มหาศึกห้าแผ่นดิน

    ตอนที่ 106 ศึกราชาเทพอสูรถล่มเมือง

    “ ใครจะอัญเชิญราชาเทพครุฑมาได้เล่า” ราเชนเอ่ยออกไป แต่ในใจเริ่มรู้สึกใจคอไม่ค่อยดี เท่าไร

    “ ก็เจ้าไง”

    “ ข้าอย่างนั้นเร๊อะ?”

    “ ใช่แล้ว โลหิตของเจ้ามีสายเลือดเทพ ดังนั้นการอัญเชิญราชาเทพครุฑนั้นไม่ยาก อย่างแน่นอน เพียงแต่ว่า เจ้าอาจต้องสูญเสียพลังไปไม่น้อย ก็เท่านั้น”

    “ เท่านั้น? ไหนแค่บอกให้ชาวบ้านหนีไปไง ทำไมต้องให้ข้าอัญเชิญราชาเทพครุฑด้วยเล่า?”

    “ หากเจ้าไม่หยุดราชาเทพอสูรนาคาเอาไว้ เกรงว่าชาวเมืองที่คงเหลือรอดไม่ถึงครึ่ง สมบัติที่ข้าเอ่ยก็อาจจะถูกดูดกลืนจมอยู่ใต้บาดาล ไม่อาจนำออกมาได้”

    ราเชนถอนหายใจออกมา แต่ด้วยความอยากได้ทองคำ จึงรวบรวมความกล้าขึ้นมา เพราะเขาเคยอัญเชิญเทพหมูป่ามาก่อน คิดว่าไม่น่ายาก

    “ แล้วข้าต้องทำอย่างไร”

    “ คัมภีร์พระไตรปิฏกนั้น ทำมาจากแผ่นหนังราชาเทพครุฑ เจ้าหยดเลือดของเจ้าลงไป ที่ส่วนหลังของคัมภีร์ ที่เป็นแผ่นหนังที่อักขระยันต์ประทับอยู่ จากนั้น คาถาอัญเชิญราชาเทพครุฑจะปรากฏต่อหน้าเจ้า แล้วเจ้าก็รีบท่องออกมา

    ราชาเทพครุฑจะมาประทับที่ร่างของเจ้า”

    ราเชนหยิบคัมภีร์พระไตรปิฏกออกมา เห็นด้านหลังมีอักขระโบราณเขียนเอาไว้ จึงพยักหน้า เทพประจำเมืองเล่ออันกล่าวเสริมต่อว่า

    “ แต่ทว่าการต่อสู้ของราชาเทพอสูรทั้งสอง นั้นจะทำให้สิ่งก่อสร้างในเมืองเล่ออันถูกทำลายจนราบ ชาวบ้านทั้งหลายคงไม่รอดพ้นจากรัศมีพลังของเทพอสูรทั้งสองที่ปะทะกัน  เจ้าต้องรีบไปบอกพวกเขาให้รีบหนีไปให้ไกลที่สุด จากเมืองเล่ออันแห่งนี้”

    “ ตกลงข้าจะรีบไปบอกทุกๆ คนให้รีบหนีไปก่อนตะวันตกดิน คราวนี้บอกข้าได้หรือยัง ว่าสมบัติเหล่านั้นอยู่ที่ไหน?”

    “ เอาไว้ให้ชาวบ้านปลอดภัยก่อน แล้วข้าจะบอกเจ้าเอง”

    “ เฮ้..แบบนี้ไม่ดีแน่ หากว่าท่านหลอกลวงข้าเล่า ข้าไม่ได้เห็นแก่ตัวนะ แต่ว่าคราวก่อนข้าก็ช่วยเทพประจำเมืองเปี้ยนเฉิน แต่กลับไม่ได้อะไรเลย ครั้งนี้ข้าต้องมีทุนในการทำความดี ต่อไป หวังว่าท่านคงจะเข้าใจข้า”

    “ ก็ได้ สมบัติตอนนี้อยู่ในจวนเจ้าเมือง เอาไว้เจ้าทำสำเร็จ ข้าจะบอกเส้นทางเข้าห้องสมบัติให้”

    “ ตกลงตามนี้”

    ราเชนตบมือกับ เทพประจำเมือง แล้วพุ่งตัวออกไปจากสุสานวังบาดาลทันที

    พอขึ้นไปได้ สุสานก็ถล่มลงมาน้ำไหลทะลักเข้าท่วมจนหมด แผ่นดินก็เริ่มสั่นไหวแรงขึ้น จนศาลเทพอสูรนาคาด้านบนถึงกับทรุดตัวพังราบไปจนหมด

    เห็นเล่าขุยกับหลางตงยืนรอเขาอยู่เพียงสองคน

    “ นายท่าน เป็นอะไรหรือไม่”  ทั้งสองเอ่ยพร้อมๆ กัน

    “ ไม่เป็นไร ตอนนี้พวกเจ้าทั้งสอง รีบไปบอกคนของเรา ว่าเมืองเล่ออันใกล้จะถล่มแล้ว ให้รีบอพยพก่อนตะวันตกดิน ไปรอข้าที่เมืองหลวง เสร็จงานแล้วข้าจะตามไป”

    หากเป็นเมื่อก่อนทั้งสองคงต้องสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด แต่ตอนนี้พวกเขาถูกสะกดวิญญาณ คำพูดของราเชนทั้งหมด จึงคล้ายกับประกาศิตไม่อาจโต้เถียงได้ จึงรับคำสั่งแล้ว พุ่งตัวออกไปในทันที

    ราเชนก็รีบกลับไปบอกกับ ศิษย์พี่ถูเอ้อหนานของเขา ซึ่งได้แต่สอบถามรายละเอียด แต่ก็ยังอดที่จะเอ่ยเตือนออกมาไม่ได้

    “ ศิษย์น้อง แม้นว่าข้าจะเชื่อคำพูดของเจ้า แต่คนอื่นๆ คงไม่มีใครเชื่อเจ้าในเรื่องนี้อย่างแน่นอน”

    “ นั่นซินะ แล้วจะบอกอย่างไรให้พวกเขาเชื่อกันดี”

    “ เรื่องนี้ เจ้าไปปรึกษาท่านผู้ตรวจการซ่งฉีก่อน ส่วนข้าจะรีบอพยพครอบครัวในตอนนี้เลย”

    ถูเอ้อหนานเชื่อคำของราเชนอย่างสนิทใจ ส่วนเสี่ยวตี้ พอได้ฟังก็ได้แต่สงสัย แต่พอรู้ว่า ถูเอ้อหนานจะไปเมืองหลวง ก็รีบเก็บข้าวของตามไปในทันที

    ส่วนราเชนนั้นกำลังไปที่ว่าการศาล ก็พบว่าระหว่างทางมีทหารรักษาเมือง ต่อสู้กับทหารองครักษ์จากเมืองหลวง มีศพคนตายเกลื่อนเมือง ชาวบ้านต่างแตกตื่น วิ่งหนีหลบเข้าไปในบ้านของตน อย่างหวาดกลัว ราเชนรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่าง รีบพุ่งตัวไปที่ว่าการศาลเมืองเล่ออันทันที พอไปถึงก็พบว่า มีทหารเมืองรักษาเมืองประมาณสองพันคน ล้อมที่ว่าการศาลเอาไว้ทั้งหมด มีแต่ทหารรักษาเมืองมากมายเคลื่อนพลเข้าไปในที่ว่าการศาลเป็นจำนวนมากก ราเชนได้แต่จับตัวทหารรักษาเมืองผู้หนึ่งเอาไว้ แล้วสอบถามเรื่องราวทั้งหมด

    จึงรู้ว่า ตอนนี้ เจ้าเมืองเล่ออันและลูกชายทั้งสองคน จับตัวองค์ชายเก้าและองค์ชายสิบสี่เอาไว้ คนอื่นๆ ก็ถูกจับกุมเอาไว้ทั้งหมด

    ราเชนเลยเปลี่ยนเสื้อผ้าสวมชุดทหารแล้วเดินตามคนอื่นๆเข้าไปด้านใน

    ห้องโถงด้านใน เจ้าเมืองเล่ออัน นั่งเป็นประธานอยู่กลาง ลูกชายแม่ทัพว่านโฉวยืนด้านข้างขวา พร้อมกับรองแม่ทัพอีกสองคน มีคุณชายว่านโถวยืนอยู่ด้านซ้าย กับมือปราบซื่อจื่อห้าว ทั้งสองแต่งชุดทหารเต็มยศ ถัดมามีชายแต่งกายด้วยชุดนักบวชคล้ายกับนักพรตเซี่ยเหมิน ด้านข้างมีขุนพลวิญญาณหนึ่งตน ยืนอยู่ 

    องค์ชายเก้า องค์ชายสิบสี่ ผู้ตรวจการซ่งฉี องครักษ์หญิงอู่เสีย มือปราบเต๋อคุน หัวหน้าศาลเมืองเล่ออัน ทั้งหมดถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวน มีซากศพของทหารองครักษ์ตายเกลื่อนกลาดทั่วบริเวณศาล 

    พวกทหารที่ถูกพาเข้ามา ก็เพื่อที่จะมานำซากศพของเหล่าองครักษ์ที่ตายออกไปจากที่นี่นั่นเอง

    “ รีบขนออกไปเผาให้หมด อย่าชักช้า ด้านนอกยังมีอีกเยอะ” หัวหน้าทหารผลักราเชนให้รีบขนศพทหารองครักษ์ที่นอนตายอยู่ลานหน้าห้องโถง แต่ราเชนกลับแสดงท่าอาเจียนออกมา หัวหน้าเลยไล่ให้ไปอาเจียนข้างนอก แต่ราเชนเลยกลับหลบเข้าไปในห้องโถงด้านใน

    “ เจ้าเมืองเล่ออัน เจ้าคิดกบฏยังงั้นเร๊อะ” องค์ชายเก้าเอ่ยอย่างโกรธแค้น

    “ พวกเราทำขนาดนี้ องค์ชายยังถามพวกเราอีกรึ? เจ้านี่ช่างโง่เสียงจริงๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

    คุณชายว่านโถวเอ่ยออกมา พร้อมกับ ใช้เท้าถีบเข้าหน้าอกขององค์ชายเก้าจนล้มหงายท้องไปที่พื้น

    “ พวกเจ้าทำเช่นนี้ทำไม” องค์ชายสิบสี่เอ่ยออกมา อย่างไม่กลัวเกรง

    “ เผ่าเซี่ยของข้า รอโอกาสนี้มานานมากแล้ว รอให้ท่านนักพรตเซี่ยเหมินปลุกชีพเทพอสูรนาคาให้ได้เสียก่อน แล้วข้าจะนำทัพบุกเข้าถล่มเมืองหลวง โค่นล้มราชวงศ์จางให้สิ้นซาก เผ่าเซี่ยของข้าจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

    “ ไม่มีทาง ไต้ซือน้อยทำลายพิธีของพวกเจ้าไปแล้ว ไม่มีทางที่พวกเจ้าจะทำสำเร็จอย่างแน่นอน” มือปราบเต๋อคุนแค่นเสียงออกมา พร้อมกับกระอักเลือดเพราะได้รับบาดเจ็บ

    “ ไม่มีทาง หลวงจีนคนเดียวไม่มีทางสู้กับ ศิษย์พี่ของข้าได้อย่างแน่นอน” นักบวชชุดขาววัยกลางคนเอ่ยอย่างมั่นใจ แต่เจ้าเมืองเล่ออัน ก็เอ่ยถามออกมาว่า

    “ นักพรตเซี่ยอิง ท่านมั่นใจขนาดนั้น แต่ทำไมป่านนี้ศิษย์พี่ของท่านยังไม่ออกมาเสียทีเล่า”

    “ ข้าส่งคนไปดูแล้ว ศาลเทพอสูรนาคาถูกแผ่นดินไหวถล่มจมดินไปแล้ว ข้ามั่นใจว่าศิษย์พี่ของข้า สามารถปลุกชีพเทพนาคาสำเร็จแล้ว แต่ว่า ไม่รู้ว่าตอนนี้ศิษย์พี่เป็นอย่างไรกันแน่”

    “ ไม่ได้นะ หากว่าท่านนักพรตเซี่ยเหมินไม่ปรากฏตัว หากเทพอสูรนาคาตื่นขึ้นมา แล้วใครจะควบคุมมันได้เล่า”

    “ อย่าได้กังวลไป ที่เมืองหลวงยังมีอาจารย์ของข้าอยู่ท่านต้องมีวิธีจัดการกับ เทพอสูรนาคาอย่างแน่นอน ตอนนี้ข้าสัมผัสได้ว่า เทพอสูรนาคากำลังจะฟื้นคืนชีพแล้ว แผ่นดินไหวขนาดนี้ อีกไม่นานเมืองเล่ออันต้องพินาศแน่ พวกเราต้องรีบออกจากเมืองรอศิษย์พี่ของข้าก่อน พวกท่านรีบๆ จัดการพวกมันก็แล้วกัน” นักพรตเซี่ยอิงเอ่ย

    เจ้าเมืองเล่ออันพยักหน้าให้กับลูกชายทั้งสองคนทันที

    “ ข้าขอเป็นคนตัดหัว เจ้าองค์ชายเก้านี่กับมือของข้าเอง อดทนกับความหยิ่งยโสของมันมานานแล้ว” คุณชายว่านโถวกำดาบใหญ่ในมือแน่น แล้วเดินเข้ามาหาองค์ชายเก้าที่ทำท่าแตกตื่นตกใจ

    “ อย่านะ ข้าคือองค์ชายเก้าแห่งราชวงศ์จาง เจ้า.. เจ้า...”

    คุณชายว่านโถว ใช้เท้าเหยียบหน้าอกขององค์ชายเก้า พร้อมกับจะลงมือฟันที่หัวของเขา แต่ทว่า คมดาบกำลังจะฟันลงมา ก็มีมีดดาบขนาดใหญ่ถูกขว้างออกมาจากหน้าประตูห้องโถง 

    ฉัวะ !!!  อ๊ากกกก !!!!!!

    คมมีดตัดเข้าที่แขนที่ถือดาบขององค์ชายว่านโถวจนขาดกระเด็น เสียงร้องของคุณชายว่านโถวดังลั่น ราวกับหมูถูกเชือด ซื่อจื่อห้าวรีบเข้าไปประคอง ทุกสายตามองไปที่ประตูทางเข้า เห็นชายแต่งกายชุดทหารรักษาเมืองผู้หนึ่งยืนยิ้มอยู่ เป็นราเชนนั่นเอง

    “ อมิตาพุทธ เวรกรรม เวรกรรม กลับวัดคราวนี้ อาตมาคงต้องปลงอาบัติ ขนานใหญ่”

    “ หลวงจีนบ้า เจ้า…กล้าตัดแขนข้า ทหารฆ่ามัน เอาหัวมันมาให้ข้าเดี๋ยวนี้” คุณชายว่านโถวกัดฟันตะโกนออกไป แม้เลือดจะทะลักออกจากแขนก็ตาม

    แต่ว่า ราเชนนั้นกลับหลับตา ด้านนอกกลับมีเสียงระเบิดดังราวกับประทัดฉลองปีใหม่ กลุ่มควันคละคลุ้งไปทั่ว จากนั้นในมือของราเชนก็เหวี่ยงระเบิดควันพิษออกไปอีกหลายลูก

    ทหารที่อยู่ด้านนอก และ ด้านใน กำลังจะเข้าหาราเชน พอสูดควันพิษเข้าไป ก็ ถึงกับทรุดตัวลงไปกับพื้น 

    “ ควันพิษสลายพลัง ไอ้บ้า นี่แกมียาพิษเช่นนี้ได้ยังไงกันเนี่ย”

    คุณชายว่านโถวเอ่ยอย่างตกใจ เพราะเขาสัมผัสกับควันพิษสลายพลังมาแล้ว

    เจ้าเมืองเล่ออัน แม่ทัพว่านโฉว รองแม่ทัพทั้งสอง และ นักพรตเซี่ยอิง พยายามกลั้นลมหายใจ แต่ก็ไม่อาจทำได้ ถูกพิษกันทุกๆ คนไม่เว้นแม้แต่ องค์ชายเก้า องค์ชายสิบสี่ ผู้ตรวจการซ่งฉี องครักษ์หญิงอู่เสียและ มือปราบเต๋อคุน

    แต่ทันใดนั้นเอง นักพรตเซี่ยอิง ก็ขยับแขนเขย่าระฆังควบคุมวิญญาณจนมีเสียงดังออกมา

    “ ฆ่ามัน”

    ขุนพลวิญญาณ ลืมตาขึ้นมา พร้อมกับตะวัดดาบง้าว พุ่งเข้าหาราเชน อย่างรวดเร็วราวกับภูตพราย แต่ไม่ทันได้เข้าใกล้วราเชนเหวี่ยงมีดนิรนามออกไปปักเข้าที่ หัวใจของมัน ร่างของขุนพลวิญญาณแตกสลายไปในทันที ราเชนดูดมีดสั้นนิรนามกลับมาไว้ในมือของตนทันที

    “ บอกมาเดี๋ยวนี้ เทพบุตรเทวะศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่ไหน”

    ราเชนเอ่ยเสียงเข้ม เพราะเขาสงสัยว่า ผู้บงการและสงสัยเหล่าขุนพลวิญญาณที่เหลือหายไปไหนกันแน่

    “ เจ้าไม่มีทางได้รู้หรอก เพราะเจ้าจะต้องตายในไม่ช้านี้”

    นักพรตเซี่ยอิงยังปากดี ราเชนถึงกับขมวดคิ้ว แต่พอเห็นพวกมันทุกคน นำเพชรสีแดงออกมา แล้วกระแทกเข้าหน้าผากของตัวเอง ก็ถึงกับตกใจถอยหลัง ออกมาทันที

    “ บ้าเอ้ย พวกมันมีเพชรนาคาแบบนี้ กี่เม็ดกันแน่?”

    ราเชนรีบคลายพิษให้กับทุกๆ คน แล้วรีบเอ่ยอย่างรัวๆ ว่า

    “ รีบออกไปจากเมืองนี้ ก่อนตะวันตกดิน ราชาเทพอสูรนาคา กำลังตื่นขึ้นมาแล้ว”

    ราเชนพูดจบ พื้นดินก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอีกครั้ง พวกของเจ้าเมืองตอนนี้ใบหน้าเริ่มกลายเป็นเกล็ดคล้ายกับงู อ้าปากมีเขี้ยว ลำตัวยาวเหมือนพญานาค หัวมีหงอนสีเงิน แต่ละคนแปลงร่างกลายเป็น งูใหญ่ยักษ์ ขนาดไม่เท่ากัน มีเพียง เจ้าเมืองเล่ออันกับ นักพรตเซี่ยอิง มีขนาดที่ใหญ่ที่สุด แต่ยังไม่ใหญ่เท่ากับ นักพรตเซี่ยเหมิน

    ทหารรักษาเมืองที่เห็นเจ้านายกลายเป็นอสูรนาคาหมดแล้วก็แตกตื่นตกใจยิ่งนัก

    ราเชนรีบนำยาแก้พิษให้พวกเขาดม  ผู้ตรวจการซ่งฉีเลยสั่งการให้พวกทหารรีบหนีออกไป และสั่งให้ไปบอกชาวบ้านให้อพยพเป็นการด่วน

    “ องค์ชายเก้า นี่คือคัมภีร์พระไตรปิฏก หวังว่า องค์ชายสิบสี่คงจะไม่ถูกกล่าวโทษอีกแล้วนะ”

    “ เฮอะ เขาไม่ได้เป็นนักโทษอีกต่อไปแล้ว”

    ราเชนถึงกับมองหน้าองค์ชายสิบสี่ที่ยิ้มแล้วบอกว่า

    “ เมื่อเช้าเสด็จพ่อ มีพระราชโองการมาอภัยโทษ แล้วให้ข้ารีบกลับเมืองหลวงโดยด่วน ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร”

    “ ดี ถ้าเช่นนั้น พวกท่านรีบไป เมืองนี้อยู่ไม่ได้แล้ว ข้าจะนำคัมภีร์กลับวัดเอง”

    ราเชนเอ่ยจบ รองแม่ทัพสองคนที่กลายเป็นอสูรนาคาก็พุ่งเข้าโจมตีราเชนพร้อมกันทั้งสองตัว พวกมันอ้าปากพร้อมกับแย่งกันขย้ำร่างของราเชน แต่ทว่าราเชนกลับขว้างระเบิดยันต์เข้าปากของมันไป พร้อมกันทั้งสองตน

    ตูม ! ตูม !!

    หัวของพวกมันถึงกับระเบิดแตกกระจาย คืนร่างเป็นรองแม่ทัพเหลือแต่ร่างแต่ไร้ศรีษะทั้งสองคน

    “ รีบหนีไปเร็ว ข้ามีระเบิดอีกเพียงไม่กี่ลูกเท่านั้น” ราเชนตะโกนเตือนทุกๆ คน

    เขาคว้าระเบิดออกมาอีกสองลูก ซึ่งเป็นสองลูกสุดท้าย แต่เจ้าอสูรนาคาตอนนี้มีอยู่ถึง 5 ตัว  มีสองตัว พุ่งเข้ามาหาราเชนก่อน มันคือ มือปราบซื่อจื่อฮ้าว กับ คุณชายว่านโถว

    “ แกต้องตาย” เสียงคำรามออกจากปากของคุณชายว่านโถวที่กลายเป็นอสูรนาคาไปเรียบร้อยแล้ว มีแต่ราเชนเท่านั้นที่ฟังเสียงคำรามของมันเข้าใจ

    “ ก็เข้ามาซิ” ราเชนยืนขวางเหล่าอสูรนาคาเอาไว้เพื่อให้ทุกๆ คนได้มีเวลาหนีออกจากห้องโถงแห่งนี้...