ถุงมือฟ้าประทาน

    ตอนที่49 บันได

    เจมส์ไม่รู้ว่าฝ่ายนั้นจะรับสิ่งที่ตนยื่นไปไหม แต่ถ้าหากไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะจำนวนเงินแค่ห้าแสนบาท กล่าวสำหรับเจมส์ตอนนี้มันน้อยเกินไปด้วยความที่ขยายธุรกิจอาหารทะเลในเกาหลีใต้ รวมถึงอาหารทะเลในตลาดไทย ทำให้เงินสะพัดเข้ามาไม่ขาด ดังนั้นเงินจำนวนแค่ห้าแสนบาทจึงไม่มีค่ามากนัก“เจ้านาย ให้ผมไปลากคอชายคนนั้นมาเซ็นสัญญาไหมครับ” หลังจากที่โดมออกไป ทอยที่นั่งอยู่อีกโต๊ะ ลุกขึ้นยืน เปลี่ยนมานั่งข้างเจมส์“จะบ้าเหรอ นายไม่เห็นคนเยอะแยะในร้านหรือไง หากนายทำแบบนั้น มีหวังถูกรวบตัวเข้าโรงพัก” นักศึกษามหาวิทยาลัยวัย 20 ส่ายศีรษะ หยิบกาแฟที่เย็นชืดหมดแล้วขึ้นมา ดื่มจนหมดเพราะเสียดาย“โธ่ เจ้านายนี่ละก็ กลัวแต่จะเข้าโรงพักอยู่ได้” ทอยบุ้ยปาก ท่าทางแง่งอน ไม่เข้ากับใบหน้าหรือรูปร่างอันสูงใหญ่เลยสักนิด..........หมู่บ้านดาวาริน เที่ยงคืน มันช่างเงียบสงัด วังเวงวิเวก ดั่งว่าคุณอยู่ในสุสานไร้ผู้คนตัวของลูกน้องเสืออย่างเป้ง เหม่ง พักอาศัยอยู่ในเรือนคนรับใช้ ทั้งคู่ที่มีร่างกายฟกช้ำดำเขียว ปากแตกตาแหก แต่ยังนั่งดื่มเบียร์ทั้งที่ยังเจ็บ“ไอ้เหี้ยเจมส์ มันเป็นมวยแล้วคิดว่าตัวเองเก่ง แม่ง คราวหลังมึงเจอกูใช้มีด ดูสิมึงจะทำหน้ายังไง!” เป้งกระดกเบียร์ลงคอ สีหน้าทอแววโกรธเคือง ขบเคี้ยวเขี้ยวฟันปานกลืนกิน“กูว่าแค่นั้นยังไม่พอ มันเกือบทำให้เราสองคนตาย ถ้าหากพี่เสือไม่ยั้งมือไว้ มีหวังมึงกับกูคงโดนยิงตายในบ้านใหญ่แล้ว” เหม่งดื่มเบียร์คำใหญ่ “กูว่าเราต้องใช้ปืน เอาให้แม่งตายไปเลย!”สำหรับนักศึกษาอายุเพียง 20 ปี แต่กล้ามาพูดเรื่องฆ่าคน ฟันแทงให้ตาย ใช้ปืนยิงแสกหน้า มันช่างเป็นเรื่องที่สะเทือนใจเสียจริง หากพ่อแม่มาได้ยินเข้าคงเสียใจ ที่ลูกเติบโตมาเป็นแบบนี้เหม่ง เป้ง ถึงจะกินเบียร์ดึกดื่นค่อนคืน แต่ทั้งคู่กินอยู่ในห้อง ไม่กล้าส่งเสียงดังหรือทำตัวเมาแอ๋ เพราะเกรงว่าอาจไปรบกวนบ้านใหญ่ จนทำให้พี่เสือไม่พอใจ เดี๋ยวถูกเก็บไม่รู้เรื่องราวทั้งสองเมามาย จากนั้นเข้านอนในเวลาตีสอง ขณะเดียวกัน'สร้อยเรียกวิญญาณ'ที่อยู่ในกระเป๋าเริ่มแสดงผลรับเชิงคุณภาพ มันเรียกวิญญาณมาชุมนุมที่นี่ต่อให้บ้านที่เหม่งและเป้งอยู่จะเป็นคนละหลังกับบ้านเสือ ทว่ามันยังอยู่ในอาณาเขตเดียวกัน รั้วบ้านเดียวกัน ดังนั้นสร้อยเรียกวิญญาณที่อยู่ในเรือนคนรับใช้ จึงแสดงอิทธิพลถึงบ้านใหญ่ด้วยความที่เมาไม่ได้สติทั้งคู่จึงสะลึมสะลือ ไม่รู้ว่าจริงหรือหลอก และไม่คิดอะไรมาก ตื่นเช้ามาจึงมีท่าทางปกติแต่อย่างใดก็ตามนั่นคือวันแรก ผลของสร้อยเรียกวิญญาณ ยิ่งอยู่ในสถานที่ใดนานเท่าไหร่ ประสิทธิภาพของมันจะยิ่งรุนแรงขึ้นมากเท่านั้น หรือหากในกรณีร้ายแรงที่สุด อาจถึงขั้นมีผู้เสียชีวิตการใช้ชีวิตประจำวันของเป้งและเหม่งยังดำเนินตามปกติ เช้าไปเรียนกับเสือ คอยปรนนิบัติรับใช้ ตกบ่ายก็พากลับมาที่บ้าน หรือไม่ก็เข้าบาร์ดื่มเหล้าแต่หัววันเข้าวันที่สามวันที่สี่เป้งเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติช่วงนี้เกิดขึ้นกับตนบ่อย โดยเฉพาะช่วงกลางคืน จึงได้ปรึกษาเรื่องนี้กับเหม่งทว่าเพื่อนสนิทคนนี้กับบอกว่า “มึงกังวลอะไรวะ รีบๆ รักษาตัวให้หาย จากนั้นจะได้ไปตัดขาตัดแขนไอ้เจมส์ หรือถ้าหากขี้เกียจใช้มีด ใช้ปืนยิงแม่งเลย ฮ่าฮ่า”เป้งส่ายศีรษะ ไม่อยากพูดกับคนเมา จึงเข้านอนเร็วแต่หัววัน ในขณะที่เหม่งดื่มเหล้า กินกับแกล้มคนเดียวเที่ยงคืน วิญญาณมาตรงเวลาเป๊ะ คล้ายกับว่ามันรออยู่ก่อนแล้วปลายเตียงนอนของเป้ง อยู่ๆ มีลมเย็นพัดวูบไหว ทั้งที่ในห้องปิดบานหน้าต่างสนิท แอร์ก็ไม่ได้เปิดรวมถึงพัดลม แล้วแบบนี้ทำไมถึงยังมีลมวูบไหวลืมตาตื่นขึ้นด้วยความสะลึมสะลือ คิดว่าต้องเป็นไอ้เหม่งแน่เล่นแผง แต่พอถ่างตาดูให้ดี เขาพบว่าปลายเตียงมีใบหน้าของชายชราอยู่คู่หนึ่ง วางพาดอยู่ที่เท้าของตน แลบลิ้นออกมา เลียขาของเขาจนร่างกายสั่นสะท้านเป้งอยากจะตะโกนเสียงดัง เรียกให้ไอ้เหม่งที่นั่งดื่มเหล้าข้างนอกเข้ามาช่วย แต่ปากของเขากลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอด คล้ายกับถูกช่วงชิงเส้นเสียงไป..........ด้วยอิทธิพลของ'สร้อยเรียกวิญญาณ'สิ่งอัปมงคลชิ้นนี้แผ่ขยายฤทธิ์รอบบ้าน ชักนำวิญญาณตัวแล้วตัวเล่าเข้ามา ทำให้เป็นแหล่งชุมนุมของวิญญาณขนาดใหญ่ และด้วยความที่บ้านหลังนี้มีขนาดใหญ่โตมาก จึงต้องใช้เวลาจำนวนหนึ่งเพื่อที่จะเรียกวิญญาณ ซึ่งต่างจากครั้งที่เจมส์ใช้กับร้านหมูกระทะศรีอัมพร มีอาณาเขตบ้านเล็กกว่า ผลลัพธ์ที่แสดงให้เห็นจึงค่อนข้างเร็วคืนวันหนึ่งเสือตื่นขึ้นมากลางดึกสงัด เขาอยากลุกขึ้นไปดื่มน้ำจากตู้เย็น ลำคอแห้งผาก อยากดับกระหายด้วยน้ำเย็นแต่ด้วยความที่ขาหายไปหนึ่งข้างเพราะอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ ทำให้เขาคำรามเสียงดัง กดกริ่งเรียกพยาบาลที่นอนอยู่หน้าห้อง เอาน้ำเย็นมาให้ดื่มไม่นานเกินรอประตูห้องเสือถูกเปิดจากด้านนอก พยาบาลอาศัยแสงสว่างจากดวงจันทร์พาดผ่านผ้าม่านที่ปิดไม่สนิท เป็นตัวนำทางเดินเอาน้ำไปให้เสือถึงเตียง“ช้าจังนะมึง!” เสือคำรามเสียงห้วน คว้าเอาแก้วน้ำมาจากถาดรองโดยไม่มองหน้าพยาบาลสาวที่จ้างมาดูแลดื่มน้ำไปได้ครึ่งหนึ่งเสือวางแก้วลงไปที่เดิม ยื่นมือไปขยำหน้าอกพยาบาลสาว เผยรอยยิ้มหื่นกระหาย ทว่ารอยยิ้มของเขาต้องชะงักลง เมื่อเห็นหน้าพยาบาลชัดๆ“นี่เธอ...” ปากของเสืออ้าค้างอยู่อย่างนั้น ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาเป็นพยาบาลสาวจริง แต่ใบหน้าครึ่งซีกของเธอโชกไปด้วยเลือด แถมยังมีดวงตาเหลืออยู่เพียงข้างเดียว“น้ำ..อร่อย...ไหม” พยาบาลหน้าครึ่งซีกพูดตะกุกตะกัก เสียงของเธอค่อนข้างแหบพร่า แต่กลับทำให้คนที่ได้ยินแทบเสียสติอาศัยแสงสว่างจากด้านนอก นอกจากใบหน้าของพยาบาลสาวครึ่งซีก เสือยังเห็นแก้วน้ำที่เขาเพิ่งดื่มไปเมื่อครู่ มันไม่ใช่น้ำแร่อย่างที่เคยกิน แต่เป็นเลือดสดๆ ที่ด้านในมีดวงตาหนึ่งดวงกำลังกลอกกลิ้ง มองมาทางเขาด้วยความอาฆาตเสือตกใจจนกลิ้งตกเตียง อยากจะวิ่งหนีไปให้ไกล แต่ด้วยขาเพียงข้างเดียวแถมยังไม่ได้ใส่ขาเทียม ทำให้เขาตกอยู่ในสภาพคลานบนพื้น“จะ...ไป...ไหน...เหรอ...คะ...” เสียงตะกุกตะกักดังต่ำลงมาเรื่อยๆ คล้ายกับฝ่ายนั้นกำลังก้มศีรษะลงมาถาม ถ้าหากเงยหน้าขึ้นไปจะต้องเห็นใบหน้าครึ่งซีกที่มีเลือดไหลรินเป็นทางยาว พร้อมกับเนื้อหนังที่หลุดลอกออกมา จนเห็นหนอนแมลงด้านใน“อย่า! อย่าเข้ามานะเว้ย ไม่งั้นกูยิงมึงแน่” ถึงปากจะพูดอย่างนั้นแต่เสือไม่มีปัญญาไปหยิบปืนในลิ้นชัก เขาใช้สองมือคว้าตรงวงกบประตู พยุงตัวเองลุกขึ้นยืนด้วยขาข้างเดียวอย่างยากลำบากเมื่อยืนได้ก็รีบโกยออกไปทันที ในสภาพใช้สองมือจับฝาผนังด้านนอก ท่าทางทุลักทุเลบรรยากาศที่โถงใหญ่ชั้น 2 เงียบสงัด วังเวงและเย็นเยียบ ไม่มีพยาบาลสาวนอนอยู่หน้าห้อง เห็นเพียงที่นอนอันว่างเปล่าไร้เงาคนเสือไม่มัวตั้งคำถามว่าเธอไปอยู่ไหน ทันทีที่ออกมาจากห้องได้ก็ส่งเสียงร้องดังๆ หวังให้คนในบ้านได้ยินแต่อย่างใดก็ตามต่อให้เขาร้องเสียงดังไปมากแค่ไหน ทุกสิ่งทุกอย่างกับเงียบสงัด บรรยากาศบนชั้นสองมอบความเย็นเยียบ ประหนึ่งที่นี่ไร้ผู้อยู่อาศัย“เดิน...ช้า...ช้า...หน่อย” พยาบาลสาวใบหน้าครึ่งซีกเดินตามออกมาจากในห้อง ลักษณะการพูดของเธอดูเป็นห่วงผู้ป่วย กลัวว่าเสือจะเกิดอุบัติเหตุซ้ำสองแต่อย่างใดก็ตามสภาพใบหน้าที่ถูกหนอนชอนไช มันช่างชวนขนหัวลุก แค่เห็นเป็นต้องหนังหัวชาทึบ รีบเบือนหน้าไปทางอื่นเสือเคาะห้องพี่สาวอย่างนุ่มนิ่มที่อยู่ห้องถัดไปด้วยความกลัว จนลืมไปว่าวันนี้พี่สาวของตนไม่อยู่บ้าน หล่อนอยู่ข้างนอกกับแฟน ไม่ได้กลับบ้านมาเกือบอาทิตย์แล้วด้วยความร้อนรนเสือไม่กล้าแช่อยู่นาน เพราะยิ่งนานเสียงด้านหลังก็ยิ่งใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แถมกลิ่นเหม็นคลุ้งยังตลบอบอวลทั่วทั้งชั้น 2 มอบความรู้สึกอันน่าขยะแขยงจนร่างกายสั่นเทาเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น ไปที่ไหนไม่ได้เสือจึงตัดสินใจลงไปชั้นล่าง แต่ด้วยความที่ขามีเพียงหนึ่งข้าง การเดินเกาะราวบันไดไปทั้งแบบนี้มันค่อนข้างอันตราย มือเปื้อนเลือดข้างหนึ่งจึงยื่นมาประคองเสือ!ปากของเสือที่เปรอะเลือดขยับอย่างยากลำบาก เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าพยาบาลหน้าครึ่งซีกเดินมาถึงตรงนี้แล้ว แถมยังอยู่ใกล้ ในระยะที่มือเอื้อมมาถึงตัว!“ก็...บอก...ว่า...ให้...ระ...วัง...ไง...จะ...รีบ...ไป...ไหน...คะ” อีกฝ่ายยังคงพูดเสียงตะกุกตะกัก และในขณะกล่าวคำเหล่านี้ หนอนแมลงอันโสมมได้พรั่งพรูออกมาจากปากและใบหู พวกมันถูกกรอกเข้าไปในปากของเสือ จนร่างกายของเขาเริ่มดิ้นรน สองมือที่คว้าจับราวบันไดถูกปล่อย เปลี่ยนเป้าหมายเป็นพยาบาลหน้าครึ่งซีกด้วยสภาพขาเพียงข้างเดียวแถมยังไม่มีที่ยึดจับ เสือหกล้มตกบันได หัวฟาดพื้นศีรษะโชกเลือด ขาที่เหลือเพียงข้างเดียวบิดงอผิดรูปจนเห็นกระดูกสีขาวโผล่ เป็นภาพอันน่าสยดสยองชวนขวัญหาย


    คล้ายกับเรื่องถุงมือฟ้าประทาน ที่คุณอ่าน