“กู้จิ่งเซวียน!” กู้ชิงเฉิงอดไม่ได้ที่จะมีโมโหขึ้นมาเล็กน้อย“เมื่อถึงสวนหรูอี้ เ้าต้องคัด ‘บทกลอนตำรับยา’สิบจบ!”
แต่เดิมเ้าก้อนซาลาเปาน้อยกู้จิ่งเซวียนยังคงแสดงสีหน้าไม่พอใจและคิดว่ามารดาเป็ฝ่ายผิดแต่ทันใดนั้นเขาก็ทรุดตัวลงคุกเข่า และสวมกอดขาของกู้ชิงเฉิงพลางกล่าวว่า“ท่านแม่ ข้าผิดไปแล้ว ข้าไม่้าเงินแล้วขอรับ”
การให้เขาคัดบทกลอนตำรับยานั้นมันทรมานเสียยิ่งกว่าการให้เขากลับไปรักษาคนไข้ที่อันหยวนถังเสียอีก
-------
ในด้านขององค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินที่แอบฟังอยู่นั้น
เมื่อเขาได้เห็นท่าทางของกู้จิ่งเซวียนโม่อวี้เฉินรู้สึกชื่นชมเป็อย่างยิ่งเด็กน้อยวัยสี่ห้าขวบผู้นี้ฉลาดล้ำเกินวัยนัก
เดิมทีเขายังคงคิดอยู่ว่าเด็กเล็กเช่นนี้จะสามารถวางยาพิษคุณหนูใหญ่อย่างกู้ตงหลิงได้อย่างไร?แต่เมื่อพิจารณาดูแล้ว มันมีความเป็ไปได้สูงยิ่งนัก
เขาจะมองกู้จิ่งเซวียนด้วยสายตาที่มองเด็กทั่วไปไม่ได้เด็ดขาดเด็กผู้นี้ฉลาดเกินไปนัก
-------
ย้อนกลับมาที่ทางด้านของสองแม่ลูก
“หากเ้าไม่้าเงิน ก็ต้องคัดบทเพลงตำรับยา” กู้ชิงเฉิงยกมือขึ้นกุมหน้าผากนางรู้สึกว่าเด็กที่ฉลาดเกินไปก็ไม่ใช่เื่ดีนัก เพราะนางมิอาจควบคุมเขาได้เลย
ใบหน้าน้อยๆของกู้จิ่งเซวียนพลันเศร้าหมองลง “บางครั้งข้ารู้สึกว่าท่านคือแม่เลี้ยงของข้าเสียมากกว่า”
“ข้าก็ไม่เคยบอกว่าข้าเป็แม่แท้ๆ ของเ้านี่!” กู้ชิงเฉิงกอดอกและเชิดหน้าขึ้น“สตรีงามสะพรั่งดุจบุปผาอย่างข้าจะมีบุตรชายที่โตขนาดเ้าได้อย่างไร! ข้าบอกแล้วว่าเ้าเป็เด็กที่ข้าเก็บมาเลี้ยง”
“ท่านแม่ใจร้าย!” แม้กู้จิ่งเซวียนจะฉลาดเฉลียวเพียงใดเขาก็ทานทนไม่ได้อีกต่อไป “เซวียนเอ๋อร์น่าสงสารนักเซวียนเอ๋อร์เป็เด็กกำพร้าไร้บิดามารดา!”
เด็กน้อยร้องไห้ด้วยความเสียใจทว่าก็ไม่ได้น้อยใจ
โม่อวี้เฉินที่ได้ยินก็พลันรู้สึกปวดหนึบในใจท่าทีของเด็กคนนี้สามารถส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของเขาได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือแม้แต่ตัวเขาเองยังรู้สึกไม่น่าเชื่อ
กู้ชิงเฉิงรู้สึกสงสารลูกชายขึ้นมากนางยกมือขึ้นโอบกอดกู้จิ่งเซวียน “วางใจเถิดแม่จะหาพ่อให้เ้าเอง”
“ท่านพี่เกอจวิ้นก็ดีไม่น้อยนะขอรับ” กู้จิ่งเซวียนหยุดร้องไห้ในทันที
“ไม่ดี” กู้ชิงเฉิงส่ายหน้า “ไม่หล่อพอแม่ของเ้างดงามถึงเพียงนี้อย่างไรก็ต้องหาบุรุษที่หล่อเหลากว่าองค์รัชทายาทถึงจะเรียกว่าดี”
องค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินซึ่งแอบอยู่ใต้รถม้า:“…”
เขารู้สึกว่าแม่ลูกคู่นี้คงจะมีความเข้าใจผิดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับตัวเขา
เขาผู้เป็องค์รัชทายาทผู้สง่างามทั้งยังเป็ดั่งเทพาที่ผู้คนทั่วต้าฉินต่างหวาดกลัวแต่ในสายตาของแม่ลูกคู่นี้ดูเหมือนว่าเขาจะมีเพียงความหล่อเหลาเท่านั้นที่เป็จุดเด่นและไม่มีคุณสมบัติอื่นใดอีกเลย
ช่างน่าโมโหสิ้นดี
“ใช่แล้ว แม่ต้องหาคนหล่อเหลาเหมือนเซวียนเอ๋อร์” กู้จิ่งเซวียนเห็นด้วยใบหน้าเล็กๆ ยังคงมีคราบน้ำตาติดอยู่
ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันนั้นรถมาก็หยุดลงอีกครั้ง
ใบหน้าของกู่ซินไม่สู้ดีนักนางมองจ้องกู้ตงหลิงที่สวมผ้าคลุมหน้าและยืนขวางทางอยู่เบื้องหน้า“คุณหนูกู้ ท่านคิดจะทำสิ่งใดเ้าคะ?”
“ให้หมอกู้ลงจากรถม้ามาซะ” กู้ตงหลิงกล่าวด้วยความไม่พอใจ
นางได้ก่อความวุ่นวายที่อันหยวนถังมาพักใหญ่แล้วแม้หูเอ้อร์จะแข็งแกร่งเพียงใด แต่ก็ไม่อาจต้านทานคนหมู่มากได้
“ท่านเป็ใครกัน ถึงได้คิดมาขวางทาง” กู่ซินไม่สนใจกู้ตงหลิงนางกล่าวเสียงทุ้มต่ำ
ส่วนคุณหนูใหญ่สกุลกู้นั้นในมือของนางจับแส้ยาว สีหน้าอาบย้อมเต็มไปด้วยความเ็า
เหตุใดการเดินทางไปยังสวนหรูอี้ครั้งนี้มันช่างยากลำบากยิ่งนัก
ดวงตาของคุณหนูใหญ่กู้ตงหลิงที่โผล่พ้นจากผ้าคลุมหน้าเปล่งประกายเย็นะเืนางเองก็สะบัดแส้ยาวในมือออกไปอย่างแรง “รนหาที่ตาย!”
บ่าวรับใช้คนหนึ่งกล้าที่จะท้าทายนางเช่นนี้คงจะเบื่อหน่ายชีวิตแล้วกระมัง
การฟาดแส้ครานี้นางไม่คิดจะปรานีแม้แต่น้อย
นางเดินทางมาไกลแสนไกลเพื่อขอให้หมอกู้รักษานางทั้งยังอดทนครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ไม่คาดคิดว่าอันหยวนถังจะเปลี่ยนหมอที่มาตรวจไปแล้ว
นางจับคนในอันหยวนถังทั้งหมดมามัดทรมาน และใช้วิธีทุกรูปแบบ จึงได้รู้ว่ากู้ชิงเฉิงไปที่ใดและรีบร้อนตามมาอย่างไม่คิดชีวิต
กู่ซินคิดจะยกมือรับแส้แต่เขาก็พบว่ากู้ตงหลิงในวันนี้ไม่เหมือนวันก่อนที่ไร้ประโยชน์เช่นนั้น
แส้เส้นนี้แฝงด้วยพลังปราณภายในที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง ดูท่าฤทธิ์ของหญ้าลวงใจคงจะหมดลงแล้วคุณหนูกู้ผู้นี้ช่างแข็งแกร่งสมกับที่ล่ำลือกันจริงๆ
“ระวัง!” กู้ชิงเฉิงกล่าวเสียงต่ำนางเตะประตูรถม้าออกแล้วผลักกู่ซินกลับเข้าไปในรถม้า “เ้าดูแลเซวียนเอ๋อร์ให้ดี!”
นิ้วมือทั้งสิบของนางแยกออกจากกันและชี้ไปยังป่าไม้ทั้งสองข้างทาง
ใบไม้จำนวนมากแฝงด้วยพลังปราณภายในที่แข็งแกร่งพัดหมุนวนจากทุกทิศทุกทาง ก่อนจะเข้าโจมตีกู้ตงหลิง!
ทั่วทั้งร่างของกู้ตงหลิงแข็งทื่อราวถูกสาปให้กลายเป็หิน
ใน่เวลาวิกฤติหงเย่ก็โผเข้ามากอดกู้ตงหลิงไว้ เพื่อพลีชีพปกป้องผู้เป็นายจากคมใบไม้เ่าั้
“อ๊าก!” วินาทีนั้นพวกเขาได้ยินเพียงเสียงกรีดร้องอันโหยหวน
ร่างของหงเย่ถูกใบไม้แหลมคมแทงจนพรุนราวกับเม่นใบไม้ที่เคยอ่อนนุ่มบัดนี้เสียบตรึงอยู่ในเนื้อหนังของนาง ทำให้เืสดๆไหลรินไม่หยุดหย่อน
แม้แต่กู้ตงหลิงเองก็ใจนตัวสั่นมือที่กำแส้ไว้แน่นพลันอ่อนแรงและปล่อยลง
ในวันนั้นนางไม่เคยเห็นกู้ชิงเฉิงลงมือเองเลยสักครั้งแม้จะโดนก้อนหินปาโดนมุมปาก แต่นางก็ไม่รู้เลยว่าใครคือผู้ลงมือทำร้าย
คิดไม่ถึงว่านางผู้เป็ความภาคภูมิใจแห่งต้าฉินจะต้องมาพบเจอเื่น่าอัปยศถึงเพียงนี้ที่เมืองอี๋สุ่ย
ด้วยเหตุนี้นางจึงบันดาลโทสะ และใช้กำลังอันดุดันทำลายอันหยวนถังจนพังพินาศซึ่งหมายความว่าความแค้นครั้งนี้ไม่อาจประนีประนอมกันได้อีกต่อไปแล้ว
“เ้า! นังปีศาจ!” กู้ตงหลิงปัดร่างไร้ิญญาของหงเย่ออกไปใบเสียงของนางสั่นเทาจนแทบจับใจความไม่ได้
นางไม่อาจจินตนาการได้ว่านี่คือพลังปราณที่แข็งแกร่งถึงเพียงไหนกันแน่
“เ้ากล้าแตะต้องคนของข้า เ้ากำลังรนหาที่ตาย!” ดวงตาภายใต้ผ้าคลุมหน้าของกู้ชิงเฉิงฉายแววสังหาร
หากเมื่อครู่ไม่ใช่เพราะกู้ตงหลิงสายตาเฉียบคมและการตอบสนองรวดเร็วปานสายฟ้าแส้ของนางก็คงปลิดชีวิตกู่ซินไปแล้ว
ในชาติก่อนกู้ตงหลิงต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสถูกนางร้ายวางแผนจนต้องตายอย่างอนาถการที่นางกลับมาเกิดใหม่พร้อมด้วยความแค้นจึงเป็เื่ที่เข้าใจได้
นาง้าแก้แค้นทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่นางร้ายได้่ชิงไป ย่อมเป็สิ่งที่เข้าใจได้อยู่
แต่ทว่าบัดนี้กู้ชิงเฉิงใช้ชีวิตในฐานะคนอื่นอย่างสงบสุขไม่เคยยั่วยุหรือสร้างความเดือดร้อนให้กู้ตงหลิงเลยแม้แต่น้อยแต่กลับเป็นางเองที่เดินเข้ามาหาเื่
กู้จิ่งเซวียนเพียงแค่สั่งสอนนางเล็กน้อยเท่านั้น
เพราะในชาตินี้กู้ตงหลิงมักจะรังแกกู้ชิงเฉิงอยู่เสมอั้แ่ต้นจนจบกู้ชิงเฉิงไม่เคยมีโอกาสได้โต้ตอบเลยด้วยซ้ำ หากจะว่ากันตามจริงแล้วกู้ชิงเฉิงต่างหากที่เป็เหยื่อ และกู้จิ่งเซวียนลูกชายของนางต่างหากที่น่าสงสารยิ่งกว่า
แต่กู้ตงหลิงกลับจิตใจอำมหิตโเี้ และเอาแต่ใจ ทุกครั้งที่นางลงมือแต่ละครั้งก็ล้วนเป็กระบวนท่าสังหาร
กู้ชิงเฉิงย่อมไม่ปล่อยให้นางรอดพ้นไปได้โดยง่ายเช่นกัน
“เ้า...เ้าเป็ใครกันแน่?” กู้ตงหลิงสะท้านใจนางรู้สึกหวาดกลัวต่อกู้ชิงเฉิงยิ่งนัก
นางเคยใช้ชีวิตอย่างผยองในต้าฉินมาตลอดและไม่เคยรู้มาก่อนว่ายังมีคนเช่นนี้อยู่บนโลก
“เ้าไม่คู่ควรจะรู้” กู้ชิงเฉิงแค่นเสียงเย้ยหยัน“จงไสหัวไป อย่ามาขวางทางของข้า!”
นางสนใจเพียงแค่บุตรชายของนางและคนรอบข้างของนางเท่านั้น
และนางมักจะปกป้องพวกพ้องใครก็ตามที่กล้าแตะต้องคนของนาง ย่อมไม่ได้รับผลตอบแทนที่ดีอย่างแน่นอน
ชีวิตของกู้ตงหลิงในชาตินี้ราบรื่นมาตลอดไม่เคยพบเจออุปสรรคใดๆ ไปที่ใดก็มีแต่คนชื่นชมสนใจ ทว่าั้แ่มาถึงเมืองอี๋สุ่ยนางต้องเผชิญหน้ากับความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า และยังถูกโม่อวี้เฉินรังเกียจนางย่อมไม่อาจยอมรับเื่นี้ได้
ขณะนี้นางจึงตวาดออกมาเสียงดัง“ฮึ คิดจะไปง่ายๆ อย่างนั้นรึ ไม่มีทาง! ทหาร!”
นางมาที่นี่เพื่อจับกู้ชิงเฉิง มิฉะนั้นแล้ว ชื่อเสียงของนางคงป่นปี้ไม่มีชิ้นดี
ดังนั้นนางจึงระดมทหารองครักษ์จำนวนมากในเวลาอันสั้น ด้วยอำนาจของตระกูลกู้การเรียกทหารเหล่านี้ย่อมไม่ใช่เื่ยาก
เมื่อกู้ตงหลิงพูดจบกลุ่มทหารองครักษ์หลายสิบนายก็ปรากฏตัวออกมาจากป่าลึกและเข้าล้อมรถม้าของกู้ชิงเฉิงไว้แน่น
“จับตัวนางไว้!” กู้ตงหลิงโบกมือพร้อมถอยหลังไปสองสามก้าว
“นายหญิง!” กู่ซินก็โกรธเช่นกัน
ทหารคนแล้วคนเล่าเข้ามาขวางรถม้าเอาไว้เหตุใดวันนี้ถึงได้มีแต่คนอยากตายมากมายนัก
“เ้าวางใจเถอะ นั่งในรถม้าดีๆ” กู้ชิงเฉิงยกแส้ม้าขึ้นเตรียมจะพุ่งทะยานออกไป
ทันใดนั้นหูเอ้อร์ก็วิ่งมาอย่างกระหืดกระหอบ ร่างของเขาเต็มไปด้วยเื“นายหญิง! อย่าปล่อยพวกมันไป! พวกมันทำลายอันหยวนถังจนพังแล้วยังจับเสี่ยวโต่วจื่อกับคนอื่นๆ ไปอีกขอรับ!”
เมื่อเห็นสภาพของหูเอ้อร์กู้ชิงเฉิงกำแส้ม้าในมือแน่น เมื่อได้ยินคำพูดของเขาดวงตาที่เต็มไปด้วยความเ็าของนางก็มืดมิดลงทันทีและปลดปล่อยจิตสังหารอย่างรุนแรง
โม่อวี้เฉินที่ซ่อนตัวอยู่ใต้รถม้าก็รู้สึกใจหนักอึ้งกู้ตงหลิงผู้นี้สมควรตายจริงๆ นางช่างไม่รู้จักประมาณตนเสียบ้าง
แม่ลูกคู่นี้ที่อยู่ในรถม้าคู่นี้ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เห็นภายนอกเลยแม้แต่น้อย