หลังจากที่ผ่านการประเมิน เย่หยุนซีก็ถูกผู้เป็นบิดาอย่างกู่หลินเฉินส่งไปภายในหอตำราชั้นที่ 3 ภาพทัศยภาพต่างๆแปรเปลี่ยนกลายเป็นห้องว่างๆที่ดูไร้ซึ่งสิ่งใด
'บุตรข้าจงจำเอาไว้ ปลดปล่อยพลังสายเลือดออกมาให้มากที่สุด แล้วทักษะที่คู่ควรจะปรากฏขึ้นให้เจ้าเลือกสรร' ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังงุนงงอยู่นั้น จู่ๆเขาก็พลันได้ยินเสียงของผู้เป็นบิดาดังก้องอยู่ในหัวของเขา
"ปลดปล่อยพลังสายเลือดงั้นหรือ แบบนี้งั้นสินะ" เย่หยุนซีเอ่ยปากกล่าว ก่อนจะทำการระเบิดพลังมืดออกมาอย่างมหาศาล ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่นาน ทั่วทั้งห้องก็ถูกฉาบย้อมไปด้วยสีดำราวกับท้องฟ้ายามราตรี
ต่อมา! หยกทักษะที่ถูกกระตุ้นโดยพลังนี้ จู่ๆก็พลันปรากฏขึ้นประดุจดั่งดวงดาราที่ส่องแสงระยิบระยับท่ามกลางผืนนภาอันกว้างใหญ่
เย่หยุนซีเมื่อได้เห็นก็ไม่วายเริ่มคัดสรรพวกมันโดยไม่คิดรอช้า ซึ่งทักษะที่ต้องตาของเขานั้น มีอยู่เพียงแค่ 3 ทักษะ นั่นคือ ทักษะอาภรณ์แห่งหายนะ ทักษะกระบี่เทพปีศาจพิพากษา และสุดท้ายก็คือทักษะที่มีชื่อเพียงสั้นๆว่า 'พลิกผัน'
"เลือกได้ดี!! หนึ่งทักษะป้องกัน หนึ่งทักษะโจมตี หนึ่งทักษะกันตาย" เทพธิดาเซียนเหยาที่สังเกตุการณ์อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชมเชยในการเลือกครั้งนี้
"แห๊ะๆ ขอบคุณที่ชมขอรับ" เย่หยุนซีเตรียมออกไปจากหอตำรา 3 ชั้น แต่ทว่าทันใดนั้น จู่ๆดวงตาคู่งามของเทพธิดา เซียนเหยา ก็เหลือบไปเห็นอีกหนึ่งทักษะที่น่าสนใจ
"หยุนซีๆ เจ้าเห็นทักษะที่เปล่งแสงสีม่วงอยู่ตรงมุมห้องหรือไม่?"
"อ๊ะ เห็นขอรับ มันน่าสนใจหรือ?"ชายหนุ่มตั้งคำถาม
เทพธิดาเซียนเหยาเผยรอยยิ้มสนุกสนาน "ใช่แล้ว เจ้าไปหยิบมันมาเลย มันคือทักษะที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับเจ้า"
เย่หยุนซีเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เดินไปหยิบเอาหยกทักษะสีม่วงมาอย่างเชื่อฟัง ต่อมาหลังจากนั้น เขาก็ทำการตรวจสอบมันอย่างถ้วนถี่
"ทักษะหยินหยางพลิกผัน ความสามารถคือ สามารถสลับร่างกลายเป็นบุรุษหรือสตรีได้อย่างอิสระ..............ท่านเทพธิดาขอรับ!! ข้ามีหน้ากากสวรรค์เร้นอยู่แล้ว ทักษะปลอมแปลงแบบนี้คงไม่จำเป็นหรอกกระมัง"
"คิกคิก หยุนซี เจ้ายังไม่เข้าใจความพิเศษของมัน ทักษะนี้จะเปลี่ยนแปลงร่างกายของเจ้าให้เป็นสตรีจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่ภาพมายา ดังนั้น ต่อให้เป็นพระเจ้าก็ไม่มีวันดูออกว่าเจ้าปลอมตัวเป็นสตรี"
"เอ่อ......แต่ว่านี่!!" เย่หยุนซียังคงมีความลังเล ถึงแม้จะรู้ว่ามันมีประโยชน์มหาศาลในภายภาคหน้า
เนื่องจากว่า เขาต้องเอาทักษะไปให้ผู้เฒ่าถังตรวจสอบเมื่อเดินออกจากหอตำราไป ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าผู้เฒ่าถังและบิดาอย่างกู่หลินเฉินจะคิดอย่างไรเมื่อเห็นทักษะหยินหยางพลิกผันอยู่ในมือของเขา
ดี ไม่ดี! อาจจะมีคำถามว่า 'เจ้าอยากเป็นสตรีงั้นหรือ' อะไรทำนองนั้น แถมถ้าหากเชื้อพระวงศ์คนอื่นๆรู้กัน บางทีอาจจะกลายเป็นที่หัวเราะขบขันไปทั่วทั้งพิภพปีศาจ
"คิกคิก หากเจ้าคิดมากนัก ก็แค่ยัดมันเข้าไปมุกมิติหรือหอคอยหยินหยางสิ ง่ายจะตาย" ราวกับล่วงรู้ความคิดภายในใจของอีกฝ่าย เซียนเหยา จึงเอ่ยปากเสนอแนะแนวทาง
"จริงด้วย ยังมีวิธีนั้นอยู่นี่น่า" เย่หยุนซีรู้สึกกระจ่างขึ้นมาในทันที ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะเก็บหยกทักษะสีม่วง รวมไปถึงหยกทักษะอีกนับสิบเข้าไปในหอคอยหยินหยาง
"ถ้าเจ้าจะเก็บมันไปขนาดนั้น ทำไมไม่เก็บมันไปทั้งห้องเลยล่ะ" เทพธิดาเซียนเหยาอดไม่ได้ที่จะกล่าวประชดประชันอีกฝ่าย
"ฮ่าๆๆ เก็บแค่นี้ถือว่าพอประมาณขอรับ ยังเหลืออีกหลายร้อยทักษะ ไม่น่าจะถูกจับได้" เย่หยุนซีพูดอย่างอารมณ์ดีแล้วเดินจากไป โดยที่ในมือถือหยกทักษะ 3 ชิ้นแรกที่ตัวเองเป็นคนเลือกสรร
"โฮ่ะๆๆ องค์ชายน้อยออกมาแล้ว ไหนขอดูหน่อยสิว่าท่านเลือกทักษะอะไรบ้าง" ผู้เฒ่าถังที่สังเกตุเห็นก็เอ่ยปากทักทาย
"เชิญท่านผู้เฒ่าถังตรวจสอบขอรับ" เย่หยุนซียื่นหยกทักษะ 3 ชิ้นให้อีกฝ่ายโดยไม่คิดรอช้า
".................."
"หือ! ทักษะอาภรณ์แห่งหายนะ ทักษะกระบี่เทพปีศาจพิพากษา และทักษะพลิกผัน" ใช้เวลาตรวจสอบเพียงไม่นาน ผู้เฒ่าถังก็ถึงกับดวงตาเบิกกว้างขณะเอ่ยนามทักษะเหล่านี้
"ถึงแม้พวกมันจะเป็นทักษะที่ดี แต่มันก็ฝึกฝนยากลำบากราวกับตกนรกเลยนะขอรับ..........ข้าขอแนะนำให้องค์ชายน้อยเลือกสรรใหม่"
"เอ่อ......ไม่เป็นไรขอรับ ไม่เป็นไร ข้ามั่นใจว่าข้าฝึกฝนพวกมันได้" เย่หยุนซียังคงยืนยัน
"เห้อ ถ้าเช่นนั้น ข้าขอแนะนำให้ฝึกฝนภายใต้การดูแลของบิดาท่านนะขอรับ แบบนี้จะปลอดภัยกว่า" ผู้เฒ่าถังกล่าวออกมา ก่อนที่จะยื่นหยกทักษะทั้ง 3 ชิ้นกลับคืนให้
"ขอบคุณขอรับ"เย่หยุนซีรับหยกเหล่านั้นเอาไว้ จากนั้นเดินทะลุมิติกลับตำหนักไปพร้อมกับผู้เป็นบิดา
"นี่! เจ้ารู้หรือเปล่าว่าทั้ง 3 ทักษะนี้ กว่าจะฝึกสำเร็จ มันต้องฝ่าฟันความทรมานและความอันตรายมากขนาดไหน?"
"เห้อ นี่ท่านคิดจะบ่นข้าหรือไง ทำไมข้าจะไม่รู้ล่ะ ข้าตรวจสอบเป็นอย่างดีแล้วถึงได้เลือกพวกมัน" เย่หยุนซีตอบกลับคำถามด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย
"หึ! ถ้างั้นก็ตามใจ ถ้าจะฝึกเมื่อไหร่ก็มาเรียกข้าที่ตำหนักก็แล้วกัน" หลังสิ้นสุดวาจานั้น กู่หลินเฉินก็เดินจากไปในทันที
ส่วนทางด้านเย่หยุนซี ตัวเขาได้ชำเลืองมองไปที่มุมหนึ่งของตำหนักและได้พบเข้ากับสองพี่น้องอย่างจิ่วเยว่และจิ่วซวงซึ่งกำลังยืนนิ่งราวกับหุ่นไม้
"นี่ก็ผ่านไปตั้ง 3 ปีแล้ว พวกเจ้ายังไม่กลับบ้านอีกหรือ?" บุรุษหนุ่มเอ่ยถามด้วยความสงสัยอันมากล้น
"ตอนนี้พวกเราถือเป็นคนขององค์ชายแล้วเจ้าค่ะ ดังนั้นพวกเราจึงต้องอยู่ที่นี่เพื่อทำหน้าที่คอยรับใช้" จิ่วเยว่ผู้เป็นพี่เอ่ยปากตอบกลับเพื่อให้ความกระจ่างแก่ผู้เป็นองค์ชาย
เย่หยุนซีกุมขมับพลางส่ายศีรษะ ดูเหมือนประกาศิตที่หลุดออกจากปากของมหาเทพปีศาจจะศักดิ์สิทธิ์มากเลยจริงๆสำหรับที่นี่
"เอาเถอะๆ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว พวกเจ้าพาข้าออกไปเที่ยวเล่นที"
"คิกคิก ได้เลยเจ้าค่ะ พี่ชายหยุนซี" คราวนี้เป็นจิ่วซวงที่ดวงตาเป็นประกายและรีบวิ่งเข้ามาเกาะแขนชายหนุ่มอย่างน่ารักน่าชัง
"ซวงเอ่อร์ อย่าเสียมารยาท......อึก!" จิ่วเยว่พยายามรีบห้ามปราม แต่กลับเป็นตัวนางเองที่ถูกสายตาของเย่หยุนซีห้ามเอาไว้
"ข้าก็บอกไปแล้วไง ว่าอยู่กับข้าให้ทำตัวสบายๆ ไม่จำเป็นต้องเคร่งครัดอะไรมาก" พูดจบ! ชายหนุ่มก็จับมือดรุนีน้อยแล้วหันหลังเดินออกจากตำหนักไปอีกครั้ง
ส่วนทางด้านจิ่วเยว่นั้น ตัวนางได้แต่ถอนหายใจยาวและเดินตามหลังทั้งสองไปติดๆโดยไม่ปล่อยให้คลาดสายตา เนื่องจากนางไม่รู้ว่า จิ่วซวงจะพาองค์ชายน้อยไปเที่ยวที่ไหนบ้าง