หลังไมค์..ไม่ไร้ความหมาย
บทที่ 2กระดุมเม็ดแรก
เมื่อจบมื้อเย็นแสนอร่อย ฉันกับลูกแก้วตั้งใจว่าจะเก็บของที่ยังค้างอยู่ในกล่องให้เสร็จๆไปให้หมด เพื่อพรุ่งนี้จะได้เริ่มโปรแกรมเที่ยวในชื่อ“ทัวร์เกลอเก่ากระชับมิตร “ อย่างไม่ต้องกังวล แม่ฉันทำท่าจะมาช่วยด้วยอีกคน แต่ดูจากอาการหาวหวอดๆ และพอมองดูนาฬิกา สองทุ่มกว่าเป็เวลาเข้านอนของวัยรุ่นยุคเบบี้บูมเมอร์ต่างจังหวัด ที่ต้องลุกขึ้นมาหุงข้าวใส่บาตรตอนตี 4 ฉันจึงบอกให้แม่ไปนอน
ในที่สุดหนังสือกองสุดท้ายก็ถูกเก็บเข้าชั้น เราสองคนถึงกับล้มตัวลงนอนบนพื้นกลางห้องพร้อมๆกัน
“เฮ้อ เสร็จซะที ยังดีที่สมบัติแกไม่มากถ้าเป็ฉันย้ายบ้านนะ เป็อาทิตย์โน่นแหละกว่าจะจัดเสร็จ ว่าแต่พรุ่งนี้แกอยากไปไหนก่อน”
แม่เพื่อนสาวออกปากถาม
“อยากไปไหว้พระเอาฤกษ์เอาชัยก่อนน่ะหลังจากนั้นก็แล้วแต่ไกด์กิตติมศักดิ์คุณลูกแก้วเลย เออจริงด้วย ไม่รู้ป่านนี้เมล์ลูกค้าส่งมาหรือยัง แกไปอาบน้ำก่อนสิ”
ฉันรีบผุดตัวลุกขึ้นมาด้วยเพิ่งนึกได้ว่ายังมีงานที่ต้องสะสาง
“โอเค แต่พอไหว้พระเสร็จฉันขอไปเอาของบ้านพี่ที่รู้จักเแป๊บนึงนะ”
ลูกแก้วคว้าผ้าเช็ดตัวในกระเป๋าสัมภาระใบย่อมที่แบกมา ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป
หลังจากสะสานงาน เช็คอีเมล์และตอบกลับลูกค้าเรียบร้อย ฉันก็เข้าเฟซบุ๊กเพื่อดูความเคลื่อนไหวของบรรดาญาติสนิทมิตรสหายทั้งหลายรวมถึงข่าวสารในแวดวงการทำงาน สายตาเ้ากรรมพลันไปสะดุดเข้ากับโพสต์ของเพื่อนเก่าที่ไม่ได้ติดต่อกันมานนับสิบปี เป็รูปของเด็กหญิงตัวน้อยใส่ชุดนักเรียนชุดใหม่ นัยว่าลูกสาวของเ้าของโพสต์สอบเข้าโรงเรียนประถมชื่อดังได้
แต่ที่ทำให้ฉันสะดุดใจคือคอมเมนต์ของคนคนหนึ่งที่ใช้ชื่ออันแสนคุ้นเคย เข้ามาแสดงความยินดีกับเพื่อนเก่าที่มีร่วมกันกับฉัน นิ้วของฉันไวกว่าความคิดดันกดเข้าไปดูโพรไฟล์.....ใช่เขาจริงๆด้วย
เมื่ออาบน้ำจนสบายเนื้อสบายตัวแล้วพยาบาลสาวกำลังจะเดินไปหวีผมที่โต๊ะเครื่องแป้ง สังเกตุเห็นอาการของเพื่อนสาวที่ไม่ไหวติงหน้าโน๊ตบุ๊กที่โต๊ะทำงาน
“เป็อะไรบ๊วย นั่งนิ่งเชียว อุ๊ย นั่นใครน่ะ หน้าตาดีนะ เข้ามาส่องหนุ่มๆอยู่เหรอยะ หมอนี่ได้จากแอปไหนอ่ะ”
หญิงสาวตื่นเต้น
“ ส่องอะไรนี่แฟนเก่าฉัน”
“ฮะ! นี่ๆๆคนนี้น่ะเหรอ ที่หักอกแกคบกันอยู่ดีๆแล้วไปแต่งงานกับใครก็ไม่รู้น่ะ!”
คนถามใร้องเสียงหลง
“ อย่าเรียกว่าคบกันอยู่ดีๆเลย ถ้าฉันไม่แผลงฤทธิ์เื่มันก็ไม่จบแบบนี้หรอก”
“อ้าว คดีพลิก เล่าให้ฉันฟังได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น ฉันได้ข่าวว่าตอนนั้นแกก็แทบเป็แทบตายนี่นาถึงกับปิดร้านหนังสือ แล้วย้ายหนี นี่ยังไง ไม่โกรธไม่แค้นตานี่แล้วเหรอ”
“ตานี่อะไร เขาชื่อกิจจา ไม่โกรธมาตั้งนานแล้ว ฉันมาคิดได้ทีหลังพอมองย้อนกลับไป ไม่ใช่เขาคนเดียวหรอกที่ผิด และคนเราจะมีปัญหากันไม่ได้ ถ้าอีกฝ่ายดีพอ มันต้องพอกันทั้งคู่ถึงได้พัง แต่เื่ของฉัน ฉันน่ะเป็คนผิดมาั้แ่ต้นด้วยซ้ำ แก้ว แกจำไว้นะ อย่ารัก ถ้าไม่ได้เริ่มจากความรัก และผู้หญิงเราอย่าใจอ่อนเพราะความสงสารเด็ดขาด มันคนละเื่กัน รวมถึงอย่าทำอะไร โดยที่ไม่ได้รักด้วย เพราะสุดท้ายเงินไม่ใช่คำตอบ ”
“ยังไงล่ะ” ลูกแก้วชักอยากรู้
“ก็เหมือนกับติดกระดุมเม็ดแรกไง ถ้าผิดมันก็จะผิดเรื่อยมา แต่จะว่าไป กิจเขาก็ถือว่าเป็หนึ่งในผู้มีพระคุณกับฉันเหมือนกันนะ ถ้าไม่ได้เขาคะยั้นคะยอ และพาฉันไปอบรมพากย์ในวันนั้น ก็ไม่มีฉันในวันนี้ ”
--------------------------------------------------------------------
10 ปีก่อน
หลังจากปิดหนังสือที่เพิ่งอ่านจบเล่มล่าสุดในรอบอาทิตย์นี้ฉันบิดตัวอย่างี้เีบนเตียงพับที่แอบไว้มุมในสุดของร้านหนังสือเช่า“บุ๊คแอนด์บ๊วย” เผลอแป๊บเดียวผ่านไปครึ่งวันแล้วเหรอเนี่ย ไม่ทันไรเสียงแห่งความหิวดังจ๊อกๆ ก็ดังออกมจากในท้องฉัน
“กิจคุง สั่งข้าวมันไก่ให้เค้าที”
ชายหนุ่มผิวเข้ม หน้าตาคมสันต์ จมูกโด่ง แววตาแลดูคมกล้าบ่งบอกถึงความเอาจริงเอาจังแม้จะภายใต้ใบหน้าที่อ่อนโยน
“ไม่เบื่อเหรอไอ้อ้วน กินแบบนี้ทุกวัน อ้วนยิ่งกว่าไก่ตอนแล้ว”
ปากว่าไปอย่างนั้น แต่ขาของชายหนุ่มกลับก้าวออกไปทางหน้าร้านหนังสือตามคำสั่งแฟนสาว พร้อมกับะโไปที่ร้านข้าวมันไก่ที่อยู่ถัดไปแค่คูหา
“ ป้าพิมพ์ข้าวมันไก่เหมือนเดิม 2 ครับ”
เ้าของร้านสูงวัยหันมาพยักหน้า ด้วยจำลูกค้าหนุ่มสาวเ้าประจำได้
“ไม่เบื่อหรอก เที่ยงๆร้อนๆแบบนี้ี้เีออกไปข้างนอก สั่งข้าวมากินน่ะดีแล้ว เบื่อเฝ้าร้านมากกว่า เฮ้อ เค้าน่ะชอบหนังสือถึงได้เปิดร้านเช่าหนังสือ แต่เพิ่งรู้ว่าการเฝ้าร้านนี่มันก็จำเจเหมือนกัน”
แม่สาวขี้ร้อนบ่นกระปอดกระแปด
“เอาน่า เดี๋ยววันอาทิตย์นี้กิจพาไปเที่ยวแล้วกันอยากไปไหนล่ะทะเลไหม”
ชายหนุ่มเอาใจแฟนสาว
“ไม่เอาอ่ะ กลัวร้อน ฮ่าๆๆ
“ กลัวร้อนฮ่าๆๆ ”
กิจจาล้อเลียนท้ายประโยคคนรัก
“นี่ๆ ตัวเองพาเค้าไปนี่ดีกว่า”
บ๊วยส่งหนังสือพิมพ์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานเป็ประจำให้ชายหนุ่มดูด้วยว่าในคอลัมน์หน้ากิจกรรมมีประกาศรับสมัครอบรมการพากย์
“สมาคมนักพากย์ แถววิภาวดีใกล้ๆนี่เอง บ๊วยชอบเหรอ”
“ชอบหรือเปล่าไม่รู้ เค้าเองก็เพิ่งรู้ว่ามีงานแบบนี้ด้วยเหมือนกันน่าสนุกดีนะ ที่สำคัญดูนี่ เขาบอกว่ามีโอกาสรวย แถมยังมีชื่อเสียงด้วย ในนี้ยังเอาคนที่พากย์การ์ตูนกับหนังต่างๆมาให้ดูหน้าตาด้วยล่ะ นี่ไง อ๋อ เสียงนีรชาในหนัง ที่แท้เป็เสียงของป้าพักตรานี่เอง”
กิจจาคว้าหนังสือพิมพ์มาดู
“เออเพิ่งรู้เหมือนกันแฮะ บ๊วยไปลองสมัครเล่นๆดูสิเบื่อๆอยู่ไม่ใช่เหรอ “
“ อืม แต่ไม่เอาดีกว่าคนต้องแห่กันไปสมัครเยอะแน่ๆเลย ไม่ชอบคนเยอะอ่ะ อีกอย่างเขารับจำนวนจำกัดด้วย ไม่ทันชาวบ้านร๊อก”
“ เหอะน่า ไม่ลองไม่รู้นะ เผื่อดังขึ้นมารวยไม่รู้เื่เชียวน๊า ไหนจะไปออกรายการโน่นี่อาจมีอีเวนท์อีก ”
กิจจารู้จุดอ่อนคนขี้งก
“โอ๊ยพอแล้ว ไปั้แ่จะรวยแล้วล่ะ เสาร์นี้ว่างแน่นะ”
“กิจไม่ว่างได้ด้วยเหรอ”
“ ดีมาก”
ฉันยิ้มอย่างพึงพอใจ“
----------------------------------------------------------------------
ห้องโถงกลางชั้นหนึ่งของอาคารค่อนข้างเก่าคลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากกว่าร้อยชีวิต หลังจากให้แฟนหนุ่มกลับไปก่อนแทนที่จะมาเสียเวลาอยู่เป็เพื่อนฉันลงทะเบียนอบรม ซึ่งไม่รู้จะเสร็จสิ้นเมื่อไหร่
“ไหนว่ารับจำกัดแค่ 40 คน ไหงงอกมาร่วมร้อยแบบนี้วะ”
เสียงรำพึงหรือบ่นจากแม่สาวที่ยืนต่อคิวดังมาจากข้างหลังฉัน มันช่างตรงใจ ฉันจึงหันมายิ้มให้ สาวน้อยหัวชมพูยิ้มตอบอย่างเขินๆคงไม่นึกว่าฉันจะได้ยิน
“ น้องมาคนเดียวเหรอคะ ชื่ออะไรน่ะ พี่บ๊วยนะ”
“ ค่ะพี่ หนูแพตค่ะ พี่ก็มาคนเดียวเหรอ”
“ ตอนแรกมากับแฟน แต่ให้กลับไปก่อนแล้ว นี่พอลงทะเบียนเสร็จเราต้องไปหาที่นั่งข้างในห้องถัดไปนี่เนอะ แพตไปกับพร้อมกับพี่เลยไหมล่ะ”
“ ดีเลยค่ะ หนูกำลังเซ็งๆ ไม่นึกว่าคนจะเยอะ เสียเวลามากขนาดนี้มาั้แ่ 9 โมง “
“ป่ะ งั้นเดี๋ยวไปคุยกันฆ่าเวลากว่าวิทยากรจะขึ้นเวทีคงอีกนาน”
และแล้วฉันก็ได้เพื่อนใหม่มาหนึ่งคน เราคุยกันได้สักพักทำให้ได้รู้จักกันประมาณหนึ่ง แพตเป็เด็กมหาลัยเอกชนชื่อดัง ที่ใกล้จะเรียนจบ เธอสนใจงานในวงการบันเทิงทุกแขนงรวมถึงการพากย์นี้ด้วย
ในขณะที่ฉัน ผู้ซึ่งรู้จักอาชีพนี้จากในหน้าหนังสือพิมพ์และมาตามฝันจากคำโปรยที่ว่าจะรวยเท่านั้น
หลังจากวิทยากรทั้งหลายขึ้นมาแนะนำตัวเล่าความเป็มาของสมาคมนักพากย์ รวมถึงประวัติการทำงานย่อๆแล้ว จากนั้นจะมีการให้ผู้เข้าอบรมทุกคนมีโอกาสขึ้นไปััอุปกรณ์ ระบบเสียงต่างๆ เป็การจำลองการทำงานจริง
ฉันใจเต้นตึ้กตั้ก ขณะรอคิวโต๊ะนั่งพากย์ที่ใกล้จะมาถึงเพราะไม่เคยได้ัังานพวกนี้เลย ภาพที่ปรากฏข้างหน้าคือ ไมโครโฟน กับกล่องสี่เหลี่ยมเสียบสายอะไรบ้างก็ไม่รู้เยอะไปหมด จอภาพขนาดใหญ่พอได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเอง จึงเดินตัวลอยๆรู้สึกในท้องมันโหวงๆ เข้าไปยังที่นั่ง ผิดกับเ้าแพตสาวน้อยเปรี้ยวจี๊ดที่ก้าวฉับๆเข้าไปนั่งที่อย่างมั่นใจ
“อ้าว เก่งแล้วเหรอ ถึงไม่ใส่หูฟัง!!!”
เสียงดุเข้มผ่านไมโครโฟน ดังไปทั่วทั้งหอประชุม”