หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 35 : พลังชีวิตเหลวล้ำค่า

            เต้าหลิงตกตะลึง เดิมทีเขาคิดว่าในเส้นทางสีทองนี้จะไม่มีคนอยู่ทว่าผ่านไปชั่วขณะหนึ่ง เขาก็เห็นกลุ่มคน อีกทั้งพวกเขายังเดินอยู่บนเส้นทางสีทองอีกด้วย

            พวกเขาเดินไปอย่างเชื่องช้า ฝีเท้าก้าวออกไปข้างหน้าด้วยความุ่งมั่นต้นเหตุที่ดึงดูดพวกเขานั่นก็คือน้ำพุวิญญาณ

            น้ำพุวิญญาณปลดปล่อยหมอกแสงสวรรค์เรืองรอง มันพ่นคลื่นพลังชีวิตที่เปี่ยมล้นออกมาดุจสายน้ำใหญ่คล้ายกับตาน้ำชีวิต ละอองหมอกสวรรค์เบาบางหลายหมื่นเส้นพุ่งออกมา

            อีกทั้งพลังงานนี้เหมือนว่าเป็นแหล่งพลังงานต้นกำเนิดชีวิตของหอคอยผ่านจิต!

            แหล่งพลังงานต้นกำเนิดนี้น่ากลัวมาก ทุกๆ หยดล้วนแล้วแต่ล้ำค่าจนไม่อาจจะประเมินได้ทำให้เต้าหลิงถึงกับตัวสั่น เขาไม่คิดเลยว่าสุดเส้นทางสีทองนี้จะมีน้ำพุวิญญาณอยู่

            ดวงตาของเขาร้อนผ่าว หลายวันมานี้เขาดูดซับแต่พลังงานธาตุไม้ตลอดทำให้คุณสมบัติร่างกายเปลี่ยนไป

            หากต้องการขยายพลังธาตุไม้นั้นเป็นเรื่องยากมากซึ่งจะต้องใช้เวลายาวนานถึงจะทำได้การพบเจอแหล่งพลังต้นกำเนิดอยู่ตรงหน้าจะไม่ให้เขาใจสั่นได้อย่างไร

            คนที่มาใหม่บนเส้นทางสีทอง น้ำพุวิญญาณดึงดูดความสนใจของพวกเขามนุษย์สามตาเป็นหนึ่งในนั้น เขาเบิกดวงตาที่สาม แสงสว่างจ้าส่องประกายออกมา ดวงตานั้นโอบล้อมไปด้วยคลื่นพลังน่ากลัวภายในแฝงไปด้วยอักขระลึกลับ

            อมนุษย์ตนนี้ไม่รู้ว่าแข็งแกร่งยิ่งกว่ามนุษย์สามตาที่เต้าหลิงเคยสู้มาก่อนหน้านี้ตั้งเท่าไรแต่คนที่มาถึงเส้นทางสีทองนี้ได้ ล้วนแล้วไม่ใช่ผู้อ่อนแอ

            “มีคนมาที่นี่ด้วยอย่างนั้นหรือ ช่างบังเอิญเสียจริงๆ” มนุษย์สามตาส่งเสียงฮึดังขึ้นด้วยสีหน้าที่ไม่ยินดีสักเท่าไรเพราะน้ำพุวิญญาณนี้ไม่ใช่ว่าจะแบ่งให้ได้กับทุกคน

            เด็กหนุ่มผมสีม่วงหันกลับมามองแวบหนึ่ง แววตาฉายประกายความประหลาดใจออกมาแม้ว่าเต้าหลิงจะใช้อักขระสีทองปกปิดรูปร่างหน้าตาเอาไว้ ทว่าเพียงแวบเดียวเขาก็มองออกคนคนนี้เหมือนกับเขาที่เป็นศิษย์ใหม่สิบอันดับต้นๆ ของสำนักซิงเฉิน

            เด็กหนุ่มผมสีม่วงไม่ประหลาดใจก็คงแปลก คนที่ขึ้นมาชั้นเก้าของหอคอยผ่านจิตได้ล้วนเป็นคนมีชื่อเสียงโด่งดังทั้งสิ้นเพราะแรงกดดันในชั้นนี้น่ากลัวมาก

            “ตาน้ำพลังชีวิตนี้ ในทุกๆ ปีจะผลิตพลังชีวิตเหลวล้ำค่าออกมาสิบกว่าหยดตอนนี้มีมาเพิ่มอีกหนึ่ง คงจะแบ่งได้ไม่ลงตัว” ร่างเงาสีทองสบตากับมนุษย์สามตาแวบหนึ่งพลางแสยะยิ้มออกมา

            พวกเขามาก็เพื่อเอาพลังชีวิตเหลวล้ำค่า ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่ความลับอะไรในทุกๆ ปีมันจะผลิตพลังชีวิตเหลวล้ำค่านี้ออกมาแค่สิบกว่าหยด ภายในของเหลวนี้อุดมไปด้วยพลังชีวิตมหาศาลสามารถยืดอายุและใช้รักษาอาการบาดเจ็บ อีกทั้งถ้านำมาหลอมเป็นโอสถ มันก็จะกลายเป็นของล้ำค่ามูลค่าสูง

            โดยเฉพาะกับขั้นหล่อกายา มันสามารถขยายพลังชีวิตต้นกำเนิดให้ใหญ่ขึ้นเป็นของล้ำค่าที่มีมูลค่าสูงเฉียดฟ้า น่าเสียดายที่ตาน้ำพลังชีวิตนี้จะผลิตออกมาแค่ปีละสิบกว่าหยดเท่านั้น

            “เจ้าหนู เจ้าออกไปจากที่นี่ซะจะดีกว่า พลังชีวิตเหลวล้ำค่าในปีนี้ไม่มีส่วนแบ่งของเจ้า” มนุษย์สามตากล่าวเตือน ดวงตาที่สามเปิดออก

            ผมยาวของเต้าหลิงปลิวไสว แรงกดดันในเส้นทางสีทองนี้หนักหน่วงมากเหมือนกับมีภูเขาลูกใหญ่กำลังกดทับร่างของเขาเอาไว้ เมื่อได้ยินคำพูดนั้นเขาก็กล่าวออกมาเรียบๆ“หอคอยผ่านจิตเป็นบ้านของเจ้าหรือยังไง”

            ในตอนนี้พลังชีวิตเหลวล้ำค่านั้นสำคัญต่อเขามาก ของสิ่งนี้จะทำให้คุณสมบัติในร่างกายของเขาดีขึ้นไปอีก

            ได้ยินดังนั้น สีหน้ามนุษย์สามตาก็พลันขึงขังขึ้น เขาเอ่ยเสียงเย็นออกมา“เช่นนั้น เจ้าก็ลองดู”

            เต้าหลิงไม่ได้สนใจ เขาดึงดูดพลังบริสุทธิ์ที่อยู่รอบทิศเข้ามาภายในร่างเพื่อกลั่นหลอมฝีเท้าก้าวเข้าไปข้างในอย่างไม่หยุด สายตาพลันสังเกตเห็นร่างเงาร่างหนึ่งที่อยู่ข้างหน้าสุด

            ด้านหลังของนางมีกระบี่สีทองด้ามใหญ่เปล่งแสงกระบี่สีทองสว่างไสวมีเสียงโลหะสั่นสะเทือนดังออกมา อักขระโดยรอบถูกทำลายจนแตกหัก นั่นเป็นอาวุธที่น่ากลัวมาก

            เด็กสาวคนนี้แข็งแกร่งมาก นางสวมเสื้อเกราะสีทองประกายแสงระยิบระยับร่างกายมีส่วนเว้าโค้ง ผิวขาวสะอาดดุจไข่มุก ภายในร่างปลดปล่อยพลังกระบี่ออกมาเป็นเส้นๆทำให้อมนุษย์ที่อยู่โดยรอบหวั่นเกรง

            ขณะนี้พวกเขาอยู่ใกล้กับตาน้ำพุชีวิตมากแล้ว เต้าหลิงเร่งฝีเท้าให้เร็วมากขึ้นแต่ยิ่งเดินเข้าไปเท่าไร แรงกดดันก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเท่านั้น เขาดึงพลังบริสุทธิ์โดยรอบเข้ามาในร่างอย่างไม่ขาดสายเพื่อกลั่นหลอมพลังบริสุทธิ์มาทดแทนพลังที่สูญเสียไป

            ยิ่งเดินลึกเข้าไปเท่าไร เต้าหลิงก็รู้สึกได้ถึงพลังที่เปี่ยมล้นมากยิ่งขึ้นอีกทั้งยังแฝงไปด้วยคลื่นพลังต้นกำเนิดทำให้คุณสมบัติร่างกายของเขาแปรเปลี่ยนไปรวดเร็วมาก

            “มันได้ผล” เต้าหลิงกล่าวออกมาด้วยความดีใจ หากได้พลังต้นกำเนิดเหลวล้ำค่ามาล่ะก็คุณสมบัติร่างกายของเขาจะต้องเปลี่ยนไปแน่นอน

            ความเร็วในการฟื้นฟูพลังของคนเหล่านั้นเทียบไม่ได้กับเต้าหลิงมนุษย์สามตาหันมามองแวบหนึ่งก่อนจะแสยะยิ้มออกมา “ที่แท้เป็นธาตุไม้ ฮึ”

            พวกเขารู้ดี ถึงแม้ธาตุไม้จะหายาก แต่ว่าพลังการโจมตีนั้นไม่ได้แข็งแกร่งมากขนาดนั้นมนุษย์สามตาคิดว่าที่เต้าหลิงฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว จะต้องเป็นเพราะคุณสมบัติของธาตุไม้แน่นอน

            “เจ้าระวังด้วย” เด็กหนุ่มผมสีม่วงมองไปที่เต้าหลิง พลางกล่าวเตือนเขาด้วยความหวังดีอย่างไรซะ พวกเขาก็เป็นศิษย์สำนักเดียวกัน ถ้าอัจฉริยะเช่นนี้จะต้องมาตายที่นี่ก็น่าเสียดายแน่

            เต้าหลิงมองไปที่สายตาที่หวังดีของเด็กหนุ่มผมสีม่วงพลางฉีกยิ้มออกมาในตอนนี้เขาอยากจะประลองกับคนที่เก่งกาจอยู่พอดี

            “ข้ารู้แล้ว จะว่าไป เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้างในเส้นทางสีทองนี้คืออะไร?”

            ได้ยินดังนั้น เด็กหนุ่มผมสีม่วงประหลาดใจขึ้นมาพลางตอบกลับไปว่า“ข้างในนั้นลึกลับมาก เป็นของที่สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณ แต่เจ้าอย่าเข้าไปจะดีกว่าเพราะแรงกดดันในนั้นน่ากลัวกว่าที่นี่หลายเท่า จะตายได้ง่ายๆ”

            “แบบนี้นี่เอง” เต้าหลิงอึ้งไป แม้แต่แรงกดดันของชั้นเก้ายังรุนแรงขนาดนี้ชั้นสิบจะน่ากลัวขนาดไหนไม่อยากจะคิดเลย หรือว่าชั้นที่สิบจะเป็นเพียงแค่ตำนานที่ไม่สามารถขึ้นไปได้

            ในตอนนี้เขาก็เข้ามาใกล้ร่างสีทองเข้าไปเรื่อยๆ อมนุษย์ตนนี้แข็งแกร่งยิ่งอีกทั้งยังปลดปล่อยพลังที่ดุร้ายออกมา ทำให้ผู้คนหนาวจนถึงกระดูก มันกล่าวเสียงเย็นออกมาว่า“เมื่อครู่ข้าเตือนเจ้าแล้วว่าอย่าเข้ามาใกล้ เหตุใดเจ้าถึงไม่ฟัง”

            นัยน์ตาของมันมีประกายแสงดุร้ายออกมา มันจ้องไปที่ร่างของเต้าหลิงพลางแสยะยิ้มออกมา“ไม่เลว ข้าสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตที่เปี่ยมล้นในร่างของเจ้า ถ้าข้ากินเจ้า โอกาสที่ข้าจะได้พลังชีวิตเหลวล้ำค่าก็จะเพิ่มขึ้น”

            “เจ้าคงจะเป็นสัตว์อสูรงั้นสินะ ถึงได้อยากจะกินข้า” เต้าหลิงส่งเสียงฮึ

            ได้ยินดังนั้น พลังของร่างเงาสีทองก็เย็นลง ดวงตาทั้งสองข้างฉายสีความโกรธแค้นเจ้านี่ช่างหาญกล้ายิ่งนัก กล้าพูดจาเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร

            “อยู่ไปก็รกโลก” มันแผดเสียงแหลม ฝ่ามือเปลี่ยนเป็นสีแดง ก่อนที่ฝ่ามือจะแหวกฝ่าอากาศออกไปหมายจะจัดการเต้าหลิงแล้วค่อยกินเขาเข้าไป

            พลังที่ดุร้ายโหมซัดกระหน่ำเข้ามา เต้าหลิงกำหมัดแล้วปล่อยออกไปอักขระสีทองอัดแน่น พลางปะทะเข้ากับฝ่ามือ

            เสียงดังลั่นสะเทือนทั่วฟ้าดิน ทำให้อักขระโดยรอบสลายไป พลังที่ระเบิดออกมานั้นแข็งแกร่งมาก

            “หืม” ร่างเงาสีทองประหลาดใจยิ่ง มันคิดไม่ถึงว่าคนคนนี้จะแข็งแกร่งมากขนาดนี้หลังจากนั้น มันก็กล่าวออกมาด้วยดวงตาที่ร้อนผ่าวว่า “ดี ดีมาก ข้าชอบกล้ามเนื้อของเจ้าถ้าข้ากินเข้าไปพลังของข้าจะต้องเพิ่มขึ้นมากแน่ ส่งตัวของเจ้ามาให้ข้าซะ”

            ฝ่ามือของมันขยับอีกครั้ง ฝ่ามือสีแดงคล้ำเปลี่ยนเป็นตราฝ่ามือขนาดใหญ่ที่ปกคลุมท้องฟ้าพลางกดฝ่ามือลงไปจนมวลอากาศแหลกเป็นผุยผง

            เต้าหลิงกำหมัดแน่น พลังภายในร่างเอ่อล้นทะลัก ผมยาวปลิวไสวอย่างบ้าคลั่งทั่วร่างเปล่งแสงสีทองสว่างจ้าแล้วปล่อยหมัดสวนขึ้นไป

            โดยรอบสั่นสะเทือน อักขระมอดดับไป เส้นทางสีทองระเบิดเสียงดังสนั่นร่างเงาทั้งสองปะทะเข้าด้วยกันโดยใช้ความแข็งแกร่งของร่างกาย มวลอากาศสลายจนกลายเป็นสุญญากาศ

            ร่างเงาสีทองคำราม ภายในร่างระเบิดพลังที่ดุร้ายออกมาเหมือนกับเทพอสูรที่ตื่นขึ้นยิ่งเข้าปะทะมันยิ่งแข็งกล้า แต่ละฝ่ามือทำเอาฟ้าดินสะเทือนเลือนลั่น

            เต้าหลิงเองก็ไม่น้อยหน้า ทั่วร่างเปล่งเส้นแสงสีทองออกมาดังแสงกระบี่น่ากลัวหมัดที่แข็งแกร่งทำลายได้ทุกสรรพสิ่ง แต่ละการโจมตีเต็มไปด้วยไปด้วยพลังที่อาจหาญ

            “แหลกไปซะ” ร่างเงาสีทองคำรามลากเสียงยาว ตราฝ่ามือขนาดใหญ่กดทบลงดุจแท่งหิน

            “หลีกไปซะ” เต้าหลิงคำรามลั่น ฝ่ามือเปล่งแสงสีทองสว่างจ้าราวกับหลอมมาจากทองคำฝ่ามือของเขาเข้าปะทะกับตราฝ่ามือจนตราฝ่ามือแหลกสลาย

            ความเร็วของอมนุษย์สีทองนั้นเร็วมาก มันทะยานร่างออกไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับปลดปล่อยพลังที่เปี่ยมล้นฝ่ามือพุ่งโจมตีเข้าใส่อกของเต้าหลิง

            เต้าหลิงปล่อยขาขวาออกไป ประดุจกระบี่คมที่พุ่งออกจากฝัก กระดูกส่งเสียงปะทะกันดังสนั่นกระบวนท่านี้เขาใช้พลังทั้งหมดที่มี มวลอากาศระเบิดแตกออกเป็นชิ้นๆ ฝีเท้าอีกข้างที่อยู่บนพื้นทำให้พื้นดินแตกร้าวเป็นทาง

            ตูม คลื่นเสียงกระจายออกเป็นวงกว้างทำให้ผู้คนต่างแสบแก้วหู ทั่วร่างของอมนุษย์สีทองสั่นสะท้านมันรู้สึกเหมือนปะทะกับภูเขาขนาดใหญ่ ฝีเท้าของมันเหยียดถอยออกไปครึ่งก้าว

            “แข็งแกร่ง” เด็กหนุ่มผมสีม่วงใจสั่น เขารู้จักความเป็นมาของอมนุษย์สีทองดีเผ่าอสูรของมันมีร่างกายที่แข็งแกร่งมาก แต่เต้าหลิงกลับใช้ร่างกายปะทะกับอมนุษย์สีทองนอกจากจะไม่เสียท่าแล้วยังทำให้อีกฝ่ายเหยียดเท้าถอยหลังไปได้อีก

            เด็กสาวที่แบกกระบี่ใหญ่สีทองด้านหน้าสุดหันกลับมามอง นางสวมเสื้อเกราะสีทองริมฝีปากแดงอวบอิ่ม นัยน์ตาประกายแสงสว่าง จมูกยกขึ้นสวย ดูงดงามอย่างยิ่ง นางมองไปที่เต้าหลิงแวบหนึ่งพลางหันกลับมาดูท่าจะไม่ใช่เป็นคนที่ชอบพูดจาเท่าไรนัก

            อมนุษย์สีทองโกรธมาก แววตาของมันเย็นดุจน้ำแข็ง มันแหงนหน้ามองฟ้าพลางเปล่งเสียงคำรามพลังดุร้ายเพิ่มขึ้น ก่อนทะยานออกไป

            “มาได้จังหวะพอดี” เต้าหลิงหัวเราะด้วยเจตนารมณ์ในการต่อสู้ที่เปี่ยมล้นฝ่าเท้าทั้งสองกระทืบลงพื้น แรงกดดันโดยรอบไม่อาจจะหยุดเขาได้ เขาทะยานขึ้นฟ้าพร้อมปล่อยฝ่ามือทั้งสองออกไป

            เขาเหมือนดั่งอินทรีย์สวรรค์สยายปีก แขนทั้งสองข้างกางออกพร้อมพลังมหาศาลที่พุ่งทะลักออกมาภายในร่างมีเสียงฟ้าร้องครืนๆ พลังปราณในร่างไหลรวมเข้ามากลางฝ่ามืออย่างบ้าคลั่ง เพื่อใช้พลังทั้งหมดที่มีโจมตี

            เต้าหลิงไม่ได้เกรงกลัวความตาย กล้ามเนื้อแต่ละมัดปลดปล่อยพลังที่เปี่ยมล้นราวกับมังกรที่ทะยานออกมาทุกกระบวนท่าแข็งแกร่งและดุดันอย่างไร้ที่เปรียบ มวลอากาศถูกฉีกออกเป็นทาง

            ร่างเงาทั้งสองปะทะเข้าใส่กัน แต่ละกระบวนท่ารุนแรงอย่างยิ่งทำให้เส้นทางสีทองสั่นสะเทือน

            นัยน์ตาของอมนุษย์สีทองเย็นยะเยือกขึ้น มันสัมผัสได้ถึงร่างกายของเต้าหลิงที่น่ากลัวขึ้นมาเรื่อยๆพลังภายในร่างโคจรดั่งน้ำไหลเชี่ยวกราด ให้ความรู้สึกที่กดดันอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

            “โฮกกก” อมนุษย์สีทองคำราม ร่างของมันเปลี่ยนเป็นแดงคล้ำ ความสูงเพิ่มขึ้นร่วมเก้าเมตรลักษณะภายนอกเหมือนกับเสือดาว ผิวแดงคล้ำไร้ขนแต่กลับมีหนามที่แหลมคมงอกออกมา

            “เจ้าบังอาจยั่วโทสะข้า ไม่ว่าจะบนสวรรค์หรือใต้พิภพก็ไม่มีใครสามารถช่วยเจ้าได้”มันแผดเสียงคำรามด้วยไอพลังสังหารที่เดือดพล่าน

    คล้ายกับเรื่องหมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน