ผู้เข้าร่วมการประชุมมองไปที่ไลท์ บางคนถึงขั้นกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว บางคนแสดงสีหนาตื่นเต้น เนื่องจากไลท์คือหนึ่งในตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดของโลก รวมไปถึงเบเรียลเองก็ได้ชื่อว่าหญิงสาวที่แข็งแกร่งเหมือนกัน
เมืองทะเลสาบยังเป็นเมืองเล็กๆอยู่ ซึ่งเมืองนี้มีเพียงแค่ยูเทียและคารินเท่านั้นที่มีความแข็งแกร่งในระดับS ทำให้ทุกๆคนต่างก็เคารพและเชื่อฟังคำสั่งของยูเทียอย่างดี นอกจากนี้ในอดีต ยูเทียเคยสังหารตัวตนระดับSขององค์กรมืดไปสองคน ทำให้ยูเทียมีชื่อเสียงอย่างมากในพื้นที่รอบๆ
ด้วยการที่ยูเทียอายุยังน้อยแต่มีความแข็งแกร่งในระดับนี้ก็ทำให้มีหนุ่มๆมาจีบอย่างต่อเนื่อง แต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครเอาชนะใจของยูเทียได้ เพราะยูเทียทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการบริหารเมืองและฝึกฝนความแข็งแกร่ง ซึ่งทำให้ตอนนี้ความแข็งแกร่งของยูเทียเกือบที่จะทะลวงเข้าสู่ระดับSSแล้ว
การปรากฏตัวของตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในเผ่ามนุษย์ก็ทำให้ทุกคนรู้สึกตื่นเต้น
“ ฉันมีเรื่องที่จะบอกกับทุกคนในห้องประชุมนี้ ซึ่งเรื่องนี้ร้ายแรงมาก ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับเมืองทะเลสาบรวมไปถึงชาวเมืองทั้งหมดด้วย ” ไลท์เปิดหัวเรื่องขึ้นมา
ทุกๆคนที่ได้ยินก็พากันใจสั่น
“ ความจริงแล้วเรื่องนี้เป็นความลับระดับสูง ซึ่งมีแค่ตัวตนระดับสูงเท่านั้นที่มีสิทธิ์รู้ข้อมูลนี้ แม้แต่ตัวตนระดับSSบางคนก็ยังไม่รู้ข้อมูลนี้เลยด้วยซ้ำ และอีกไม่นานข้อมูลนี้จะประกาศออกมาโดยสภาจอมเวทย์ ทำให้ฉันสามารถบอกข้อมูลนี้ให้กับทุกคนในห้องประชุมได้ก่อน และอีกอย่างข้อมูลที่ฉันจะบอกนั้นเกี่ยวข้องกับหอคอยแห่งนิรันดร์ทั้งหมด ” ไลท์พูดพร้อมกับกวาดสายตามองรอบๆ
ทุกๆคนในห้องประชุมต่างก็นั่งหลังตรงพร้อมกับแสดงสีหน้าจริงจัง เพราะเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับหอคอยแห่งนิรันดร์อีกด้วย
“ หอคอยแห่งนิรันดร์กำลังจะพังทลายในอีกสิบห้าปีข้างหน้า ทุกอย่างในหอคอยแห่งนิรันดร์จะถูกทำลายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเมืองต่างๆหรือสิ่งก่อสร้างทั้งหลายก็จะหายไปทั้งหมด ” ไลท์พูดขึ้น
ราวกับโลกทั้งใบนั้นเงียบสงบ ทุกๆคนได้ยินเพียงแค่เสียงของลมหายใจอย่างเดียว พวกเขากำลัวช็อคกับเรื่องที่ไลท์กำลังพูดอยู่
คารินได้สติก่อนที่เธอจะลุกขึ้นยืนและพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนกับคนไม่เชื่อ “ ท่านไลท์ ที่ท่านบอกมาเป็นความจริงงั้นหรอค่ะ? ”
“ ใช่แล้วล่ะ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง เธอคิดว่าเรื่องแบบนี้คือเรื่องที่จะนำมาล้อเล่นงั้นหรอคาริน? และอย่างที่ฉันบอกอีกไม่นานทางสภาจอมเวทย์ก็จะประกาศเรื่องนี้ออกมาเหมือนกัน ” ไลท์พูกขึ้นพร้อมกับสีหน้าจริงจัง
ทุกคนๆได้แต่นิ่งเงียบ ตอนนี้พวกเขาเข้าใจได้แล้วว่านี้คือเรื่องที่ร้ายแรงที่สุด พวกเขาเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงต้องเรียกประชุมฉุกเฉินโดยที่นำผู้นำตระกูลหรือผู้นำกิลด์จอมเวทย์ทั้งหมดมาด้วย
“ ท่านไลท์บอกมาได้เลยครับว่าพวกเราต้องทำอย่างไง ” เอเตียน ผู้ดูแลสมาคมนักผจญภัยเมืองทะเลสาบพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ ใช่แล้วครับท่านไลท์ ท่านไลท์สามารถบอกได้เลยว่าพวกเราต้องทำอย่างไง ” มาร์ซิค ผู้นำกิลด์จอมเวทย์ขนาดใหญ่พูดเสริมและเห็นด้วยกับคำพูดของเอเตียน
ทันใดนั้นเสียงพูดของผู้เข้าร่วมประชุมก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพวกเขาต้องการให้ไลท์ช่วยเหลือพวกเขา
“ แน่นนอว่าฉันคิดมาแล้วว่าจะช่วยพวกนายยังไง แต่เรื่องนี้มันเป็นเรื่องใหญ่ ฉันเลยต้องเรียกพวกนายมาประชุมกัน ” ไลท์พูดขึ้น
" ฉันจะย้ายประชากรทั้งหมดในเมืองทะเลสาบไปยังเมืองรุ่งอรุณที่อยู่โลกภายนอก แน่นอนว่าจะยังไม่ได้ทำการย้ายในตอนนี้ อาจจะเป็นปีหน้าหรืออีกหลายปีก็ได้ แน่นอนว่าใครที่อยากย้ายไปยังเมืองรุ่งอรุณก่อนก็สามารถทำได้เหมือนกัน
นอกจากนี้ตระกูลหรือกิลด์จอมเวทย์ที่ย้ายไปก่อนก็จะได้เปรียบตรงที่สามารถเลือกทำเลหรือที่ตั้งได้ก่อน นอกจากนี้ก็ได้รับการฝึกฝนทักษะที่จะมอบให้กับคนของเมืองรุ่งอรุณด้วยเหมือนกัน นอกจากนี้ก็มีข้อเสียอยู่เหมือนกัน ซึ่งก็คือไม่มีทรัพยากรในการฝึกฝน เพราะทรัพยากรในการฝึกฝนส่วนมากจะอยู่ในหอคอยแห่งนิรันดร์ แต่ถึงอย่างนั้นทางเราก็มีแต้มความดีในการแลกเปลื่ยนสมบัติเพื่อช่วยในการฝึกฝนพลังอีกด้วย
แน่นอว่า เรื่องที่ฉันพูดมานั้นทุกคนสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเองหรือจะเก็บกลับไปปรึกษากองกำลังของตัวเองก็ได้ เพราะถึงอย่างไรก็ยังไม่ได้ทำการย้ายคนในตอนนี้ " ไลท์พูดขึ้น
เมื่อได้ยินคำแนะนำของไลท์ ทุกคนก็มองหน้ากันก่อนที่จะแลกเปลื่ยนความคิดของกันและกัน ไลท์และเบเรียลทำได้ดพียงแค่นั้งอยู่เฉยๆ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาจะเข้าไปยุ่งได้
หลังจากที่ปรึกษาหารือกันอยู่ครึ่งชั่วโมง
ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปออกมาแล้ว
ซึ่งผู้นำทั้งหมดเห็นพ้องด้วยการที่จะย้ายไปยังเมืองรุ่งอรุณ
แม้ว่าการอยู่ในหอคอยแห่งนิรันดร์ทำให้พวกเขาสามารถหาทรัพยกรในการฝึกฝนได้มากกว่า แต่การที่พวกเขากลไปยังเมืองรุ่งอรุณก็มีข้อดีมากกว่า
ทุกคนรู้ดีว่าเมืองรุ่งอรุณนั้นมีทักษะบางอย่างที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับร่างกายได้ ซึ่งเพียงแค่ทักษะเดียวก็ทำให้คนธรรมดากลายเป็นตัวตนระดับBในเวลาไม่นาน หรือถ้าโชคดีหน่อยก็อาจจะพัฒนาไปถึงระดับAเลยก็ได้
แต่ถ้าหากพวกเขายังอยู่ที่นี้ต่อ ตระกูลเล็กๆก็ไม่มีทางที่จะมีตัวตนระดับAปรากฏขึ้นในตระกูล เพราะตระกูลเล็กๆคนที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือตัวตนระดับB ด้วยการมีทักษะของไลท์ช่วยเหลือ พวกเขาก็อาจจะมีตัวตนระดับAโผล่ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก มันจะทำให้ตระกูลของพวกเขาแข็งแกร่งขึ้น
ถ้าหากถึงเวลาหนึ่งพวกเขาย้ายไปยังเมืองอื่นๆ พวกเขาก็จะกลายเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองนั้นเลยทีเดียว
“ ท่านไลท์แล้วพวกเราจะบอกกับชาวเมืองยังไงดีครับ? ” โคนี่ ผู้บัญชาการทหารของเมืองทะเลสาบถามขึ้น เขารู้ดีว่าถ้าหากเรื่องนี้ไปถึงหูของชาวเมืองอาจจะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นได้
“ ฉันคิดเอาไว้แล้ว เพราะฉะนั้นฉันถึงได้เรียกทุกคนมาประชุมกันก่อน ซึ่งฉันจะให้ทุกคนกระจายข่าวว่าฉันต้องการรับชาวเมืองทะเลสาบเข้าร่วมกับเมืองรุ่งอรุณ ซึ่งฉันจะหางานให้พวกเขาทำและทำให้พวกเขามีอนาคตที่ดี ” ไลท์พูดขึ้น
ทุกคนที่ได้ยินก็เข้าใจได้ทันที ด้วยชื่อเสียงของเมืองรุ่งอรุณมีหรือที่พวกเขาจะปฏิเสธ แม้ว่าการย้ายถิ่นฐานจะเป็นเรื่องที่ยากลำบาก แต่การที่ไปยังเมืองใหญ่และได้รับการต้อนรับอย่างดีก็ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ แถมเมืองที่จะไปก็คือเมืองรุ่งอรุณที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มียอดเยี่ยมที่สุดในโลก
นอกจากนี้ท่านไลท์ก็ยังบอกว่าจะหางานให้กับชาวเมืองทำ ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว ดีไม่ดีอาจจะได้เข้าร่วมกับเจ้าหน้าที่ของเมืองรุ่งอรุณก็ได้
ชาวเมืองทะเลสาบมีประชากรประมาณแปดหมื่นคนเท่านั้น ทำให้การอพยพนั้นไม่ยุ่งยากเท่าไหร่ เพียงแค่เรือบินสามสี่ลำก็สามารถย้ายคนได้ทั้งหมดแล้ว
“ ท่านไลท์ครับแล้วพวกเราที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าหรือเจ้าของกิจการต่างๆจะทำอย่างไงครับ? ” ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมในชุดหรูหราถามขึ้น
ชื่อของเขาคือการุน การุนคือเศรษฐีอันดับต้นๆของเมืองทะเลสาบ นอกจากนี้เขายังมีกิจการมากมายในเมืองทะเลสาบ ถ้าหากเขาย้ายไปที่เมืองรุ่งอรุณ เขาก็ต้องทิ้งกิจการทั้งหมดและต้องสร้างใหม่ทั้งหมด แล้วแบบนี้พวกเขาก็ต้องเสียเงินจำนวนมากในการกิจการของตัวเองขึ้นมาใหม่ แถมไม่รู้ว่ากิจการของพวกเขาจะสามารถทำกำไรได้ดีเหมือนกับที่เมืองทะเลสาบได้ไหม
" เรื่องนั้นฉันสามารถช่วยพวกคุณได้แค่การสร้างอาคารหรือกิจการของพวกคุณให้เหมือนกับที่อยู่เมืองนี้ ซึ่งเงินที่ใช้ในการก่อสร้างจะเป็นทางเมืองรุ่งอรุณออกให้ ส่วนจำนวนเงินที่จะออกให้ก็ต้องเท่ากับราคาของกิจการที่พวกคุณมีเช่น
คุณมีโรงแรมสองแห่ง ซึ่งหนึ่งแห่งมีมูลค่าแปดสิบล้านจีเซลและอีกแห่งมีราคาห้าสิบล้านจีเซล ซึ่งเท่ากับว่าพวกคุณสามารถนำเงินหนึ่งร้อยสามสิบล้านจีเซลมาสร้างกิจการใหม่ที่เมืองรุ่งอรุณ แน่นอนว่าคุณอาจจะสร้างโรงแรมขึ้นมาสามแห่ง โดยที่แต่ละแห่งมีราคาสี่สิบล้านจีเซลก็ได้ หรือไม่พวกคุณก็แลกเปลื่ยนเป็นเงินหรือสมบัติก็ได้ในราคาเท่ากัน
ส่วนบ้านเรือนของทุกๆคนก็ไม่เสียเงินเหมือนกัน ซึ่งทุกอย่างจะเท่ากับราคาที่ทางเราประเมิน
ซึ่งฉันสามารถช่วยพวกคุณได้เท่านี้ ถ้าหากมากกว่านี้ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะถึงอย่างไรอนาคตทุกอย่างภายในหอคอยแห่งนิรันดร์ก็ต้องถูกทำลายทิ้งทั้งหมด " ไลท์พูดขึ้น
ไม่นานเหล่าพ่อค้าแม่ค้าและเศรษฐีผู้มีอำนาจก็ตอบรับข้อเสนอของไลท์ พวกเขาคิดว่าข้อเสนอของไลท์นั้นนับว่ามีประโยชน์สำหรับเหล่าพ่อค้าแม่ขายหรือพวกเศรษฐีที่มีธุรกิจของตัวเองอย่างมาก ซึ่งพวกเขาสามารถสร้างกิจการใหม่หรือนำเงินไปลงทุนกับอย่างอื่นก็ได้
“ แล้วท่านไลท์ ท่านคิดว่าจะบอกความจริงเรื่องนี้กับชาวเมืองตอนไหนครับ? ” ลัคโซ่ ผู้นำตระกูลใหญ่ถามขึ้น
“ ตอนนี้ฉันมีสองทางเลือกหนึ่งคือรอให้ทางสภาจอมเวทย์ประกาศออกมาก่อนจากนั้นพวกเราก็ค่อยโน้มน้าวใจชาวเมืองให้ไปกับพวกเรา หรือสองคือพวกเราค่อยๆกระจายข่าวนี้ไปเพื่อทำให้ชาวเมืองตื่นตัวและพวกเราก็ค่อยๆโน้มน้าวพวกเขาไปด้วยทำให้การอพยพไปยังเมืองรุ่งอรุณจะง่ายขึ้น แล้วทุกคนคิดว่าเราควรบอกชาวเมืองตอนไหนดี? ” ไลท์ถามขึ้น
ไม่นานเสียงโต้แย้งกันก็ดังขึ้นก่อนที่จะเป็นทางที่กระจายข่าวก่อนเพื่อที่จะได้โน้มน้าวใจของชาวเมืองให้ย้ายไปยังเมืองรุ่งอรุณ
หลังจากที่ลงมติกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไลท์ก็พูดขึ้นว่า “ ยูเทีย เดี๋ยวเธอสั่งเจ้าหน้าที่ทหารทั้งหมดกระจายกำลังไปเฝ้าระวังตามจุดต่างๆ คอยเฝ้าระวังไม่ให้ชาวบ้านก่อความวุ่นวายขึ้นมา ถ้าหากใครกล้าที่จะก่อความวุ่นวายก็จับพวกเขาเข้าคุกให้หมดเพื่อทำให้พวกเขาสงบสติอารมณ์ลง ”
“ เข้าใจแล้วค่ะท่านไลท์ โคนี่รับคำสั่ง ” ยูเทียพูดขึ้น
“ ครับท่านเจ้าเมือง ” โคนี่ยืนขึ้นเพื่อรับคำสั่งทันที ความจริงแล้วในตอนที่ยูเทียเป็นเจ้าเมืองคนใหม่ต่อจากเบเรียล เขาก็ไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่อีกทั้งความแข็งแกร่งของยูเทียก็ยังอยู่ในระดับB แต่ใครใช้ยูเทียมีเบื้องหลังคือไลท์กันล่ะ แต่พออยู่ไปเรื่อยๆความสามารถของยูเทียก็ค่อยๆเปร่งประกายขึ้น เธอทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนอกจากนี้ความแข็งแกร่งของเธอก็ค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย
จนกระทั้งผ่านไปสองสามปี ยูเทียก็ยังคงจัดการและบริหารบ้านเมืองได้อย่างเป็นระเบียบ ส่วนความแข็งแกร่งของยูเทียก็เหนือกว่าทุกๆคนในเมืองทะเลสาบไปแล้ว ทำให้ตอนนี้เขายอมรับและเคารพยูเทียอย่างมาก
“ หลังจากที่จบการประชุมในครั้งนี้ นายนำทหารทั้งหมดกระจายไปทั่วเมือง หลังจากที่ข่าวเรื่องการพังของหอคอยแห่งนิรันดร์ นายก็สั่งให้ทหารจัดการกับคนที่สร้างความวุ่นวายทั้งหมดอย่าให้พวกเขาสร้างความวุ่นวายเป็นวงกว้างได้ ” ยูเทียพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ รับคำสั่งครับท่านเจ้าเมือง ” โคนี่ตอบรับด้วยความจริงจังเช่นกัน เพราะเขาเข้าใจดีว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่จริงจังและร้ายแรงแค่ไหน ถ้าหากจัดการได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพแล้วล่ะก็ เมืองทั้งเมืองก็จะวุ่นวายแน่นอน
“ เอาล่ะตอนนี้ทุกคนก็แยกย้ายกันไปจัดการเรื่องของตระกูลของตัวเองให้เรียบร้อย เดี๋ยวฉันจะเรียกประชุมอีกทีหลังจากที่สภาจอมเวทย์ประกาศออกมาแล้วกัน ซึ่งฉันคาดว่าน่าจะใช้เวลาอีกประมาณหนึ่งเดือน ” ไลท์พูดขึ้น
หลังจากทุกคนแยกย้ายกันไปจัดการหน้าที่ของตัวเอง
ผ่านไปสองสามวัน
ข่าวลือที่ว่าหอคอยแห่งนิรันดร์กำลังจะพังทลายก็กลายเป็นที่พูดคุยกัน
“ นี้ๆ พวกนายรู้หรือเปล่าว่าหอคอยแห่งนิรันดร์กำลังจะพังทลายแล้ว แถมข้อมูลนี้ก็มาจากท่านไลท์ด้วย ”
“ ใช่ๆ ฉันเองก็ได้ยินเหมือนกันว่าท่านไลท์เป็นคนบอก แถมอีกประมาณสิบห้าปีเท่านั้นก่อนที่หอคอยแห่งนิรันดร์กำลังจะพังทลาย ”
“ แล้วพวกแกรู้หรือเปล่าว่าท่านไลท์บอกกับท่านเจ้าเมืองว่าจะนำพวกเราทั้งหมดในเมืองทะเลสาบไปยังเมืองรุ่งอรุณของท่านไลท์ด้วย นอกจากนี้ท่านไลท์ก็ยังหางานให้กับพวกเราอีกด้วย ”
“ ใช่ๆ ฉันเองก็ได้ยินแบบนั้นเหมือนกัน ตอนนี้ตระกูลต่างๆและกิลด์จอมเวทย์เกือบทั้งหมดกำลังเตรียมตัวที่จะย้ายไปยังเมืองรุ่งอรุณแล้วด้วย ”
“ สุดยอดไปเลย พวกเราจะได้ไปอยู่เมืองรุ่งอรุณของท่านไลท์งั้นหรอ ไปเร็วรีบไปเก็บของเร็วเข้า ฉันจะต้องไม่พลาดโอกาศในครั้งนี้แน่นอน ”
ชาวบ้านทั้งหลายต่างก็เตรียมตัวที่จะย้ายไปยังเมืองรุ่งอรุณ โดยที่พวกเขาไม่ได้เกรงกลัวว่าหอคอยแห่งนิรันดร์จะพังทลายหรือไม่ พวกเขาก็หวังให้ตัวเองมีชีวิตที่ดีขึ้นเท่านั้น
สำหรับหอคอยแห่งนิรันดร์จะอยู่หรือพังทลาย ชีวิตของพวกเขาก็ยังไม่เปลื่ยนแปลง