ตอนที่ 34
ตู้ม!!!
วันรุ่งขึ้นในเวลาที่ควรจะเป็นการประกาศยุบสมาพันธ์ เทพนักสู้รุ่นที่เก้ากลับใช้พลังขั้นสุดยอดของตนป่นศิลาสลักคำสัตย์ของบรรพชนจนหาตัวอักษรไม่เจอแม้แต่ตัวเดียว แล้วหันมากล่าวด้วยเสียงอันดังลั่นจนประชาชนทุกคนที่มาชุมนุมได้ยินเต็มสองรูหูว่า
"นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เวลาได้เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าทุกเผ่าพันธุ์ควรมีผู้แข็งแกร่งและชาญฉลาดมาเป็นผู้ชี้นำและควบคุม ที่สัตว์อสูรต้องสูญเสียดินแดนก็เพราะพวกมันไร้ซึ่งสิ่งนี้! เพื่อปกป้องตัวเองจากการสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ มนุษย์จึงจำเป็นต้องมีผู้แข็งแกร่งและชาญฉลาดมาคอยชี้นำ นั่นก็คือสมาพันธ์เทพนักสู้!! เพราะฉะนั้นนับแต่นี้ต่อไปสมาพันธ์จะเป็นคนกำหนดหน้าที่การงานให้กับประชาชนทุกคน เวลานี้ประชาชนทุกคนควรกลับที่พักอาศัยรอคอยการจัดสรรของสมาพันธ์อย่างสงบ ห้ามก่อความวุ่นวายและห้ามออกจากเมืองโดยเด็ดขาดใครฝ่าฝืนจะต้องถูกลงโทษอย่างสาสม"
กล่าวจบเหล่าผู้นำของสมาพันธ์เทพนักสู้ก็สะบัดก้นจากไป ปล่อยให้ประชาชนได้แต่ยืนงงในถ้อยแถลงของพวกเขา พร้อมทำความเข้าใจว่าสิ่งที่พวกตนได้ยินไปเมื่อตะกี้เป็นเรื่องจริงไม่ใช้หูฝาดไปเอง
พอเข้าใจแล้วประชาชนทุกคนยอมไหม?...
ยอมบ้าอะไรละ! ประชาชนทุกคนร่วมด้วยช่วยกันแช่งชักหักกระดูกเหล่าผู้นำสมาพันธ์!
พวกเขาทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อจะได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรี เมื่อไม่มีสัตว์อสูรแล้วพวกเขาจะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาชิงเสรีภาพของตนไปต่อหน้าต่อตา ต่อให้นั่นจะเป็นสมาพันธ์ที่พวกตนร่วมกันสร้างมาก็ตาม
ด่าได้สักพักก็ไม่เห็นว่าผู้นำสมาพันธ์จะสนใจพวกตนประชาชนทุกคนจึงตัดสินใจกลับที่พักรอดูสถานการณ์
หนึ่งเดือนต่อมาเรื่องนี้ก็เผยแพร่ไปทุกๆที่ คำสั่งหน้าที่ก็ตามมา เมื่อเห็นว่าสมาพันธ์จะแย่งอิสระภาพของพวกเขาไปจริงๆ ประชาชนหลายแสนคนก็เพิกเฉยต่อคำสั่งแล้วรวมตัวกันไปประท้วงในสถานที่ตั้งของสมาพันธ์เทพนักสู้เพื่อให้สมาพันธ์ออกมาพูดคุยเจรจาหาทางออกกับพวกตน
แต่น่าเสียดาย...สมาพันธ์กลับไม่คิดจะเจรจาอะไรกับประชาชน ศาสตราวุธที่เคยปกป้องพวกเขาจากสัตว์อสูรก็ได้หันกลับมาเข่นฆ่าพวกเขา!
1 วัน!!
ในบันทึกที่ไป๋กุนหลางอ่านระบุไว้ว่าสมาพันธ์เทพนักสู้ใช้เวลาเพียงหนึ่งวันในการกวาดล้างผู้ประท้วง คนตายเป็นหมื่นเลือดย้อมพื้นจนเป็นสีแดง พอแห้งก็เปลี่ยนเป็นสีดำ ไม่มีใครมาทำความสะอาดปล่อยให้มันเลือนหายไปตามกาลเวลา...
น่าอนาถเสียยิ่งกว่าตอนสัตว์อสูรบุกถล่มชุมชนมนุษย์ซะอีก คนที่เหลือรอดบ้างยอมจำนน บ้างหลบหนีไปตายเอาดาบหน้าในดินแดนอันตรายทั้งสี่ทิศ
คนที่ยอมจำนนจะถูกกรอกยาพิษชนิดพิเศษ ยาพิษชนิดนี้ออกฤทธิ์ไม่ถึงตาย แต่จะเจ็บปวดเจียนตายถ้าไม่ได้ยาบรรเทาพิษตามช่วงเวลา แล้วส่งทุกคนไปเป็นแรงงานทาสที่ดินแดนตะวันตก
ปราบปรามการประท้วงครั้งนี้เสร็จก็ไม่มีผู้ใดกล้าฝ่าฝืนกฎที่สมาพันธ์ตั้งขึ้นอีก สมาพันธ์เทพนักสู้จึงนับว่าเข้าสู่ยุครุ่งเรือง เป็นผู้ควบคุมดินแดนภาคกลางเพียงผู้เดียว
ความรุ่งเรืองของสมาพันธ์เทพนักสู้มีเรื่อยมาจนถึงยุคเทพนักสู้รุ่นที่สิบห้าก็เกิดเรื่องแปลกประหลาดขึ้น อยู่ๆกองกำลังหลักของสมาพันธ์เทพนักสู้ หรือเอาให้ชัดคือกองกำลังหลักของนิกายพุทธ,เต๋า และห้าตระกูลใหญ่ได้เคลื่อนทัพเข้าสู่ดินแดนน้ำแข็งภาคตะวันออกโดยไม่มีใครทราบเหตุผล
ไปนานเป็นปี...
ขาไปว่าน่าตกตะลึงแล้ว ทว่าขากลับน่าตกตะลึงยิ่งกว่า!
กองทัพอันเกรียงไกรเดินทัพไปอย่างเหี้ยมหาญ! เดินทางกลับมาอย่างขบวนผู้ประสบภัยธรรมชาติ! มหาปราชญ์ที่ติดตามกองทัพไปล้วนแต่สิ้นชีพ ยกเว้นเพียงเทพนักสู้ที่แม้จะมีชีวิตอยู่แต่ก็กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ตระกูลที่เหลือก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก!
โดยเฉพาะตระกูลไป๋กองกำลังที่ไปดินแดนน้ำแข็งครั้งนี้ไม่มีใครรอดกลับมาเลยสักคนและพวกเขาก็ไม่มีความแข็งแกร่งพอจะไปง้างปากเอาคำอธิบายจากใคร เรื่องนี้จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นความตกต่ำของตระกูลไป๋ในสมาพันธ์เทพนักสู้
ด้วยความที่กองกำลังหลักได้รับความเสียหายยากที่จะฟื้นฟูในเร็ววัน ทำให้คนที่ถูกกดขี่เห็นโอกาสที่จะสลัดตัวให้หลุดจากการควบคุม ชนชั้นผู้น้อยในสมาพันธ์ก็เห็นโอกาสที่ตนจะได้รับผลประโยชน์…
___________________________
เพราะชนชั้นผู้นำต้องพักฟื้น สมาพันธ์เทพนักสู้หลังจากยกทัพไปภาคเหนือก็มีสภาพเหลวแหลกเละเทะถูกนิกายสราญรมย์แทรกซึมโดยไม่รู้ตัว คนในสมาพันธ์ก็กดขี่ประชาชนตาดำๆเป็นว่าเล่น เห็นชีวิตคนเป็นผักปลา จนทำให้ใครหลายคนทนดูไม่ได้ จึงแยกตัวออกจากสมาพันธ์ไป หนึ่งในนั้นคือ 'อรหันต์ทุกขัง'
อรหันต์ทุกขังเป็นสมณะสูงศักดิ์รูปหนึ่งของนิกายพุทธ มีสิทธิ์ฝึกวิชาประจำนิกาย ทว่าท่านนั้นศรัทธาในวิชาบำเพ็ญทุกกิริยาซึ่งเป็นของสายผู้ฝึกยุทธ์ จึงไม่ฝึกวิชาประจำนิกายที่เป็นสายเจ้าอาคม
แต่ด้วยอัจฉริยภาพของตนอรหันต์ทุกขังก็สามารถผลักดันพลังฝีมือไปจนถึงขีดสุดของระดับปรมาจารย์ได้
เมื่อไม่อาจทนเห็นสภาพอันเหลวแหลกของสมาพันธ์เทพนักสู้ได้ อรหันต์ทุกขังเลยตัดสินใจออกธุดงค์ไปในป่านรกพิษทิศเหนือ ในบันทึกเขียนไว้ว่าอรหันต์ทุกขังเดินทางเข้าไปในป่าจนเจอภูเขาที่แปลกพิสดารลูกหนึ่ง ท่านจึงใช้ภูเขาลูกนั้นเป็นสถานที่บำเพ็ญเพียรภาวนา จนสามารถบัญญัติวิชา 'พิฆาตสังขาร' และก้าวเท้าเข้าสู่ระดับมหาปราชญ์ได้
หลังจากสำเร็จยอดวิชาอรหันต์ทุกขังก็ออกรวบรวมผู้คนในป่านรกพิษแล้วถ่ายทอดวิชาความรู้ให้ก่อตั้งเป็น 'ลัทธินิรทุกข์'
การกระทำนี้ได้ทำให้เทพนักสู้รุ่นสิบหกรู้สึกถึงภัยคุกคาม จึงคิดจะตัดไฟตั้งแต่ต้นลม จึงออกคำสั่งตั้งกองทัพบุกเข้าป่าพิษ หวังทำลายลัทธินิรทุกข์ให้หมดสิ้น!
ผลก็คือ…
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
...คือต้องตัดจบแบบละครไทย
__________________________
เล็กๆน้อยๆไม่โกรธกันนะ..
ขอขอบคุณนะครับที่ติดตามอ่าน