ตอนที่ 70 โลกรัตติกาล
หลิวหวา ที่ลอบโจมตีไม่สำเร็จจึงต้องรีบถอยทันที หลิวหวาที่หายตัวเข้าไปในความมืด จนทำให้ไม่สามารถมองเห็นตัวหลิวหวา
"โอ้ ปราณจิตขั้น 5 เพิ่มความสามารถธาตุสินะ" คางหมิง ที่เห็นอีกฝ่ายหายตัวเข้าไปในความมืด จึงรู้ได้ทันทีว่าเป็นปราณจิตขั้น 5 อย่างแน่นอน
"คิดจะมาลองดีกับผู้ใช้ธาตุมืดของจริงงั้นรึ" คางหมิง ที่เห็นเช่นนั้น จึงสมเพชอาวุโสหลิว ที่กล้าใช้ธาตุความมืดต่อหน้าตนเอง
จากนั้นเคียวของคางหมิง เริ่มมีออร่าสีดำถูกปล่อยออกมาจากเคียวทันที
"คิดจะซ่อนตัวอีกนานแค่ไหนกัน นี้รึปราณจิตขั้น 5 ธาตุมืดของเจ้า ที่มีไว้ใช้หลบซ่อนตัวน่ะ" คางหมิง กล่าวออกมาอย่างดูถูก
"โลกรัตติกาล"
เกิดความมืดแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งถ้ำ จนภายในถ้ำตอนนี้มืดสนิทราวกับเวลากลางคืน ทำให้ไม่มีใครสามารถมองเห็นใครได้เลย แม้แต่จะมองดูตนเองก็ยังไม่สามารถที่จะมองเห็นได้เช่นกัน
"ไม่เลว สมกับเป็นผู้ใช้ธาตุมืดที่แข็งแกร่งคนนึง แต่เจ้าคิดจะต่อต้านข้า ช่างสิ้นคิดยิ่งนัก" คางหมิง ที่กล่าวออกมาอย่างดูถูก
"เจ้าจะปากดีได้ก็แค่ตอนนี้แหละ ถ้าข้าฆ่าเจ้าได้ คัมภีร์ทักษะลับทุกอย่างของเจ้าจะตกเป็นของข้า" หลิวหวา กล่าวด้วยความโลภ
"555++ คิดจะฆ่าข้า เพื่อแย่งชิงทักษะที่ข้าครอบครองงั้นรึ ถ้าเจ้ามีปัญญาทำได้น่ะนะ" คางหมิง ที่กล่าวอย่างดูถูกขึ้นมา
"เหยี่ยนฉี (เจ้าสำนักเอราวัณ) ถ้าข้ากับเจ้าร่วมมือกัน รับรองได้ว่าจะต้องจัดการมันได้แน่ แล้วจากนั้นเราค่อยมาแบ่งทักษะลับกัน" หลิวหวา ที่กล่าวให้เจ้าสำนักเอราวัณร่วมมือกัน
เหยี่ยนฉี ที่ยังลังเลจึงไม่ตอบรับคำเชิญร่วมมือกันของหลิวหวา
"เหยี่ยนฉี เจ้าไม่ต้องกลัวปราณจิตขั้น 6 อำนาจแห่งกฏ ของมันมากนัก แม้จะเป็นทักษะลับปราณจิตขั้น 6 ที่น่ากลัว แต่ในเมื่อมันที่ไม่เห็นตัวของคนที่ตัวเองต้องการสั่งได้ ก็ไม่มีประโยชน์ไรเลย
หลิวหวา ที่สังเกตุคางหมิงใช้ปราณจิตศาสตราวุธขั้น 6 อำนาจแห่งกฏ คำสั่ง สั่งคนที่ถูกเคียวของคางหมิงทำร้าย จะทำให้คนๆนั้นต้องเชื่อฟังคำสั่งอย่างไม่อาจขัดขืนได้เลย แต่ทักษะลับที่ทรงพลังแล้วแข็งแกร่ง ย่อมมีเงื่อนไขและสิ่งแลกเปลี่ยนในการใช้ออกมาอย่างสาสมทีเดียว โดยทุกครั้งที่คางหมิงจะสั่งคนอื่น จะต้องมองเห็นคนที่ตัวเองต้องการสั่งทุกครั้ง
"ไม่เลว ไม่นึกว่าเจ้าจะมองปราณจิตขั้น 6 ข้าได้ละเอียดเช่นนี้ มิน่าเจ้าถึงกล้าขัดขืนข้า เพราะเจ้าสามารถใช้ปราณจิตขั้น 5 ธาตุมืด โลกรัตติกาล ได้ จึงไม่กลัวปราณจิตขั้น 6 ข้าเช่นนี้" คางหมิง กล่าวชื่นชมออกมา
เหยี่ยนฉี (เจ้าสำนักเอราวัณ) ที่ได้ยินเช่นนั้น จึงตัดสินใจร่วมมือขึ้นมาทันที ในเมื่อตัวเองสามารถที่จะขยับตัวได้แล้ว จึงเตรียมตัวร่วมมือกับหลิวหวาจู่โจมใส่คางหมิงทันที
เหยี่ยนฉีไม่มีทางปล่อยให้ตนเองตกเป็นทาสเบี้ยล่างคนอื่นเช่นนี้ตลอด หากมีโอกาสที่จะจัดการฝ่ายตรงข้าม ก็ยินดีร่วมมือกับหลิวหวาที่อาจจะเป็นศัตรูในอนาคต เพื่อจัดการศัตรูปัจจุบันตรงหน้าก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง
"ต่อให้พวกเจ้าร่วมมือกัน คิดว่าแค่นี้จะเอาชนะข้าได้งั้นรึ" คางหมิง ที่คิดว่าเหยี่ยนฉีต้องร่วมมือกับหลิวหวาอย่างแน่นอน จึงเตรียมรับมือกับศัตรูทั้งสองพร้อมกันทันที
เหยี่ยนฉี ใช้พลองที่มีปราณจิตขั้น 5 เพิ่มความสามารถ ธาตุดิน ทุบใส่พื้นดินทันที จนเกิดการสั่นสะเทือนของพื้นดิน ทำให้ดินที่อยู่ๆรอบตัวเอง ลอยขึ้นมาเป็นชุดเกราะสวมใส่ให้กับเหยี่ยวฉีทั้งตัว
ตอนนี้เหยี่ยนฉี ที่เตรียมตัวต่อสู้พร้อมแล้ว จึงไม่เกรงกลัวเคียวของคางหมิง ที่จะลอบทำร้ายตนเองได้อีก
คางหมิง ที่เริ่มขยับตัวเคลื่อนไหว พร้อมกับจับเคียวอันแหลมคมของตน ตวัดไปมาอย่างรวดเร็ว
"555++ เจ้าคิดจะตวัดเคียวไปมาแบบนั้น จะทำไรพวกข้าได้งั้นรึ" หลิวหวา ที่เป็นผู้ใช้ปราณจิตขั้น 5 ธาตุมืด โลกรัตติกาลออกมาด้วยตนเอง จึงทำให้ตนมองเห็นในความมืดได้เพียงคนเดียวเท่านั้น
เฟี้ยววว เฟี้ยววววว เฟี้ยววววววววว
คางหมิง ตวัดเคียวไปมาได้สักพัก จนถ้ำที่เคยมืดมิดจากพลังของโลกรัตติกาล