เว่ยซินถูกกุมสองมือไว้ ใบหน้าของปีศาจตรงหน้างดงามจนนางไม่อาจขยับกายได้ คล้ายถูกตรึงด้วยมนต์ตราบางอย่าง จากนั้นจึงเอ่ยต่อ
“ เ้า เ้าไม่ใช่มนุษย์ เหตุใดจึงปรากฏตัวที่นี่ได้ ” ร่างปีศาจปล่อยมือจากนางจึงเดินไปที่ฮ่าวเทียนและกล่าว
“ น้องสาว เ้าเป็คนรักของเค้ารึ ? ” เว่ยซินไม่ตอบกล่าว ชักเอาทวนประจำตระกูลออกมาชี้ไปที่นางอย่างลนลาน ได้เห็นดังนั้นนางกล่าวต่อ
“ ยังเด็กนักแต่มีสายตาที่ดี เอาเถอะ พี่สาวไม่ได้มาร้าย เพียงอยากมาพบเจอเขาสักคราเท่านั้น ” เว่ยซินเห็นนางนั่งลงเก้าอี้สบายใจจึงลดทวนลง
“ ท่านมาที่โลกมนุษย์ทำไม และ้าอะไรจากเขา ? ” นางมองเว่ยซินด้วยสายตายิ้มแย้มก่อนจะกล่าว
“ ดูเหมือนผู้าุโของที่นี่คิดให้เขาสืบทอดพลัง แดนปีศาจเองเช่นกัน หลังพระบิดาของข้าพบเจอเขา ก็คิดนำไปเป็ผู้สืบทอดพลังบางอย่างเช่นกัน ” เว่ยซินขนลุกวูบก่อนจะกล่าว
“ เหลวไหล! ฮ่าวเทียนเป็มนุษย์ ไม่ใช่ปีศาจเช่นพวกท่าน จะไปสืบทอดสิ่งใดได้กัน ? ” ร่างปีศาจค่อยๆใช้กระแสจิตตรึงร่างของเว่ยซินไว้ พลันเอามือแตะลงบนร่างเด็กหนุ่ม ก่อนจะเอ่ยปาก
“ มีพลังธาตุแสงและธาตุทมิฬบริสุทธิ์ติดตัว ฝึกฝนปีกว่าเข้าสู่ปราณก่อตั้ง ความลับบนกายที่สั่นคลอน์ น้องสาว เ้าไม่อาจเรียกเขาว่า มนุษย์ธรรมดาได้หรอกนะ... ”
ร่างปีศาจพยายามทะลวงเข้าสู่ดวงจิตเด็กหนุ่มทว่าถูกดวงจิตทั้งสองโถมเข้าหาจนต้องกลับออกมาอย่างทุลักทุเล ก่อนจะกล่าวต่อ
“ น้องสาวเ้าคิดให้ดี รักคนเช่นนี้ ชั่วชีวิตไม่อาจสงบสุข... ข้าหวังว่าเราจะได้พบกันอีกในไม่ช้า ” เว่ยซินที่ถูกคลายพันธนาการะโไล่ตามนางไป
“ ท่านเป็ใครกันแน่ ? ” นางหันมายิ้มช้าๆให้เว่ยซินก่อนจะกล่าวลา “ ฝากบอกเขาด้วยแล้วกัน องค์หญิงแห่งราชวงศ์แดนปีศาจมาเยี่ยมเยือน เื่อื่นๆผู้าุโท่านนั้นคงจัดการด้วยตัวเอง ” จากนั้นนางจึงหายไป ทิ้งเว่ยซินไว้ให้งุนงงอยู่กับเื่ราวมากมายในยามนี้ ....
ภายในตำหนักกลางของสำนักศึกษา เหล่าคณาจารย์และบุคคลสำคัญของสำนักต่างรวมตัวที่นี่ แม้กระทั่งทูตสูงสุดของราชวงศ์ก็เช่นกัน ทุกคนถูกเรียกมาด้วยความสำคัญประการเดียว ฮ่าวเทียน... และผู้เชื้อเชิญการประชุมมิใช่ใครแต่เป็บรรพชนกู่หลิงนั่นเอง เมื่อทุกคนมากันพร้อม เ้าสำนักและกู่หลิงจึงปรากฏตัว าุโกู่หลิงเอ่ยคำ
“ ลำบากพวกท่านแล้ว ที่เชื้อเชิญมาวันนี้ ด้วยของสิ่งนี้ ” กู่หลิงใช้พลังปราณยกสานน์เล่มหนึ่งขึ้นลอยเหนือที่ประชุม กระจายอักษรด้านในออกสู่ภายนอก
ข้อความที่เขียนและลงตราประทับนี้ ทำเอาเหล่าคนสำคัญของสำนักศึกษาแห่งราชวงศ์ตกตะลึงไปตามกัน ก่อนเ้าสำนักจะเอ่ยคำ
“ ที่พวกเ้าได้เห็นมิใช่เื่ตลกอันใด องค์หญิงแห่งราชวงศ์แดนปีศาจมายังที่นี่จริงๆ พวกนั้นจุดประสงค์ชัดเจน กดดันเราให้ส่งตัวฮ่าวเทียนให้โดยแลกกับการสงบศึกเป็ร้อยปี ” เ้าตำหนักผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น
“ พวกเขารู้เื่ของฮ่าวเทียนได้เช่นไร และยัง้าตัวไปเพื่อสิ่งใดกัน ? ” เ้าสำนักกล่าวตอบ
“ เื่นั้นพวกเราไม่อาจรู้ได้ แต่ชัดเจนว่าเป็การบังคับเสียมากกว่าร้องขอ... ” เทียนอวิ๋นในฐานะของอาจารย์ฮ่าวเทียน ยามนี้ขบคิดหลายเื่ราวในหัว พลันได้ยินเสียงกู่หลิง
“ เทียนอวิ๋นเ้ารู้ดี หลังได้เห็นพร์ของฮ่าวเทียน มีทั้งขุมอำนาจที่ยินดีกับเื่ราว และขุมอำนาจที่เล็งเห็นอันตรายจากตัวมัน ซ้ำร้ายราชวงศ์แดนปีศาจยังหมายตามัน เขา ไม่อาจรั้งอยู่ที่นี่ได้อีก ” เทียนอวิ๋นหลับตาลงถอนหายใจก่อนจะกล่าว
“ ท่านบรรพชน เราจะขับไล่เขาออกไปมิได้ นอกจากจะทำลายความตั้งใจของเขา ยังจะทำลายสถานที่สำคัญแห่งเดียวในชีวิตของมันด้วย ยามนี้เด็กน้อยยังไม่แกร่งพอจะรับเื่ราวเหล่านี้ สมควรเป็พวกเราเจรจากับทางราชวงศ์ปีศาจเอง”
เ้าสำนักเอ่ยต่อ “ ท่านรักห่วงศิษย์เป็เื่ถูกต้อง ทว่าเื่นี้ไม่เพียงตัวท่าน ยังเกี่ยวพันไปถึงสำนัก กระทั่งทั้งอาณาจักรเรา แดนปีศาจยิ่งใหญ่กว่าเรานัก ท่านคิดว่าจะปกป้องเขาได้รึ ? ” เทียนอวิ๋นนั่งนิ่งไม่ตอบคำ ก่อนกู่หลิงจะเอ่ยปากต่อมา
“ สำหรับเื่นี้มิใช่การเนรเทศ เทียนอวิ๋น ต้องอาศัยเ้าบอกกล่าวต่อเด็กหนุ่มให้ออกไปผจญโลกภายนอกสักปีสองปี เื่เงียบจึงค่อยกลับมา อาจนับเป็โอกาสอันดีไปก็ยังได้ ” ทั้งห้องประชุมส่งเสียงเห็นด้วยกับท่านบรรพชน เทียนอวิ๋นไม่อาจต้านทานกระแสนี้ได้จึงกล่าวออกไป
“ เมื่อเื่ราวเป็เช่นนี้อีก 7 วันข้าจะมอบหมายให้ฮ่าวเทียนออกไปฝึกฝนยังโลกภายนอกเป็เวลา 1 ปี จากนั้นกลับมาศึกษาตามเดิม ” เสียงอืออาทั่วห้องตกลงกันตามนี้... ยามนี้ฮ่าวเทียนลืมตาตื่นขึ้นจากการสลบนานถึงสองวันเต็ม เพียงลืมตาขึ้นมาััได้ถึงกลิ่นอายของเว่ยซินตลบอบอวลทั้งห้อง ชัดเจนว่านางอยู่ดูแลเขาตลอดมา เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืดตัวก่อนจะััได้ถึงบางสิ่งและคุกเข่าลงข้างหนึ่ง
“ ฮ่าวเทียนคารวะท่านอาจารย์ ” เทียนอวิ๋นยืนมองเด็กหนุ่มอย่างเงียบงันก่อนจะเล่าเื่ราวทั้งหลายให้ฟัง ฮ่าวเทียนตั้งใจฟังไม่บิดพลิ้วก่อนกล่าว
“ ท่านอาจารย์ขอรับ เื่ในวันนี้ แม้ฮ่าวเทียนคิดสงสัยอยู่บ้าง แต่หากเป็คำสั่งท่าน ศิษย์จะปฏิบัติตามไม่บิดพลิ้ว เวลา 1 ปีไม่สั้นไม่ยาวนัก หากการจากไปฝึกฝนวิชาของศิษย์สร้างความสงบสุขแก่สำนักศึกษาได้ศิษย์พร้อมกระทำ ” เทียนอวิ๋นยิ้มอย่างขมขื่นก่อนจะกล่าว
“ เด็กที่ดี หากไม่เห็นกับตาข้าแทบไม่อยากเชื่อว่าเ้ามีจิตมารในตัว...เหอๆ ่เวลา 7 วันจากนี้ให้เ้าร่ำลากับเหล่าคนสำคัญของเ้า และจงพักผ่อนให้สุขสบายเถอะ เ้าไม่ต้องฝึกฝนอันใดใน 7 วันนี้ หากมีสิ่งใดสงสัยก็มาหาอาจารย์ได้ทุกเวลา ” ฮ่าวเทียนรับคำ
“ ท่านอาจารย์ดีกับข้านัก ศิษย์จะไม่ลืมพระคุณยิ่งใหญ่ของท่าน... ” ยามเย็นของวันนี้ฮ่าวเทียนได้พบเจอกับเว่ยซินพูดคุยกันสนุกสนานใช้เวลาส่วนมากไปกับการพักผ่อน
“ เว่ยซิน ข้าดีใจจริงๆที่มีสหายเช่นเ้า ” เว่ยซินยิ้มบางก่อนกล่าว
“ ก็แน่ละซิ ใครจะไปเป็สหายกับปีศาจน้อยเช่นเ้าได้เล่า ” ฮ่าวเทียนหัวเราะร่วนก่อนทั้งสองจะเดินคู่กันต่อไป ทันใดนั้นด้านหน้าปรากฏบุคคลผู้หนึ่งในชุดดำเงาขึ้น ปิดหน้าตาสวมใส่หมวกกว้างสีดำ ตรงมาหยุดหน้าฮ่าวเทียนก่อนจะกล่าว
“ ฮ่าวเทียนจากชั้นเรียนอัจฉริยะ ข้ารับคำสั่งองค์หญิงฟู่หลิงเยว่ให้มาเชิญตัวเ้าไปพบเดี๋ยวนี้ ขัดขืนให้จับเป็ทันที ” ฮ่าวเทียนค่อยๆดันร่างเว่ยซินไปไว้หลังตนจึงกล่าวออก
“ ค่ำมืดก็แล้วข้าเป็บุรุษไปพบนางยามวิกาลจะเป็เื่ดีรึ ? ” คนชุดดำตรงหน้าไม่สนใจคำ ปลดปล่อยรัศมีกดดันในระดับเทพยุทธ์ออกมา ฮ่าวเทียนเห็นดังนั้นจึงกล่าวออก
“ พี่ชายอย่าได้เกิดโทสะ เอาล่ะข้าจะไปกับท่าน ” เด็กหนุ่มรีบบอกให้เว่ยซินกลับที่พัก ตนจึงตามชายชุดดำผู้นี้ออกจากสำนักตรงไปยังวังหลวงหมื่นเมฆา ฮ่าวเทียนถูกนำไปด้านหลังตำหนักแห่งหนึ่งที่ตกแต่งหรูหราประดับไปด้วยพืชพรรณมากมาย ยิ่งเข้าไปลึกยิ่งบังเกิดความลุ่มหลงในความงดงามของสวนแห่งนี้ สุดทางพบเจอศาลากลางน้ำที่หนึ่ง ชายชุดดำผายมือให้มันเข้าไป จึงสลายหายไป ฮ่าวเทียนมองดูบุคคลซึ่งรอเขาอยู่ตรงนั้น สวมใส่อาภรณ์สีชมพูเปิดไหล่งดงามอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์กระทบผิวน้ำ สองข้างมีสาวใช้สองคนกำลังคำนับแก่เขา ฮ่าวเทียนประสานมือคำนับ
“ ฮ่าวเทียนคารวะองค์หญิงฟู่หลิงเยว่ ”นางหันหน้ามาเชื้อเชิญเด็กหนุ่มให้นั่งลงบนโต๊ะที่จัดเตรียมสุราอาหารไว้ ก่อนจะกล่าวต่อ
“ ช่างแตกต่างจากเด็กตัดฟืนเมื่อคราก่อนนัก เ้าสูงขึ้นมาก กำยำเป็ล่ำสัน รัศมีพลังกล้าแกร่งดังยอดยุทธ์ ดูไปแล้วการที่ข้ามอบโชคชะตาแก่เ้าวันนั้นไม่ใช่เื่ผิด ....คุยกับข้าไม่ต้องมากพิธี ข้ายึดถือวิถีฝึกยุทธ์มากกว่าชาติกำเนิดนัก ” มองดูริมฝีปากอวบอิ่มของนางกำลังประกบกับถ้วยชาฮ่าวเทียนถึงกับแอบยิ้มในใจ
“ ฮึฮึ พี่นางฟ้าที่น่ากริ่งเกรงคนนั้นที่แท้เป็สตรีรูปงามมิใช่สตรีที่มีใจรักเป็บุรุษเพศ ” คำกล่าวนี้ทำเอาสาวใช้สองคนขมวดคิ้ว ฟู่หลิงเยว่จึงโบกไม้โบกมือให้พวกนางออกไป
“ ฮ่าวเทียน เ้าเปลี่ยนไปมากจริงๆ ใครกันสอนเ้าเย้าแหย่สตรีเช่นนี้ หึ ทำให้เด็กสาวมากมายต้องหลงไหลสิท่า ” ฮ่าวเทียนไม่สนใจคำกล่าวต่อ
“ พี่นางฟ้า ั้แ่ท่านมอบโชคชะตาแก่ข้าเมื่อครานั้น ฮ่าวเทียนพบเจอเื่ราวมากมาย ทั้งดีทั้งร้าย หล่อหลอมฮ่าวเทียนมายืนอยู่ตรงนี้ ” ฟู่หลิงเหยว่มองดูฮ่าวเทียนเหม่อลอยมองแสงจันทร์กระทบน้ำจึงหลับตากล่าวต่อไป
“ วันนี้ข้าเชิญเ้ามาพบด้วยเื่สำคัญสองประการ หนึ่งคือสอบถามความเป็ไปของเ้า ” ฮ่าวเทียนมองดูใบหน้าเ็าของนางจึงกล่าวออก
“ พี่นางฟ้าเป็ห่วงเป็ใยข้าปานนี้ นับเป็บุญวาสนาโดยแท้ ” ฟู่หลิงเยว่กล่าวต่อไป
“ ข้ารู้เื่ที่เ้าต้องออกไปโลกภายนอกเป็เวลาหนึ่งปีแล้ว ดูไปแล้วเ้าคงไม่ได้เป็กังวลเท่าไร ? ทั้งยังเื่ผนึกบนกายเ้า ? ” ฮ่าวเทียนลุกขึ้นเดินไปยังริมสระน้ำ พลันปลดปล่อยปราณทมิฬและแสง์ออกมาหมุนวนในฝ่ามือ
“ พี่นางฟ้า เวลา 1 ปีช่างรวดเร็วนัก ผนึกในกายข้า ข้ามิสนใจมันนัก ใจข้ารู้ดีว่าตนเองเป็ใครและสมควรกระทำสิ่งใด แสงสว่างและความมืดนี้ เป็พลังของข้า ไม่อาจครอบงำข้าได้” นางค่อยๆรินชาใส่ถ้วยฮ่าวเทียนอย่างแช่มช้าก่อนกล่าวต่อ
“ เช่นนั้นก็ดี ข้านึกคิดตลอดมาว่าการปลดปล่อยให้โชคชะตานำพาเ้ามาสู่วังวนของการฝึกยุทธ์เป็เื่ถูกต้องรึไม่ วันนี้ได้คำตอบแล้ว... ” ฮ่าวเทียนหวนนึกไปถึงวันที่เขาได้พบเจอนาง ั้แ่นางมอบของสองสิ่งให้ตน จึงเปลี่ยนแปลงชีวิตหน้าเป็หลังมือ ก่อนจะหยิบเอาคัมภีร์และหยกครามาออกมา
“ ข้ามอบคืนสองสิ่งนี้แก่ท่าน ” ฟู่หลิงเยว่ผายมือไม่รับคำเด็กหนุ่ม “ ประการที่สอง ไม่ว่าอยู่ที่ใด เ้าจะต้องมาเข้าร่วมงานชุมนุมเทพยุทธ์ เอาชนะหกสำนักใหญ่ ในนามของข้าสนับสนุน ” ฮ่าวเทียนได้ฟังจึงเข้าใจ ที่แท้นางกระทำทุกอย่างไปเพื่อเื่นี้นั่นเอง
“ พี่นางฟ้า ท่านต้องทำขนาดนี้เพื่อสิ่งใดกัน ? ” นางลุกขึ้นยืนจึงกล่าวต่อ
“ พระบิดายามนี้ด้วยองค์รัชทายาทคิดสั่นคลอนบัลลังก์จึงสภาพกายใจย่ำแย่ตลอดมา ศึกแย่งชิงภายในนับวันยิ่งทวีความรุนแรง หากตัวข้าเข้มแข็งพอเมื่อใดจึงคิดกระโจนเข้าสนามรบช่วยเหลือพระบิดา และนั่นคือหน้าที่ของเ้าที่จะช่วยให้ข้ามีอำนาจนั้น อันดับหนึ่งชุมนุมเทพยุทธ์ ขุมอำนาจมหาศาลนั้นเพียงพอจะกำราบเหล่าขุนนางฉ้อฉลได้เพียงขยับมือ ” ฮ่าวเทียนถอนหายใจก่อนจะกล่าวคำ
“ พี่นางฟ้า ท่านแม้มีบุญคุณต่อข้ามากมาย แต่เื่ราวภายในวังข้าไม่อาจยุ่งเกี่ยวได้ ท่านอาจารย์กำชับข้าเสมอว่าหากข้ายังไม่เข้มแข็งพอจะเหยียบทั้งโลกไว้ใต้ฝ่าเท้า ไม่อาจพาตัวไปพานพบอันตรายใดๆได้ ข้าทั้งคิดตอบแทนท่าน และต้องเชื่อฟังคำสั่งท่านอาจารย์ ข้าลำบากใจจริงๆ... ”ฟู่หลิงเยว่คล้ายเข้าใจคำกล่าวของเด็กหนุ่ม ก่อนบรรยากาศเงียบงันนี้จะแปรเปลี่ยนไปด้วยภาพที่ไม่อาจเชื่อถือตรงหน้า นางคุกเข่าลงตรงหน้าเด็กหนุ่ม สองมือกำแน่น สองตาปรากฏหยาดน้ำตาบางเบา ใบหน้าทรนงของนางเลือนหาย ยามนี้มีเพียงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าปรากฏขึ้น
ฮ่าวเทียนรีบนั่งลงกับพื้นใช้ปราณยกนางขึ้นจากการคุกเข่าด้วยไม่กล้าััตัวนาง ทว่าปราณก่อตั้งเช่นมันไม่อาจบังคับนางที่อยู่ในขั้นหลอมรวมลมปราณได้แม้แต่น้อย
“ พี่นางฟ้า ท่านสูงส่งปานไหน เหตุใดทำเช่นนี้ รีบลุกขึ้นเถอะนะ พี่นางฟ้า! ” จากนั้นนางจึงเงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่ม
“ ฮ่าวเทียน พระบิดาไม่เหลือใครแล้ว.... ข้าเสาะหาบุคคลที่แกร่งพอจะพลิก์ได้มาเนิ่นนานยังไม่อาจพานพบ แต่เ้านั้นพลิกฟ้าพลิก์มาหลายครา ข้าขอร้องต่อเ้า ช่วยเหลือพระบิดาด้วยเถอะ... ” ฮ่าวเทียนมองดูสายตาวิงวอนของนางในใจยังเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย นางมีบุญคุณต่อมันมากมายนัก ทว่าการรับคำสาบานต่ออาจารย์ยิ่งหนักหนากว่า ไม่ว่ากับใครในสองคนนี้มันไม่อาจทำผิดต่อพวกเขาได้ ฟู่หลิงเยว่เห็นความสับสนบนใบหน้าของฮ่าวเทียนจึงกล่าวออก
“ ฮ่าวเทียน หากเ้าทำสำเร็จช่วยเหลือพระบิดาและราชวงศ์ไว้ได้ เ้าปรารถนาสิ่งใดในโลกนี้ ข้าจะหามาให้เ้าทุกอย่าง ยกเว้นเดือนตะวัน ราชวงศ์หมื่นเมฆาจะยกมากองตรงหน้าเ้า แม้ตัวข้ายังยกให้เ้าได้! อุ... ” นางพูดไปด้วยความเร่งร้อนไม่ทันคิดก็จริง ทว่าฮ่าวเทียนยามนี้ถึงกับจะลื่นล้มคว่ำคมำกับคำกล่าวเมื่อครู่
จบตอน
ติดตามเื่ราวและการอัพเดทของนวนิยายเื่นี้ที่ได้อีกช่องทางที่ : www.facebook.com/legendofdevilgodsNovel/