Fallen paradise

    #51 อาณาจักรภูลิอัน

    เอเดินอย่างอ่อนล้าตามหลังมาด้วยกองร้อยสนับสนุนลงมาจากยานธงของอาณาจักรภูลิอัน พวกเขาแยกกันตรงการเข้าแถวรายงานตัวครั้งสุดท้ายก่อนจะแยกเข้ากรมกองของตนเองส่วนเอก็แยกไปยืนอยู่ตรงแถวของนักผจญภัย

    “หนึ่ง” หัวหน้ากิลนักผจญภัยกล่าวพลางมองมาที่เขาอย่างสนอกสนใจเมื่อกลับจะคิดว่าไอ้หมอนี้มันมีอะไรดีถึงรอดมาคนเดียวได้

    “ครับ” เอตอบเบาๆ ตอนนี้เขารู้สึกวังเวงเอามากๆเนื่องจากทั้งบริเวณมีเพียงเขาแค่คนเดียวจนเขาได้แต่คิดว่า

    ‘จะนับทำไม?’

    “ครบ เอาละไปได้ รางวัลภารกิจสามารถไปรับได้ที่กิลเลยนะ”

    “ครับ”

    “ไปแยกย้ายได้” เมื่อหัวหน้ากิลนักผจนญภัยพูดแบบนั้นเสร็จเขาก็หันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นดังนั้นเอก็ได้แต่เดินออกจากค่ายทหารอย่างเงียบๆไปยังกิลนักผจญภัยเมื่อเขาเดินมาถึงกิลนักผจญภัยแล้วเขาก็ไม่รอช้าเดินไปยังตู้ส่งเควสเขาวางบัตรประจำตัวลงไปที่ช่องซักพักก็มี ทอง 2 เหรียญปรากฏขึ้นมาพร้อมกับดาบและชุดเกราะระดับหายากที่มีรูปทรงคล้ายเสื้อกล้ามช่วงลำตัวมีแผ่นเหล็กทรงกลมติดรอบ บริเวณหน้าอกจะมีแผ่นเหล็กขนาดใหญ่ที่เกิดจากการซ้อนกันติดอยู่และบริเวณหัวไหล่ด้านขวามีแผ่นเกราะโค้งเป็นทรงกลมขอบด้านนอกแอ่นขึ้นเล็กน้อยส่วนไหล่ด้านซ้ายนั้นไม่มีเกราะ ส่วนหมวกเป็นแบบ Visored Sallet  ที่ปกปิดบริเวณหัวทั้งหมดและมีส่วนท้ายยื่นออกมาเพื่อป้องกันหลังคอ และมีการเจาะช่องมองเห็นเป็นรูปสี่เหลี่ยมพื้นผ้า ช่องมองเห็นกว้างประมาณ 1.5-2.5 เซนติเมตรและไม่มีช่องปากแต่มีช่องระบายอากาศเล็กๆอยู่ห้าหกช่องและมีสายรัดคางป้องกันการหล่น จากนั้นเขาก็มองไปยังถุงมือที่เขาเห็นนั้นมันเป็นถุงมือ Iron Gauntlets ตัวถุงมือเป็นถุงมือหนังส่วนบนจะติดเหล็กเพื่อป้องกันแต่ละนิ้วและหลังมือ ถุงมือมีความยาวเพียงแค่คลุมถึงข้อมือเท่านั้นเองและสุดท้ายก็คือรองเท้าที่มาพร้อมกับกางเกงสีดำทรงกระบอก ตัวรองเท้าคลายกับรองเท้าบูทแต่รูปทรงจะได้รูปกว่า ตัวรองเท้ามีแผ่นเหล็กติดเป็นสนับแข้งและมีแผ่นเหล็กปกคลุมด้านบนของรองเท้ามองไกลๆจะเหมือนมันเป็นรองเท้าเหล็กอย่างไรอย่างนั้น หลังจากที่เขาดูของรางวัลซักพักเอก็เก็บของพวกนี้ลงในคลังของเคียร่าเนื่องจากกระเป๋าของเขาหายไปกลางสนามรบจากนั้นเขาก็เดินขึ้นไปสั่งอาหารที่มีราคาแสนแพงกินกับเคียร่าที่ตอนนี้เธอย่อร่างให้เล็กเหมือนเดิม

    “นี้เอกินนี้สิปูเลยนะ ปู” เคียร่ากำลังยกขาปูที่ใหญ่กว่าหัวของเธอให้กับเอ

    ‘มันจะเหมือนปูอลาก้าไหมนะ  ไม่เคยกินมาก่อนแต่ขาปูนี่มันใหญ่จริงๆขาเท่ากำปั้นแหนะ’

    “ไหนๆของให้ผมกินหน่อย”

    “อ้ามมม” เคียร่ายิ้มอย่างน่ารักพยายามหิ้วขาปูมาใส่ปากของเอ ในขณะเดียวกันนั้นเองก็มีเสียงทักทายเอมาจากด้านบันได

    “สวัสดีเอ ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีกนะ”

    “สวัสดีเรกิส ไม่สิ องค์หญิง” เอลุกขึ้นทำท่าโค้งเคารพเหมือนในหนัง

    “หยุดเลยนะ หยุด เรียกเรกิสก็พอแล้ว”

    “ถ้าองค์หญิงว่าอย่างนั้น กระหม่อมก็ …." เมื่อเอพูดแบบนั้นเรกิสก็ทำท่าเหมือนจะเข้ามาต่อยเอในทันทีจนเอต้องชะงักก่อนที่จะพูดใหม่

    " ก็ได้ เรกิส” 

    “ดี แล้วนี้มาสวีทหวานกันจังเลยนะ”

    “ก็นะพวกเราแยกกันไม่ได้ในชีวิตนี้แล้วนี้นะ ว่าแต่เรกิส คุณไม่กลับบ้านหรอ”

    “ไม่ละอีกไม่กี่วันต้องกลับไปมหาวิทยาลัยแล้วนะ” คราวนี้เรกิสพูดอย่างหดหู่

    “เธอเก่งขนาดนี้แล้วยังต้องไปเรียนอีกหรอ??”

    “ใช่ๆ เราต้องไปเรียนอีก นี้ก็ยายของยายบังคับให้ไปเรียนนะ เราเองก็ไม่รู้ว่าจะเรียนไปทำไมเยอะแยะเหมือนกันนี้ปริญญาเอกใบที่ห้าแล้วนะ” เมื่อได้ฟังแบบนั้นเอก็ลุกขึ้นยืนแล้วทำท่าหมอบกราบงามๆ

    “เอเป็นอะไรทำแบบนี้ทำไม”

    “ก่อนที่จะลุกขอถามหน่อยว่าเรกิสจบมาด้วยเกียรตินิยมรึว่าเกรดนิยม”

    “แน่นอนอยู่แล้ว ต้องเกียรตินิยมอันดับหนึ่งสิ เห็นแบบนี้เราก็ฉลาดไม่น้อยเลยนะ โฮ่ๆ”

    “เยี่ยม!!! ผู้ต่ำต้อยขอคารวะ”

    “เอาละๆ อย่างทำแบบนี้สิแค่เกรดเท่านั้นเองมันจะอะไรนักหนา ” เธอพูดพลางหันหน้าไปสนใจปูที่อยู่ในจานและเอื่อมมือหมายจะหยิบแต่เคียร่าตัวน้อยก็ได้บินเข้ามาป้องกันมือของเรกิสเอาไว้ทั้งสองมองตากันเล็กน้อยก่อนที่เรกิสจะเอามือที่เอื่อมกลับมาแล้วหันมาหาเอที่กำลังลุกขึ้น

    คล้ายกับเรื่องFallen paradise ที่คุณอ่าน