“ช่างเถอะ! นางจะมีอดีตรักพัวพันกับผู้ใดข้าก็ไม่สนใจหรอก ขอเพียงนางช่วยให้ข้ารักษาอาการบ้าๆ นี่หายก็พอแล้ว หากวันหน้านางอยากจะหย่าเพื่อไปใช้ชีวิตกับคุณชายเซียงนั่น ข้าก็มิได้ใส่ใจ”
ลี่เทียนเป่าเลิกคิ้วสูง “จริงรื้อ?”
“เหตุใดเ้าถึงได้ทำเสียงสูงถึงปานนั้น?” ดูจากสีหน้าของสหายแล้ว จีหลุนคิดว่าลี่เทียนเป่าคงจะปกปิดบางอย่างเอาไว้ “พูด!”
กุนซือหนุ่มทำหน้ายียวน เสรินสุราลงจอกเพื่อให้เอาคืนสหาย รอกระทั่งได้ยินเสียงหายใจฟืดฟาดของจีหลุนแล้วก็ยิ้มออกมา
“พอพูดถึงเื่ฮูหยินน้อย ดูเหมือนเ้าจะทนรอไม่ค่อยได้” กุนซือเ้าเล่ห์ยิ้มน้อยๆ แสร้งรินสุราช้าๆ “ข้าบอกเ้าไม่ได้ นี่เป็ความลับ์ ข้าว่าเ้าทำสิ่งที่ควรทำไปเถอะ สักวันเ้าก็จะรู้เองล่ะ”
“ทุกครั้งที่เ้าไม่อยากจะเปิดปากก็เอาแต่อ้างประโยคนี้ ข้าล่ะเคืองจนอยากจะชกเ้าสักหมัดสองหมัดจริงๆ”
“เหล่าจี อย่าลืมว่าเ้ายังต้องใช้งานข้า การทุบตีมิใช่เื่ที่ควรกระทำ ร่างกายข้าออกจะบอบบาง ไม่อาจจะสู้ท่านแม่ทัพผู้เกรียงไกรอย่างเ้าได้หรอก ขอร้องว่าเ้าอย่าคิดทำร้ายข้าดีกว่า”
“ช่างเถอะๆ ความดีความชอบของเ้าในหลายปีนี้ที่ช่วยหายามารักษาข้า ก็ถือว่ากลบเื่ครั้งนี้ไปได้” แม่ทัพหนุ่มโบกมือปัดไปมา
“สหายแม่ทัพ คืนนี้เ้าก็อย่าลืมพิชิตศึกบนเตียงให้สำเร็จด้วยเล่า ข้าจะรอฟังข่าวดีวันพรุ่งนี้”
กัวเอินถงยิ้มน้อยๆ อยู่บนรถเข็น เมื่อแม่สามีใจดีชวนนางไปดูแปลงปลูกดอกไม้ที่สวนด้านหลัง หยวนจู้เข็นรถฮูหยินน้อยตามหลังกั๋วฮูหยินไปช้าๆ ส่วนเหย้าหลีที่ยืนอยู่ด้านหลัง พยายามมองไปรอบๆ เพื่อจดจำตำแหน่งของเรือนและทางเดินภายในวังจีทีละส่วน
พ่อบ้านต้วนเหลือบมองนางแล้วยกยิ้มมุมปาก เขาเดินอยู่เยื้องด้านหลังกั๋วฮูหยิน มีสาวใช้สี่คนที่เดินตามหลังภรรยาเ้าของเรือนขวางอยู่ระหว่างตัวเขาและสาวใช้ของฮูหยินน้อย
“เสี่ยวถง ว่างๆ เ้าก็ให้สาวใช้เข็นรถออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์บ้าง อุดอู้อยู่ในเรือนเช่นนั้น ร่างกายจะอ่อนแอเกินไป”
“เ้าค่ะ”
หญิงสาวมองซ้ายมองขวา “ท่านแม่เ้าคะ วังจีใหญ่มากจริงๆ ใหญ่กว่าเรือนของข้าที่ดินแดนเซี่ยงซาวานหลายเท่านัก”
กั๋วฮูหยินยิ้มภาคภูมิใจ “ก็ย่อมเป็เช่นนั้น ในเมื่อสกุลจีคือหนึ่งในผู้ก่อตั้งแคว้นิ จวนของห้าสกุลล้วนมีพื้นที่กว้างขวางและใหญ่โต แต่เ้าก็คงรู้ข่าวแล้วว่าบัดนี้เหลือเพียงสี่สกุล”
“เ้าค่ะ”
กัวเอินถงได้อ่านจดหมายข่าวนกกระจิบฉบับย้อนหลังที่เซียงเจียสวี่ซื้อกลับไปฝากปึกใหญ่ ในนั้นมีข่าวการก่อฏของสกุลสำคัญในแคว้นิ
แม้แผ่นดินเซี่ยงซาวานจะอยู่ห่างไกลแต่ไม่อาจจะขาดการรับข่าวสารจากแคว้นและเผ่าที่อยู่รายรอบเพราะทุกความเปลี่ยนแปลงย่อมจะเกิดผลกระทบกับชนเผ่าทั้งห้าไม่มากก็น้อย
ครั้นคนทั้งหมดไปถึงแปลงดอกไม้ขนาดใหญ่ด้านหลัง กัวเอินถงก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจ “สวยจริงเ้าค่ะท่านแม่”
กั๋วฮูหยินสุดแสนภาคภูมิใจกับคำชม นางรีบชี้ชวนให้ลูกสะใภ้ดูดอกไม้ที่กำลังบานงดงามอยู่ตรงหน้า
“ดอกกุหลาบพวกนี้ กว่าจะได้มาหลายสายพันธุ์อย่างที่เ้าเห็น ต้องใช้เวลาหลายปี ข้าคอยควบคุมดูแลบ่าวรับใช้ให้ดูแลพวกมันอย่างทนุถนอมทุกเช้าค่ำ และตอนหลังข้าก็เป็คนเริ่มผสมให้มันมีดอกหลายๆ สี”
“ท่านแม่เป็คนผสมเองเลยหรือเ้าคะนี่?”
“อืม...เ้าชอบสีไหนก็เลือกตัดไปสิ ข้าอนุญาต”
“ขอบพระคุณเ้าค่ะ”
กัวเอินถงมองดูแปลงกุหลาบหลากหลายสีตรงหน้าแล้วยิ้มกว้าง นางชี้ให้เหย้าหลีเข้าไปตัดมาสิบก้าน
อาหารค่ำวันนั้น จีหลุนที่กลับมาร่วมโต๊ะแปลกใจที่ได้เห็นมารดาและภรรยาพูดคุยกันอย่างถูกคอ พอกัวเอินถงเข้าเรือนนอนไป ท่านชายจึงแอบไปสอบถามกับพ่อบ้านต้วน
“ฮูหยินน้อยทำสิ่งใดบ้าง? เหตุใดจึงได้สนิทสนมกับท่านแม่ขนาดนั้น?”
“ระยะนี้ นางไปเฝ้าฮูหยินใหญ่ที่เรือนปักเย็บขอรับ ตกเย็นก็ตามไปที่แปลงดอกไม้ในสวนด้านหลัง”
“อืม...คงจะเริ่มแล้วสินะ”
“ขอรับ ข้าน้อยแอบเห็นแม่นางเหย้าดูเหมือนจะพยายามจดจำผังภายในวังจีอยู่ ท่าทางพวกเขาคงมีสิ่งที่้าในวังจีอย่างที่ท่านชายสงสัย”
“ฝากเ้าด้วยนะ พ่อบ้านต้วน”
จีหลุนที่อาบน้ำเรียบร้อยเดินนำหน้าจิ่งอี้ไปยังเรือนของฮูหยินน้อย เมื่อเปิดประตูเข้าไปนางก็ถูกอุ้มขึ้นไปนั่งรอบนเตียงเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวยิ้มให้เขาอย่างอ่อนหวาน
“ท่านพี่ วันนี้ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบาย เรารีบเข้านอนกันเถอะเ้าค่ะ”
กัวเอินถงในชุดนอนสีฟ้าอ่อน สยายผมงดงามนั่งเอนหลังพิงหัวเตียง
จีหลุนมองใบหน้าของนางแล้วไล่ต่ำลงไปตามลำคอ ผ่านเนินเนื้อนุ่มที่ยามโอบกอดบดเบียดหน้าอกเขาจนร้อนผ่าวจนถึง่เอวคอดของนาง เขาเผลอกลืนน้ำลายเล็กน้อยเมื่อนึกถึงแผ่นหลังเปล่าเปลือยเนียนละเอียดที่ได้ลูบไล้
“อืม...ดีเหมือนกัน วันนี้ข้าก็รู้สึกเหนื่อยๆ ออกไปข้างนอกทั้งวัน”
เขาหลบเข้าหลังฉากแต่งตัว ถอดเสื้อตัวนอกออกเหลือเพียงชุดนอนข้างใน พอกลับออกมาอีกทีก็เห็นกัวเอินถงนั่งจ้องมาทางเข้าราวกับกำลังห่วงว่าเขาจะไม่รีบขึ้นเตียง
“เมื่อวานข้าว่ายังไม่ค่อยดี”
“เอ๋? ถ้าอย่างนั้นต้องทำอย่างไรหรือเ้าคะ?”
“ข้ากับเ้าลองถอดเสื้อให้หมดทั้งสองคนก็แล้วกัน”
แก้มสองข้างของกัวเอินถงสุกปลั่ง ั์ตาของนางคล้ายพร่าพรายไปชั่วขณะ ทั้งหูยังเหมือนจะอื้อไปครู่หนึ่ง
“ท่าน ท่านพี่ว่า....”
“ใช่ คืนนี้ข้า้าให้เ้ากับข้าลองถอดเสื้อให้หมดแล้วกอดกันนอนดู ข้าอยากจะรู้ว่าร่างกายของข้าจะรู้สึกมากกว่าเมื่อวานนี้หรือไม่?”
หญิงสาวใเมื่อได้ยินถ้อยคำย้ำชัดหนักแน่น นางยังไม่ทันได้พูดสิ่งใด จีหลุนก็ถอดเสื้อของเขาออกพาดไว้บนหัวเตียง กัวเอินถงตะลึงมองแผงอกกำยำ สายตาของนางหยุดนิ่งลงที่รอยสักพระจันทร์เสี้ยวสีทองบนหน้าอกของเขา ก่อนจะมองต่ำลงไปยังกล้ามเนื้อที่เป็ลูกคลื่นบน่ท้อง
ใช่ว่านางจะไม่เคยเห็นบุรุษเปลือยส่วนบน แต่เป็เพราะ...เขากับนางต้องแนบชิดร่างกายกันและกัน
กัวเอินถงยังไม่ทันจะกล่าวสักคำออกมา เขาก็ดึงเชือกผูกเอวของนางออกแล้วเปลื้องเสื้อตัวนอกของนางอย่างรวดเร็ว
“ดะ เดี๋ยวก่อนเ้าค่ะ”
“ช้าอยู่ไย เ้าเป็คนบอกเองว่าเราต้องรีบเข้านอนไม่ใช่หรือ? ในเมื่อจะรีบเข้านอนก็รีบถอดเอี๊ยมออกเถิด”
จีหลุนทั้งพูดทั้งเอื้อมมือไปด้านหลังเอวแล้วกระตุกเชือกผูกเอี๊ยมออก พอดึงเอี๊ยมออกทางศีรษะแล้ว เขาค่อยก้มหน้าลงมาเล็กน้อย ครั้นได้เห็นปทุมถันอันอวบอิ่มขาวสล้างของนางเต็มสองตา เขาก็สะดุ้งเบาๆ
เพื่อมิให้ตนเองทำกับนางเกินเลย เขาจึงเงยหน้าขึ้นแล้วประคองนางให้นอนลง “พวกเรา รีบๆ นอนกันเถอะ”
เขาดึงเอาผ้าห่มมาปิดตัวนางไว้จนถึงคอ กัวเอินถงยกสองมือขึ้นบังหน้าอกของนางไว้ ชายหนุ่มล้มตัวลงดึงนางเข้ามากอด
“เ้าเอามือออก แล้วกอดข้าเอาไว้”
หญิงสาวอิดออด ใบหน้าหน้าร้อนผ่าว
“แต่...แต่ว่า...”
“ตกลงเ้าจะรักษาอาการป่วยให้ข้าหรือไม่? หรือว่า้าให้ข้าฆ่าพี่ชายของเ้าแทน” เสียงของเขาเข้มขึ้น
“อย่าเ้าค่ะ ข้าจะทำตามที่ท่านบอก”
นางยื่นสองแขนมากอดเอวของสามีเอาไว้ แนบใบหน้าเข้าใกล้กับ ไหปลาร้าของเขา หัวใจของจีหลุนเต้นระทึกพอๆ กับหัวใจของนาง
จีหลุนรู้สึกร้อนวาบขณะที่ก้อนเนื้ออวบอิ่มบนหน้าอกของนางบดเบียดกับอกของเขา...ครู่หนึ่งก็แผ่ไปทั่วร่าง
******************
ไรเตอร์แนะนำ...อีบุ๊กเื่ "เว่ยเว่ยสาวน้อยสลับิญญา"
