ตอนที่หนึ่งร้อยแปดสิบเจ็ด สงครามในโลกใต้ดิน2
การทีแต่ละคนจะเบียวไซเบอร์พังก์ยิ่งท่านจักพรรดิเอ๊ยบอสอดัมบุกลึกลงไปในใต้ดินลงเรื่อยๆก็ทำให้คิดว่ายิ่งมีเหตุผลอยู่
มันราวกับเป็นโลกที่ตัดขาดจากโลกเบื้องบนที่สวยงามประชาชนอาศัยอยู่อย่างปลอดภัยไร้อาชญากรรมเพราะมีระบบตรวจตรา Mother brain สมองกลที่คอยเฝ้าจับตาดูประชาชนอยู่
มองในแง่หนึ่งที่จักรวรรดิของผมนับเป็นยูโทเปีย Utopia ก็เพราะไม่ได้นับว่าแดนใต้ดินนี้อยู่ในการปกครองของจักรวรรดินั่นเอง
ดังนั้นทางเทคนิค
บอสอดัมคือ
Settler
ผู้ตั้งถิ่นฐาน
ในการที่จะพัฒนาที่ดินที่ไม่เคยมีใครบุกเบิก(อย่างน้อยตามกฎหมายอย่างเป็นทางการ)หลังจากที่ครองที่ดินได้แล้ว
กฎหมายของจักรวรรดิก็จะมาควบคุมเกี่ยวข้อง
นี่คือสาเหตุที่อัตราอาชญากรรมไม่ขึ้นมาในหน้าจอแม้จะมีคนเบียวไซเบอร์พังก์จำนวนมหาศาลอยู่ใต้นครตึกระฟ้าของผมก็ตาม
มันทำให้บอสของบริษัทอย่างผมนั้นมีอิสระอย่างมากในการตั้งโรงงานและส่งกองทหารรับจ้างไปยึดครองดินแดนได้โดยไม่ต้องขออนุญาตก่อน
แต่ในทางกลับกันมันเท่ากับว่าทางรัฐไม่มาคุ้มครองผมเช่นกัน
ผมรู้สึกคล้ายๆการไปหาผลประโยชน์ของพวกนักล่าอาณานิคมไพรเวทเทียร์ต่างๆ
ที่ไปหาผลประโยชน์จากประเทศโลกที่สามชนพื้นเมืองแลกกับการเป็นประชาชนที่ดีของรัฐต้นสังกัด
และมันคือสิ่งดำมืดที่ไม่มีใครรู้ว่าจะเจอกับอะไร
ซากปรักหักพังฐานทัพเก่าสมัยสงครามรวมแผ่นดิน หรือพวกแก๊งเสียสติบ้าคลั่งต่างๆ
แต่ผมเริ่มรู้สึกตัวว่าเมื่อผมยื่นมือเข้ามาในการปิดกั้นทางช่องทางขนส่งสินค้าผิดกฎหมายหรือขนส่งคนที่เชื่อมต่อระว่างนครใต้ดินกับนครตึกระฟ้า
ทำให้ผมคิดว่าแม้แต่คนบ้าคลั่งก็เริ่มมีการตอบโต้อย่างเป็นระเบียบแบบแผนมากขึ้น
มีการร่วมมือกันในระหว่างแก๊งมนุษย์กินคนและพวกMech head ดัดแปลงร่างกายเป็นจักรกลได้ร่วมมือกันเพื่อต่อต้านผม
แม้ว่าโดยตามอุดมการณ์พวกเขาไม่ควรจะจับมือกันได้ก็ตาม
แต่พลังของการเมืองคือการทำให้คนที่น่าจะฆ่ากันมาร่วมมือกันได้นี่ล่ะ
เหตุผลเดียวกับเนโครแมนเชอร์ผู้ชั่วร้ายมาอยู่ปาร์ตี้เดียวกับพาลาดีนที่ทรงคุณธรรมได้ในการผจญภัยเช่นกัน
การมาถึงของ “คนนอก” ที่มาจากนครระฟ้าอย่างผม
ทำให้แต่ละคนทำการต่อต้าน
แม้ว่าสิ่งที่พวกเขาอาศัยอยู่จะเป็นกองขยะและนรกบนดินแต่พวกเขาก็สู้เพื่อกองขยะและนรกบนดินที่เป็นบ้านของพวกเขา
แต่ผมสวมวิญญาณรัฐบาลเกาหลีใต้ที่ทำการไล่ที่ชุมชนแออัดประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำ
ว่าหากเราอยากสร้างสวนสาธารณะที่สวยงามหรือสิ่งก่อสร้างที่สวยงาม
เราต้องเอาประชากรยากจนที่เกะกะวิวที่สวยงามที่เราจะสร้างนั้นออกไป
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง
ฟิ้ว
กระสุนปืนจากโดรน
แสงเลเซอร์จากปืนเลเซอร์ยิงใส่กันอย่างไม่ยั้ง
และพวกบรรดาแก๊งต่างๆก็เริ่มหาทางรับมือคือสู้รบในอาคารสถานที่เก่า
ตึกรกร้างที่ไม่สามารถเอาอาวุธขนาดใหญ่โจมตีไล่พวกเขาออกไปได้ง่ายๆหากเราไม่อยากจะโดนตึกฝัง
สงครามในนครใต้ดินกลายเป็นสงครามตีตัวตุ่น
ที่หากนับจำนวนอัตราส่วนการฆ่า Kill Ratio นั้น
เรียกว่าผมยังได้เปรียบอยู่
แต่ตามสุภาษิตนิยายจีนคือ
สังหารผู้อื่นหนึ่งพันตนเองเสียหายแปดร้อย
นี่คือสาเหตุที่เจอสงครามกองโจรเป็นเรื่องยาก
แต่เนื่องจากผมใช้กลยุทธ
Mercenary,Bro
ทหารรับจ้างสิเกลอเอ๋ย
ผมเลยยังพอรับความเสียหายเอาไว้ได้