บนท้องถนนหลินตงตอนนี้ก็กำลังเดินไปอย่างเรื่อยเปื่อย นัยน์ตาของเขาตอนนี้เหมือนกับนกเหยี่ยวที่แหลมคม เขาจะไม่ยอมให้สิ่งของล้ำค่านั่นหลุดรอดไปจากสายตาของเขาได้จนกระทั่งผ่านไปหลายชั่วโมง ชายหนุ่มตอนนี้แทบจะเดินหมดทั่วทั้งตรอกซอกซอยของเมืองเหรินซานแล้วแต่ทว่าเขาก็ยังไม่พบเจออะไรที่ผิดปกติเลยแม้แต่นิด
"เฮ้อ ดูเหมือนว่าของล้ำค่าแบบนั่นคงจะไม่ปรากฏขึ้นมาอีกแล้ว"
หลินตงส่ายหัวอย่างอ่อนใจ มันก็ต้องเป็นเช่นนั่นอยู่แล้ว ของล้ำค่าที่สั่นคลอนจักรวาลได้อย่างเช่นแผนที่เปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์คงจะไม่ปรากฏออกมาตามเมืองเล็กๆแห่งนี้อยู่แล้ว การที่เมื่อวานเขาได้พบเจอมันคงจะเรียกได้ว่าใช้ดวงชีวิตของตนเองไปหมดแล้วมั้ง
เมื่อเขาคิดจบก็หันหลังเดินกลับออกไป ในตอนนี้ก็เริ่มจะมืดค่ำแล้วเขาว่าจะกลับไปเตรียมตัวสำหรับพรุ่งนี้ สำนักจิตวิญญาณจะเปิดระดับสมัครผู้ฝึกฝนพลังยุทธเด็กหนุ่มตั้งแต่เช้าตู่โน่นเลยแน่ะและเขาก็จะไม่ยอมพลาดมันไปเด็ดขาด
จากที่เคยได้ยินมาว่ามันจะมีการประลองของศิษย์หน้าใหม่ด้วยแถมผู้ชนะจะได้รับเม็ดยาสร้างจิตวิญญาณถึงสามเม็ด เม็ดยานี้ถูกปรุงขึ้นจากสมุนไพรระดับสองนับสิบชนิด ฤทธิ์ของมันทำให้ผู้ที่กินพัฒนาไปอย่างมาก เพียงแค่สามเม็ดก็อาจจะทำให้ผู้มีพลังจิตยุทธวิญญาณขั้นหนึ่งพัฒนาไปขั้นสองหรือสามเลยก็ว่าได้ มันเพียงพอที่จะทำให้ผู้ฝึกฝนพลังยุทธทั้งหน้าใหม่แล้วหน้าเก่าต้องบ้าคลั่งขึ้น เพราะเพียงแค่เม็ดยาเดียวก็มีค่าเกือบร้อยหินลมปราณยุทธระดับต่ำแล้ว
ขณะเดียวกันบริเวณหน้าอาณาเขตตำหนักเจ้าเมืองตอนนี้ก็เกิดเสียงอึกทึกครึกโครมขึ้นสุดๆ หลินตงเมื่อได้เห็นก็ต้องประหลาดใจ เพราะว่าเบื้องหน้าของตำหนักเจ้าเมืองตอนนี้มีขบวนผู้คนนับร้อยที่โผล่ออกมา พวกเขาสวมใส่เสื้อผ้าชุดเดียวกันทั้งหมดและพลังยุทธที่แผ่พุ่งจากตัวของพวกเขาก็ทำให้ได้รู้ว่านี้คือกลุ่มคนของผู้ฝึกยุทธ ผู้คนรอบๆถึงกับต้องแหวกออกไปด้านข้างและจ้องมองไปยังกรงขังที่ถูกลากเข้ามา มันถูกเคลื่อนที่ด้วยล้อเกวียนขนาดใหญ่นับสิบเมตร
"ดูนั่น สัตว์อสูรอะไรกัน ตัวใหญ่นัก..!!"
"กลิ่นอายที่มันปลดปล่อยออกมาแทบจะทำให้ข้าต้องฉี่ราดเลยแน่ะ..!!"
เสียงพูดคุยของแต่ละคนดังขึ้นอย่างตื่นตระหนัก ยิ่งผู้ฝึกยุทธยิ่งแล้วใหญ่แต่ละคนตอนนี้เบิกตากว้างมองเข้าไปยังภายในกรงขังอย่างหวาดกลัว นกที่มีขนสีดำทมิฬทั่วทั้งตัว ใบหน้าที่ดุร้ายพร้อมกับคมเขี้ยวแต่ที่ผิดแปลกไปก็คือตรงกลางหัวของมันนั่นไม่มีเส้นขนอยู่เลย มันเรียบเนียนราวกับว่าไร้ผมแต่ทว่านี้ก็คือเอกลักษณ์ของมัน
"สัตว์อสูรระดับสี่สายพันธุ์บินได้และขึ้นชื่อว่าดุร้ายมากที่สุด แร้งมัจจุราช บ้าไปแล้ว ใครเป็นคนจับมันได้กัน ชายที่นำมาคนนั่นไม่ธรรมดาซะแล้วสิ"
ขณะนั่นเจ้าเมืองหลินหยวนเมื่อเห็นขบวนนี้ก็ต้องรีบรุดหน้าออกมาจากตำหนักอย่างเร่งรีบและเมื่อเขามาถึงก็เห็นชายวัยกลางคนที่นำขบวนมาคนนึง ใบหน้าของเขาคมเข้ม เส้นผมสีดำยาวถูกมัดไว้ที่ด้านหลังอย่างเป็นระเบียบ ชายคนนั่นกำลังขี่สัตว์อสูรระดับสองสายพันธุ์ม้า มันมีลักษณะที่เหมือนกับม้าขี่ทั่วไปแต่ทว่าร่างกายของมันใหญ่โตกว่าหลายเท่าและยังมีผิวหนังสีแดงเข้ม มันคือม้าเลือดโลหิต ม้าที่เอาไว้ใช้เดินทางและยังเป็นที่นิยมกันของผู้ฝึกยุทธอีกด้วย
"เจ้าหวูหนาน ในที่สุดก็มาแล้ว เชิญๆ"
ชายวัยกลางคนที่มีนามว่าหวูหนานพยักหน้ารับอย่างเป็นกันเองพร้อมกับกระโดดลงมาจากหลังม้า เขาค่อยๆเข้าไปโผกอดหยินหยวนพลางพูดขึ้นอย่างยินดี
"ไม่ได้เจอกันนานเลยไอ้เจ้าบ้า หลายปีนับจากตอนนั่นได้แล้วมั้ง"
หลินหยวนเมื่อถูกกอดทักทายเช่นนี้ก็ผลักมันออกอย่างรวดเร็วพลางก่นด่าออกมาชุดใหญ่ ไอ้เจ้านี้ยังชอบถึงเนื้อถึงตัวอย่างเช่นเดิม การทักทายกันก็ไม่ต้องกอดกันต่อหน้าฝูงชนก็ได้ มันน่าอายว้อย
แต่เมื่อเขาถูกถามจากชายตรงหน้าก็รีบเอ่ยออกมาในทันที
"ใช่ หลายปีนับจากตอนที่ออกล่าราชสีห์คลั่งตัวนั่นและในตอนนี้มันก็เชื่องเชื่อฟังข้าเรียบร้อยแล้ว มานี่ข้าจะให้เจ้าดู แล้วอย่ามาอิจฉากับข้าล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า"
ชายวัยกลางคนหลินหยวนไม่รอช้ารีบนำทางเขาให้ไปยังลานกว้างด้วยท่าทางที่ตื่นเต้น เขาตอนนี้อยากจะให้เจ้านี้ได้เห็นมันนักว่าสถานการณ์ในตอนนั่นกับตอนนี้มันแตกต่างกันยังไง
หวูหนานพยักหน้ารับพลางโบกมือสั่งให้คนของตนเองรีบเอาเจ้านี้เข้ามา ถ้าทิ้งไว้ข้างนอกอาณาเขตมันก็จะไม่เป็นการดีแถมตอนนี้ก็มีฝูงชนมามุงดูมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว
ทหารที่มาด้วยเมื่อได้ยินนายท่านของตนสั่งก็รีบเคลื่อนย้ายกรงขังเข้ามาภายในอาณาเขตของตำหนักเจ้าเมืองอย่างเร่งรีบแต่ละคนถึงจะเป็นผู้ฝึกฝนพลังยุทธแต่ทว่าการที่ให้ลากเจ้านี้มามันก็เป็นอะไรที่ลำบากอยู่ไม่น้อย เพราะถึงยังไงก็ต้องข้ามเมืองมากันเลยทีเดียว
ภายในอาณาเขตที่กำลังจะไปยังลานกว้าง ทั้งสองคนก็พูดคุยกันตามประสาเพื่อนเก่าและเอ่ยถามถึงเรื่องราวต่างๆออกมา
"เมื่อหลายวันก่อนตอนที่เจ้าส่งสารข้อความมา ข้าก็คิดว่าเจ้าพูดเรื่องตลก สัตว์อสูรระดับสี่ราชสีห์คลั่งที่แข็งแกร่งตนนั่นถูกปราบปรามแล้ว มันก็ยิ่งทำให้ข้าต้องมาพิสูจน์ดูด้วยตนเองแถมข้าตอนนี้ก็ยังเอาเจ้าตัวร้ายที่พยศมาด้วย"
"ถ้าเกิดมันเป็นอย่างที่เจ้าว่าจริงๆเจ้าแร้งมัจจุราชนี้ก็อาจจะสามารถทำให้เชื่องได้ ปรมาจารย์ผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรยังงั้นเหรอ ข้าอยากจะพบเจอเขาแล้วสิ..!!"
หลินหยวนเมื่อได้ยินก็หันหน้ามามองอยู่นิดๆพลางพูดขึ้นอย่างสงบนิ่ง
"เดียวเจ้าก็ได้พบเจอแล้ว ท่านปรมาจารย์ตอนนี้ออกไปข้างนอกแต่เชื่อข้าเถอะ เมื่อได้เจอกับเขาแล้วเจ้าจะต้องประหลาดใจแน่ๆ"
เขานั่นไม่อยากจะพูดอะไรมากแต่ทว่าให้ไอ้เจ้าบ้านี้ได้สัมผัสด้วยตนเองเลยละกันว่าปรมาจารย์หลินนั่นเป็นยังไง