หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    เล่มที่ 2 บทที่ 54 ทำลายค่ายกล 2

            บทที่ 54 ทำลายค่ายกล 2

            “ทำไม? มันไม่ควรเป็นแบบนี้!ค่ายกลแมงป่องจะแตกสลายได้อย่างไร มันจะแตกสลายได้อย่างไร?”

            ใบหน้าของของเถาเทียนซีดขาวและบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นในตอนนี้ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำคล้ายกับเกิดความคลุ้มคลั่งอย่างถึงที่สุด!

            ค่ายกลแมงป่องทำให้พวกเขาพี่น้องเสียเหงื่อและความพยายามมานับครั้งไม่ถ้วนพวกเขาตั้งใจใช้ค่ายกลนี้แสดงความโดดเด่นภายในการประลองของสมรภูมิร้อยเมืองแต่สุดท้ายเมื่อมันปรากฏตัวเป็นครั้งแรกค่ายกลของพวกเขาก็ถูกเจ้าหนูอาณาจักรวีรชนทำลายลงอย่างง่ายดาย!

            “ครืน…”

            ปราณสีทองห่อหุ้มร่างกายของเย่อู๋เชวียอย่างแน่นหนาในขณะที่เขาก้าวไปข้างหน้าด้วยความเยือกเย็นดวงจันทร์สีเงินอ่อนที่อยู่ข้างหลังเขาลอยขึ้นสู่ด้านบนเห็นได้ชัดว่าหากการเจรจาไม่เป็นไปด้วยดีเย่อู๋เชวียก็พร้อมที่จะทรมานสามพี่น้องตระกูลเถาด้วยความโหดร้ายอย่างถึงที่สุด!

            “ไอ้เด็กสารเลว เจ้ากล้าดีอย่างไรมาทำลายค่ายกลแมงป่องของข้าวันนี้เจ้าต้องตาย!”

            “ปัง!”

            เย่อู๋เชวียกระแทกหมัดออกไปอีกครั้งและส่งร่างของเถาเทียนให้กลิ้งไปกับพื้นโดยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้!

            “แค่กๆ”

            เถาเทียนกระอักเลือดออกมาอีกครั้งและใบหน้าของเขาก็ซีดขาวราวกับกระดาษไขในตอนนี้ความบ้าคลั่งของเขาได้ถูกทำลายไปหมดสิ้นและสิ่งที่เข้ามาแทนที่คือความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด!

            ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าสามารถทำลายค่ายกลแมงป่องไพ่ตายของพวกเขาในไม่กี่กระบวนท่าเท่านั้นแล้วตอนนี้พวกเขาทั้งสามคนล้วนสิ้นสภาพไม่สามารถต่อสู้ได้อีกดังนั้นชะตากรรมของพวกเขาจึงตกอยู่ในมือของฝ่ายตรงข้ามอย่างสมบูรณ์แล้ว!

            ‘เขาเป็นใคร จะมีคนที่แข็งแกร่งแบบนี้ในร้อยเมืองหลักได้อย่างไร?’ เถาเทียนคำรามอยู่ในใจและพยายามดิ้นรนลุกขึ้น!

            “โฮก!”

            ภาพธรรมพยัคฆ์สีทองถูกเรียกออกมายืนอยู่เบื้องหลังของเย่อู๋เชวียเส้นผมสีดำของชายหนุ่มโบกสะบัดไปตามแรงลมในขณะที่เขาก้าวเข้าหาสามพี่น้องตระกูลเถาด้วยสีหน้าเย็นชา!

            “เจ้าต้องการอะไร? เจ้าไม่รู้หรือว่าการฆ่าคนในสมรภูมิร้อยเมืองเป็นสิ่งต้องห้ามเจ้าจะถูกลงโทษอย่างหนัก”

            เสียงที่สั่นสะท้านดังออกมาจากปากของเถาเทียนเมื่อเห็นดวงตาที่เย็นชาของเย่อู๋เชวียเถาเทียนก็ตระหนักได้ทันทีว่าฝ่ายตรงข้ามไม่คิดจะละเว้นชีวิตของพวกเขา!

            “หากไม่อยากตายก็ส่งตราประทับร้อยเมืองพวกเจ้ามา”

            เย่อู๋เชวียกล่าวเบาๆเมื่อเดินไปถึงเบื้องหน้าสามพี่น้องตระกูลเถา!

            ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ดังขึ้นใบหน้าของพี่น้องตระกูลเถาทั้งสามก็เปลี่ยนไปอย่างรุนแรงเถาเทียนกล้ำกลืนความอัปยศอดสูและจ้องมองเย่อู๋เชวียด้วยความกลัวอีกครั้งภายในดวงตาของฝ่ายตรงข้ามมีร่องรอยของไอสังหารปรากฏขึ้นเล็กน้อยแม้ว่าสมรภูมิร้อยเมืองจะไม่อนุญาตให้ผู้เข้าแข่งขันฆ่ากันเองแต่เขาก็ไม่กล้าเอาชีวิตของตัวเองไปเสี่ยงอย่างแน่นอน!

            เถาตี้และเถาเหรินมองไปยังพี่ใหญ่ด้วยความหวาดกลัวสีหน้าของเถาเทียนเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่องและในที่สุดเขาก็ดึงตราประทับสีฟ้าของตัวเองออกมาจากแหวนเก็บของด้วยความสิ้นหวัง

            เมื่อเห็นการกระทำของพี่ใหญ่เถาตี้และเถาเหรินก็ไม่กล้ารอช้า พวกเขาหยิบตราประทับร้อยเมืองของตัวเองออกมาทันที

            “ครืน…”

            แสงสีฟ้าจางๆทั้งสามดวงถูกตราประทับร้อยเมืองของเย่อู๋เชวียดึงดูดไปทั้งหมดในเวลาเดียวกันตราประทับของเย่อู๋เชวียก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มที่พร้อมจะกลายเป็นสีม่วงได้ตลอดเวลา!

            “ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้า”

            เย่อู๋เชวียโยนตราประทับร้อยเมืองทั้งสามชิ้นลงไปบนพื้นด้วยสีหน้าเรียบเฉยก่อนที่เขาจะหันหลังและเดินเข้าสู่สนามรบในบริเวณใกล้เคียงอย่างรวดเร็ว

            สามพี่น้องตระกูลพยายามลุกขึ้นยืนในสภาพทุลักทุเลอย่างถึงที่สุดใบหน้าของพวกเขาซีดเซียว แต่พวกเขาไม่กล้ารอช้าทั้งสามคนประคองกันเดินลงจากเนินเขาเล็กๆ ด้วยความกลัวในทันที

            เถาเทียนถอนใจอย่างเศร้าโศกเขารู้ดีว่าเส้นทางในสมรภูมิร้อยเมืองของพวกเขาสามพี่น้องได้จบลงอย่างสมบูรณ์แล้วด้วยการปราบปรามที่โหดเหี้ยมของเย่อู๋เชวียต่อให้พวกเขายังคงมีความแข็งแกร่งอยู่เช่นเดิมพวกเขาไม่มีทางที่จะปลุกจิตวิญญาณการต่อสู้ให้ตื่นขึ้นได้

            เมื่อมองไปยังตราประทับสามร้อยเมืองที่กลายเป็นตราประทับธรรมดาไปแล้วสามพี่น้องตระกูลเถาก็สบตากันด้วยความสิ้นหวังพวกเขารู้ดีอยู่แล้วว่าการอยู่ที่นี่ต่อไปมีแต่จะทำให้พวกเขาได้รับความอัปยศมากกว่าเดิมดังนั้นทั้งสามคนจึงบดขยี้ตราประทับร้อยเมืองที่อยู่ในมือของตัวเองอย่างจำใจ

            “ครืน…”

            หลังจากตราประทับร้อยเมืองทั้งสามชิ้นถูกทำลายจู่ๆก็มีลำแสงสีขาวคล้ายน้ำนมสามดวงส่องลงมาจากท้องฟ้าและปกคลุมร่างของสามพี่น้องตระกูลเถาจากนั้นด้วยแสงที่สว่างวาบทั้งสามคนก็ถูกดึงตัวออกจากสมรภูมิร้อยเมืองทันที

            ในสมรภูมิร้อยเมืองนี้คนส่วนใหญ่จะกลายเป็นหินรองเท้าให้กับคนส่วนน้อยได้ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเฉพาะผู้ที่มีความแข็งแกร่งและโชควาสนาเพียงพอเท่านั้นถึงจะประสบความสำเร็จได้!

            “ปัง!”

            โม่หงเหลียนและหวังฉีต่างถูกผลักให้ปลิวกระเด็นกลับไปทางด้านหลังพวกเขาทั้งสองมีความแข็งแกร่งทัดเทียมกันอย่างไรก็ตามใบหน้าของหวังฉีกลับเต็มไปด้วยความมืดมนมากขึ้นเรื่อยๆ!

            ฉากที่เย่อู๋เชวียเอาชนะสามพี่น้องตระกูลเถาตกอยู่ในสายตาของเขาทั้งหมด!

            พี่น้องตระกูลเถาเป็นกำลังเสริมที่เขาเชิญมาด้วยตัวเองดังนั้นเขาจึงรู้โดยธรรมชาติว่าพวกเขาทรงพลังเพียงใดโดยเฉพาะอย่างยิ่งค่ายกลแมงป่องนั้นมันคือสิ่งที่แม้แต่ตัวเขาก็ยังไม่สามารถรับมือได้

            เดิมทีเขาคิดว่าโม่หงเหลียนและพรรคพวกจะถูกจัดการได้อย่างง่ายดายจนกระทั่งเจ้าเด็กที่อยู่ในระดับกลางของอาณาจักรวีรชนปรากฏตัวขึ้น!

            พลังการต่อสู้ที่เหมือนสัตว์ประหลาดของเย่อู๋เชวียทำให้หวังฉีเกิดความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุดและจากท่าทีในตอนนี้มันคงเป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะเอาตัวรอดออกจากที่นี่ได้อย่างปลอดภัย!

            “วูบ”

            ร่างสีทองพุ่งเข้าสู่สนามรบด้วยความเร็วราวกับสายฟ้าดวงตาของเย่อู๋เชวียมีความเย็นชาอย่างยิ่งในตอนนี้ชายหนุ่มชุดดำพร้อมที่จะลงมืออีกครั้งแล้ว!

            ใบหน้าของหวังฉีดำมืดด้วยความโกรธแค้นจากนั้นเขาก็กระตุ้นพลังทั้งหมดเพื่อผลักโม่หงเหลียนให้ถอยกลับไปชั่วคราวในขณะเดียวกันเท้าของเขาก็ไม่ได้อยู่เฉยหวังฉีหันหลังและรีบวิ่งหนีโดยไม่สนใจว่าสหายที่เหลืออีกห้าคนของเขาจะเผชิญหน้ากับความโชคร้ายอย่างไรบ้าง!

            โม่หงเหลียนไม่ได้ไล่ตามนางมองดูชายหนุ่มชุดดำที่ปรากฏตัวในสนามรบด้วยดวงตาที่สั่นไหวฉากที่เย่อู๋เชวียเอาชนะสามพี่น้องตระกูลเถายังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของหญิงสาวเมื่อรวมกับสิ่งที่นางสังเกตเห็นก่อนหน้านี้โม่หงเหลียนก็ตระหนักได้ถึงเรื่องราวมากมายจากนั้นนางก็หันหลังและรีบไปยังสนามรบที่โม่ไป๋โหยวกำลังต่อสู้อยู่!

            ภายใต้การปราบปรามอย่างรุนแรงของเย่อู๋เชวียสถานการณ์การต่อสู้ก็พลิกกลับโดยสิ้นเชิงขั้นตอนต่อไปคือกำจัดคนที่เหลือให้เร็วที่สุดเท่านั้น!

            ในตอนนี้สายตาของเย่อู๋เชวียจับจ้องไปยังหวังฉีที่กำลังหลบหนีอย่างเอาเป็นเอาตายเขายืดกายด้วยรอยยิ้มและกล่าวว่า

            “มาดูกันว่าเจ้าจะวิ่งได้ไกลแค่ไหน?”

            ……….

    คล้ายกับเรื่องหมื่นจักรภพสยบราชันย์ ที่คุณอ่าน

    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 516
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912