เช้าวันที่อากาศควรจะสงบสุขที่สุดหลังจากศึกประลองกับท่านพ่อ กลับกลายเป็วันที่ กงจื่อสี่ ต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ครั้งใหม่ที่ระบบไม่ได้เตือนล่วงหน้า เมื่อเสียงระฆังหน้าพรรคมารทมิฬดังรัวปานฟ้าถล่ม พร้อมกับการปรากฏตัวของสตรีผู้หนึ่งที่สวยจนทำให้เหล่านักรบมารที่เมาค้างถึงกับสร่างเมาในทันที
นางคือ "เซียนเยี่ยหลิงหลง" ศิษย์เอกผู้สันโดษจากหุบเขาเซียนเมฆา สตรีที่ถูกขนานนามว่าเป็เทพธิดาผู้ไร้ราคี นางสวมชุดขาวบริสุทธิ์ที่พริ้วไหวราวกับเมฆา ทว่าในมือนางกลับถือ "สารท้าประลอง" ที่จดจ่อมายังเรือนพักของกงจื่อสี่โดยเฉพาะ
"ข้าเยี่ยหลิงหลง มาเพื่อขอพบจอมมารนิทรา! ข้าไม่เชื่อว่าความเกียจคร้านจะกลายเป็วิชาที่ไร้เทียมทานได้ หากเ้าแน่จริง จงออกมาประลองกับ 'อาคมบุปผาสยบใจ' ของข้า!"
ภายในห้องนอนที่ปิดมิดชิด กงจื่อสี่ขมวดคิ้วอยู่ใต้ผ้าห่มขนเป็ด "หรูเยียน... ใครมาะโหน้าบ้านน่ะ? บอกเขาไปว่าข้าตายแล้ว หรือไม่ก็ย้ายไปอยู่ดาวอังคารแล้วที"
หลิวหรูเยียน ที่กำลังจัดแจงอ่างล้างหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างแล้วหน้าเสีย "คุณชายเ้าคะ... นั่นคือเทพธิดาหลิงหลงจากฝ่ายธรรมะนะเ้าคะ! นางบอกว่าถ้าท่านไม่ออกไป นางจะร่ายรำระบำเทพธิดาพังประตูเข้ามาหาท่านถึงเตียง!"
"ระบำรึ? เหนื่อยแทนจัง..." กงจื่อสี่ถอนหายใจ "หานเสวี่ย ไปไล่นางไปที"
หานเสวี่ย เดินเข้ามารายงานด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แฝงความหนักใจ "ไล่ไม่ได้เ้าค่ะ นางประกาศว่านี่คือการประลอง 'ความสงบแห่งจิต' ใครขยับก่อนหรือเสียสมาธิก่อนคือผู้แพ้ และหากท่านแพ้ ท่านต้องยกเลิกการขายเกลือให้ฝ่ายธรรมะทั้งหมด!"
กงจื่อสี่เด้งตัวขึ้นจากเตียงทันที (นี่เป็ครั้งแรกที่เขาลุกเร็วขนาดนี้) "ยกเลิกการขายเกลือ? นั่นมันตัดท่อน้ำเลี้ยงเงินในกระเป๋าข้าชัดๆ! ยอมไม่ได้... ให้เ้าหญิงน้ำแข็งนั่นเข้ามา!"
ไม่กี่อึดใจ เยี่ยหลิงหลงก็ก้าวเข้ามาในห้องนอน แสงแดดที่ส่องผ่านม่านมุกทำให้นางดูงดงามราวกับภาพวาด นางมองดูชายหนุ่มที่นอนเอกเขนกอยู่บนเตียงด้วยสายตาดูแคลน
"เ้าคือจอมมารนิทรารึ? ท่าทางดูเหมือนขี้ยามากกว่ายอดฝีมือ" หลิงหลงเอ่ยเสียงเย็น "กติกาคือ... เราจะนั่งอยู่บนเตียงนี้ด้วยกัน หากภายในหนึ่งชั่วโยาม ใครขยับตัว หรือแสดงอาการหวั่นไหวต่อฝ่ายตรงข้ามก่อน คนนั้นแพ้!"
"ตกลง... แต่ข้านั่งไม่ไหว ขอนอนแทนนะ" กงจื่อสี่ตบหมอนข้างปักลายเป็ดเหลือง "เชิญแม่นางตามสบาย"
หลิงหลงขึ้นมานั่งขัดสมาธิอยู่ปลายเตียง นางเริ่มร่ายอาคมบุปผาสยบใจทันที กลิ่นหอมเย้ายวนที่รุนแรงกว่าน้ำหอมของหรูเยียนสิบเท่าเริ่มอบอวล นางค่อยๆ ถอดเสื้อคลุมชั้นนอกออก เผยให้เห็นไหล่เนียนละเอียดและชุดซับในสีชมพูบางเบา
[ติ๊ง! ตรวจพบสภาวะ 'นารีพิฆาต' ระดับพระเ้า] [ระบบเปิดใช้งานโหมด: 'จำศีลไร้กำหนัด'] [แต้มเกียจคร้านพุ่งขึ้น: 500/นาที เนื่องจากโฮสต์พยายามฝืนไม่ให้ตัวเอง 'ตื่น' (ทั้งร่างกายและจิตใจ)]
เหงื่อเริ่มซึมที่หน้าผากของกงจื่อสี่ 'แม่เ้า... นางสวยจริง! กลิ่นนี่มันอะไรกัน ทำไมมันทำให้ข้ารู้สึกอยากลุกขึ้นมาออกกำลังกายตอนตีสองแบบนี้!'
หลิงหลงขยับเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ที่แก้มของเขา นางกระซิบเสียงพร่า "คุณชายสี่... ท่านไม่รู้สึกร้อนบ้างหรือ? ดูสิ... ใจข้าเต้นแรงขนาดนี้ ท่านไม่อยากลองััมันดูหน่อยรึ?"
กงจื่อสี่หลับตาแน่น แขนขาแข็งทื่อเหมือนท่อนไม้ 'อดทนไว้จื่อสี่... ถ้าเ้าขยับ เ้าต้องไปทำงานหาเงินเองนะ... นึกถึงความเหนื่อยเข้าไว้! นึกถึงการต้องเดินขึ้นเขา! นึกถึงการต้องล้างจาน!'
ความเกลียดชังต่อการทำงานหนัก กลายเป็กำแพงเหล็กที่สยบความ้าทางเพศได้อย่างปาฏิหาริย์!
ผ่านไปครึ่งชั่วโยาม หลิงหลงเริ่มขมวดคิ้ว นางใช้ทุกกระบวนท่า ทั้งการซบไหล่ การเขี่ยปลายนิ้วไปตามหน้าอกของเขา แม้แต่การแสร้งทำเป็เสื้อผ้าหลุดลุ่ยจนเห็นไปถึงไหนต่อไหน แต่กงจื่อสี่กลับยังคงนอนนิ่งประดุจศพที่ผ่านการทำมัมมี่มาแล้วพันปี
'เป็ไปไม่ได้!' หลิงหลงคิดในใจ 'วิชาของข้า แม้แต่เ้าสำนักฝ่ายธรรมะยังแทบตบะแตก แต่นี่เขากลับ... กรน?'
ใช่แล้ว! กงจื่อสี่ไม่ได้แค่เฉยชา แต่เขาเริ่มเข้าสู่สภาวะ "หลับลึก" เพราะเขารู้สึกว่าการพยายามขัดขืนเสน่ห์มันเหนื่อยเกินไป เขาเลยตัดสินใจ "ปิดระบบการรับรู้" แม่งเลย!
"กงจื่อสี่! เ้ากล้าหลับใส่ข้ารึ!" หลิงหลงโกรธจนลืมตัว นางกระชากคอเสื้อเขาขึ้นมา "ลุกขึ้นมามองข้าเดี๋ยวนี้! ข้าไม่สวยรึ? ข้าไม่เย้ายวนพอรึ?"
[ติ๊ง! ศัตรูขยับตัวและส่งเสียงดังก่อน] [โฮสต์ชนะการประลอง 'ความสงบแห่งจิต'] [ได้รับแต้มเกียจคร้าน: 10,000 แต้ม]
กงจื่อสี่ปรือตาขึ้นมอง "อ้าว... จบแล้วรึ? แม่นาง... ท่านขยับตัวก่อนนะ ข้าชนะแล้ว... หรูเยียน ส่งแขกที ข้าจะนอนต่อ"
ทว่า เยี่ยหลิงหลงกลับไม่ได้เดินออกไป นางนิ่งอึ้งอยู่บนเตียง แววตาที่เคยเต็มไปด้วยราคะและการเอาชนะกลับเปลี่ยนเป็ความเลื่อมใสอย่างแรงกล้า นางค่อยๆ ก้าวลงจากเตียงแล้วคุกเข่าลงกับพื้นหินเสียงดัง ปัง!
"คุณชายกง... ข้าขอนอบน้อมต่อท่าน!"
"หือ?" กงจื่อสี่สะดุ้ง "อะไรของท่านน่ะ?"
"ตลอดชีวิตข้า ข้าฝึกวิชาควบคุมอารมณ์มามากมาย แต่ไม่มีใครเลยที่จะเข้าถึงสภาวะ 'ว่างเปล่า' ได้ลึกซึ้งเท่าท่าน!" หลิงหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ท่านไม่ได้แค่เฉยชาต่อความงามของข้า แต่ท่านเห็นความงามเป็เพียงธาตุอากาศ! ท่านคือผู้ที่เข้าถึงแก่นแท้ของวิชา 'มหาเทพไร้ลักษณ์' ที่ท่านอาจารย์ข้าเคยกล่าวไว้... ได้โปรด รับข้าเป็ศิษย์ด้วยเถิด!"
[ติ๊ง! ปลดล็อกความสำเร็จ: 'เทพธิดาสยบแทบเท้า'] [ได้รับศิษย์ระดับ S: เยี่ยหลิงหลง (หน้าที่: ผู้ดูแลความสงบประจำเรือน)] [ได้รับไอเทม: 'คัมภีร์ี้เีระดับเซียน']
กงจื่อสี่กุมขมับ 'ซวยแล้ว... กะจะนอนเฉยๆ ได้ลูกศิษย์มาเพิ่มภาระอีกคนรึไง!'
"แม่นางหลิงหลง... ข้าไม่รับศิษย์ ข้าี้เีสอน"
"ท่านไม่ต้องสอนอะไรเลยเ้าค่ะ! แค่ให้ข้านั่งมองท่านนอน เพื่อซึมซับ 'รังสีแห่งความสงบ' จากตัวท่านก็พอแล้ว!" หลิงหลงยืนยันหนักแน่น "ข้าจะช่วยหานเสวี่ยคอยกันพวกขยะที่มาขัดจังหวะการนอนของท่านเอง!"
หานเสวี่ยที่ยืนดูอยู่หน้าประตูถึงกับถอนหายใจยาว "จากหนึ่งเป็สอง... จากสองเป็สาม... เรือนพักของคุณชายตอนนี้ กลายเป็สถานรับเลี้ยงสตรีหลงทางไปแล้วหรือไงนะ?"
หรูเยียนหัวเราะคิกคัก "ดีออกเ้าค่ะหานเสวี่ย มีคนมาช่วยกันยุงให้คุณชายเพิ่มอีกคน เราจะได้มีเวลานอนพักบ้างไง"
กงจื่อสี่มองดูสองสาวงามที่เริ่มจัดแจงปูที่นอนใหม่ให้เขา โดยมีเทพธิดาจากฝ่ายธรรมะคอยปัดกวาดเช็ดถูห้องด้วยความเลื่อมใสสุดขีด
"เฮ้อ... ในที่สุดข้าก็ได้นอนจริงๆ เสียที" เขาหลับตาลงพร้อมรอยยิ้ม "ระบบ... คราวหน้าขอศิษย์ที่เป็ผู้ชายได้ไหม? ผู้หญิงเยอะแบบนี้ ข้ารู้สึกว่าเตียงมันจะแคบไปหน่อยนะ..."
[ระบบ: ไม่รับคำร้อง... ความหล่อเหลาที่มาพร้อมความเกียจคร้านคือแม่เหล็กดึงดูดนารี โฮสต์โปรดทำใจ]
***
Wisan-Mars