บทที่ 53
เป้าหมายของผู้คนภายในป่า
โลหิตสีแดงเปรอะเปื้อนอยู่ตามพื้นอีหลงเซียนเดินออกมาจากภายในถ้ำอย่างช้าๆกวาดมองดูสถานที่ที่เกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นมา
จางหมิงกำลังยืนมองเข้าไปภายในป่าลึกด้วยใบหน้าที่จริงจังเห็นอี้หลงเซียนเดินมาบริเวณด้านหลังจึงกล่าวถามขึ้นมา “ เหตุใดเมื่อพูดถึงไม่ออกมาช่วยทั้งที่ท่านก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่ามีคนบุกเข้ามา”
“ หรือว่าอยากจะจับตาดูและก็มองถึงพลังของข้า ” จางหมิงถามนาง
อี้หลงเซียนยิ้มแล้วก็แสดงใบหน้าอย่างไม่ปกปิด
นางรู้อยู่แล้วว่ามีคนบุกเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ถ้านางออกตัวออกมาและจัดการคนพวกนั้นพริบตาเดียวคงจะสงสารพวกมันได้ทั้งหมด
เพียงแต่ว่านางดันเลือกที่จะเฝ้ามองดูอย่างเงียบๆเพราะอยากจะตรวจสอบพลังแล้วก็อยากจะลองดูพลังของสัตว์อสูรเหล่านี้ด้วย
“ แต่ว่าเจ้าเองก็ลงมือได้ยอดเยี่ยมจริงๆเมื่อครู่เป็นผู้ฝึกฝนวรยุทธที่มีลมปราณระดับหกเลยนะ” นางมองดูเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นอยู่จริงๆ
เหตุการณ์การต่อสู้ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่มันทำให้นางล่วงรู้ว่าแม้แต่ยอดฝีมือระดับหกก็ยังพลาดท่ากับสัตว์อสูรเหล่านี้
จางหมิงแสดงท่าทางเคร่งขรึมและตอบกลับ “ ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ว่าถ้าชายผู้นั้นไม่ได้ประมาทแล้วก็ไม่ได้โดนอารมณ์เข้าครอบงำภายในจิตใจอย่างไรมันก็ไม่มีทางแพ้อย่างแน่นอน”
จางหมิงประเมินพลังของตนเองแล้วก็รู้ดีถึงระดับพลังอีกฝ่ายเพราะแบบนั้นจึงรู้ว่าถ้าอีกฝ่ายไม่ประมาทไม่มีทางที่จะชนะอย่างแน่นอน
แม้ว่าสัตว์อสูรของเขาในตอนนี้จะมีความสามารถที่มากเพียงใดแต่ถ้ามองถึงความสามารถโดยรวมก็ยังไม่สามารถเทียบเทียมกับพวกมันได้
เพราะว่าสัตว์อสูรเหล่านี้ยังเติบโตไม่เต็มที่ความสามารถของมันยังพัฒนาไปได้อีก
ที่อยู่บริเวณด้านหน้ายกยิ้มที่บริเวณมุมปากอี้หลงเซียนกล่าวขึ้น “ อย่างไรเสียความรู้สึกของมนุษย์ก็ไม่สามารถบังคับได้ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าเมื่อครู่และกำลังปะทะกับเจ้าแม้ว่าภายนอกจะมีท่าทางที่สุดแต่ภายในใจกลับโดนยั่วโมโหได้ง่ายดายสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นพวกที่เกลียดความอับอาย ”
จากที่ได้มองดูการต่อสู้เมื่อคู่อี้หลงเซียนก็สามารถประเมินนิสัยของอีกฝ่ายออกมาได้
สังเกตุเห็นจากที่คนผู้นั้นโดนรอบเล่นงานโดยที่ตนเองนั้นประมาทและก็โกรธขึ้นมาในทันทีจึงรู้ได้ว่ามันเป็นพวกเกลียดความอับอาย
“ สนใจแล้วมนุษย์ก็เกลียดความอัพอายกันทั้งสิ้นผู้ที่ฝึกฝนวรยุทธเย่อหยิ่งภายในศักดิ์ศรีของตนเองแทบจะทั่วทั้งใต้หล้า ” จางหมิงพูดสวน
“ ในตอนนี้อย่างที่ตัวของท่านพูดเอาไว้เลยว่าจะมีผู้คนมากมายเข้ามาภายในภูเขาไป๋หลง”
“ สำหรับพวกที่จ้องมองผลประโยชน์จากสถานที่แห่งนี้สำหรับพวกมันแล้วในช่วงเวลาเช่นนี้ภูเขาแห่งนี้คงเป็นเหมือนกับขุมทรัพย์”
“ โดยทั่วไปภายในผืนป่าแห่งนี้จะถูกพิทักษ์เอาไว้โดยทางสำนักไป๋หลง ”
“ ในตอนนี้เมื่อไม่มีคนคุ้มครองพวกมันก็เร่งเข้ามาข้าสงสัยจริงๆว่าต้องการผลประโยชน์อะไร”
จางหมิงแสดงใบหน้าสงสัย
อี้หลงเซียนที่กำลังยืนอยู่จึงพูดขึ้น “ ถ้ากำลังสงสัยว่าพวกมันต้องการผลประโยชน์อันใดเจ้าลองคิดดูดีดีสิแถบนี้อาจจะมีบางอย่างที่ผมฝันต้องการก็ได้”
จางหมิงหลังจากที่ได้ยินนางพูดออกมาเช่นนั้นเขาหยุดคิดเล็กน้อย
ภายในหัวเต็มไปด้วยความคิดมากมายที่มันเกิดขึ้นลองอ่านความคิดของอีกฝ่ายว่าคุณต้องการเข้ามาภายในบริเวณนี้เพื่อต้องการอันใด
หลังจากที่หยุดคิดอยู่สักพักภายในหัวเริ่มปรากฏเจตนาอันเลือนลางของพวกมัน
ดวงตาเริ่มเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆก่อนที่จะอุทานออกมา “ อย่าบอกนะว่า!!!”
อี้หลงเซียนหันมองแล้วกลถาม “ นึกถึงเรื่องอันใดได้ขึ้นมาอย่างนั้นหรือ?”
จางหมิงหันไปแล้วก็พูดขึ้นมา “ ภายในบริเวณนี้มีของล้ำค่าอยู่หนึ่งอย่าง”
จางหมิงไม่รีรอที่จะใช้แมลงล่องหนของตนเองบินเข้าไปภายในป่าอย่างรวดเร็ว
ร่างกายของเขาหย่อนก้นนั่งลงที่พื้นแล้วก็อยู่ในท่านั่งสมาธิเชื่อมโยงการมองเห็นเขากลับมาแมลงล่องหนอย่างรวดเร็ว
อี้หลงเซียนที่อยู่บริเวณข้างกายก็รู้สึกสงสัยแต่นางก็พยายามยืมสงบใจแล้วก็มองดู
ตอนนี้มันแมลงล่องหนมุ่งตรงไปยังทางภูเขาทิศตะวันตก
จางหมิงแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดแล้วก็กล่าวกับตนเองภายในใจ “ อย่าบอกนะว่าพวกมันต้องการเจ้านั้น…”
แมลงล่องหนเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วความสามารถในการเคลื่อนที่รวดเร็วถูกเปิดใช้งานออกมา
ร่างของแมลงที่กำลังบินอยู่มันเรืองแสงขึ้นแล้วก็สามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วขึ้นสามเท่า
ในตอนนี้พบเห็นเป็นเพียงแค่เส้นแสงที่พุ่งผ่านป่าไปยังทางทิศตะวันตก
ในขณะที่เคลื่อนที่ไปยังทิศตะวันตกสักพักเข้ามาถึงเขตที่ตนเองนั้นน่ะตั้งใจจะเดินทางมาก็มองเห็นว่าพื้นที่บริเวณนี้มันถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีขาวทั้งที่เป็นยามกลางวัน
เมื่อมองเห็นว่าพื้นที่บริเวณนี้ถูกปกคลุมด้วยหมอกสีขาวจึงรู้ได้ในทันทีว่าจุดประสงค์ของพวกมันคืออันใด
ประสาทสัมผัสที่เฉียบคมของแมลงล่องหนตรวจจับผู้คนที่อยู่บริเวณนี้ได้ประมาณ10 ชีวิต
เมื่อรู้จุดประสงค์ของพวกมันดวงตาทั้งสองข้างที่พักปิดอยู่ก็เปิดขึ้นมา
ร่างของจางหมิงค่อยๆขยับเขาค่อยๆลุกขึ้นมาจากท่านั่งแเป็นของอี้หลงเสียง
อี้หลงเซียนที่ยืนอยู่บริเวณข้างข้างก็เฝ้ารอคำตอบแสดงแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยแล้วเอ่ยถามขึ้นมา “ ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องอันใดเกิดอันใดขึ้น?”
“ ข้ารู้แล้วว่าพวกมันต้องการอะไร ”
“ ต้องการอันใด? ”
จางหมิงแสดงใบหน้าที่ตึงเครียดแล้วก็พูดออกมา “ สิ่งที่พวกมันต้องการคือจิ้งจอกมายาสามหาง”
หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นอี้หลงเสียงจึงถามสวนขึ้นอย่างรวดเร็ว “ ที่พูดออกมาหมายถึงสัตว์อสูรระดับสี่ดาวหายาก”
“ ใช่!!! สัตว์อสูรระดับสี่ดาวหายากเป็นสัตว์อสูรที่เป็นชนิดที่ไม่สามารถพบเจอได้ง่ายง่ายด้วยข้าเคยพบเจอรังของมันอยู่บริเวณทิศตะวันตกเมื่อครู่ใช้แมลงล่องหนไปตรวจตราดูพบเห็นว่าบริเวณนั้นมีม่านหมอกสีขาวปกคลุมแถมยังตรวจพบสิ่งมีชีวิตที่เป็นมนุษย์อีกนับ10 ชีวิต ” ในตอนนี้จางหมิงกระจ่างเกี่ยวกับเป้าหมายของกลุ่มคนพวกนี้ที่มุ่งตรงเข้ามาภายในป่า
หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นอี้หลงเซียนจึงทำความเข้าใจแล้วก็พูด “ เข้าใจแล้วที่พวกมันเข้ามาเป็นเพราะว่าอาจจะมีใครสักคนพบเจอจิ้งจอกมายาสามหาง”
“ พวกมันอาจจะอยากได้มุกวิญญาณจิ้งจอกก็ได้ ”
มุกวิญญาณจิ้งจอกเป็นส่วนหนึ่งที่ประกอบอยู่ภายในร่างกายของจิ้งจอกมายา
มันไม่ใช่เพียงแค่จิ้งจอกมายาเท่านั้นเผ่าพันธุ์สัตว์อสูรที่เป็นชนิดจิ้งจอกและมีระดับมากกว่าสี่ดาวขึ้นไปมีวิญญาณจิ้งจอกอยู่ภายในร่างกาย
มันไม่ใช่แก่นวิญญาณอสูรแต่ว่ามันคือวิญญาณที่เป็นเหมือนกับอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย
โดยมันเป็นหนึ่งในวัตถุวิญญาณที่มีคุณสมบัติและมีพลังอันแข็งแกร่ง
ผู้คนภายในยุทธภพมากมายต่างอยากได้มันไปครอบครองเพียงแต่ว่าสัตว์อสูรประเภทจิ้งจอกที่มีระดับสี่ดาวขึ้นไปหายากเป็นอย่างมาก
ราคาของเจ้าของสิ่งนั้นคงจะมีราคาหลายร้อยป้ายทองอย่างแน่นอน
ในขณะที่คิดเกี่ยวกับเรื่องนั้นอี้หลงเซียนเหลือบไปมองจางหมิงแล้วกล่าว “ เข้าใจแล้ว~”
นางแสดงใบหน้าราวกับว่าล่วงรู้บางอย่างอยู่ภายในใจ
นางแสดงใบหน้าออกมาเช่นนั้นทำให้จางหมิงรู้สึกสงสัยบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดเอ่ยถามออกมาในทันที “ เข้าใจอันใด?”
“ ก็เข้าใจว่ามันเป็นสัตว์อสูรที่เจ้าเตรียมการเอาไว้น่ะสิมองดูจากใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดเช่นนี้รู้ได้ในทันทีว่าเจ้าต้องการจิ้งจอกมายาสามหางเป็นหนึ่งในสัตว์อสูรของเจ้า”
“ ในตอนนี้มันกำลังโดนไล่ล่าแสดงว่ามันจะกลายเป็นว่าความตั้งใจของเจ้าจะไม่เป็นผลในทันที” นางกล่าวออกมาราวกับล่วงรู้ทุกอย่าง
เมื่อลองคิดดูแล้วจางหมิงเองรู้สึกได้ในทันทีเมื่อสตรีผู้นี้ฉลาดเกินไป หรือมันอาจจะเป็นเพราะว่านางเป็นชาวยุทธ์รู้จักเล่ห์เหลี่ยมและเรื่องราวมากมาย
เลยทำให้นางฉลาดเฉลียวขนาดนี้ในตอนนี้มองเห็นบนใบหน้าที่ปรากฏขึ้นของเขานางก็รู้ได้ในทันทีว่าเค้าตั้งใจจะทำอันใด
อี้หลงเซียนย่างกายเข้ามาใกล้ร่างกายของนางก้าวเข้ามาประชิดร่างกายของจางหมิงจากนั้นก็พูดขึ้นด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ ความสามารถของจิ้งจอกมายาสอบถามเป็นความสามารถที่ดี”
“ ตอนนี้ถ้ามันโดนล่าไปคงจะน่าเสียดายเอาเช่นนี้ได้หรือไม่ข้าจะช่วยเจ้าแต่ว่าย่อมมีข้อแลกเปลี่ยน ”
“ ข้อแลกเปลี่ยนอย่างงั้นรึ? ”
“ ใช่!!! ข้อแลกเปลี่ยนในเมื่อจิ้งจอกมายาตัวนี้เจ้าอยากได้ข้าจะช่วยเจ้าแต่ในทางกลับกันถ้าถึงเวลาที่ข้าต้องการสมุนไพรวิญญาณที่อยู่ภายในป่าส่วนลึกเจ้าเองก็ต้องช่วยข้า”
“ ข้าช่วยเจ้าได้จิ้งจอกเจ้าช่วยข้าได้สมุนไพรวิญญาณที่ต้องการเพียงแค่นี้ก็ถือว่าไม่มีอะไรติดค้างกันดีหรือไม่? ” นางยื่นข้อเสนอออกมา
หลังจากที่ได้ยินข้อเสนอของนางจางหมิงคิดทบทวนภายในหูอย่างจริงจังเขาก้มหน้าคิดแล้วก็คิดภายในใจของตนเอง “ ไม่มีทางเลือกแล้วพวกมันมียอดฝีมือจำนวนมากกำลังของเราไม่สามารถต่อกรได้อย่างไรก็ต้องรับข้อเสนอ“
“ ตกลงข้าจะช่วยเจ้า!!! ” จางหมิงตอบกลับอย่างไม่มีทางเลือกอย่างไรเสียเขาก็ไม่อยากจะเสียจิ้งจอกมายาสามหางไป
จบบท