เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 180: สาวคู่ปรับคนแรก (The First Rival Girl)

            ทาคิยาฉะ-ฮิเมะจึงรีบทำการเสกแผ่นยันต์รูปคนสีม่วงเข้มให้กลายเป็นม้าเพลิงอเวจีขึ้น จากนั้น เธอก็รีบขึ้นขี่บนหลัง แล้วรีบบินขึ้นไปบนท้องฟ้า เพื่อที่จะตามหาองค์จักรพรรดิ และเหล่าเชื้อพระวงศ์ที่เหลือรอดที่ได้พากันหนีเข้าไปในป่าทึบที่อยู่ใกล้ๆ กับพระราชวังในทันที

            หลังจากที่ตามหาพวกองค์จักรพรรดิมาได้สักระยะ ทาคิยาฉะ-ฮิเมะก็ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นมาแต่ไกล เธอจึงรีบมุ่งตรงไปยังต้นตอของเสียงระเบิดนั่น จนได้มาถึงที่ตรงบริเวณแม่น้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ภายในป่าทึบ และได้พบกับองค์จักรพรรดิ และพระมเหสีที่กำลังพาสององค์รัชทายาทอย่างเจ้าหญิงคังชิน กับเจ้าชายฟุซาฮิโตะหนีการไลล่าของเหล่าอสูรโอนิโยไคนั้นกำลังจะถูกพญาจิ้งจอก 9 หางขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าเล่นงาน อยู่ตรงบริเวณกลางสะพานไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่ภายในป่าทึบ

            “พวกราชวงศ์จะต้องตายด้วยน้ำมือของข้าเท่านั้น”

            หลังจากที่กล่าวจบ ทาคิยาฉะ-ฮิเมะก็รีบบินตรงไปยังสะพานไม้แห่งนั้น ก่อนที่เธอจะรีบกระโดดลงจากม้า แล้วเข้าไปเผชิญหน้ากับพญาจิ้งจอก 9 หางที่อยู่บนสะพานไม้

            จากนั้น เธอก็รีบทำการร่ายมนต์ดำ เพื่อที่จะเสกคมมายาเรือนแสงอ่อนๆ สีดำทมิฬที่มีขนาดยาวเท่ากับคมของดาบยาวโอดาจิลงไปที่ด้ามจับของดาบ แล้วทำการตวัดใส่พญาจิ้งจอก 9 หางที่กำลังจะพุ่งเข้าโจมตีใส่พวกพระองค์ แต่มันก็หลบได้อย่างฉิวเฉียว และมันก็ได้บินหนีไป

            “ขอบใจเจ้ามากนะที่ช่วยชีวิตพวกข้าไว้”

            ทาคิยาฉะ-ฮิเมะได้ทำการชักดาบออกมาแล้วตวัดเป็นรูปกากบาทเพื่อเปิดประตูมิติโดยที่ไม่สนใจคำกล่าวขอบคุณของพระองค์เลยแม้แต่น้อย เธอเหลียวตามองพวกองค์จักรพรรดิผ่านผ้าคลุมสีดำที่ปิดบังใบหน้าไว้ด้วยสายตาที่เยือกเย็น ก่อน ที่เธอนั้นจะเดินเข้าไปในนั้นและประตูมิติก็ได้เลือนหายไป หลังจากนั้น พวกพระองค์ก็สามารถหนีรอดจากพวกอสูรโอนิโยไคเหล่านั้นมาได้

            “ฮือ~ ฮิเมรากิลูกแม่” พระองค์เดินเข้าไปปลอบพระมเหสีที่นั่งร้องไห้ฟูมฟายราวกับใจแทบสลายที่สูญเสียเจ้าหญิงฮิเมรากิในวัยทารกแรกเกิดไปอย่างไม่มีวันกลับ โดยที่ไม่รู้เลยว่า เจ้าหญิงฮิเมรากินั้นยังไม่ตาย

            ส่วนทางด้านทาคิยาฉะ-ฮิเมะก็ได้เดินทางผ่านประตูมิติมายังวัดร้างภายในภูเขาสึคุบะในช่วงปี 1464 แล้วก็ค้างคืนอยู่ที่นั่น และในระหว่างนั้น เธอก็ได้ฝันเห็นองค์หญิงรัชทายาทนางหนึ่งที่มีนามว่าเจ้าหญิงฮิเมรากิได้กลายมาเป็นองเมียวจิหญิงคนแรกที่เป็นคนในเชื้อพระวงศ์ และเป็นถึงพระราชธิดาในองค์สมเด็จพระจักรพรรดิ และสักพัก เธอก็ได้สะดุ้งตื่นขึ้นมา

            “มีองเมียวจิหญิง...ที่เป็นคนในราชวงศ์ด้วยอย่างงั้นหรือ แถมยังเป็นถึงพระราชธิดาในองค์สมเด็จพระจักรพรรดิอีก”

            ทาคิยาฉะ-ฮิเมะดูเหมือนว่าเพิ่งจะได้รู้...ว่าในยุคสมัยนี้ยังมีองเมียวจิหญิงที่เป็นถึงองค์หญิงรัชทายาทแห่งราชสำนักอย่างเจ้าหญิงฮิเมรากิด้วย จนกระทั่งในวันต่อมา ทาคิยาฉะ-ฮิเมะก็ได้ตามสะกดรอยเจ้าหญิงฮิเมรากิอยู่อย่างเงียบๆ จนกระทั่งเธอได้มาพบว่าเจ้าหญิงฮิเมรากินั้นได้รับการแต่งตั้งจากองค์จักรพรรดิสึชิมิกาโดะที่ 2 ให้ขึ้นเป็นองเมียวจิฮิเมะแห่งราชสำนัก พร้อมกับได้รับตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาส่วนพระองค์

            “อะไรกัน คนในราชวงศ์ได้รับตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาส่วนพระองค์อย่างงั้นหรือ ไม่ใช่ว่าเป็นคนในตระกูลฟูจิวาระที่ได้รับตำแหน่งนี้เหมือนอย่างที่ผ่านมาหรอกหรือ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับยุคนี้หล่ะ”

            ด้วยความสงสัย ทาคิยาฉะ-ฮิเมะจึงรีบออกตามสืบเรื่องราวความเป็นมาต่างๆ ในยุคนี้ จนได้มาพบว่า ตระกูลฟูจิวาระนั้นได้เสื่อมอำนาจลงมาตั้งแต่ช่วงปลายยุคสมัยเฮย์อันแล้ว และในขณะเดียวกัน ระบอบโชกุนก็ได้เข้ามาแทนที่ในระบอบสม บูรณาญาสิทธิราชย์ในช่วงต้นๆ ของยุคสมัยคามากุระ

            ถึงแม้ว่าทาคิยาฉะ-ฮิเมะเริ่มที่จะรู้สึกสาแก่ใจอยู่บ้างเล็กน้อยก็ตาม แต่ความแค้นที่อยู่ภายในใจนั้นมันยังไม่จางหายไป เมื่อเธอตามสืบจนได้รู้แล้วว่า เจ้าหญิงฮิเมรากินั้นเป็นพระราชธิดาแห่งสมเด็จองค์จักรพรรดิฮานาโซโนะที่ 2 ที่เกิดจากองค์จักรพรรดินีโออิโนะมิคาโดะ หรือโนบุโกะ ซึ่งมาจากตระกูลฟูจิวาระ

            “องเมียวจิฮิเมะแห่งราชสำนักอย่างงั้นหล่ะสินะ ถ้าอย่างนั้นก็ดี ข้าจะได้ออกตามล่า แล้วก็สังหารนังเจ้าหญิงฮิเมรากินั่นเสีย ข้าก็อยากจะให้พวกราชวงศ์นั่น...ได้ลิ้มรสชาติแห่งความเจ็บปวดจากการสูญเสีย เหมือนอย่างที่พวกข้าเคยเจอ”

            ทาคิยาฉะ-ฮิเมะพลางเปลี่ยนเป้าหมายจากราชวงศ์และตระกูลฟูจิวาระไปเป็นเจ้าหญิงฮิเมรากิแทน อันเนื่องมาจากว่า การที่จะต้องสูญเสียบุตรสาวอันเป็นที่รักไปนั้น มันจะทำให้เจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าตายทั้งเป็นสำหรับผู้ที่เป็นบิดามารดา และหลังจากนั้นเป็นมา ทาคิยาฉะ-ฮิเมะก็คอยซุ่มติดตามเจ้าหญิงฮิเมรากิอยู่อย่างเงียบๆ เพื่อที่จะรอคอยโอกาสในการที่จะลอบสัง หารเจ้าหญิงฮิเมรากินั่นเสีย

            หลังจากที่คอยซุ่มติดตามเจ้าหญิงฮิเมรากิมาเป็นเวลาหลายสิบวัน และในที่สุด ทาคิยาฉะ-ฮิเมะก็ได้พบกับเจ้าหญิงฮิเมรากิ แล้วก็เกิดการต่อสู้กันอย่างดุเดือดที่ตรงบริเวณกลางริมทาง ซึ่งทั้งสองข้างนั้นเต็มไปด้วยทุ่งนาตลอดทาง แต่แล้ว เจ้าหญิงฮิเมโยโกะวัย 7 ขวบ ซึ่งอยู่ในช่วงก่อนที่จะมีการเปลี่ยนชื่อเป็นเจ้าหญิงโอริฮิเมะในภายหลังนั้นก็ได้เข้ามาขัดจังหวะเสีย ก่อน จึงทำให้ทาคิยาฉะ-ฮิเมะนั้นจำต้องรีบถอยออกมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

            หลังจากนั้นเป็นต้นมา ทาคิยาฉะ-ฮิเมะก็ได้ทำพิธีกรรมปลุกเสกสร้อยอัญมณีมากะทามะสีดำทมิฬแบบสายลูกประคำขึ้น เพื่อที่จะทำการอัญเชิญภูติพิทักษ์ม้าเพลิงอเวจีที่มีนามว่าชินิกามิให้เข้ามาสิงสถิตอยู่ในสร้อยอัญมณีสีดำแบบสายลูกประ คำที่อยูตรงหน้า

            หลังจากที่พิธีกรรมนั้นได้เสร็จสิ้นลง เธอก็ยังคงซุ่มติดตามเจ้าหญิงฮิเมรากิ และเจ้าหญิงฮิเมโยโกะ หรือเจ้าหญิงโอริฮิเมะ ผู้เป็นน้องสาววัย 7 ขวบของเจ้าหญิงฮิเมรากิที่มักจะเดินไปไหนมาไหนด้วยกันกับเธออยู่อย่างเงียบๆ ต่อไป จากนั้น ภาพเหตุการณ์ก็ได้ตัดกลับมายังช่วงปัจจุบันทันที

            “ข้าอุตส่าห์รอเวลาที่จะได้สังหารเจ้าด้วยน้ำมือของข้าเอง แต่ก็น่าเสียดายนัก ที่ตัวเจ้าในตอนนั้นก็ได้สิ้นใจลง...จากการจบชีวิตของตัวเองผ่านการยืมมือของข้า เพื่อที่จะทำพิธีกรรมสะกดพลังของดาบเจ็ดเขี้ยวอะไรนั่น และก็ดับไฟแค้นภายในใจของข้า แต่เจ้าก็อย่าได้คิดนะ ว่าสิ่งที่เจ้าได้กระทำลงไปในตอนนั้น...จะช่วยทำให้ข้าหยุดแค้นพวกราชวงศ์นั่นได้ ไม่มีวันเสียหรอก...”

            “แม้ว่ากายสังขารของเจ้าจะดับสูญ และแตกสลายจนกลายเป็นธุลี แต่ความแค้นภายในใจของข้าที่มีต่อราชวงศ์นั้นก็ยังคงอยู่ ตราบใดที่เจ้าไม่ได้ตายด้วยน้ำมือของข้า”

            หลังจากที่กล่าวจบ ทาคิยาฉะ-ฮิเมะก็รีบพุ่งเข้าไปฟันใส่อย่างไม่ยั้งด้วยความเร็วสูง แต่ยูกินะกลับเลือกที่จะเอาตัวเข้ารับคมดาบคาตานะของอีกฝ่าย โดยที่ไม่มีการตอบโต้ใดๆ เลย จึงส่งผลทำให้เกิดบาดแผลจากการถูกฟันด้วยคมดาบจากโลหะขึ้นแทบจะทั่วทั้งเรือนร่าง พร้อมกับมีเลือดสดๆ ไหลออกมาจากบาดแผลที่อยู่ตามลำตัวของเธอ และซึมเข้าไปในเนื้อผ้าอา ภรณ์ตามจุดต่างๆ ที่มีบาดแผล เนื้อผ้าที่อยู่ตามจุดเหล่านั้นได้ถูกย้อมจนกลายเป็นสีแดงสดที่น่าสยดสยอง

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน