ตอนที่ 29 หมาขี้เรื้อน
"ข้ารู้ตั้งแต่ตอนอยู่ในโรงเตี้ยมตั้งนานแล้วละ พวกเจ้าคือกลุ่มคนที่นั่งกินอาหารในโรงเตี้ยมใช่ไหมละ"
เอี้ยก้วยกล่าวขึ้นมาอย่างเฉยชา สาเหตุที่เอี้ยก้วยรู้ตัวอยู่แล้ว เพราะเอี้ยก้วยสังเกตุพฤติกรรมคนในโรงเตี้ยมอย่างรวดเร็ว ทันทีที่นำเหรียญทองออกมาจ่ายค่าที่พัก เนื่องจากอาจจะมีพวกโลภมากอยากได้เงินแบบสบายๆจากรูปร่างเด็กน้อยแบบเอี้ยก้วยที่มาคนเดียวด้วย จึงทำให้อำนาจของสำนักทมิฬไม่มีผลใดๆกับคนโลภมากเหล่านี้นัก
กลุ่มคนทั้งสิบเมื่อได้ยินดังนั้น ก็ตกใจทันทีที่ไม่นึกว่าเด็กน้อยที่อายุไม่น่าเกิน 15 จะรู้สึกตัวเร็วขนาดนั้น
"หัวหน้าอย่าไปฟังมัน เจ้านี้แค่พูดขึ้นมาลอยๆเฉยๆ"
"ใช่ เด็กตัวแค่นี้นะ จะช่างสังเกตุได้ขนาดนั้น"
"นั่นสิ ข้าว่ามันต้องพูดลอยจนบังเอิญถูกขึ้นมาแค่นั้นเอง"
คนในกลุ่มทั้งสิบที่แม้จะตกใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เชื่อว่าเด็กน้อยที่ดูเหมือนลูกคุณหนูที่ไม่มีพิษมีภัยจะมีไหวพริบ แล้วรู้สึกตัวไหวแบบนั้น
"พวกเจ้าพูดถูก ข้าก็ไม่เชื่อหรอกว่าจะรู้สึกตัวเร็วตั้งแต่แรก เอาละเด็กน้อย ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็ส่งของมีค่ามาให้หมด"
ชายมีแผลบนหน้าที่เป็นหัวหน้าพูดขู่ออกมา
"เฮ้อ มีแต่พวกไม่รักชีวิตตัวเองทั้งนั้น"
เอี้ยก้วยที่รู้อยู่แล้วว่าความโหดร้ายและน่ากลัวของโลกใบนี้เป็นเช่นใด แม้จะใส่ชุดของศิษย์สำนักทมิฬ ก็จะมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่ไม่กลัวอำนาจของสำนักทมิฬ อย่างเช่น พวกกลุ่มโจรตรงหน้า ที่ต้องการเงินมาก จนทำให้ความโลภบดบังความกลัวของตัวเองในที่สุด
"พูดอะไรกันเด็กน้อย ต่อให้เป็นศิษย์สำนักทมิฬ อย่าคิดว่าพวกข้าจะกลัวละ ถ้าข้าฆ่าแกซะ พวกสำนักทมิฬก็ไม่รู้เรื่องนี้แล้ว ต่อให้ข้าปล่อยแกรอดไป แต่ด้วยศิษย์สายนอกอย่างแก คงไม่มีใครจะสนใจเรื่องของแกที่ถูกพวกข้าปล้นหรอก"
ชายมีแผลกล่าวออกมาอย่างมั่นใจ
"ข้าไม่จำเป็นต้องให้ใครรับรู้หรอกว่าข้าจะถูกปล้น เว้นเสียว่าแกต้องการให้ใครได้รับรู้บ้างไหมว่าจะพวกแกไม่มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้แล้ว" เอี้ยก้วยกล่าวเสร็จ ก็แปลงร่างเป็นสัตว์อสูรทันที พร้อมปล่อยกลิ่นอายออกมา
!!!!
"บ้าน่า เจ้าหนูแค่นี้มีระดับยุทธที่เหนือกว่าข้าอีกงั้นหรอ" ชายมีแผลที่ตอนนี้ไม่สามารถสัมผัสพลังฝ่ายตรงข้ามได้ เนื่องจากตัวเองมีระดับยุทธเพียง ผู้ฝึกหัดขั้น 9 เท่านั้น จึงไม่สามารถวัดระดับยุทธที่สูงกว่าได้
"หัวหน้าพูดว่าไงนะ เจ้าหนูที่เป็นแค่ศิษย์สายนอกนี้นะ จะมีพลังสูงกว่าหัวหน้าน่ะ" สมุนคนนึงพูดขึ้นมาด้วยความไม่เชื่อสายตาตัวเอง
ปกติกลุ่มโจรเหล่านี้จะเน้นคนจำนวนเยอะกว่า คอยปล้นชิงเด็กคนรวยที่มีเงินต่างๆที่แวะเวียนเข้ามาที่หมู่บ้านแห่งนี้ ต่อให้เป็นศิษย์นอกสำนักทมิฬ ก็ไม่เคยเกรงกลัว ด้วยตัวหัวหน้าเองเป็นผู้ฝึกหัดอสูรขั้น 9 แบบไร้สังกัด จึงทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีศิษย์นอกคนไหนจะมีระดับยุทธเหนือกว่าตนเองได้
"หึหึหึ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเด็กอย่างแก จะมีระดับยุทธที่สูงกว่าข้า" ชายมีแผลที่หน้ากล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ หลังจากที่รวบรวมสติได้แล้ว จึงแปลงร่างเป็นสัตว์อสูรทันที
ตอนนี้ร่างชายมีแผลที่หน้า มีรูปร่างเป็นหมา ที่มีเขี้ยวอันแหลมคม มีกรงเล็บงอกออกมา
"อ๋อ รูปแบบหมาขี้เรื้อนนั้นเอง" เอี้ยก้วยที่กล่าวอย่างดูถูกจึงไม่สนใจกับร่างแปลงอสูรฝั่งตรงข้ามเลยสักนิด
"แกว่าใคร ว่าหมาขี้เรื้อน นี้คือรูปแบบ หมาล่าเนื้อ อสูรทองแดง 6 เลยนะเว้ย" ชายมีแผลพูดขึ้นมาอย่างภูมิใจ
"แกคงไม่เคยเห็นสัตว์ทองแดงที่สูงกว่านี้แล้วสินะ งั้นข้าจะบอกให้รู้ไว้ ว่านี้รูปแบบเสือลมกรด ระดับเงิน ซึ่งเหนือกว่า ระดับเร่ร่อน อีก" เอี้ยก้วยที่แปลงร่างเป็นเสือลมกรด เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามอ่อนแอเกินไป จึงไม่จำเป็นต้องเผยไม้ตายทั้งหมดออกมา เพียงรูปแบบเสือลมกรดก็พอจัดการโจรกระจอกเหล่านี้ได้แล้ว
เมื่อกลุ่มโจรได้ยินดังนั้นก็อึ้งไปตามๆกัน เนื่องจากไม่เคยเห็นสัตว์อสูรระดับทั่วไปมาก่อน แล้วสัตว์อสูรบนโลกนี้มีหลายหลายสายพันธ์ุจึงยากนักที่จะรู้จักทั้งหมด ยิ่งกับโจรไร้สำกัดที่ไม่มีข้อมูลสัตว์อสูรมาก จึงไม่ตกใจเท่าไรกับตอนแรกที่เอี้ยก้วยแปลงร่างเป็นสัตว์อสูร เพราะคิดว่าคงเป็นสัตว์ระดับทองแดงเหมือนกันเท่านั้น