ขณะที่โอดินและบรรดารุ่นเยาว์คนอื่นๆ ยังคงยืนจับจ้องไปยังทั้งสามบุคคลผู้เปี่ยมด้วยพลัง
ซึ่งกำลังทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลพิธีกรรมการปลุกพลังอาณาจักรต้นกำเนิดภายในวิหารแห่งจุดเริ่มต้น
บรรยากาศรอบข้างก็ยังคงเต็มไปด้วยความเงียบสงบแต่แฝงไว้ด้วยแรงกดดันอันลึกล้ำ
ทว่าท่ามกลางความสงบนั้นเอง ร่างเงาขนาดยักษ์สีแดงหมูก็ได้ก้าวเดินเข้ามายังภายในโถงกลางด้วยก้าวเท้าอันมั่นคงและหนักแน่น เสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงที่ย่ำลงบนพื้นหินศักดิ์สิทธิ์ของวิหารได้สะท้อนดังกึกก้องทั่วทั้งห้องโถง จนทำให้ความเงียบงันเมื่อครู่ถึงกับสั่นไหว
“มะ.. มาแล้ว!”
คำอื้ออึงจากผู้คนที่อยู่ใกล้ที่สุดพลันเงียบลงราวกับถูกตัดขาดด้วยมือที่มองไม่เห็น ดวงตาทุกคู่พุ่งไปยังจุดเดียวกัน
ชายหนุ่มร่างยักษ์ผู้มีผิวกายสีแดงเข้มราวกับเลือดหมู ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม สายตาแข็งกร้าว ท่วงท่าการเดินของเขานั้นเปี่ยมด้วยพลังแห่งอำนาจ ขนาดของร่างที่สูงเกินสองเมตรครึ่ง พร้อมกับกล้ามเนื้อที่แน่นตึงทั่วร่าง และลวดลายโบราณที่สลักไว้ทั่วร่างกาย
ทำให้บรรยากาศรอบตัวเขาเต็มไปด้วยแรงสั่นสะเทือนของวิญญาณดุร้าย
“เจ้ามัน..”
ชายชราจินเกอที่เฝ้ามองทุกผู้คนอย่างสงบนิ่งตั้งแต่ต้น ถึงกับเบิกตากว้างเพียงชั่วขณะ อู่หมิงซื่อที่ดูเหมือนจะเบื่อหน่ายมาตลอดกลับเลิกคิ้วขึ้นอย่างฉับพลัน และกระทั่งเยว่ฉานจากวิหารแห่งนักฆ่าเองก็ยังหรี่ตาลงเล็กน้อยพร้อมกับแสงเรืองรองวาบผ่านในนัยน์ตา
“ครึ่งโอเกอร์..”
“สายเลือดบริสุทธิ์?”
จินเกอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาของเขากำลังเพ่งมองไปยังชายหนุ่มร่างยักษ์อย่างสนใจ
“ยังไม่ได้เป็นผู้วิวัฒน์ แต่ศักยภาพและร่างกายของเจ้าก็อยู่ในระดับที่สูงมาก!”
“หากเจ้าได้รับอาณาจักรต้นกำเนิดเป็นเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งละก็.. ตัวของเจ้าก็คงไม่ต่างอะไรไปจากเสือติดปีก!”
เขากล่าวต่อขณะลูบเคราของตนด้วยความประทับใจที่ฉายชัดอยู่ในแววตา
ไคจินซึ่งเป็นบุรุษร่างยักษ์ผู้นั้นเพียงยกมือแนบอกแล้วโค้งศีรษะให้กับชายชราผู้อาวุโส
“ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโส!”
น้ำเสียงของเขาสุภาพและหนักแน่น ไร้ซึ่งความโอหังใดๆ
ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าตนเองมีร่างกายและสายเลือดที่แข็งแกร่งเกินมนุษย์ธรรมดานับสิบเท่า
ท่าทีถ่อมตนของเด็กหนุ่มคนนี้ยิ่งทำให้จินเกอยิ้มด้วยความชื่นชม ก่อนที่สายตาจะหันกลับมากวาดมองบรรดารุ่นเยาว์ที่กำลังยืนสงบนิ่งอยู่รอบแท่นพิธี แล้วจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปล่งพลังออกมาจนห้องทั้งห้องต้องเงียบสงัด
“พวกเจ้าคงได้ศึกษาเส้นทางรวมถึงประวัติศาสตร์ของดินแดนทรินิตี้เซเว่นมาบ้างแล้วใช่หรือไม่?”
“พวกเจ้าคงเข้าใจว่าผู้วิวัฒน์นั้นถูกแบ่งไว้เป็นระดับตั้งแต่ 1 ถึง 9 ใช่หรือไม่?”
เขาเว้นวรรคเล็กน้อย แล้วจึงกล่าวต่อ
“แต่นั่นก็เป็นเพียงนามเรียกย่อของมันเท่านั้น เพราะแท้จริงแล้ว ระดับขั้นของพลังนั้นถูกแบ่งได้ละเอียดกว่านั้นมาก”
“ทุกระดับขั้นมีการวัดค่าพลังวิญญาณที่ชัดเจน โดยมีค่า SP หรือ Spirit Point เป็นหน่วยวัดสำคัญ!
“มันคือพลังแท้จริงที่สะท้อนความแข็งแกร่งของผู้วิวัฒน์ออกมาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง”
“ถือเป็นรากฐานของผู้ที่เลือกเดินบนเส้นทางแห่งวิถียุทธ์ หรือกระทั่งจอมเวทย์ที่ยิ่งใหญ่!”
“และวันนี้.. ข้าจะบอกมันให้พวกเจ้าฟัง!”
ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็ราวกับถูกควบแน่น
ดวงตาทุกคู่จับจ้องไปยังผู้อาวุโสจินเกออย่างแน่วแน่ กระทั่งไคจินเองก็หันมารับฟังอย่างสนใจ
ส่วนโอดินที่ยืนกอดอกอยู่ด้านหลังเพียงแค่ยิ้มบางในขณะที่ลูบปลายนิ้วตัวเองไปมา ชื่อเรียกเหล่านี้เขาเคยได้ยินมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วในชาติก่อน แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธที่จะฟังอีกรอบหนึ่ง เพราะสิ่งที่จินเกอกำลังอธิบายให้เด็กเหล่านี้เข้าใจ คือพื้นฐานของทุกสิ่งที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
“ระดับแรกคือผู้วิวัฒน์ตื่นรู้เบื้องต้น ระดับที่ 1 พลังวิญญาณในขั้นแรก 10,000 SP สำหรับขั้นกลาง 20,000 SP ในขั้นสูง 35,000 และ 50,000 SP ในขั้นสูงสุด! ช่วงรวมระดับพลังวิญญาณคือ 10,000 – 50,000 SP”
“ถัดมา ผู้วิวัฒน์ชั้นหลอมจิต ระดับ 2 จะมีพลังวิญญาณขั้นแรก 60,000 SP ขั้นกลาง 75,000 SP ขั้นสูง 90,000 SP และสูงสุดอยู่ที่ 100,000 SP ช่วงรวมระดับพลังวิญญาณคือ 50,000 – 100,000 SP”
“ระดับถัดไปคือผู้วิวัฒน์ชำระวิญญาณ ระดับ 3 พลังวิญญาณจะเริ่มต้นที่ 110,000 SP ขั้นกลาง 150,000 SP ขั้นสูง 200,000 SP และขั้นสูงสุด 250,000 SP ช่วงรวมระดับพลังวิญญาณคือ 100,000 – 250,000 SP”
“ส่วนระดับ 4 คือผู้วิวัฒน์ประสานธาตุ พลังวิญญาณในขั้นแรกจะอยู่ที่ 260,000 ขั้นกลาง 320,000 SP ขั้นสูง 400,000 SP ขั้นสูงสุด 500,000 SP ช่วงรวมระดับพลังวิญญาณคือ 250,000 – 500,000 SP”
“ระดับที่ 5 คือผู้วิวัฒน์ขยายขอบเขต ซึ่งพลังวิญญาณเริ่มต้นที่ 550,000 SP ขั้นกลาง 700,000 SP ขั้นสูง 850,000 SP และขั้นสูงสุดคือ 1,000,000 SP ช่วงรวมระดับพลังวิญญาณคือ 500,000 – 1,000,000 SP”
“และระดับที่ 6 ที่ข้าอยู่ในตอนนี้ คือผู้วิวัฒน์แปรรูปพลัง พลังวิญญาณขั้นแรกจะเริ่มต้นที่ 1,100,000 SP ขั้นกลาง 1,500,000 SP ขั้นสูง 2,000,000 SP ขั้นสูงสุด 2,500,000 SP ช่วงรวมระดับพลังวิญญาณคือ 1,000,000 – 2,500,000 SP”
คำพูดของเขาทำให้หลายคนเบิกตากว้าง บางคนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
เพราะไม่อยากเชื่อว่าระดับพลังที่แท้จริงจะมีช่วงห่างที่กว้างใหญ่เช่นนี้
บางคนเริ่มคำนวณในใจว่าตนเองจะต้องใช้เวลานานเท่าใดกว่าจะไปถึงแม้เพียงระดับแรกของขั้นกลางด้วยซ้ำ
จินเกอพยักหน้าเล็กน้อยราวกับอ่านความคิดของพวกเขาได้ ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ผู้วิวัฒน์ระดับ 7, 8, 9 นั้น พลังวิญญาณของพวกเขาไม่ได้อยู่ในช่วงที่พวกเจ้าจะจินตนาการได้ด้วยซ้ำ มันเป็นระดับพลังที่แม้แต่หอคอยศักดิ์สิทธิ์เองก็ยังต้องจับตามอง ด้วยเหตุนี้ ข้าจึงไม่จำเป็นต้องอธิบายมันในตอนนี้ เพราะพวกเจ้ายังเร็วเกินไปที่จะเข้าใจ!”
“ในช่วงสองสามปีข้างหน้า หากพวกเจ้าคนใดสามารถเข้าสู่ระดับ 3 หรือ 4 ได้ภายในเวลานั้น ก็ถือว่าเป็นสุดยอดอัจฉริยะแล้ว”
น้ำเสียงของเขาหนักแน่นกว่าเดิม
“และหากวันหนึ่งพวกเจ้าเดินทางไปถึงระดับนั้น ข้าถึงจะยอมบอกถึงสิ่งที่รออยู่เบื้องหลังคำว่าระดับ 9 ให้ได้รู้เอง..”
ทุกคนยืนเงียบ ไม่มีใครกล้าพูดแทรก
โอดินเองก็เพียงยืนนิ่งไม่กล่าววาจาใด เพราะสิ่งที่ชายหนุ่มรู้นั้นลึกล้ำยิ่งกว่านี้หลายเท่า แต่ตอนนี้มันยังไม่ใช่เวลา ตอนนี้เป็นเพียงการวางรากฐานเบื้องต้นก่อนที่ตนเองจะได้เริ่มต้นปลุกพลังขึ้นอีกครั้ง และคืนสู่เส้นทางของความแข็งแกร่งอีกครั้งในชาตินี้