ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 6 บทที่ 180 ปรากฏตัวอีกครั้ง

        เกิดเสียงประหลาดใจขึ้นเบาๆ ท่ามกลางกลุ่มคน

        งานคัดเลือกปีนี้มาถึงก็สร้างความประหลาดใจให้ผู้คนขึ้นทันทีแค่เริ่มต้นมันก็มีบรรยากาศต่างกับปีก่อนๆ แล้วแต่การเปลี่ยนแปลงแค่เล็กน้อยแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่พิสดารมากขนาดนั้นผู้คนก็แค่รู้สึกประหลาดใจขึ้นนิดหน่อยเท่านั้นเอง

        แต่ก็มีหลายคนที่หัวเราะฮ่าฮ่าออกมา

        พวกที่ชนะพนันนั่นเอง

        แต่ผู้คนกลับคาดไม่ถึงว่าคนที่ดูจะรู้สึกยินดียิ่งกว่ากลับเป็ยเซวียนหยวนกวังเจ้าของพนันผู้นี้ควักเงินขาวออกมากำใหญ่ จากนั้นก็จ่ายเงินเดิมพันให้ไป

        ขณะเดียวกันก็สะบัดมือออกจากนั้นตัวหนังสือตรงเงื่อนไขการพนันที่เขียนไว้ว่ามีอาวุธชิ้นใหม่ขึ้นตารางตั้งแต่วันแรก ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงไปเป็นมีอาวุธชิ้นใหม่ขึ้นตารางภายในหนึ่งชั่วยามนี้

        เกิดเงื่อนไขการพนันใหม่ขึ้นแทนที่ทันที

        มีคนไม่น้อยที่รู้สึกประหลาดใจในความพิสดารของผ้าปูโต๊ะผืนนี้แต่ก็มีคนจำนวนมากกว่าที่เริ่มรู้สึกสนใจในการพนันแบบนี้แล้ว

        “ข้าพนันว่ามี!! ห้าสิบชั่ง!”

        “แค่หนึ่งชั่วยามก็จะมีอาวุธใหม่ขึ้นตารางหรือ?นั่นมันจะเกินไปหน่อยกระมัง ข้าพนันว่าไม่มี หนึ่งร้อยชั่ง!”

        “ฮ่าฮ่าฮ่า! ได้ได้ได้ รับข้ารับทุกรูปแบบเลย!! มามามา ห้าสิบชั่งเก็บใบพนันไว้ให้ดีล่ะ คนต่อไป...”

        น้ำเสียงของเซวียนหยวนกวังนั้นมีพลังในการกระตุ้นสูงมากไม่นานก็มีคนที่สนใจพนันเข้ามามุงเพิ่มขึ้นเต็มไปหมด

        ความรู้สึกตื่นเต้นของผู้คนค่อยๆ ถูกยกระดับมากขึ้นเรื่อยๆถึงแม้ว่าจะยังมีหลายคนที่กลัวโดนหลอกจึงยังคอยมองจากที่ไกลๆ อยู่แต่ก็มีคนเข้าร่วมการพนันแบบมหาชนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกันบรรยากาศในตอนนี้ได้แปรเปลี่ยนไปเป็นคึกคักร้อนแรงดุจเปลวเพลิงกำลังลุกโชนขึ้นฟ้า

        แต่ดูเหมือนว่าผู้คนทั้งหลายจะลืมไปแล้วว่าทางการของดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นห้ามไม่ให้เปิดบ่อนพนันขึ้นในเมืองเด็ดขาดไม่อย่างนั้นเซวียนหยวนกวังคงไม่มีโอกาสมาเปิดโต๊ะพนันแบบนี้หรอก

        ชายวัยกลางคนที่มีหน้าตาธรรมดาผู้นี้กำลังซึมซับกับความรู้สึกของเหล่าผู้คนนับพันที่กำลังสนุกกับการพนันอยู่โดยไม่สนใจผลประโยชน์ของตัวเองดูท่าทางเขาจะไม่ได้เกรงกลัวกฎหมายของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เลยสักนิด

        และจากตรงนี้เองก็ทำให้งานคัดเลือกในปีนี้ดูจะมีกลิ่นอายที่แตกต่างไปจากหลายๆ ครั้งก่อนหน้านี้อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

        ..................................

        เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็ล่วงเลยมาถึงช่วงบ่ายแล้ว

        ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่แต่เดิมก็ดูเจริญรุ่งเรืองและคึกคักสุดๆ อยู่แล้วนั้นตอนนี้กลับยิ่งมีผู้คนจำนวนมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นในช่วงหลายปีมานี้

        บนถนนใหญ่ที่เป็นที่ตั้งของสมาคมนักการช่างตอนนี้ได้เต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมหาศาลที่กำลังสัญจรไปมาอย่างแน่นขนัดในปีก่อนๆ นั้นจะมีแค่ช่วงงานมอบรางวัลเท่านั้นที่จะเกิดความเคลื่นไหวไปทั่วทั้งเมืองแต่ครั้งนี้มันกลับถูกโต๊ะพนันเล็กๆ แค่โต๊ะเดียวกระตุ้นให้เกิดความคึกคักขึ้นตั้งแต่วันแรก

        ดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่มีบ่อนพนัน ทำให้ตอนนี้ความโลภของชาวบ้านชาวเมืองทั้งหลายที่เก็บซ่อนเอาไว้ในใจมาโดยตลอดดูจะมีที่ให้ระบายออกมาแล้วได้ยินว่าเหล่าคนที่บ้าพนันจากครึ่งค่อนเมืองต่างก็พยายามอย่างสุดชีวิตเพื่อฝ่าฝูงชนราวกับทะเลมนุษย์เข้าไปทางโต๊ะพนันนั่นในระยะเวลาสั้นๆ เพียงไม่นานก็มีนักพนันมารวมตัวกันอยู่ที่หน้าประตูของสมาคมนักการช่างจำนวนหลายหมื่นคน

        เป็นภาพที่อลังการเป็นอย่างมาก

        จากโต๊ะพนันเล็กๆ โต๊ะเดียวของเซวียนหยวนกวังนั้นตอนนี้ได้ถูกมันเปลี่ยนไปเป็นเวทีขนาดมหึมาไปแล้วมันเป็นเวทีที่มีขนาดหลายร้อยตารางเมตร ดูคล้ายกับเวทีแสดงละครก็ไม่ปาน

        เซวียนหยวนกวังตอนนี้เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อร้อนทั่วทั้งตัวแล้วใบหน้าเปล่งประกายด้วยความรู้สึกตื่นเต้นแถมยังสามารถจัดการดูแลการพนันของคนเกือบหมื่นได้อีก

        บนตัวเขานั้นมีพลังจิตสุดพิสดารแผ่ซ่านออกมาตลอดเวลาทันทีที่มีคนยกมือประกาศจำนวนเงินที่จะเดิมพันก็จะมีใบพนันที่เขียนเสร็จเรียบร้อยแล้วบินไปหาคนผู้นั้นในพริบตาขณะเดียวกันก็จะรับเงินกลับขึ้นมาบนเวทีนี้

        ใต้เท้าของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยทรัพย์สินเงินทองเต็มไปหมดจนกลายเป็นภูเขาขนาดย่อมๆที่สูงหลายสิบเมตรตั้งอยู่หลายลูกแล้วใบพนันและเงินขาวจำนวนนับไม่ถ้วนนั้นบินว่อนไปทั่วราวกับดวงดาวที่ลอยอยู่เต็มฟ้าเป็นภาพที่ดูงดงามภายใต้ความยุ่งเหยิงวุ่นวายนี้

        ผู้คนทั้งหลายเองก็สัมผัสได้ถึงความไม่ธรรมดาของเซวียนหยวนกวังผู้นี้

        เขาเพียงคนเดียวก็มีพลังจิตแข็งกล้าพอที่จะรับมือกับนักพนันหลายหมื่นคนได้แบบนี้ทั่วทั้งชี่อู่นี้คงมีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่ทำได้

        แต่สิ่งที่ผู้คนสนใจมากกว่านั้นเห็นได้ชัดว่าคือตารางจัดอันดับยุทธภัณฑ์เทวะระดับวิถีราชันที่ตอนนี้มันได้เกี่ยวพันถึงเงินทองของนักพนันจำนวนมากแล้ว

        หลังจากที่มีบ่อนพนันของเซวียนหยวนกวังแล้วทุกการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบนตารางล้วนสร้างความสนใจให้ผู้คนได้ทั้งหมดอาวุธชิ้นใหม่ๆ ที่ได้ขึ้นตารางทุกชิ้นล้วนสามารถสร้างเสียงตกตะลึงจากผู้คนนับหมื่นได้

        บางคนหัวเราะชอบใจ บางคนร้องไห้เจ็บใจบางคนชนะพนันได้กองเงินกองทองกลับไป บางคนแพ้พนันจนหน้าซีดหม่นหมอง

        ทั่วทั้งบริเวณนั้นคึกคักร้อนแรงยิ่งกว่าไฟเพลิงยาวนานต่อเนื่องไปจนถึงช่วงที่ตะวันใกล้จะลับขอบฟ้าแล้วพริบตานั้นเอง บนตารางก็เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้งซึ่งก็ดึงดูดความสนใจของทุกคนได้อีกครั้งเช่นกัน

        “มาแล้ว มาแล้ว จะเปลี่ยนอีกแล้ว” กลุ่มคนพลันรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที

        “รอบนี้ข้าพนันว่าจะเข้าไปในหนึ่งในห้าสิบอันดับแรกแม่มันสิ ไม่ว่าใครก็ตาม ช่วยพยายามเต็มที่หน่อยเถอะ!” ในกลุ่มคนนั้นมีนักพนันที่แทบจะคลั่งไปแล้ว

        “ชิข้าไม่เชื่อหรอกว่านักการช่างที่เข้ามาใหม่ครั้งนี้จะยังเป็นผู้ชาย อย่างไรข้าก็จะพนันว่าเป็นผู้หญิง...”

        “มาสิ เปิดเลย!!”

        “เปิดสิ! เปิด!”

        “ได้ ได้! ข้าต้องได้!”

        ไม่มีใครจินตนาการออกเลยว่าการที่นักพนันนับหมื่นคนมาร่วมเล่นพนันพร้อมกันมันจะดูดุเดือดได้ถึงขนาดนี้

        มันเร่าร้อนเสียจนราวกับว่าเพลิงแห่งความโลภนี้จะสามารถเผาสวรรค์ให้มอดไหม้ได้เลยทีเดียวเกรงว่าบนโลกนี้คงไม่มีใครสามารถหยุดยั้งเสียงกู่ร้องตะโกนด้วยความตื่นเต้นกันอย่างบ้าคลั่งของคนนับหมื่นได้!

        แต่วินาทีต่อมานั้นเอง ราวกับโลกทั้งใบได้เงียบสงบลง

        ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบนตารางนั้นทำเอาผู้คนแทบจะหยุดหายใจพร้อมกันทั้งหมด

        ตำแหน่งที่น่าจะไม่มีทางเกิดความเปลี่ยนแปลงได้กลับกำลังเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นในสายตาของผู้คนทั้งหมดมันเป็นการเปลี่ยนแปลงอันน่าตะลึงที่ไม่มีใครคาดคิดถึงเลยแม้แต่น้อย

        สายตาทั้งหมดล้วนจับจ้องไปที่ตำแหน่งนั้นซึ่งปรากฏอยู่บนหน้าจอผลึกขนาดมหึมานั่น

        ทั้งหมดที่ว่าคือทั้งหมดจริงๆ

        มีเพียงสถานการณ์เดียวเท่านั้นที่สามารถทำให้เกิดปรากฏการณ์แบบนี้ได้นั่นก็คือ

        อันดับหนึ่งถูกแทนที่แล้ว!!

        ให้ตายเถอะ สวรรค์!!

        เหล่าผู้ชมทั้งหมดทั่วบริเวณนั้นแทบจะตาเหลือกออกมาจากเบ้าแล้ว

        บนถนนอันใหญ่โตมโหฬารนี้ ผู้คนจำนวนนับหมื่นนี้กลับเงียบเสียงกันเสียจนแทบจะสามารถได้ยินเสียงเข็มตกลงบนพื้นได้เลยทีเดียว

        เป็นความเปลี่ยนแปลงที่อยู่เหนือกว่าจินตนาการของผู้คนโดยสิ้นเชิง

        วันแรก

        นี่ยังเป็นแค่วันแรกเท่านั้นแต่สุดยอดยุทธภัณฑ์ที่ครองตำแหน่งยุทธภัณฑ์อันดับหนึ่งของแผ่นดินอย่าง “ตราผนึกผู้สรรสร้าง”มาต่อเนื่องกันถึงห้าปีติดนั้นตอนนี้มันได้ถูกผู้อื่นปัดตกลงไปอยู่ที่สองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

        มารดามันเถอะแบบนี้มันตื่นเต้นเกินไปแล้ว

        ตอนนี้ผู้คนทั้งหลายถึงขั้นลืมสนใจว่าตัวเองต้องได้เงินหรือเสียเงินไปแล้วสายตาของผู้คนทั้งหมดล้วนกำลังจับจ้องไปที่ข้อความที่ปรากฏอยู่ตรงอันดับแรกนั่น

        บนนั้นมีตัวอักษรแถวหนึ่งปรากฏขึ้นมาแล้ว

        ตำแหน่งนักการช่างอันดับหนึ่งของแผ่นดินชี่อู่ ในที่สุดก็ได้เปลี่ยนมือเสียที

        สุดยอดยุทธภัณฑ์ระดับวิถีราชันที่เพิ่งเกิดใหม่ขึ้นนี้มีชื่อเรียกว่า “กำแพงแห่งความว่างเปล่า” ซึ่งเป็นโล่อันหนึ่ง

        ส่วนชื่อของผู้สร้างผลงานชิ้นนี้ มีนามว่า หลินหยาง

        “ไอ้เวรเอ๊ย ไอ้หลินหยางนี่ใครวะ!!”

        ทั่วทั้งบริเวณนั้นพลันส่งเสียงโอดครวญออกมา

        สาเหตุนั้นก็แค่เพราะมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ลงพนันด้วยเงื่อนไขหนึ่งกับเซวียนหยวนกวังพนันว่าอันดับแรกของปีนี้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง

        พอหลินหยางโผล่ออกมา ก็พังพินาศกันไปหลายคน

        มีหลายคนที่เป็นลมสลบวูบลงไปทันที แต่ก็มีหลายคนที่เกิดการถกเถียงกันขึ้นด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ

        “คนๆ นี้มันเป็นใครกันแน่?”

        “จะไปมีคนที่เหนือกว่าเลี่ยนคุนหลุนได้อย่างไร...โกงมารึเปล่า?”

        แต่ก็มีคนที่หูตากว้างไกลเฉลยความจริงให้ผู้คนทั้งหลายได้รับรู้ว่า

        “พวกเจ้าไม่รู้จักกันหรือ? หลินหยางผู้นี้ก็คือเด็กหนุ่มอัจฉริยะคนนั้นที่สามารถสยบกลุ่มพันธมิตรการค้าสี่สมุทรและกลุ่มพันธมิตรการค้าฮุ่ยเฟิงได้เมื่อเดือนก่อนอย่างไรเล่า!”

        “หมอนั่นเองหรือ! อย่างนั้นก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไรแล้วหมอนั่นมันสามารถจัดการถล่มโรงงานช่างได้ตั้งเก้าแห่งภายในช่วงเช้าของวันเดียวกันสุดยอดนักการช่างของทั้งสองกลุ่มการค้าใหญ่นั่นพออยู่ต่อหน้าเขาแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กเลย...”

        “แต่สามารถชนะเลี่ยนคุนหลุนได้มันก็เก่งเกินไปหน่อยนะเจ้าหลินหยางนั่นเพิ่งอายุเท่าไรเองหรือว่ามันจะเริ่มฝึกวิชาการช่างตั้งแต่ออกมาจากท้องแม่เลย?”

        “บ้าเอ๊ย ทำไมข้าถึงลืมเรื่องของมันไปได้ล่ะนี่...จบแล้วคราวนี้ เสียจนต้องถอดกางเกงด้วยแล้วนี่...”

        เสียงพูดคุยถกเถียงของผู้คนนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความตกตะลึงจนทั่วทั้งบริเวณ

        การปรากฏตัวขึ้นของหลินหยางหลังจากห่างหายไปหนึ่งเดือนก็ได้ทำให้เกิดความสั่นสะเทือนขึ้นไปทั่วทั้งดินแดนศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง

        แต่ว่าทั่วทั้งบริเวณนี้มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าจอ

        เซวียนหยวนกวังนั้นกำลังคำนวณผลได้ผลเสียที่เกิดขึ้นจากการพนันครั้งนี้อย่างรวดเร็วเท่านั้น

        “ฮ่าฮ่าฮ่า!! ข้ารวยเละแล้วละคราวนี้กินเรียบ บอกเลยว่ากินเรียบหมดเกลี้ยงเลย!! ฮ่าฮ่าฮ่า!”

        หลินหยางได้ช่วยให้เซวียนหยวนกวังได้กำไรมาจำนวนมหาศาล คำนวณดูแล้วรอบนี้เขาได้มาทีเดียวหลายล้านชั่งเลยทีเดียว

        แต่เห็นเขาโยนเงินที่กินได้มาลงไปกองอยู่ที่พื้นราวกับโยนก้อนโคลนลงไปอย่างนั้นเหล่าผู้ชมที่กำลังตื่นเต้นคึกคักกันจนตาแดงไปแล้วนั้นก็แย้มยิ้มขึ้นอย่างไร้ความกังวล

        “มาต่อกันเลย มาต่อกันเลย!เพิ่มเงื่อนไขพนันใหม่ลงไป พนันไอ้หลินหยางนี่แหละว่าจะมีใครสามารถชนะมันได้ไหม!! ลงเงินเลย ลงเงิน อย่าปล่อยให้เสียโอกาสกันซะล่ะ!”

        “ข้าลงว่าไม่มีใครเหนือกว่าได้!! ห้าพันชั่ง!!”

        “บ้าเอ๊ย การจัดอันดับครั้งนี้มันมั่วไปหมดแล้วข้าขอพนันว่ายังมีคนที่เก่งกว่าโผล่มาอีก เดิมพันหมื่นชั่ง!!”

        ม้ามืดที่โผล่ออกมากะทันหันนี้ทำเอากลุ่มคนตกลงสู่ความคลุ้มคลั่งกันอย่างหน้ามืดตามัวโดยสิ้นเชิงส่วนเซวียนหยวนกวังนั้นมีความสุขสุดขีด รับเงินจากเหล่านักพนันมาเป็นกอบเป็นกำพร้อมกับส่งใบพนันไปให้ผู้คนทั้งหลาย

        ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่า ความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ภายในสายตาอันตื่นเต้นของเขานั้นกลับมีความรู้สึกที่เหมือนกับได้เจอของเล่นอันน่าสนุกเกิดขึ้นมาด้วย “หลินหยาง... น่าสนใจแฮะ...”

        ..................................

        คืนวันนั้นเอง

        ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่คึกคักมาทั้งวันพลันเงียบสงบลง

        ผู้คนทั้งหลายได้กลับไปพักผ่อนที่บ้านพักของตัวเอง

        แต่ที่น่าแปลกก็คือไม่มีเหล่าผู้ดูแลรักษาความสงบของเมืองมาจัดการกับความคึกคักวุ่นวายที่เกิดขึ้นหน้าสมาคมนักการช่างเลยแม้แต่คนเดียวปล่อยให้คนที่บ้าพนันกว่าครึ่งเมืองออกไปสนุกในที่แห่งนั้นกันอย่างบ้าคลั่ง

        นี่พวกเขายอมรับแล้วอย่างนั้นหรือ?

        หรือว่ามันจะเป็นเพราะความกลัว...

        เซวียนหยวนกวังที่ตอนนี้กำลังนอนนิ่งๆ อยู่บนเวทีที่เขาสร้างชั่วคราวพร้อมกับที่บนใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มอันพึงพอใจขึ้น

        “ไม่ได้พนันแบบมันๆ อย่างนี้มานานแล้วแฮะ...”

        รูปร่างหน้าตาของเขานั้นดูธรรมดาทั่วไปมากจริงๆเป็นแบบที่ถ้าเข้าไปอยู่ในฝูงคนคงจะหาเขาไม่เจอแน่ๆ แต่ไม่รู้ทำไมคำพูดที่ออกมาจากปากของเขากลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างไม่เหมือนใคร

        “อย่างไรก็ต้องหาภพภูมิที่ไม่รู้จักข้าเซวียนหยวนกวังถึงจะเล่นสนุกได้ละนะ...”

        พอพูดเสร็จเขาก็ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืนพร้อมกับแย้มยิ้มขึ้นที่มุมปาก“ต้องไปดูเจ้าหลินหยางนั่นหน่อยแล้วพรุ่งนี้ข้าจะได้ให้อัตราต่อรองเกี่ยวกับมันหนักๆ หน่อย แบบนั้นสิถึงจะสนุกฮ่าฮ่าฮ่า!”

        พอพูดจบ ก็ราวกับว่าตัวเขานั้นอยู่ๆ ก็หายไปจากตรงนั้นเสียเฉยๆ

        เป็นความเร็วที่สูงมากจนเหนือกว่าที่คนทั่วไปจะสามารถจินตนาการได้ไปมากโขแล้ว...

        ..................................

        เลี่ยนเทียนเฮ่า

        วันนี้เป็นวันแรกที่หลินหยางเสร็จจากการเก็บตัวเป็นเวลาหนึ่งเดือน

        หนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ด้วยการฝึกฝนอันแสนสาหัสนี้ทำให้เขาดูอ่อนล้าอย่างชัดเจนแต่ว่าแววตาสีแดงเพลิงของเขานั้นยิ่งมายิ่งสุกสว่าง

        ตอนที่จูหงจางและจีหยูยี่ได้เจอหลินหยางอีกครั้งนั้นก็รู้สึกว่าหลังจากผ่านไปหนึ่งเดือนเด็กหนุ่มตรงหน้านี้ก็ดูจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมระดับหนึ่ง บรรยกาศที่ดูสบายๆ แต่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่ราวกับว่าจะสามารถสยบได้ทุกสิ่งนั้นมันช่างน่าทึ่งจริงๆ

        จูหงจางอดไม่ได้ที่จะชื่นชมเขาในใจ

        เด็กหนุ่มคนนี้เป็นตัวตนที่แข็งแกร่งไร้เทียมทานที่สุดจริงๆเขาถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องสามารถสยบทั่วทั้งชี่อู่ได้หรืออาจถึงขั้นสามารถสยบภพภูมิที่สูงกว่าได้เลยด้วยซ้ำ

        “คุณชายหลิน ข้ามารายงานข่าวให้ท่านทราบเสียหน่อย‘กำแพงแห่งความว่างเปล่า’ที่ท่านสร้างไว้ก่อนหน้านี้มันได้ขึ้นไปอยู่อันดับหนึ่งสำเร็จเรียบร้อยแล้ว”จูหงจางกล่าวขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะ

        “อืม” แต่หลินหยางกลับตอบกลับมาอย่างเรียบเฉยเพียงแค่นั้น

        สำหรับเขาแล้ว เรื่องนี้มันไม่ได้มีอะไรน่าแปลกใจเลยสักนิดมันง่ายเหมือนกับการดื่มน้ำกินข้าวตามปกติเลยด้วยซ้ำ