" ความสามารถที่ได้รับมีเพียงแค่นี้ คือ ความเร็วนั้นจะเพิ่มขึ้นเพียงหนึ่งเท่าของร่างต้น พลังกายภาพเพิ่มขึ้นเพียงห้าพันชั่ง ร่างจำแลงจะคงอยู่ได้นานเพียงสิบสองลมหายใจหรือประมาณห้านาที..เพราะความสามารถเหล่านี้จะถูกจำกัดอยู่เพียงนี้เท่านั้น ถ้าหากผู้ที่เรียนรู้ท่าร่างเก้ากายาอัสนีไม่ทิ้งรอย ยังมิได้สำเร็จกายาอันเลิศล้ำที่จะส่งเสริมให้การสำแดงอานุภาพของท่าร่างเก้ากายาอัศนีไม่ทิ้งรอยสมบูรณ์เต็มรูปแบบ..!!"
"สามารถสำแดงอานุภาพของท่าร่างเก้ากายาอัสนีไม่ทิ้งรอยระดับต้นได้สมบูรณ์ ต้องสำเร็จกายาทองแดง"
"สามารถสำแดงอานุภาพของท่าร่างเก้ากายาอัสนีไม่ทิ้งรอยระดับกลางได้สมบูรณ์ ต้องสำเร็จกายาเงิน"
"สามารถสำแดงอานุภาพของท่าร่างเก้ากายาอัสนีไม่ทิ้งรอยระดับสูงได้สมบูรณ์ ต้องสำเร็จกายาทองคำ"
ข้อมูลดังกล่าวสร้างความท้อแท้ให้แก่กังหลงไปชั่วขณะจากความยินดีจนหัวใจพองโตคับอกที่ได้เจอวิชาท่าร่างและคุณสมบัติที่เลิศล้ำ เมื่อพบเจอกับเงื่อนไขที่มาเพิ่มนี้ คำว่ากายาอันเลิศล้ำซึ่งประกอบด้วย กายาทองแดง กายาเงิน และกายาทองคำนั่น ตนจะฝึกอย่างไรกันจะเรียนรู้ได้จากที่ไหน กายาเหล่านี้ตนไม่เพียงไม่รู้จักแถมยังเพิ่งจะได้รับทราบครานี่เป็นคราแรกว่ามีกายาเหล่านี้อยู่ หัวใจที่พองโตกลับห่อเหี่ยวลงในทันทีดุจลูกยางโดนปล่อยลมกระทันหันจนแฟบลง
แต่ด้วยพลังจิตอันกล้าแกร่งกังหลงทบทวนข้อมูลในตอนท้ายนี้อีกครั้ง พบว่าถึงอย่างไรหากฝึกสำเร็จได้ จนสามารถสร้างร่างจำแลงได้หลายร่าง หรือแม้กระทั้งสำเร็จถึงเก้าร่าง ต่อให้มีพลังแค่พื้นฐาน เพียงความเร็วนั้นจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของร่างต้น พลังกายภาพเพิ่มขึ้นเพียงห้าพันชั่ง ร่างจำแลงจะคงอยู่ได้นานเพียงสิบสองลมหายใจหรือประมาณห้านาที หากร่างทุกร่างใช้ความสามารถระดับนี้ออกมาพร้อมกันเท่ากับตนมีนับรบถึงเก้าคนที่มีพลังที่เท่าเทียมกัน หากตนเพิ่มพูนพลังฝีมือให้สูงขึ้นเรื่อย ๆ แม้เวลาจะมีเพียงแค่ห้านาที แต่จะมีอะไรในพิภพนี้ที่สามารถต่อกรกับตนได้ จึงได้แต่ส่ายหน้าต่อความท้อแท้กังวลก่อนหน้านี้ของตน เมื่อรับข้อมูลทั้งหมดจากเม็ดพลังกังหลงจึงถอนสมาธิจิตออกมาส่ายศีรษะพร้อมกล่าวและหัวเราะออกมา
"เฮ้อ..ยังไม่ได้เรียนรู้ แต่กลับมากังวลถึงผลลัพธ์ซะได้ ช่างเหลวไหลสิ้นดีตัวข้า ต่อให้เป็นแค่ความสามารถพื้นฐานเพียงแค่นี้แม้ตายแล้วเกิดใหม่สิบชาติร้อยชาติก็คงยากจะจะพบพาน ถึงอานุภาพมีเพียงแค่นี้แต่หากทำได้ก็สุดวิเศษเลิศล้ำแล้ว ส่วนวิชากายาอันเลิศล้ำเหล่านั้นมิแน่ว่าท่านอาจารย์อาจจะมีอยู่ก็เป็นได้ หากข้ามีวาสนาคงมีโอกาสได้ครอบครอง แล้วจะมากังวลไปใยเนี่ย ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
เมื่อได้ทราบถึงข้อมูลและคุณสมบัติของท่าร่างนี้แล้ว นับว่าสิ่งนี้เป็นวิชาท่าร่างที่เลิศล้ำยากจะประเมินค่าได้สำหรับผู้ฝึกยุทธ หากแม้นตกไปสู่วงนักเลงมิทราบจะเกิดการแย่งชิงเข่นฆ่ากันมากมายปานใด เพื่อหวังครอบครองวิชาท่าร่างนี้ และมิทราบผู้เป็นอาจารย์แสวงหาคัมภีร์อันล้ำค่านี้มากจากแห่งหนใด กังหลงสนใจในท่าร่างนี้เป็นยิ่งนักหลังจากซึมซับอักขระสีทองของคัมภีร์ไปหมดสิ้นทำความเข้าใจกับท่าร่างและวิธีการแล้วจึงเริ่มฝึกฝนในทันที
ทางด้านภายนอกหอนิรทุกข์พยายมหน้าจอแสดงผล ผู้ที่มาเฝ้าชมการทดสอบเห็นจุดพลังสีเหลืองในหอชั้นที่หนึ่งเคลื่อนลึกเข้าไปเขตด้านในทีละน้อยจนตัวเลขคะแนนบนจอแสดงผลของชั้นที่หนึ่งหยุดแค่สี่ร้อยแปดสิบ แล้วจุดสีเหลืองได้เคลื่อนที่ต่อไปยังใจกลางสุดและหยุดนิ่งอยู่ที่แห่งนั้นไม่เคลื่อนไหวใด ๆ อีกจึงต่างวิพากษ์วิจารณ์กันต่าง ๆ นา ๆ
"ดูซิผู้ทดสอบในชั้นหนึ่งของหอเคลื่อนที่เข้าไปยังพื้นที่ส่วนกลางเรื่อย ๆ แล้ว นั่นตัวเลขเคลื่อนไหวเร็วมาก จาก ห้า เป็นสิบ ..ยี่สิบ ..หนึ่งร้อย สองร้อย..สามร้อย..สี่ร้อย ...สี่ร้อยแปดสิบ ..เอ๊ะ..!!..ไฉนตัวเลขหยุดอยู่แค่นั้น อา...จุดสีแดงก่อนหน้านี้หายไปหมดแล้วหรือเจ้าหนุ่มนั่นกำจัดสัตว์อสูรเหล่านั้นไปหมดแล้ว แต่ก็เพียงสี่ร้อยแปดสิบเอง แต่เอ๊ะ..แล้วนั่นเริ่มมีจุดสีแดงปรากฎขึ้นหลายสิบจุด ..จุดสีเหลืองออกห่างจากจุดสีแดงแล้ว..!!"
"จุดสีเหลืองถึงกับโดนไล่ เห็นรึไม่นั่นจุดสีเหลืองเคลื่อนที่รวดเร็วมาก เข้าไปอยู่ส่วนใจกลางสุดแล้ว จุดสีเหลืองหยุดนิ่งอยู่นิ่งกับที่แล้ว"
"แต่ทำไมถึงหยุดอยู่กับที่หละ คะแนนก็ยังอยู่ที่สี่ร้อยแปดสิบ ไม่ขยับไปไหนเลย หรือเพียงแค่หอชั้นที่หนึ่งก็ไม่สามารถผ่านไปได้.".
"โน่นดูจุดสีเหลืองของหอชั้นที่สองสิ กำลังจะผ่านไปสู่หอชั้นที่สามแล้ว ใกล้ประตูหอชั้นที่สามแล้วเห็นไหม"
"หรือผู้ทดสอบในหอชั้นที่หนึ่งตอนนี้จะมิใช่ผู้ที่มีฉายาเทพบุตรอัสนี ?"
"หรือเทพบุตรอัสนีคงมิได้เก่งกล้าจริงเช่นคำร่ำลือ ข้าละอุตส่าห์มาเฝ้าดู เพียงแค่หอชั้นที่หนึ่งก็มิอาจผ่านไปได้"
"นั่นดูซิ..!! ในหอชั้นที่สามก็มีจุดสีเหลืองอยู่หนึ่งจุดเช่นกันที่ไม่ขยับไปไหนนานแล้ว ทราบว่าเป็นผู้ฝึกยุทธเยาว์วัยร่างใหญ่ที่เข้าทดสอบหอนิรทุกข์ตั้งแต่เมื่อวานตอนเช้า หรือผู้ที่อยู่ในหอชั้นที่สามก็จะถึงขีดจำกัดเช่นกัน"
ผ่านไปห้าวัน.......
"มาดูเร็ว.หอชั้นที่สองมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว..นั่นไงจุดสีเหลืองสองจุดจากหอชั้นที่สองได้ผ่านประตูไปสู่หอชั้นที่สามสำเร็จแล้ว ช่างรวดเร็วยิ่งนัก ทราบว่าทั้งสองเป็นสตรีอัจฉริยะหนึ่งในนั้นเป็นนงคราญสุรางค์สวรรค์เชียวนะ"
"แต่ผู้ที่ผ่านไปสู่หอชั้นที่สามทั้งสามคนต่างทำคะแนนครบห้าร้อยคะแนนตอนผ่านหอชั้นที่หนึ่งจากเพียงเขตรอบนอกของหอเท่านั้นเองนะ ส่วนเจ้าหนุ่มที่มีฉายาเทพบุตรอัศนีอะไรนั่น เข้าไปทำคะแนนในช่วงเขตที่สองของหอเชียวนะ หรือจะมีความยากง่ายแตกต่างกันตรงจุดนี้"
"ใช่ ๆ ตั้งแต่ที่ข้าเคยชมผ่านจอแสดงผลมาหลายสิบปีทุกคราที่มีผู้เข้าทดสอบหอนิรทุกข์ชั้นที่หนึ่ง ส่วนใหญ่จะทำคะแนนครบห้าร้อยคะแนนในเขตแรกของหอ มิเคยมิใครผ่านเข้าไปทำคะแนนในเขตที่สองและเขตใจกลางสุดของหอนิรทุกข์พยายมชั้นที่หนึ่งเลย นี่น่าจะเป็นครั้งแรกในรอบหลายร้อยปีที่มีคนเข้าไปทำคะแนนในเขตที่สองหรือเขตที่สามแน่"
ชายชราที่ดูมีอายุเกินร้อยปีผู้หนึ่งกล่าวขึ้นจนผู้คนรอบข้างต่างหันมามองและสอบถามขึ้น
"จริงรึท่านผู้เฒ่า ข้าก็มิทันสังเกตุถึงจุดนี้"
"โอนั่น !!...เหตุใดถึงมีจุดสีเหลืองเพิ่มขึ้นในส่วนกลางของหอชั้นที่หนึ่ง หรือจะมีคนเข้าไปทดสอบหอนิรทุกข์พยายมเพิ่มอีกสองคน แต่เอ๊ะ ..เพียงครู่เดียวก็หายไปแล้วหรือสามารถผ่านไปสู่หอชั้นที่สองแล้ว "