The World : ฝ่าวิกฤต พิชิตโลก

    ตอนที่ 40 สร้างรากฐาน

    เช้าวันใหม่มาเยือน เขาตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อวอร์มร่างกายไม่ให้ฝืดเคือง ทว่าเพียงก้าวแรกที่เดินออกมาจากที่พัก เสียงที่ดังขึ้นกับทำให้เขาตกตะลึง
    ”สวัสดีตอนเช้าครับหัวหน้า!!!”
    เบื้องหน้าเขาเวลานี้ปรากฏชายฉกรรจ์หลายสิบคนยืนเรียงแถวตอนลึกกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย มือของพวกเขาต่างยกขึ้นมาทำท่าตะเบ๊ะลอกเลียนการเคารพของทางราชการทหารและตำรวจ

    ภาพที่เห็นมันทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่าเมื่อวานพวกมันที่ยิงกันจะตายไปข้างทำไมถึงตื่นกันมาแต่เขาเพื่อมาทำอะไรแบบนี้
    จะว่าตลกก็ใช่ จะว่ามันดีก็ไม่เชิง แต่ไม่ว่าจะยังไงการกระทำเช่นนี้ก็ถือว่าดีสำหรับเขาไม่น้อย.

    ”อึ่ม สวัสดีตอนเช้าทุกคน”
    ”ครับผม!!!”
    แหะๆ
    ไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไรดี. แต่ก็นะ เขาก็พอจะเข้าใจได้อยู่บ้างว่า เหตุใดพวกเขาถึงมาทำอะไรที่มันดูเว่อร์ๆในตอนเช้าเช่นนี้ นั่นก็เพราะ
    เขาแข็งแกร่ง!!
    แข็งแกร่งกว่ายังไงละ
    ใช่โลกที่เปลี่ยนไปในทางที่ผู้แข็งแกร่งและมีกำลังเหนือกว่าย่อมชี้นิ้วกำหนดชะตาชีวิตของผู้อื่นได้
    ยิ่งสถานการณ์ที่โหดร้ายรายล้อมไปด้วยความอันตราย. คนส่วนใหญ่ที่ไร้ที่พึ่งพาย่อมเอนเอียงไปทางผู้ที่กางร่มคลุมภัยให้แก่ตนเองได้
    นับประสาอะไรที่ความสามารถอันเหนือชั้นของเขาจะสะกดข่มทุกคนให้ทำได้เพียงแต่ก้มหน้ามองพื้นเท่านั้น

    หลังจากนั้นเขาจึงเดินเข้าไปนั่งทานอาหารที่ถูกจัดเตรียมไว้. หากถามว่าเขาเกรงกลัวการลอบวางยาพิษมั้ย เขาตอบได้เลยว่ากลัว!!
    แต่คนพวกนี้ไม่อาจทำเช่นนั้นได้ โดยเฉพาะกับพวกกล้าและพวกของคมที่ตอนนี้ถูกเขาสร้างตราพันธะทาสเอาไว้
    ทำให้ในส่วนลึกของพวกมันไม่อาจคิดร้ายใดๆต่อเขาได้แม้แต่น้อย กลับกันหากพวกมันคิดที่จะทำร้ายเขาจริงๆ
    พวกมันจะตายทันที นอกซะจากเขาจะเป็นคนปลดพันธะหรือไม่เขาก็ตายเท่านั้นพวกมันถึงจะหลุดพ้น
    เลือดเย็นหรอ? แล้วยังไง เขาเคยสร้างธุรกิจของตัวเองมาก่อน ทำไมจะไม่รู้ว่าสันดานคนเป็นยังไง ทั้งการหลอกลวง คดโกงเขาก็เคยเจอมาสารพัดสารเพ
    ขนาดโลกยังไม่โหดร้ายเท่านี้ใจคนยังอำมหิตขนาดนั้นแล้วปัจจุบันละ คนจะแสดงสันดานออกมามากมายขนาดไหนกัน
    ทุกคนก็โตๆกันแล้ว ไม่ใช่เด็กน้อยที่จะไม่รู้อะไรเป็นอะไร ยิ่งพวกขิงแก่ เขาไม่มีทางเชื่อหรอกว่าคนพวกนั้นจะไร้เดียงสาจนไม่รู้อะไรเป็นอะไร

    หลังจากผ่านการรับประทานอาหารกันจนเสร็จแล้ว ในเวลาต่อมาเขาจึงได้ลงมือจัดวางกำลังคนออกเป็นกลุ่มๆ แบ่งสรรหน้าที่ให้เหมาะสม และตั้งกฏขึ้นมาใหม่ ทุกๆอย่างจัดการเสร็จสิ้นภายในครึ่งวันเช้า
    ชาวบ้านหรือผู้ที่หนีรอดจากซอมบี้เข้ามาหลบภัย เขาจัดสรรให้คนเหล่านี้ได้พักพิงในที่ๆปลอดภัย ภายในอาณาเขตที่ฐานหลบภัยขยายไปถึง
    สำหรับอาหารการกิน เนื่องจากฐานหลบภัยแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมือง เรื่องอาหารแห้งจึงไร้กังวล ทว่า เท่าที่คำนวณหากแบ่งสรรปันส่วนให้ทุกๆคนแบบเท่าเทียม ปริมาณอาหารที่มีจะหมดลงภายใน 1 เดือน
    ทว่าเขาไม่คิดจะทำเช่นนั้น เนื่องจากกฏที่เขาตั้งไว้ คือหากไม่ทำงานก็ไม่ได้รางวัล โดยเขาจะให้อาหารครบ 3 มื้อตามพื้นฐาน แต่อาหารที่ให้จะเป็นเพียงข้าวต้มเท่านั้น ซึ่งกินให้พอหายหิวได้ชั่วคราว
    ชาวบ้านที่ได้ยินต่างพากันดีใจ จนหลั่งน้ำตากันออกมา ทำไมนะหรือ ก็เพราะการปกครองของคมนั้นไม่เคยใส่ใจพวกเขามาก่อนแม้กระทั่งอาหาร ที่บางครั้งพวกเขาเป็นคนหามายังถูกคมยึดไปครองแต่เพียงผู้เดียว
    กำลังและความแข็งแกร่งที่คมแสดงออกมาทำให้พวกเขาทำได้เพียงแค่ยอมรับชะตากรรมเท่านั้น
    แต่เขาที่บอกว่าหากไม่ทำงานก็จะไม่ได้รางวัลหรือความเป็นอยู่ที่ดี แต่ว่าทุกๆคนภายใต้การปกครองของเขาจะได้รับข้าวต้มครบ 3 มื้อ มันย่อมทำให้พวกเขาอดที่จะรู้สึกตื่นตันใจเสมือนเห็นแสงสว่างที่ส่องลงมาไม่ได้
    เขาใช้เวลา 3 วันในการจัดการทุกอย่างให้ลงตัว ไม่ว่าจะแบ่งกำลังคน แบ่งหน้าที่ หรือกระทั่งออกสำรวจและขยายอาณาเขตหลบภัยเพิ่มเติม
    ตลอด 3 วันมีผู้รอดชีวิตหลบหนีมาพึ่งพิงกันไม่น้อย จนตอนนี้ภายในฐานหลบภัยของเขามีจำนวนคนที่รอดชีวิต ได้ 800 กว่าคนแล้ว
    ส่วนพวกสาวๆ มักจะขอออกไปกับเขาด้วยเสมอ ยิ่งเวลาเจอซอมบี้ เหล่าสาวๆมักจะขอออกไปสู้ด้วย เพื่อเพิ่มความสามารถของตัวเอง
    พวกเธอเข้าใจดี ในหลายๆอย่าง โลกที่เปลี่ยนไป ความปลอดภัยสำหรับพวกเธอก็ยิ่งน้อยลง หากอยากอยู่รอดและไม่โดนข่มเหง พวกเธอจำต้องพึ่งพิงกำลังของตัวเองเป็นหลัก
    แม้แต่หยก ยังตั้งหน้าตั้งตาที่จะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ โดยพวกเธอทั้ง 4 จะร่วมมือกันจัดการซอมบี้ ทีละตัว ทุกครั้งที่ฆ่าได้ คนที่สังหารเป็นคนสุดท้ายจะได้พ้อยไป เมื่อเป็นแบบนี้พวกเธอจึงแบ่งกันว่าใครจัดการก่อนใครจัดการหลังตามลำดับ
    จนกระทั่งเวลานี้พวกเธอสามารถสังหารซอมบี้ไปได้มากถึง 40 ตัว ได้รับกันคนละ 10 พ้อยไปครอง แถมพวกเธอยังได้รับการ์ดเสี่ยงโชคระดับทองแดงคนละ 1 ใบ
    ด้วยความกล้าของเหล่าสาวๆ ช่วยผลักดันให้หนุ่มๆเกิดความฮึกเฮิมขึ้นมา พวกเขาต่างช่วยกันจัดการเคลียร์พื้นที่ขยายอาณาเขตฐานหลบภัยให้กว้างขึ้น แต่ละคนต่างเข้าห่ำหั่นกับพวกซอมบี้อย่างไม่ยอมแพ้เหล่าสาวๆ
    ทว่ากฏข้อที่ 2 ที่เขาตั้งขึ้นมาคือ ของรางวัลทุกอย่างที่ได้รับยกเว้นพ้อย จะต้องมอบให้แก่ส่วนกลางจัดสรร โดยคนลงแรงมากย่อมได้มากเป็นธรรมดา
    "ท่านวิน"
    กล้าเดินเข้ามารายงานเรื่องราวต่างๆภายในฐานหลบภัยแห่งนี้ด้วยท่าทีเคารพนอบน้อม
    "ว่ามา"
    หลังได้รับคำตอบ กล้าจึงสาธยายความเป็นไปต่างๆตลอดช่วง 3 วันที่ผ่านมา ไม่ว่าจะจำนวนคนที่เข้ามาหลบภัย ผลลัพธ์ที่ได้จากการสังหารซอมบี้ อาณาเขตที่ขยายเพิ่มขึ้น จนกระทั่งเรื่องอาหารการกิน
    "อาหารที่เรามีกำลังร่อยหรอ พอจะรู้สถานที่ที่เป็นแหล่งอาหารบ้างมั้ย"
    เขาที่ครุ่นคิดตามคำพูดของกล้า พลันเอ่ยถามขึ้นมา เนื่องจากเขารู้ว่ากล้านั้นเป็นคนท้องถิ่นบริเวณแถวนี้ ดังนั้นกล้าน่าจะมีความรู้และความเข้าใจสถานที่ต่างๆได้เป็นอย่างดี
    "คือ มีอยู่ที่หนึ่งซึ่งเมื่อก่อนเป็นสถานที่เก็บสินค้าต่างๆมากมาย ทว่า"
    "เมื่อก่อนพวกเราก็เคยไปมา แต่บริเวณนั้นกับเต็มไปด้วยสัตว์ลายพันธุ์"
    "หือ? สัตว์กลายพันธุ์"
    เขาไม่ได้ตกใจกับสิ่งที่กล้าพูด แต่เขากลับสนใจมากกว่าว่าสัตว์กลายพันธุ์ที่กล้าหมายถึงนั้นคือตัวอะไรกันแน่ กล้าสูดอากาศหนึ่งเฮือกก่อนเอ่ยสิ่งที่ตัวเองรู้มา
    "พวกมันคือหมูและเป็ดกลายพันธุ์ครับ"
    "เดิมที่แถวนั้นเป็นย่านการค้าและเป็นสถานที่กักตุนสินค้านำส่งเข้ามาขายภายในเมืองแห่งนี้ ยิ่งกว่านั้นรอบๆบริเวณยังเป็นสถานที่เลี้ยงหมูและเป็ดของชาวบ้านแถวนั้นด้วย"
    "พอสถานการณ์เปลี่ยนไป สัตว์พวกนั้นเกิดการกลายพันธุ์ หมูที่ถูกเลี้ยงไว้ กลับมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมหลาย 10 เท่า ส่วนเป็ดแม้จะมีขนาดที่เพิ่มขึ้นไม่เท่ากับหมู"
    "แต่เป็ดเหล่านั้นกับสามารถพ่นกระสุนน้ำออกมาโจมตีพวกเราได้"
    "แรงโจมตีของกระสุนน้ำหนึ่งลูกนั้นมากพอจะทำให้รถเก๋งหนึ่งคันบุบสลายหรือพังทลายลงได้อย่างง่ายดาย"
    เขาที่ได้ยินสิ่งที่กล้ากล่าวออกมา ไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านใดๆ จนกระทั่งกล้าเอ่ยออกมาว่าเป็ดกลายพันธุ์พวกนั้นสามารถพ่นกระสุนน้ำออกมาได้ จึงทำให้เขาเริ่มสนใจขึ้นมาบ้างแล้ว
    "ส่วนหมูกลายพันธุ์ แม้พวกมันจะไม่สามารถพ่นกระสุนน้ำออกมาเหมือนเป็ดกลายพันธุ์ได้ ทว่าพละกำลังและความถึกทนของพวกมันนั้นสูงมาก"
    "กระทั่งกระสุนปืนที่พวกเรายิงไปกลับกระเด้งกระดอนออกมา ซึ่งไม่อาจทะลุเนื้อหนังของมันไปได้แม้แต่น้อย"
    "ยิ่งไปกว่านั้น พื้นที่แถวนั้นยังถูกพวกมันยึดครองและจัดแบ่งอาณาเขตกันอย่างรวดเร็ว โดยยึดจุดศูนย์กลางของสถานที่เก็บสินค้าแห่งนั้นเป็นตัวแบ่งอาณาเขต"
    "หากพวกเราไปยังที่แห่งนั้น เกรงว่ามันจะเป็นเรื่องยากลำบากที่จะแย่งชิงพื้นที่หรือแม้แต่ลักลอบคนอาหารที่เหลืออยู่ของพวกมันออกมาได้ครับ"
    กล้าที่เอ่ยจบพลันลอบปาดเหงื่อที่ไหลท่วมใบหน้าของตัวเองทันที แววตาของมันส่อแววถึงความหวาดกลัวและไร้ซึ่งความมั่นใจใดๆ
    ที่สำคัญส่วนลึกในใจของมันยังอดคิดไม่ได้ว่า เวลานั้นที่มันติดตามคมไปยังคลังเก็บสินค้า พวกมันร่วม 100 กว่าคนกลับหนีรอดออกมาได้เพียง 30 คนเท่านั้น โดยแต่ละคนต่างมีสภาพย่ำแย่ไม่ต่างกัน
    ทั้งๆที่พวกมันแต่ละคนพกพาอาวุธครบมือไปกันอย่างพร้อมเพรียง ยังกลับไม่อาจทำอะไรได้นอกจากยอมรับชะตากรรม
    ยิ่งกล้ามองวินมากเท่าไหร่ มันยิ่งรู้สึกถึงรางร้ายกลายๆได้ว่า ในเร็วๆนี้มันจำต้องไปยังที่แห่งนั้นอีกครั้ง ด้วยความกลัวตายที่ฝังลึกมันเข้าใจดีว่า หากวินสั่งการลงมาตัวมันย่อมไร้ซึ่งทางเลือกใดๆนอกจากยอมทำตามเท่านั้น
    ซึ่งการกระทำนั้นของมัน ย่อมหมายถึงการที่วินสั่งมันไปตายนั่นเอง ด้วยเหตุนี้แม้มันจะรู้อยู่แล้วว่าที่แห่งนั้นมันสำคัญและมีความเป็นไปได้ที่จะมีอาหารมากมาย แต่มันกลับไม่คิดจะเอ่ยเตือนวินแม้แต่น้อย
    จนกระทั่งวินสั่งการมา มันจึงไม่มีทางเลือกนอกจากพูดความจริงเท่านั้น

    "เดี๋ยวผมไปดูด้วยตาตัวเองก่อน"
    "แล้วจากนั้นค่อยว่ากันใหม่อีกที"
    "อะ เอ่อ ท่านวินมันอันตรายนะครับ"
    "ก่อนหน้านั้นจำนวนพวกมันยังมีไม่มาก ทว่าเวลาผ่านไปขนาดนี้ เกรงว่าจำนวนของมันจะมีไม่ต่ำกว่า 100 ตัว การที่ท่าน วินไปยังที่แห่งนั้นคนเดียว มันอันตรายเกินไปครับ"
    แม้กล้าจะหวาดกลัวความตาย ทว่ามันก็ไม่ได้ไร้สมองจนคิดอะไรไม่ออก การที่วินสามารถยืนเหนือพวกมันได้นั้น สิ่งสำคัญคือความแข็งแกร่ง
    แต่ว่าหากเวลานี้วินตกตายไป มันกลัวว่าด้วยพันธะสัญญาแห่งทาสที่ฝังอยู่จะทำให้พวกมันตายตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
    ซึ่งความจริงเท็จข้อนี้เขาไม่คิดจะบอกกล่าวกับพวกมันแม้แต่น้อย กลับกันยังทำให้พวกมันรับรู้ได้ว่าสิ่งที่พวกมันคิดนั้นคือความจริง เพราะหากเขาตายพวกมันก็จะตายตามไปด้วย
    ด้วยเหตุนนี้ความปลอดภัยของเขาจึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดรองลงมาจากชีวิตของพวกมัน เพราะหากเขาตายพวกมันก็จะตายตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
    "ไม่ต้องห่วง ถ้าไม่ไหวจริงๆ ผมสามารถหลบหนีออกมาได้อย่างแน่นอน"
    เขาที่เห็นท่าทางของกล้าแบบนั้น พลันเขาใจความกังวลของกล้าทันที ทว่าเขากลับไม่ได้อธิบายความจริงแต่อย่างใด นอกจากพูดออกมาพร้อมรอยย้ิม ซึ่งสื่อกลายๆให้กล้ารู้ว่า อย่ามาสั่ง!!




    End