[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว

    108 กลับสู่เขต F47

    “คุณน็อตครับ ชุดเกราะเป็นอย่างไรบ้าง”


    หลังจากนอนเต็มอิ่มแอชเชอร์กลับมาดูชุดเกราะเขาอยากรู้ว่าวิศวกรฝีมือดีแบบน็อตจะซ่อมมันอย่างไรให้ทันใช้งานในอีก 1 วันข้างหน้า จากสภาพของมันไม่น่าจะซ่อมได้ทันเวลา กรดที่ย่อยชุดเกราะไม่ได้แค่ทำลายชุดเกราะส่วนนอกเท่านั้น มันได้เข้าไปทำลายวงจรด้านในหากให้ซื้อใหม่จะคุ้มกว่า  แต่เมื่อมาถึงตำแหน่งที่น็อตย้ายมาประจำ แอชเชอร์ก็เกิดความสงสัยเพราะน็อตไม่ได้ซ่อมชุดเกราะของเขาเลย ชุดเกราะของหัวหน้ากลับซ่อมแล้วเขาจึงขอเหตุผล


    “หึหึหึ คุณแอชเชอร์ ต่อให้จะเป็นผมก็ซ่อมมันไม่ได้หรอกนะครับ แต่..”


    “แต่อะไรอย่างนั้นเหรอครับ”


    “ผมมีสิ่งที่ดีกว่า”


    น็อตไม่ตอบว่าเขามีอะไรที่ดีกว่ามามอบให้ ทำเพียงยิ้มแล้วไปเข็นกล่องใบหนึ่งมาตรงหน้าแอชเชอร์ ให้แอชเชอร์เปิดดูสิ่งที่อยู่ข้างในด้วยตัวเอง 


    “นี่อะไรครับ”


    “ผมว่าร้อยตรีเปิดเข้าไปดูเองจะดีกว่านะครับ”


    “ก็ได้”


    แอชเชอร์รับค้อนตอกตะปูมาจากน็อตแล้วเริ่มทุบไปยังตำแหน่งที่กล่องระบุเอาไว้ ยิ่งทุบทำลายแอชเชอร์ก็ยิ่งเห็นสิ่งที่อยู่ข้างในกล่องไม้กระทั่งเขาเปิดฝาออกมาได้ แอชเชอร์ก็เห็นชุดเกราะตัวหนึ่งมีสีดำนอนอยู่ในกล่อง


    “ของผมเหรอ”


    “ใช่แล้วครับ สิ่งนี้พึ่งผ่านการอนุมัติและส่งมาถึงเมื่อไม่นานมานี้เอง เอาล่ะครับเรามาทดสอบกันเถอะ”


    แอชเชอร์มองไปยังชุดเกราะตัวใหม่ จากรหัสที่อยู่หัวไหลทำให้เขารู้ว่ามันเป็นรุ่นล่าสุดที่ระดับ S ใช้งานหรือก็คือชุดเกราะที่มีมาตรฐานและฟังก์ชันเดียวกันกับที่หัวหน้าแอนเดอร์สันใช้ โดยสิ่งที่เขาสนใจมีเพียงระบบบูสเท่านั้นที่ติดมากับชุดเกราะนี้ แอชเชอร์อยากรู้ว่าหากเขาเปิดระบบบูสของชุดเกราะ มันจะทำให้เขาแข็งแกร่งมากแค่ไหน ตอนนี้พลังต่อสู้ของเขาอยู่ที่ 815 หน่วย มากกว่าชุดเกราะมาร์คเอทที่มีพลังต่อสู้เพียง 750 หน่วยไปแล้ว  


    “เอาล่ะครับ ระบบทุกๆอย่างพร้อม ลองเลยไหมครับ”


    “ได้ครับ”


    แอชเชอร์รีบสวมใส่ชุดเกราะมาร์คเอทตัวใหม่ ทันทีที่เขาสวมเข้าไปความรู้สึกที่รับรู้ได้ไม่ต่างจากเดิมมากนัก เพียงแต่ว่าชุดเกราะตัวนี้เขาสามารถเคลื่อนไหวได้ดีกว่าเดิม แทบไม่รับรู้ได้ถึงแรงต้านบริเวณข้อต่อเลยสักนิด


    “ผมใช้งานระบบบูสได้ไหม”


    “ได้ครับ”


    “บูส”


    แอชเชอร์เปิดใช้งานฟังก์ชันบูสจนพบว่าชุดเกราะมีพลังเพิ่มขึ้นราว 30 % แต่ถึงอย่างนั้น 30 % ที่เพิ่มขึ้นกลับไม่ได้เพิ่มเข้าไปในพลังต่อสู้โดยตรง ถ้าหากว่ามันเพิ่มเข้าไปโดยตรงพลังต่อสู้ของชุดเกราะมาร์คเอทจะมีราว 975 หน่วยสามารถฆ่าได้แม้กระทั่งมอนสเตอร์ 9 ดาวเลยด้วยซ้ำ

     

    พรึ่บ พรึ่บพรึ่บ~!


    แอชเชอร์เริ่มชกลงปรากฎว่าเขาทำได้ดีกว่าเดิมในช่วงที่สวมใส่ชุดเกราะตัวใหม่ จากนั้นเขาก็เริ่มทดลองในท่าต่างๆมากมาย การฟัน การแทง การกระโดด จนกระทั่งแอชเชอร์ตรวจสอบชุดเกราะทั้งหมดเขาก็ได้ส่งคืนน็อตเพื่อทำการปลดบางอย่างที่เขาไม่ต้องการออก ส่วนระบบบูสในสายตาของแอชเชอร์ยังรู้สึกว่ามันยังใช้งานไม่ดีพอ แม้จะเร่งพลังโจมตีได้ก็ตาม มันกลับยังแรงไม่เท่าพลังร่างกายของเขาเอง


    “คุณน็อตครับ ช่วยปลดระเบิดออกให้ที”


    “ได้ครับ”


    น็อตเต็มใจปลดมันออกเพื่อความปลอดภัย หากเกิดว่าชุดเกราะของแอชเชอร์ถูกควบคุมจากระยะไกล เขามีโอกาสตายเพราะระเบิดของชุดเกราะได้ 


    —-------------------------


    “เห็นสิ่งนี้หรือยัง”


    เหล่าคนที่ใช้สัญลักษณ์ขนนกสีแดงประชุมกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและกดดัน หลังจากที่พวกมันถูกนำเสนอข้อมูลเข้าสู่ระบบสหพันธ์แล้ว ว่าพวกมันเป็นตัวตนที่พยายามจะแทรกแซงเข้าไปในกองทัพทั้งหมด


    ตอนนี้ระดับล่างภายในองค์กรที่อยู่ภายในกองทัพบางกองทัพล้วนฆ่าตัวตายกันทั้งหมด นับว่าเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่มาก แต่การสูญเสียนี้ก็นับว่าไม่สูญเปล่าเพราะสามารถรักษาคนอีกส่วนหนึ่งเอาไว้ได้


    “เห็นแล้ว ไม่คิดว่ามันจะรู้ถึงตัวตนของเราจริงๆ ไม่น่าปล่อยให้มันรอดมาได้เลย”


    หลายคนคิดเห็นในทางเดียวกัน เดิมทีพวกเขาคิดว่าแอชเชอร์เป็นเพียงแค่บังเอิญรู้จักพวกมันผ่านสัญลักษณ์ที่ถูกทิ้งเอาไว้บางตำแหน่งเท่านั้น กลับกลายเป็นว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา แอชเชอร์รู้จักพวกมันและพยายามตามสืบเช่นเดียวกัน ไม่ใช่แค่พวกมันที่พยายามจัดการเขา แอชเชอร์กลับเป็นฝ่ายที่คิดจะจัดการและสวนกลับคืนเช่นเดียวกัน 


    ถึงพวกมันจะยังไม่รู้จุดประสงค์ของแอชเชอร์ที่ตามหาพวกมันก็ตามที แต่หลายคนคิดว่าคงเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่พวกมันบุกเขตที่พักอาศัยของเขาจนพงเสียหายไป จึงคิดว่าแอชเชอร์คงกำลังหาทางแก้แค้น


    “แล้วจะเอายังไง ตอนนี้พวกเราถูกบีบให้อยู่เงียบๆ”


    “เรายังมีโอกาส ในสถานการณ์นี้ยากจะมีคนพบตัวเราได้”


    “ในเขต F47 อย่างนั้นสินะ”


    การประชุมกันเริ่มขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่ผู้คนในผ้าคลุมสีดำจะตั้งภารกิจจัดการผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 และแอชเชอร์ให้เป็นภารกิจสูงสุดที่ต้องเร่งกำจัด แต่ไม่สามารถเร่งรีบโดยไม่ไตร่ตรองเพราะถ้าสองคนนี้ตายเร็วเกินไป จะทำให้สหพันธ์เคลื่อนไหวด้วยตัวเอง พวกมันจึงจำเป็นต้องทำให้เหมือนอุบัติเหตุที่สุด แล้วสิ่งๆนั้นก็รอพวกเขาอยู่ที่เขต F47 ภายในเขตนี้เป็นสถานที่รวมกลุ่มของทหารมากมาย หากมีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นจนระดับ S ตกตายโดยใส่ร้ายมอนสเตอร์ พวกมันยังคงอยู่ต่อไป เรื่องที่สหพันธ์รู้ตัวตนของพวกมันทำอะไรไม่ได้ นอกจากปล่อยไปแล้วค่อยๆพยายามแทรกแซงเพื่อลบเรื่องนี้ออกจากระบบ แต่ก่อนอื่นผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 และแอชเชอร์ต้องหายไปไม่อย่างนั้นพวกมันจะถูกไล่ล่า


    —-----------------------


    “จอดก่อนครับ”


    แอชเชอร์บอกทหารให้จอดรถพลางเดินลงด้วยใบหน้าเฉยชา ระหว่างที่รถของแอชเชอร์วิ่งไปจอดชิดขวากับถนน กลุ่มคนที่กำลังเดินทางไปยังเขต F46 ต่างหันมองว่าเกิดอะไรขึ้นกัน ในตอนที่ทุกๆคนสนใจแอชเชอร์ก็ได้โยนสิ่งที่พันเอาไว้ด้วยผ่าออกไปไกลก่อนจะมีเสียงระเบิดดังกระหึ่มสร้างความตกใจให้กับทุกๆคน


    “ไปกันเถอะครับ วันหลังเราควรจะตรวจสอบให้ดีกว่านี้ว่าในรถมีระเบิด”


    บนใบหน้าของแอชเชอร์ไม่ได้ตื่นตระหนกเลยสักนิด รถคันที่เขานั่งถูกฝังระเบิดเอาไว้ใต้เบาะ มันยากมากที่จะตรวจพบหากไม่ใช้เครื่องสแกน  ถึงอย่างนั้นเขาไม่ได้โทษกองทัพที่หละหลวม เนื่องจากว่าสถานที่เขาเดินทางจากมาคือค่ายทหาร G68 ไม่ใช่กองทัพที่ 7 จึงทำให้เครื่องสแกนระเบิดไม่ได้ถูกติดตั้งไว้หน้าทางเข้าออกค่าย ด้วยเรื่องที่เกิดนี้เองจะต้องทำให้ผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 เพิ่มมาตรการในการตรวจเข้มเพื่อไม่ให้เกิดระเบิดขึ้นอีก


    “แอชเชอร์ ปลอดภัยนะ”


    ชุดเกราะอยู่ในรถของน็อตที่วิ่งอยู่ด้านหลัง หัวหน้าแอนเดอร์สันจึงติดต่อมาถามแอชเชอร์เกี่ยวกับระเบิด ระหว่างนี้เองขบวนรถที่กำลังขนย้ายทหารต่างพากันจอด ก่อนที่หน่วยสำรวจจะนำชุดเกราะของพวกเขาออกมาหาระเบิดที่ซ่อนเอาไว้บนรถทุกๆคัน


    “ผมปลอดภัยครับ ส่วนคนร้ายไม่รู้ว่าวางระเบิดผมตอนไหน”


    “ให้หน่วยสืบทำงานก็แล้วกัน”


    แอชเชอร์ปล่อยให้ทหารตรวจหาระเบิด จากระบบ1-1ที่ตรวจสอบพบว่าระเบิดที่กำลังทำงานมีเพียงแค่รถคันที่เขานั่งเท่านั้นกระทั่งผ่านไป 20 นาทีขบวนรถของแอชเชอร์ก็เริ่มเดินทางต่ออีกครั้ง ระหว่างนี้เองเขาก็นั่งคิดพลางหาจุดประสงค์ที่ถูกวางระเบิด


    การฆ่าเป็นจุดประสงค์ของพวกมันแน่นอน แต่เขาไม่คิดว่ากลุ่มขนนกสีแดงที่แทรกแซงกองทัพมาเป็นเวลานานจะลงมือด้วยวิธีที่โง่แบบนี้ ถ้าพวกมันลงมือสำเร็จก็เท่ากับว่าเรื่องที่ผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 พูดจะยิ่งตอกย้ำให้ผู้บัญชาการแต่ละกองทัพตรวจเข้มมากยิ่งขึ้น แต่พวกมันลงมือวางระเบิดทั้งๆที่รู้ว่าเขาระมัดระวังตัว แอชเชอร์จึงนึกคิดว่าพวกมันมีจุดประสงค์อะไรถึงได้ทำแบบนี้


    “หรือว่าแค่ขู่เท่านั้น”


    เมื่อนึกไปถึงการข่มขู่แอชเชอร์คิดว่ามันสมเหตุสมผล การข่มขู่ให้เขาตกอยู่ในความวิตกจนไม่เป็นอันได้พักผ่อนเต็มที่ มีผลร้ายแรงหลายอย่างตามมา แล้วเขตที่เขาไปเป็นเขตอันตราย ยิ่งทำให้เขาพักผ่อนน้อยก็ยิ่งทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของเขาลดลงไปมาก แต่แอชเชอร์ก็ยังไม่กล้ามั่นใจว่าพวกมันต้องการเพียงแค่ข่มขู่ไม่ให้เขาได้พักผ่อน


    —------------


    “วางระเบิดเหรอ ทำไมปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้”


    น็อตรายงานเรื่องที่เกิดกับผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 พลางบอกถึงสาเหตุที่เขาคาดการณ์ การที่คนร้ายสามารถฝังระเบิดบนรถได้นั้นมีเวลาเตรียมการไม่มาก เนื่องจากว่ารถทุกๆคันวิ่งออกมาจากกองทัพที่ 7 ก่อนจะไปยังค่ายทหารเขต G68  การที่รถออกมาจากกองทัพเป็นการยืนยันว่าผ่านการตรวจหาระเบิดมาแล้ว ดังนั้นคนร้ายจะต้องลงมือระหว่างที่รถเดินทางไปรับทหารเขต G68 อย่างแน่นอน ทันทีที่ผู้บัญชาการนึกได้เขาจึงถามน็อตกลับไปในทันที


    “เป็นไปได้ไหมที่คนขับจะเป็นคนลงมือติดตั้งระหว่างขับรถ”


    “น่าจะเป็นไปได้ครับ เพราะตอนนี้ร้อยตรีกลายเป็นคนขับรถเองแล้ว”


    น็อตที่ขับตามหลังหันกล้องส่องไปยังรถคันที่แอชเชอร์นั่ง ปรากฎว่าคนขับรถหายไปเหลือเพียงแค่แอชเชอร์เท่านั้น ผู้บัญชาการจึงยกเลิกการคุยกับน็อตแล้วหันไปบอกให้ภายในห้องควบคุมเพิ่มการตรวจหาระเบิด ก่อนที่เขาจะติดต่อหาแอชเชอร์ด้วยเบอร์ส่วนตัว


    “แอชเชอร์ ทำไมถึงขับรถด้วยตัวเอง”


    “อ๋อ ไม่มีอะไรมากครับหลังจากที่ผมกู้ระเบิดผมก็ย้ายไปนั่งข้างคนขับเพื่อถามว่าเพื่อนที่มาด้วยกันหายไปไหน มันจึงกัดบางอย่างในปากชิงฆ่าตัวตายไปก่อน ผมจึงต้องขับรถ ผู้บัญชาการช่วยผมหน่อยนะครับ การมีศพในรถผมแบบนี้แย่แน่นอน”


    “ได้ๆ ฉันจะเตรียมคนเอาไว้ให้ เมื่อไปถึงพวกเขาจะปกปิดเรื่องนี้ทันที นายอย่าแตกตื่นไปล่ะ”


    “ครับ”


    แอชเชอร์ยื่นกล้องไปถ่ายสัญลักษณ์ขนนกสีแดงเลือดที่สักเอาไว้ด้านในริมฝีปาก หากไม่เปิดดูเขาก็ไม่มีทางเห็นมัน กระทั่งขบวนรถระลอกแรกที่ใช้รับส่งทหารเดินทางมาถึงค่ายชั่วคราวสร้างปิดทับอุโมงที่เชื่อมต่อไปยังเขต F47 นั้นแอชเชอร์ก็ถูกทหารเข้ามาล้อมรถพลางเก็บศพคนที่ตายอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีใครรู้ว่ามีคนตายเกิดขึ้น


    “ไม่เป็นไรใช่ไหม”


    “ครับ อีกฝ่ายไม่ได้สวมใส่ชุดเกราะ” แอชเชอร์บอกหัวหน้าแอนเดอร์สัน ก่อนที่พวกเขาสองคนจะเดินไปยังเต้นท์ของผู้ดูแลค่ายนี้ เพื่อที่จะขอข้อมูลทุกๆอย่าง ตอนนี้กองทัพที่ 9 กำลังถอนกำลังคนออกไปจากค่ายนี้หลังจากกองทัพที่ 7 ส่งคนมาช่วยเหลือ


    “สวัสดี ทางเราเป็นตัวแทนของกองทัพที่ 7 มารับข้อมูลภารกิจ”


    “สวัสดีหัวหน้าแอนเดอร์สัน ผมเอง”


    แอชเชอร์มองไปยังผู้พันเจมส์ที่เคยทำงานร่วมกันในค่ายทหารเขต F47 ปรากฎว่าครั้งนี้เขาถูกส่งตัวมาเป็นหัวหน้าค่ายทหารในเขต F46


    “อ้าว คุณมาก่อนพวกผมได้ยังไงกัน”


    “ผู้บัญชาการส่งพวกผมมาตั้งแต่เมื่อวานเพื่อเก็บข้อมูลทุกๆอย่าง ตอนนี้กองทัพที่ 9 ทยอยไปเกือบหมดแล้วหลังจากที่มอบข้อมูลทุกๆอย่างให้ผม”


    “งั้นพวกเราขอดูหน่อยได้ไหม ”


    “ครับ นี่คือข้อมูลทั้งหมดที่กองทัพที่ 9 ส่งมา”









     

    คล้ายกับเรื่อง[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว ที่คุณอ่าน