เหตุการณ์กลับตาลปัตร!
ไม่มีใครคิดว่าผลการต่อสู้ที่ดูเหมือนจะถูกตัดสินไปแล้วก่อนหน้านี้จู่ๆ จะพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือแบบนี้
อัศวินเกราะทองที่ดูเหมือนจะได้เปรียบก่อนหน้านี้กลายเป็นพ่ายแพ้อย่างกะทันหันหอกสีทองหรือแม้กระทั่งชุดเกราะสีทองต่างถูกราชาเมืองแซมบอร์ดทำลายเป็นผุยผงท่ามกลางสายตาอันตกตะลึงของผู้คนที่อยู่ด้านล่างโดยเฉพาะฝ่ายอัศวินเกราะทองที่มองไปยังร่างของคริส ซัตตันที่กำลังร่วงลงมาจากยอดเขาจนตาค้างพวกเขาถูกความตกใจนี้ตรึงร่างเอาไว้ชั่วขณะทำให้ไม่มีใครวิ่งไปรับร่างของเขาได้ทัน
ตอนนี้เองหมาป่าเขาเดียวที่กำลังเผชิญหน้ากับสุนัขยักษ์สีดำก็ร้องคำรามออกมาสี่เท้าตะกุยไปด้านอย่างรวดเร็ว ร่างของมันกลายเป็นลำเส้นแสงสีเหลืองทองหมาป่าเขาเดียวใช้ก้อนหินบนพื้นเป็นฐานในขณะที่กระโดดขึ้นไปรับร่างของอัศวินเด็กหนุ่ม เจ้าสัตว์เลี้ยงตัวนี้หันไปคำรามใส่ซุนเฟยด้วยความโกรธแต่มันรู้ตัวดีว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายดังนั้นมันจึงพาอัศวินหนุ่มที่อยู่บนหลังของมันวิ่งกลับไปทางเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว
“เร็ว...คุ้มกันนายท่าน!”
กองทัพอัศวินเกราะทองต่างพากันร้องอย่างตื่นตระหนกในขณะที่ควบม้าตามหมาป่าเขาเดียวไปติดๆ โดยที่ไม่สนใจกองทัพเมืองแซมบอร์ดที่อยู่ด้านหน้าด้านหลังของกองทัพอัศวินเกราะสีทอง ชายชราเคราแพะพลันหน้าเปลี่ยนสีไป ใบหน้าของเขาซีดเผือด เขาตะลึงไปหลายวินาทีขณะมองไปที่ร่างองอาจของซุนเฟยที่ยืนอยู่บนยอดหอคอยทิศเหนือด้วยท่าทางไม่ยินยอมพร้อมใจเท่าไรนัก เขารู้สึกหนาวเย็นยะเยือกไปทั่วหัวใจชายชราเคราแพะยกแส้เฆี่ยนม้าให้วิ่งกลับไปที่เมืองหลวงอย่างรวดเร็ว
ฟุ่บ!
กำปั้นแหวกอากาศลงมาก่อนที่จะตัดผ่านข้างหูของเขาไปชนเข้ากับก้อนหินที่สูงหกเมตรข้างกายเขา ฉับพลันมันแตกเป็นเสี่ยงๆปลิวว่อนไปทั่ว
“ถ้าเจ้ากล้าเสี้ยมสอนใครมาเป็นศัตรูกับเมืองแซมบอร์ดอีกจุดจบจะเป็นเหมือนหินก้อนนั้น...นั่นคือตาย!”
เสียงของราชาเมืองแซมบอร์ดดังกึกก้องเสียดแทงเข้ารูหูของชายชราเคราแพะประหนึ่งฟ้าผ่า ชายชราเคราแพะที่ชื่ออัลฟ่ารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนไปทั่วแผ่นดินเขาไม่กล้าเล่นลิ้นอะไรอีกอัลฟ่ากระตุ้นม้าให้วิ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่ยกมือกุมหูข้างที่ถูกตัดออกและมีเลือดไหลลงมาเป็นทางยาว
ซุนเฟยยังคงยืนมองตามหลังของเหล่าอัศวินเกราะสีทองจนกระทั่งพวกมันหายลับไปที่เส้นขอบฟ้า
แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ที่ได้ประลองฝีมือกันแต่ซุนเฟยก็รู้สึกได้ถึงความภาคภูมิใจของเด็กคนนั้นที่มีต่อตำแหน่งอัศวินผู้ตัดสินของเขาแม้ความยโสโอหังของมันจะน่ารำคาญ แต่ระหว่างที่ปะทะกัน ความรู้สึกก็บอกซุนเฟยว่าแผนการชั่วร้ายอย่างการเทยาพิษลงแม่น้ำ ต้อนฝูงหมาป่ามาสังหารพวกเขาถล่มหินลงมาทับหรือแม้แต่แอบลอบโจมตี ทั้งหมดนั้นไม่ได้เป็นฝีมือของเด็กคนนี้อย่างแน่นอน
ระหว่างที่ครุ่นคิดซุนเฟยก็บังเอิญเหลือบไปเห็นชายชราเคราแพะที่ดูน่ากลัวและมีท่าทางกลิ้งกลอกเจ้าแผนการที่อยู่ด้านหลังสุดท่ามกลางอัศวินเกราะทองเพียงเท่านี้ซุนเฟยก็เข้าใจขึ้นมาแทบจะทันที ชายชราคนนี้น่าจะเป็นพวกที่ปรึกษาทางการทหารมองไปที่ท่าทางของมันซุนเฟยก็คิดว่าเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ทั้งหมด กว่าครึ่งจะต้องเป็นคนผู้นี้ที่แอบสั่งการอยู่เบื้องหลังใบหน้าของมันดูไม่ต่างอะไรกับอสรพิษที่บางครั้งจะแอบวางแผนลอบทำร้ายคนอื่นจากด้านหลังซุนเฟยค่อนข้างอคติกับคนแบบนี้และแน่นอนว่าทุกอย่างเป็นเพียงการคาดเดาของตัวเองเท่านั้น ไม่มีหลักฐานอย่างชัดเจนไม่อย่างนั้นเกรงว่าชายชราเคราแพะคงกลายเป็นเศษเนื้อไปนานแล้ว!
ซุนเฟยถอดชุดเกราะเวทมนตร์บนร่างตัวเองออก ชุดเกราะนี้ถึงขีดจำกัดของมันแล้ว ซุนเฟยต้องนำไปซ่อมซุนเฟยจัดระเบียบเสื้อผ้าบนร่างของตัวเอง ก่อนที่จะเปิดใช้งานทักษะ 'กระโดด' ของคนเถื่อนเพียงชั่วพริบตา ซุนเฟยก็สามารถลงจากยอดเขาหอคอยมาถึงพื้นดินได้อย่างง่ายดาย
“ฝ่าบาททรงพระเจริญ!” นิสัยเดิมของเจ้าภูตตูดม้าโอเลเกร์ก็ทำงานขึ้นมาทันทีเขาร้องตะโกนออกมาเป็นคนแรก
แต่ครั้งนี้ไม่มีใครหัวเราะนิสัยนี้ของโอเลเกร์เลยสักคน
พวกเขาทุกคนต่างร้องตะโกนเป็นคำพูดเดียวกันกับเจ้าอ้วนแม้แต่แปเตอร์ แช็คผู้เงียบขรึมก็ยังเป็นไปกับคนอื่นด้วยพวกเขาต่างรู้สึกได้ว่าเลือดในกายของตนกำลังเดือดพล่านพวกเขารู้สึกว่ามีบางอย่างในอกกำลังระเบิดออกมา...น่าทึ่งมาก มันน่าทึ่งเกินไปแล้ว แม้ว่าพวกเขาจะรู้อยู่ก่อนแล้วว่าราชาของพวกเขาแข็งแกร่งแข็งแกร่งอย่างมาก แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าความแข็งแกร่งของราชาจะทัดเทียมกับหนึ่งในสิบอัศวินผู้ตัดสินแห่งราชอาณาจักรเซนิท
“โฮ่งๆๆ...บะ...บรู้วววว!!!”
แม้แต่เจ้าสุนัขยักษ์สีดำยังพลอยคึกคักไปด้วยมันส่ายหางอย่างตื่นเต้นในขณะที่หอนออกมาอย่างดีใจ
“อเล็กซานเดอร์...”
เสียงใสๆ ร้องขึ้นมาอย่างดีใจลอยเข้ามาในหูก่อนที่ร่างของแองเจล่า ว่าที่ราชินีในอนาคตจะวิ่งเข้ามาประหนึ่งผีเสื้อเริงระบำนางรวบกระโปรงยาวสีขาวของนางในขณะที่กระโดดลงมาจากในรถม้าเวทมนตร์ นางไม่สนใจกิริยามารยาทที่สตรีชั้นสูงพึงมีร่างบอบบางวิ่งไปหาซุนเฟยอย่างรวดเร็ว พลางกระโดดเข้าไปในอ้อมกอดของซุนเฟย
กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยเข้ามาในจมูกของเขาซุนเฟยรับรู้ได้ถึงร่างกายอันอบอุ่นและนุ่มนวลในอ้อมแขนของเขามันทำให้หัวใจของซุนเฟยอบอุ่นขึ้นมา สิ่งที่เรียกว่าวีรบุรุษแม้ร่างกายของเขาจะทำมาจากเหล็กกล้าแต่เขาก็หวังว่า หลังจากผ่านการต่อสู้ที่เอาชีวิตเป็นเดิมพันแล้ว จะมีอ้อมแขนอันอบอุ่นของคนรักรอต้อนรับเขาอยู่เสมอ และตอนนี้ ซุนเฟยก็รู้สึกได้ถึงความรักและความห่วงใยของสาวน้อยที่เอ่อล้นออกมาเหมือนภูเขาไฟปะทุทันใดนั้นซุนเฟยก็รู้สึกผิดขึ้นมา ในตอนที่เขาคิดแค่ความสนุกสนานในยามประลองฝีมือบนยอดเขาหอคอยคู่ นั่นคงทำให้นางกังวลมาก!
บนรถม้าเวทมนตร์ที่อยู่ไกลออกไปสองสาวที่อยู่ด้านในต่างมีสีหน้าที่แตกต่างกัน
สาวน้อยเจ็มม่ายิ้มกว้างออกมาอย่างดีใจแม้ว่าใบหน้านวลผ่องจะยังคงปรากฏคราบน้ำตาเปรอะเปื้อนไปทั่วหน้า แต่เมื่อเห็นแองเจล่าและอเล็กซานเดอร์กำลังโอบกอดกันท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีในตอนนั้นใบหน้าที่ตกกระน้อยๆ ของนางก็รู้สึกผ่อนคลายและสุขสงบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ดวงตาที่สดใสของนางราวกับได้มองเห็นเหตุการณ์ความยากลำบากของแองเจล่าที่พยายามปกป้องอเล็กซานเดอร์ในตอนที่ยังเป็นเพียงเด็กปัญญาอ่อนราวกับมองเห็นร่างผอมบางของแองเจล่าคลุมผ้าห่มที่ถูกอเล็กซานเดอร์ถีบออกในตอนที่กำลังนอนหลับจากนั้น หลายๆ เหตุการณ์ก็ผุดขึ้นมาในหัวของเจ็มม่าสาวน้อยเฝ้าอธิษฐานขอพรต่อพระเจ้าว่าขอให้พระองค์ได้โปรดคุ้มครองพวกเขาทั้งสองให้เป็นแบบนี้ตลอดไปด้วยเถิด...
ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลขององค์หญิงมองไปที่ตำแหน่งที่แองเจล่าเคยนั่งบนรถม้าบนผ้ากำมะหยี่สีม่วงนูนขึ้นมาเป็นรูปกำปั้นราวกับว่ามันถูกกำแน่นด้วยความตึงเครียดโดยไม่รู้ตัวเมื่อเห็นแบบนี้แล้ว องค์หญิงก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา“ข้าคิดว่าสาวน้อยคนนี้เชื่อมั่นในคนรักของตัวเองมากจริงๆ และอาจจะกังวลอยู่บ้างเพียงเล็กน้อยแต่นึกไม่ถึงว่าจะขนาดนี้...”
แม้ว่าองค์หญิงจะมีสติปัญญาล้ำลึกแค่ไหนแต่นางกลับคาดไม่ถึงว่า สำหรับสาวน้อยคนหนึ่งแล้วมันเป็นเรื่องที่ยากลำบากและต้องใช้ความกล้าอย่างมากที่จะยืนหยัดเชื่อมั่นในตัวคนรักภายใต้สถานการณ์ที่ตึงเครียดแบบนี้
ห่างออกไปกองคาราวานกลุ่มการค้าโซรอสพากันนิ่งอึ้ง
พวกเขารู้สึกสั่นสะท้านไปทั่วทั้งหัวใจจนยากที่จะพูดออกมาได้
โดยเฉพาะผู้ดูแลเรดแนปป์ หญิงสาวชุดแดงเชอร์ลี่ย์และนักดาบหนุ่มในชุดขาวพวกเขาแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็นบางทีผู้คนในเมืองแซมบอร์ดอาจจะยังไม่รู้ความหมายของชัยชนะที่ได้รับในการต่อสู้ครั้งนี้แต่พวกเขาสามคนต่างรู้ดี การที่ราชาเมืองแซมบอร์ดสามารถเอาชนะคริส ซัตตันอัศวินพระอาทิตย์สีทอง หนึ่งในสิบอัศวินผู้ตัดสินที่ถูกยกย่องเทิดทูนว่าเป็นอัจฉริยะมากพรสวรรค์ที่สุดในราชอาณาจักรเป็นดาวที่เจิดจรัสในอนาคตของราชอาณาจักร แม้ว่าซัตตันจะอายุเพียงสิบหกปี มีคุณสมบัติและประสบการณ์ที่น้อยกว่าอัศวินผู้ตัดสินอีกเก้าคน แต่ด้วยพรสวรรค์ของเขา อีกไม่ช้าซัตตันก็อาจจะไล่ตามอัศวินอีกเก้าคนที่เหลือได้ทัน หรือไม่ก็แซงหน้าพวกเขาไปเลยก็ได้สำหรับราชอาณาจักรแล้วอัศวินผู้ตัดสินเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งของกองกำลังอัศวินแห่งราชอาณาจักรแต่จู่ๆ อัศวินผู้ตัดสินกลับถูกราชาอาณาจักรบริวารตัวเองเล่นงานจนพ่ายแพ้ยับเยิน ตั้งแต่ก่อตั้งราชอาณาจักรมาไม่เคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเลยเล่ากันว่าคนที่จะเอาชนะอัศวินผู้ตัดสินได้อาจจะมีแค่ 'หนึ่งดาบ' เท่านั้นที่จะทำได้แต่เขาก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะไปท้าทายกับอัศวินเหล่านั้นเลย...
พูดง่ายๆ คือ ราชาแซมบอร์ดเพิ่งสร้างตำนานขึ้นมา
หรือถ้าพูดให้ซับซ้อนขึ้นอีกหน่อยก็คือผลการประลองในครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อสงครามการแย่งชิงราชบัลลังก์ในอนาคตของราชอาณาจักรเซนิทก็เป็นได้
สถานการณ์ตอนนี้ค่อนข้างซับซ้อนมากจักรพรรดิยาชินอ่อนแอลงทุกวัน องค์ชายโดมิงเกวซและองค์ชายอาร์ชาวินต่างคนต่างก็มีอำนาจยิ่งใหญ่เป็นของตัวเองและยังได้รับการสนับสนุนจากเหล่าขุนนางจำนวนไม่น้อยทำให้การแย่งชิงราชบัลลังก์ดุเดือดขึ้นทุกวัน องค์ชายทั้งสองต่างให้ความสำคัญแก่พวกยอดฝีมือและเหล่าอัศวินที่วางตัวเป็นกลางมากเพราะถ้าพวกเขาได้คนเหล่านี้มาช่วยส่งเสริมก็อาจจะเป็นประโยชน์ในการช่วงชิงความได้เปรียบในสงครามแย่งชิงบัลลังก์นี้และในช่วงเวลาที่สำคัญนี้จู่ๆ ก็มียอดฝีมือหนุ่มที่สามารถเอาชนะอัศวินผู้ตัดสินได้โผล่ขึ้นมากลางสมรภูมิ นั่นหมายความว่าอย่างไร? นี่มันไม่ต่างอะไรกับการที่มีดาบวิเศษปรากฏขึ้นมากะทันหันหากใครสามารถครอบครองดาบนี้ไว้ได้ก็เหมือนกับเส้นทางในการขึ้นครองบัลลังก์ที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ ซึ่งทอดยาวไปสู่บัลลังก์อันยิ่งใหญ่และทรงอำนาจ!
เมื่อมองไปยังยอดหอคอยที่ถูกทำลายแล้วผู้ดูแลก็ยิ่งมั่นใจ
เขารู้แน่ชัดว่าหลังจากจบการต่อสู้ครั้งนี้ไป ชื่อเสียงของราชาแซมบอร์ดจะต้องขจรขจายไปไกลอย่างแน่นอนและหลังจากนี้เป็นต้นไปก็คงไม่มีอาณาจักรบริวารไหนกล้าที่จะไปยั่วยุราชาเมืองแซมบอร์ดแน่ และอีกไม่นานข่าวลือนี้จะต้องแพร่สะพัดไปทั่วราชอาณาจักรเซนิทเมื่อเวลานั้นมาถึง เกรงว่าราชาแซมบอร์ดจะต้องกลายเป็นจุดสนใจของกองกำลังที่ยิ่งใหญ่ในเมืองหลวงเขาจะกลายเป็นแขกหรือขวากหนามในสายตาคนอื่นก็ขึ้นอยู่กับว่าราชาแซมบอร์ดเลือกที่จะสนับสนุนใคร
เมื่อมองไปยังยอดเขาหอคอยคู่ทั้งสองด้านที่ย่อยยับทั้งคู่เขาก็มั่นใจเลยว่า สิ่งนี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความน่ากลัวของการต่อสู้ครั้งนี้
บางทีอาจใช้เวลาไม่นานนักเหล่าวณิพกจากทั่วทุกสารทิศอาจจะหลั่งไหลมาที่นี่เพื่อหาแรงบันดาลใจและนำไปสร้างเป็นเพลงหรือบทกวีที่งดงามจากนี้ไปทั้งราชาแซมบอร์ดจะต้องกลายเป็นบุคคลที่ทั่วทั้งแผ่นดินให้ความสนใจ!
-------------------------------