังเวทในปริมาณมหาศาล หากพลังไม่เพียงพอจะใช้พลังชีวิตแทน
ลองดูสักตั้งละกัน เชื่อมั่นในพลังเวทป่วยๆ นี้สักหน่อย!
เทพินเริ่มร่ายบทเวท หมอกสีดำที่อยู่รอบๆถูกปัดเป่าออกไปด้วยพลังของเด็กหนุ่มที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วภาพรอบด้านเกิดการบิดเบี้ยวและแหวกออกเป็ช่องว่าง ที่อีกฝ่ายหนึ่งเป็ดินแดนที่เต็มไปด้วยทุ่งหญ้าประหลาดเขาหันไปมองแล้วเลิกคิ้วข้างหนึ่งอย่างประหลาดใจ
นี่คือมิติอสูร?
สวยกว่าที่คิดไว้เสียอีกนะ
"ตอนนี้แหละ ส่งกลับไปเลย!"เคไนน์สบโอกาสตัดโซ่เวทของเทพินแล้วเตะโด่งแพะอสูรเข้าช่องว่างมิติไปในทันทีกว่าจะรู้ตัวมิติก็ปิดไปแล้ว เทพินมองจิ้งจอกอสูรของเขาตาปริบๆ
"เร็วนะเรา"
"ก็ข้ารอจังหวะอยู่แล้วนี่นา"เคไนน์ยืดอกอย่างภูมิใจ
"เหอะๆ ผมเหนื่อยจัง..."เด็กหนุ่มพูดเสียงอ่อนก่อนจะพิงศีรษะลงกำแพง เขาไม่มีแรงจะทำอย่างอื่นแล้วโดนสูบพลังไม่พอยังเสียเืไปก่อนหน้านี้อีกมาก... ที่ยังยืนได้อยู่ที่ก็เรียกได้ว่าถึกทนเกินมนุษย์ไปแล้ว
"เหนื่อยก็พักซะ"เคไนน์ลูบหัวของเด็กหนุ่มอย่างเบามือ "เดี๋ยวที่เหลือข้าจะจัดการเอง"
"นายมันเชื่อไม่ได้... ก่อนขึ้นมาพูดยังไงแล้วตอนนี้สภาพผมเป็ยังไง?" เทพินตอบกลับทันทีจิ้งจอกอสูรที่กำลังทำหน้าสึกนึกผิดและเสียใจสุดๆ อยู่
"ข้าขอโทษเทน เพราะข้าช้าเกินไปเ้าถึงาเ็แต่มันจะไม่เกิดขึ้นอีก ข้าจะปกป้องเ้าเอง"
"แค่พูดใครก็พูดได้... แล้วก็... ฝากไว้ก่อนเถอะ ผมคิดบัญชีแน่"เด็กหนุ่มตาสีม่วงปิดเปลือกตาลงแล้วเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างจากเหนื่อยล้าพลังของเขาไม่เหลือแล้วจริงๆ ไม่อาจฝืนต่อไปได้อีกตอนนี้ก็ได้แต่ฝากชีวิตที่แสนหวงแหนไว้ให้อสูรดูแลเป็การชั่วคราว
จิ้งจอกอสูรมองคนหลับด้วยสายตาสับสนก่อนจะหันไปมองนอกหน้าต่างอีกไม่กี่สิบนาทีพระอาทิตย์จะเริ่มขึ้นจากชอบฟ้ามีเวลาสำหรับการเก็บกวาดอีกไม่มากแล้ว เขาควรจะ... ลงมือเองอย่างจริงๆ จังๆ เสียทีกระมัง