“คนสวยยยยยย”เสียงเจื้อยแจ้วทักทายของยูราดังขึ้น พร้อมวางขนมเค้กให้
“ของฝากจากที่ประชุมนอกเมืองเมื่อวานจ้ะ”
“อ่าาาขอบคุณนะ….ว่าแต่ประชุมเป็ยังไงบ้าง”ฉันหันไปถามยูรา
“อืม ก็ยังนโยบายเดิมนะแต่เห็นว่าไตรมาสหน้า จะปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ประเภทผักผลไม้นิดหน่อยน่ะเตรียมเข้าหน้าหนาว”
“อ่าาางี้ก็ต้องลงพื้นที่วิจัยตลาดเพิ่มอีกน่ะสิ”
เป๊าะ !
“ถูกต้องนะคร้าบบบบ”ยูราทำท่าดีดนิ้วแล้วชูนิ้วโป้งให้ฉัน
“หัวหน้าทีมสวัสดีค่ะ”
เสียงทักทายของสาวๆในแผนกดังขึ้น ทุกสายตาหันไปทางเดียว พลางลุกโค้งคำนับทักทาย
เขาพยักหน้ารับด้วยสีหน้าเมินเฉยเช่นเดิม ก่อนจะมองฉันด้วยหางตาเพียงเสี้ยววินาที
ฉันก้มหน้าลงต่ำจนเขาเดินผ่านไป ถึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่ง อก ภาพจำลางๆ นั้นยังไหลเข้ามาไม่หยุด กล้ามเนื้อมัดโต ที่มือฉันกำลังลูบไล้ผิวขาวเนียนฉบับลูกผู้ดี
เขาคล่อมอยู่บนร่างฉันไหล่กว้างที่แบกขาฉันไว้ ริมฝีปากบางที่ครางชื่อฉันไม่หยุดหย่อนและััที่ร้อนแรงจนฉันใจเต้นระรัวทุกครั้งที่นึกถึง
‘อึกยัยอึนอาบ้า!!! ยัยลามก แกจะนึกถึงภาพนั้นทำไมยะ แค่ครั้งเดียว แค่คืนเดียว อย่าจำอย่านึก อย่าทำเหมือนติดใจเส้!!!’
ฉันสบถด่าตัวเองในใจใช้กำปั้นน้อยทุบหัวตัวเอง ซ้ำๆ
“นี่ๆๆ อกหักจนเพี้ยนหรอนั่งตีหัวตัวเองทำไมยะ” ยูราเข้ามาจับมือฉันไว้ ขมวดคิ้วมอง
“คะ คือปวดหัวหน่อยๆ น่ะ เลยจูนสมอง…”
ปั้ก !
“โอ้ย! ยูราฉันเจ็บนะ” ฉันว้ากใส่ยัยผู้ช่วยอี ที่เอาสันแฟ้มเคาะหัวฉันแล้วเบ้ปากแลบลิ้นใส่
เราแยกย้ายกันทำหน้าที่จนเที่ยงก็พาแก้งเดิม คือฉัน ยัยเพื่อนยูรา และรุ่นพี่อีก 2 คนไปกินข้าวที่โรงอาหารของบริษัทเช่นเดิม
“ว้าวววววันนี้มีซุปกิมจิกับปลาไหลย่างควันด้วยแฮะ”พี่อีกคนพูด แล้วมองกับข้าวตาลุกวาว
“เปิดไตรมาสใหม่ก็เงี้ยสร้างแรงผลักดันในการทำงานซะหน่อย” ยูราพูด
หลังตักข้าวใส่ถาดของใครของมันครบทุกคนแล้วเราพากันมานั่งที่โต๊ะติดหน้าต่าง ขณะกำลังเพลิดเพลินกับปลาไหลย่างเสียงซุบซิบดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่เคยมาเหยียบโรงอาหาร
ปกติเขาจะพกอาหารกลางวันมาทานเองในห้องทำงานส่วนตัวของเขาสาเหตุ(ยูราบอก) เขาว่า มันเสียเวลาทำงาน กว่าจะเดินไป เดินกลับเสียงดังหนวกหูจนหมดอารมณ์กินข้าว….
ทุกสายตาทั้งคนในแผนก และคนแผนกอื่นจ้องเขาเป็ตาเดียว ตัวสูงเด่น หุ่นเพรียว ผิวขาวผมสลวยสีดำ ปากกระจับแดง ตาคม เดินเก๊กหน้าหล่อดิ่งมาทางโต๊ะฉัน
“หะ หัวหน้าทีม”ยูราพูดตะกุกตะกัก
“ขอผม…นั่งด้วยคนนะครับ” คำขอสั้นๆ ที่ทำให้ทั้งโต๊ะถึงกับอ้าปากค้างฉันก้มหน้าแทบมุดจาน จิกเล็บไว้ใต้โต๊ะ เงยหน้ายิ้มแหยๆ ให้
“เชิญค่ะหัวหน้าทีม“
เพื่อไม่ให้เขาเสียหน้าและไม่เป็การเสียมารยาท ในเมื่อคนอื่นพากันอึ้งจนพูดไม่ออกฉันก็ต้องเป็ตัวแทนพูด
เขาวางถาดอาหารลงตรงข้ามฉันแล้วนั่งคีบข้าวเข้าปากแบบโนสนโนแคร์สายตาใครทั้งนั้น
“ไม่กินกันหรอครับ”
เขาเงยหน้ามาถามทุกคนในโต๊ะด้วยเสียงเรียบๆ ผู้ช่วยอีกระแอมกระไอออกมาแล้วเริ่มหันกลับมากินข้าวกันต่อ
ฉันกระเดือกข้าวได้แค่3 คำก็วางช้อนลง เพราะนอกจากจะอึดอัดคนตรงข้ามแล้วยังอึดอัดสายตาพนักงานทั้งบริษัท ไม่เว้นกระทั่งแม่บ้านที่เดินเช็ดโต๊ะอยู่ด้วย
ถึงเขาจะชอบทำหน้าเบื่อโลกเ็า และฝีปากน่ากลัวจนใครๆ ก็ไม่กล้าเข้าหาแต่ต้องยอมรับอยู่อย่างว่าเขาถูกยกย่องให้เป็หัวหน้าทีมที่อายุน้อยที่สุด เท่าที่บริษัทเคยมีมาแถมเขายังเก่ง เนี้ยบ และหัวไวจนบอร์ดบริหารยังไม่กล้าเถียง ว้าวสุดก็หล่อกระชากไส้จนละสายตาไม่ได้อีกด้วย
แต่สำหรับฉันเขาก็แค่... หัวหน้าทีมที่ทำงานเก่งแต่ดูน่ากลัวคนนึง
“อะแฮ่ม เอ่อ วันนี้หัวหน้าทีมไม่พกอาหารมาทานเองหรอคะ” ยูราถาม
“พกครับ…แต่อยากลองมาทานที่โรงอาหารดู เห็นมีหลายคนชมว่าอาหารถูกปาก”เขาพูดพลางเงยหน้าขึ้นมองฉันไปด้วย
‘ยูราพูดกับหัวหน้าทีมค่าาาไม่ใช่ฉัน จะหันมองฉันทำไม’
“คะคือฉันอิ่มแล้วน่ะ ขอตัวก่อนนะ” ฉันพูด
“เอ้า ไหนว่าจะไปซื้อน้ำหวานด้วยกันไง” ยูราถาม
“อ่าาไว้พรุ่งนี้นะ วันนี้ฉันแน่นท้องแล้ว” ฉันบอกพลางยิ้มแห้งให้ยูรา
“ขะขอตัวนะคะ หัวหน้าทีม” ฉันหันไปบอกเขาด้วยเสียงสั่นๆแล้วลุกออกจากโต๊ะ ไม่ทันรอฟังคำใคร
“แปลกๆ ไปนะ ่สองสามวันมานี้นะ”
“ยัยอึนอาก็แปลกทุก่แหละแค่่นี้หนักหน่อยเพราะพึ่งอกหัก”
“อาาเห็นใจเนอะ คบมาตั้งนาน จู่ๆ โดนขอเลิก เป็พี่ก็ช็อคอยู่เหมือนกัน”
สามสาวพูดถึงอีกคนพลางมองอย่างห่วงๆ เขานั่งเงียบฟัง ประหนึ่งเป็อากาศธาตุ คิดตามคำพูดพนักงานในแผนกและคำนึงถึงใบหน้าสาวสวยที่นอนครางใต้ร่างเขา
‘บ้าชิบแค่เห็นหน้า ฉันก็มีอารมณ์อย่างว่าแล้วหรอ’
เขาคิดในใจพลางกัดฟันกรอดเก็บอารมณ์ที่น่าอายนี้