บทที่16 าครั้งใหญ่ของเมืองพยัคฆ์คราม (1)
เฟยอวี่เห็นหวังเหล่ยทำหน้าแปลกๆก็พอจะเข้าใจอยู่บ้างสิ่งที่หวังเหล่ยได้เห็นมันคงประหลาดเกินไปสำหรับตัวหวังเหล่ย เฟยอวี่พูดกับหวังเหล่ย
"เ้าไม่ต้องคิดอะไรมากมันไม่ใช่เื่ประหลาดแต่อย่างใดเดี๋ยวเ้าก็ชินไปเอง พวกเรากลับเมืองพยัคฆ์ครามกันเถอะงานประชันศาสตราคงจบไปแล้ว" หวังเหล่ยก็พาเฟยอวี่กับไป๋ลี่บินกลับเมืองพยัคฆ์คราม
.........
4ชั่วยามก่อน......
ณ เมืองพยัคฆ์คราม
งานประชันศาสตราได้จบลงไปแล้วพร้อมกับสร้างความตกตะลึกให้กับผู้คนทั่วทั่งงาน
ณ ตระกูลหม่า แม้จะดึกมากแล้วแต่ภายในตระกูลหม่า ยังคงเต็มไปด้วยเสียงของผู้คนที่ยังคงฉลองชัยชนะกันอยู่หม่าซินรุ่ยกับรั่วชิงถูกรายล้อมไปด้วยรุ่นเยาของตระกูลหม่าพร้อมกับคำถามมากมายที่ถาโถมเข้ามา
"คุณหนููซินรุ่ยวิชาที่ท่านกับรั่วชิงใช้มันคือวิชาอันใดกันมันช่างร้ายกาจยิ่งนัก!"
"ใช่ขอรับคุณหนู! แล้วท่านกับรั่วชิงฝึกฝนลมปราณระดับใดกันถึงได้เข้าสู่ระดับ4ได้เร็วนักสอนพวกข้าด้วยได้หรือไม่ขอรับ!?"
"ใช่คุณหนูสอนให้พวกเราด้วย!"
"ใช่!"
"ใช่!"
"สอนให้พวกเราด้วย!"
ขณะเดียวกันหม่าเชาหรงก็เดินเข้ามาตามให้พวกนางไปหาหม่าจือฉวน
"ท่านปู่เรียกข้าหรือเ้าคะ"
"ใช่แล้ว.. เื่ระดับพลังของเ้ากับรั่วชิงและวิชากระบี่ธาตุไฟที่พวกเ้าใช้เป็ฝีมือของเด็กหนุ่มเฟยอวี่สินะ!"
"เ้าค่ะเฟยอวี่เป็คนสอนให้พวกข้า" หม่าซินรุ่ยพยักหน้าตอบ
"เด็กคนนี้คงมาจากนิกายลับที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้ถือว่าเป็โชคดีของตระกูลหม่าตระกูลกัววางแผนมาเป็อย่างดีและเหนือกว่าพวกเราในทุกด้านแต่ตอนนี้ไม่ใช่อีกต่อไปแล้วต่อให้ปะทะกันด้วยกำลังพวกเราก็สู้ได้อย่างไม่มีปัญหา! ว่าแต่เ้าละซินรุ่ยทำไมหนุ่มน้อยเฟยอวี่ถึงได้ใจกว้างสอนอะไรให้เ้าตั้งมากมาย? หรือว่าเขาจะชอบพอเ้า?"
"ไม่ใช้อย่างนั้นสักหน่อยท่านปูเขาก็แค่้าให้ข้าไปเป็ผู้หลอมศาสตราส่วนตัวให้กองกำลังเขาเขาเท่านั้นโดยให้ข้าติดตามเขาเป็5ปีและเขาจะสอนเทคนิคหลอมศาสตราชั้นสูงให้ข้าด้วยเื่ก็มีเท่านี้เ้าค่ะท่านปูไมได้มีเื่ชอบพออะไรสักหน่อย" หม่าซินรุ่ยตอบด้วยท่าที่เคอะเขินเล็กน้อย
ขณะที่เดียวกันเสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดก็ดังไปทั่วเมืองความแตกตื่นโกลาหลปรากฎขึ้นทั่วทั้งเมือง
"สัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดนี่มันหมายถึงเมืองถูกโจมตี!" หม่าจือฉวนพูดด้วยท่าที่ตื่นใ
"พวกเ้าแจ้งทุกคนเตียมตัวเข้าสู่การรบข้าจะไปดูเหตุการที่ประตูเมืองก่อนพวกจัดจัดการระดมพลเสร็จแล้วให้ตามข้าไปที่ประตูเมืองทันที" หม่าจือฉวนพูดก็พุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
"ฟุบ!"
"ฟุบ!"
"ฟุบ!"
"ฟุบ!"
หมาจือฉวนมาถึงกำแพงเมืองก็มีคนอีกสิบกว่าคนตามมาในเวลาไล่เลี่ยกันทุกคนล้วนอยู่ในระดับที่5ขั้นต้นถึงสูงกันทั้งนั้นในนั้นมีเ้าเมืองและกัวเจ๋อเทารวมอยู่ด้วย ทุกคนต่างตกตะลึงเมื่อเห็นภาพตรงหน้าคลื่นสัตว์อสูรที่ดูคร่าวๆแล้วหน้าจะมากกว่าห้าหมื่นตัว
เ้าเมืองที่เห็นเหตุการไม่สู้ดีแล้วก็สั่งหัวหน้าสามาคมค่ายกลให้เปิดการใช้งานค่ายกลคุ้มกันเมืองเต็มกำลัง
"ท่านหลิงเป่ารบกวนฝากท่านจัดการเื่ค่ายกลคุ้มกันเมืองด้วย!"
"ไม่มีปัญหาข้าจัดการเอง!" หัวหน้าสามาคมค่ายกลหลิงเป่าตอบกลับด้วยสีหน้ามั่นใจ
"แม่ทัพหานกู่ท่านระดมพลทั้งหมดเตียมพร้อมสู้รบโดยด่วน!"
"ขอรับท่านเ้าเมือง!" หานกู่ตอบรับแล้วก็รีบไปทันที
"ฟุบ!"
"ส่วนพวกท่านหัวหน้าตระกูลต่างๆข้าโปรดวางความแค้นส่วนตัวลงก่อน ข้า้ากำลังพลจากพวกท่านช่วยสู้ศึกในครั้งนี้ด้วย!"
"ข้าสั่งระดมพลคนของข้าก่อนมาที่นี่แล้วท่านเ้าเมืองโปรดวางใจข้าหมาจือฉวนแยกแยะเื่ใหญ่เื่เล็กได้อยู่แล้ว!" หมาจือฉวนเป็คนแรกที่ตอบ
"พวกข้าก็เหมือนกันเมืองพยัคฆ์ครามก็คือบ้านของพวกเราเหมือนกันพวกข้าย่อมสู้เต็มที่อยู่แล้ว!"
ทั้งหมดรวมทั้งกัวเจ๋อเทาก็พร้อมที่จะทุ่มเต็มที่เหมือนกันถ้าไม่มีเมืองพยัคฆ์ครามตระกูลอันดับหนึ่งจะไปมีความหมายอันใด
ผู้คนทั่วทั้งเมืองต่างอยู่ในความตื่นตระหนกผู้ฝึกยุทธทั่วทั้งเมืองั้แ่ระดับ2ถึง5ล้วนแต่ไปรวมตัวกันที่หน้าประตูเมืองเพื่อสังเกตการณ์แต่พอได้เห็นคลื่นสัตว์อสูรที่มืดฟ้ามัวดินสีหน้าของแต่ละคนล้วนซีดลงอย่างเห็นได้ชัด
"บัดซบทำไมคลื่นสัตว์อสูรคราวนี้มันถึงได้มากมายขนาดนี้กัน!?"
"หรือนี่มัน...จะเป็จุดจบของเมืองพยัคฆ์ครามกัน!?"
"พวกเราคงต้องฝากความหวังทั้งหมดไว้กับท่านเ้าเมืองของเราแล้ว"
"นั้นสินะท่านเ้าเมืองเกือบจะเข้าสู้ระดับ6แล้วและตระกูลหม่าก็มีผู้ทรงพลังระดับ5ขั้นสูงถึง2คนแถมยังมีค่ายกลป้องกันเมืองระดับ5ขั้นสูงสุดอยู่ถึงจะเป็การสู้รบครั้งใหญ่แต่เมืองพยัคฆ์ครามคงไม่ถึงกับล่มสลายหรอกมั้ง!?"
ผู้ฝึกยุทธทั้งหมดต่างสนทนากันด้วยความหวั่นวิตก
ไม่ถึง10นาทีหานกู่นำกองทัพนับหมื่นนายมาถึงหน้าประตูเมืองแล้ว ค่ายกลป้องกันเมืองก็ทำงานแล้วเช่นกันตอนนี้มีบาเรียครอบคลุมทั่วทั้งเมืองพยัคฆ์ครามบาเรียทำหน้าที่ป้องกันทุกสิ่งไม่ให้เข้ามาด้านในแต่ทุกสิ่งที่อยู่ด้านในสามารถทะลุผ่านออกไปได้อย่างอิสระบางเรียครอบคลุมเลยประตูเมืองไปอีกมากพอจะให้กองทัพนับหมื่นนายของหานกู่จัดแถวเตียมสู้รบตอนนี้เป็เวลาเที่ยงคืนแต่ทั่วทั้งเมืองกับสว่างไสวไปด้วยแสงจากหินธาตุแสงที่ส่องมากจากหอคอยตามจุดต่างๆทั่วทั้งเมือง
ตอนนี้หานกู่ยืนควบคุมกองทัพอยู่หน้าเมืองแล้วกองทัพสัตว์อสูรก็ไกล้เข้ามาเรื่อยๆแล้วเช่นกันคนของสมาคมฝึกสัตว์เองก็นำสัตว์อสูรที่ฝึกไว้ประมาน500ตัวมาช่วยด้วยเหมือนกัน รวมทั้งตระกูลต่างๆอีกตระกูลละ 100-200คน กำลังพลทั้งหมดของเมืองพยัคฆ์ครามรวมกันอย่างมากก็ไม่เกิน15,000คนแต่กอททัพของสัตว์อสูรนั้นมีมากกว่า50,000อย่างแน่นอน
ตระกูลหม่าทั้งหมด รวมทั้งหม่าซินรุ่ยและรั่วชิงเองตอนนี้ก็มารวมตัวอยู่บนกำแพงเรียบร้อยแล้วแม้แต่ลู่จื้อเองมาด้วยเช่นกันนางมากับคนของสมาคมการค้าต้าเป่าเพียงแค่10คนเท่านั้นซึ่งแต่ละคนดูแล้วไม่ถนัดการต่อสู้แม้แต่น้อย
"คุณหนูเ้าคะคุณชายเฟยอวี่กับท่านหวังเหล่ยยังไม่กลับมาเลยพวกเราจะทำอย่างไรกันดี!?" รั่วชิงพูดกับหม่าซินรุ่ยด้วยท่าทีกระวนกระวาย
"พวกเราคงทำได้แค่ยื้อเวลาให้ได้นานที่สุดรอจนกว่าเฟยอวี่จะกลับมา!" หม่าซินรุ่ยพูดกับรั่วชิง
ลู่จื้อเองก็ได้ถามคนของสมาคมการค้าต้าเป่า
"พวกเ้าหาผู้าุโไม่เจอเลยงั้นหรือ?"
"พวกเราหาทั่วทั้งเมืองแล้วแต่ไม่พบเลยแม่นางลู่จื้อ! แล้วพวกเราจะหนีออกจากเมืองกันตอนนี้เลยไหม?"
"พวกเ้าไปกันเองเถอะข้าตัดสินใจแล้วว่าจะลาออกจากสมาคมการค้าต้าเป่า!"
"ทำไมละแม่นางลู่จื้อท่านกำลังได้รับตำแหน่งใหม่ที่เมืองขนาดกลางแล้วทำไมถึงได้ลาออกกลางคันแบบนี้!?"
"ข้ามีเหตุผลของข้าที่ตัดสินใจอย่างนี้พวกเ้าไปกันก่อนเถอะฝากคืนตราสัญลักษณ์ของข้าให้ด้วยข้าขออยู่ที่พยัคฆ์ครามต่ออีกสักหน่อย!" ลู่จื้อยื่นตราสัญลักษณ์ให้กับคนของจากสมาคมการค้าต้าเป่า และจ้องมองไปที่คลื่นสัตว์อสูรพร้อมกับคิดบางอย่างในใจ
ตอนนี้คลื่นสัตว์อสูรได้หยุดเคลื่อนไหวแล้วอยู่ห่างจากเมืองพยัคฆ์ครามไปเพียง500เมตร พร้อมกับมีคนหนึ่งคนลอยมาหยุดตรงหน้าบาเรีย! พอหานกู่เห็นคนๆนี้สีหน้าก็ซีดลงอย่างเห็นได้ชัด! คนผู้นี้นับมีรูปร่างเหมือนกับมนุษย์แต่มือและเท้ารวมถึงใบหน้ายังคงเหมือนกับพยัคฆ์เพลิงมันแสดงให้เห็นว่าว่าคนผู้นี้นั้นไม่ใช่มนุษย์แต่เป็สัตว์อสูรที่เข้าสู่ระดับ6และเริ่มที่จะวิวัฒนาการแล้ว ผู้คนทั้งหมดที่อยู่บนกำแพงเหมือนเองต่างก็หน้าซีดไปตามๆกัน
"ท่านเ้าเมืองเหมือนว่าคราวนี้จะแย่แล้วจริงๆ ค่ายกลป้องกันเมืองป้องกันผู้ทรงพลังระดับ4ลงมาได้เท่านั้นมันคงช่วยเรากันพวกสัตว์อสูรระดับ4ลงมา แต่ถ้ามันเจอกับสัตว์อสูรระดับ6ละก็มันสามารถเจาะทะลุเข้ามาได้ง่ายดายการรับมือกับสัตว์อสูรระดับ6คงเป็เื่ลำบากจริงๆ!" หลิงเป่าเอ่ยกับเ้าเมืองสีหน้าไม่สู้ดีนัก
"คงต้องขอแบ่งกำลังคนจากพวกท่านทุกคนแบ่งไปช่วยกันเสริมความแข็งแกร่งให้กับค่ายกลคุ้มกันเมืองแล้วอย่างน้อยก็ให้พวกที่หลุดเข้ามาไม่มากจนเกินไปจะได้พอรับมือได้ส่วนสัตว์อสูรระดับสูงคงจะไม่มาเร็วนักในเมื่อมันมีผู้นำคงต้องให้พวกสัตว์อสูรระดับต่ำตัดกำลังของเราก่อนเสียมากกว่า!"
"ไม่มีปัญหา!" ทุกคนกล่าวตอบเ้าเมือง
"ส่วนข้าจะนำโอสถฟื้นฟูลมปราณทั้งหมดแจกจ่ายให้ทุกคนเอง!" หัวหน้าสมาคมผู้หลอมโอสถกล่าวพร้อมกับสั่งคนของสมาคมผู้หลอมโอสถให้นำโอสถฟื้นฟูลมปราณไปแจกจ่ายตามจุดสำคัญต่างๆของค่ายกลคุ้มกันเมือง
"ความหวังของพวกเราอยู่ที่ค่ายกลคุ้มกันเมืองจะปล่อยให้ค่ายกลหยุดทำงานไม่ได้แค่คนอย่างเดียวอาจจะมีพลังไม่พอ! ข้าขอแนะนำให้ทุกคนนำหินิญญาของพวกท่านไปช่วยเสริมพลังด้วยจะเป็การดีที่สุด!" กัวเจ๋อเทาพูด
"ข้าเห็นด้วยกับท่านกัวเจ๋อเทาทุกอย่าจะผิดพลาดไม่ได้!"
"ใช่ข้าเห็นด้วย!"
"ข้าก็ด้วย!"
หมาจื่อฉวนเองได้ยินแบบนี้ก็รู้เลยว่านี้เป็แผนลดทอนทรัพยากรตระกูลหม่าทางอ้อมตระกูลหม่าได้หินิญญาระดับสูง100,000ก้อนมาจากตระกูลกัวทำให้การเติบโตในอนาคตของตระกูลกัวจะช้าลงอย่างมากต่างกับตระกูลหม่าที่จะเพื่มขึ้นอย่ามาก!