"ซูจินๆ เ้าอยู่ไหนออกมาซะดีๆ"
"จินเออร์ เ้าอยู่ไหนออกมาเดียวนี้น่ะ อย่าทำให้ท่านน้าเหมยโฮโกรธเลย"
"ถ้าเกิดเ้าไม่ออกมา ข้ากับโร่วโรจะไปฟ้องน้าเหมยโฮให้มาตามเ้ากลับไปเองแล้วน่ะ"
"เ้าจะไม่ออกมาจริงๆใช่ไหม? ได้! อย่ามาหาว่าข้าใจร้ายก็แล้วกัน จินเออร์ "
ไป๋ซูจินที่ตอนนี้โตเป็สาวสวยเธอนั้นได้รับมอบหมายให้มาดูแลสวนร้อยบุปผา สวนที่ีมีดอกไม้นาๆชนิดจากทั่วทุกแห่งมาอยู่รวมกัน เป็สถานที่ที่สวยงามมากเเละมีกลิ่นหอมจากดอกไม้โชยอยู่ตลอดเวลา เป็อีกหนึ่งที่ ที่เหล่าภูติต่างๆ อยากได้รับมอบหมายให้มาอยู่เเละทำหน้าที่นีี้ที่สวนร้อยบุปผาเเต่ด้วยซูจินนั้นมีความซนเเละเป็คนอยากรู้อยากเห็น ไม่ชอบทำอะไรซ้ำๆอยู่ทุกวันจึงแอบหนีออกมาเเละปล่อยให้เพื่อนอีก2คนอยู่ไป
ซูจินนั้นเมื่อได้ยินเสียงของเพื่อนทั้งสองที่เรียกหาตนอยู่ตอนแรกเงียบหายไปก็เกิดสงสัย จึงค่อยๆออกมาจากที่หลบซ่อน ค่อยๆออกมาจากหลุมใต้ต้นไม้ใหญ่เเต่พอออกมาได้เเค่ครึ่งก็ครบกับเท้าใครบ้างคนที่ยืนรอเธออยู่แล้ว จึงเงยหน้าขึ้นมองว่าใช่คนที่เธอคิดหรือเปล่า
"ทะทะ..ท่านาาเหมยโฮ" ซูจินหน้าเหวอ
"ไป๋-ซู-จิน!!!"
เหมยโฮดึงร่างของซูจินออกมาจากหลุมโพรงใต้ต้นไม้อย่างง่ายได้ ก่อนจะต่อว่าอย่างหนัก
"เหตุใดเ้าจึงทิ้งหน้าที่ของตนเองให้โร่วโรกับมี่เจ่าทำงานกันอยู่เเค่สองคนส่วนเ้าหนีไปเที่ยวเเล้วมาหลบอยู่ที่นี้ คิดว่าจะหลบข้าพ้นหลอ ห่ะ! เ้านี้น่ะ องค์ราชินีบุปผาเมตตาเ้าให้เ้ามาดูเเลสวนร้อยบุปผา งานที่เหล่าภูติต่างๆ้านักหนานี้ก็ดีเท่าไรเเล้ว มันมิใช่งานหนักอะไรเลย เหตุใดเ้าจึงละทิ้งหน้าที่ตนไปเที่ยวเล่นเเบบนี้ "
"ข้า..เออ..คือ.."
"เ้าจะหาข้อแก้ตัวอะไรอีก ซูจิน เ้านี้เอาเเต่เที่ยวเล่นไปวันๆ วันๆนึงข้าไม่เห็นเ้าจะได้งานหรือสาระอะไรสักอย่าง เ้าโตเเล้วนะ มิใช่เด็กอย่างเเต่ก่อน ราชินีจื่อฟ่างมอบหน้าที่นี้ให้เ้าเพราะทรงเอ็นดูเ้า ห่วงใยเ้า จึงมิมอบงานหนักให้ เเต่เ้านี้ ดูสิ!! "
"ก็เพราะมันไม่ใช่งานหนักอะไรเเต่มันจำเจ สู้ให้ข้าทำงานหนักอย่างภูติดอกไม้คนอื่นๆเเต่ได้ออกไปเที่ยวโลกภายนอกบ้างเสียยังดีกว่า งานนี้นอกจากจะไม่ได้ออกไปไหน งานทุกวันๆก็เหมือนเดิมมานับร้อยๆปีเเล้ว ตื่นยามเช้ามาข้าก็ต้องรดน้ำเหล่าดอกไม้พวกนี้ พอยามสายหน่อยก็ต้องเริ่มเก็บน้ำหวานเเละจะทำนู่นนี้อีกมากมาย ข้าทำแบบนี้ทุกวันๆๆๆ ข้าเบื่อ ข้าอยากออกไปเที่ยวที่อื่นบ้างที่ไม่ใช่อยู่แค่สวนร้อยบุปผา ท่านดู ฝูหลาง เเม้งานของนางจะเหนื่อยเเต่นางก้มีความสุขเพราะได้ออกไปเที่ยวนอกเเดนบุปผาบ้าง นำเกสรต่างๆไปสู่ดินแดนทั้งหลายทำให้ดอกไม้งอกงาม "
"เ้ายังจะมากล้าเถียงอีกหลอ เหตุใดเ้าจึงดื่อดึงเยี่ยงนี้นะ ข้าอยู่เเดนบุปผา บ่อน้ำเเห่งชีวิตมาเกือยครึ่งชีวิตเเล้วข้ายังไม่คิด้าออกไปดูโลกภายนอกเลย "
"ก็ข้าไม่เหมือนท่านนี้ที่ยินดีอยู่เฝ้าเเต่บ่อน้ำแห่งชีวิตทั้งวี่ทั้งวัน ทั้งเดือนทั้งปี ท่านก็ค่อยเฝ้าเเต่บ่อน้ำเเห่งชีวิต ข้าก็เห็นไม่เคยมีเื่ใด เื่ร้ายๆเกิดขึ้นที่บ่อน้ำนั้นเลย" แม้จะรู้สึกผิดต่อสิ่งที่ตนทำอยู่บ้างแต่ซูจินก็ยังเถียงเเสดงความคิดความรู้สึกของตนให้เหมยโฮได้รู้บ้าง
"ั้แ่ข้าเกิดมา วันทั้งวัน เดือนทั้งเดือน ปีทั้งปี ข้าไม่เคยออกไปใหนได้ใกลพ้นสวนร้อยบุปผาหรือเเดนบุปผานี้เลย "
"เ้านี้น่ะ!! ข้าพูด ข้าสอนเ้าขนาดนี้เหตุใดไม่สำนึกบ้าง ซูจิน....ข้า...."
"หยุดเถอะ เหมยโฮ" ก่อนที่เหมยโฮจะพูดอะไรออกก็มีเสียง เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้น ทั้ง4คนหันไปมองพร้อมกันก็เห็นราชินีบุปผาจื่อฟ่างยืนอยู่พร้อมกับ4เซียนบุปผา ทั้ง4คนทำความเคารพพร้อมกัน
"โร่วโรกับมี่เจ่าจงกลับไปทำงานของเ้าเถอะ ส่วนจินเออร์อยู่คุยกับข้าสักหน่อยเถอะ เหมยโฮเ้ากลับไปที่บ่อน้ำแห่งชีวิตได้เเล้ว"
"ค่ะ องค์ราชินี"
ราชินีบุปผาพูดก่อนจะเดินไปอีกทาง 4 เซียนบุปผากำลังจะเดินตามไปเเต่ราชินีบุปผาจื่อฟ่างหันมาสั่ง4เซียนว่าไม่ต้องตามไป ซูจินเดินตามราชินีบุปผามาเลื่อยๆทั่งที้ในใจทั้งสงสัยปนกลัวจะโดนลงโทษเเต่ก็ไม่ได้เอ่ยออกไป ทั้งคู่เดินไปเลื่อยจนมาถึงสุดขอบแดนบุปผา
"เ้ารู้ไหม ว่าที่ตรงนี้เหตุใดจึงมีบุปผาหนามมากมายรวมถึงม่านแก้วที่กั้นระหว่างแดนบุปผากับโลกภายนอกนี้ด้วย" ราชินีบุปผาเอ่ยถาม
"เอ่อ..คือ..หม่อมฉันคิดว่า...น่าจะใว้ป้องกันศัตรูเพคะ เวลามีภัย"
"ก็ใช่...เเต่เหตุผลของบุปผาหนามมันยังมีอีกประการ"
"อะไรหรือเพคะ?"
"เพื่อแสดงให้เห็นถึงภัยอันตรายภายนอกยังไงละ ภายนอกมีทั้งสิ่งน่ากลัวมากมาย เ้าคิดว่าถ้าเ้าออกไปได้ เ้าจะรับมือสิ่งชั่วร้ายนั้นใหวใหม? บุปผาหนามนี้เปลียบกับอันตรายภายนอก ช่างด้อยนัก"
"คือ..หม่อมฉัน..." ซูจินเงียบไปอย่างใช้ควาคิด
"ข้าเข้าใจเ้าดีจินเออร์เเต่ก่อนครั้งยังเยาว์ข้าก็เป็เสมือนเ้า ไม่ชอบทำสิ่งจำเจ อยากรู้จักโลกนี้ให้มากขึ้น คิดว่าตนมีพลังบำเพ็ญพลังิญญาเเก่กล้า อยากออกไปผจญภัยต่างๆนาๆ ออกไปทำสิ่งที่ใจ้า.....เเต่ทุกความ้าเมื่อมันสำเร็จ มักจะต้องมีต่าตอบแทนต่อสิ่งนั้น เ้ายินดีจะเสียค่าตอบแทนเเล้วหรือ?"
จื้อฟ่างพูดไปพร้อมระลึกถึงเหตุการที่ตนเคยผ่านมาเมื่อนานมาแล้ว ค่าตอบแทนที่ตนจ่ายเพียงเพราะความคึกคะนองเเละมั่นใจเกินไปนั้นต้องแลกมาด้วยชีวิตของคนผู้หนึ่ง คนผู้ที่เมื่อนึกถึงตนก็แทบไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ คนที่เคยให้สัญญาต่อกันใว้ คนผู้ที่เป็ดั่งดวงใจ ราชินีบุปผาแอบเบืองหน้าที่ไปปาดน้ำตาของตนไม่ให้ซูจินเห็น
"คือ..หม่อมฉันไม่เข้าใจที่องค์ราชินีทรงตรัสเพคะ" ซูจินบอกไปตามตรง
"เมื่อเ้าโตขึ้น เ้าจะเข้าใจเอง นี้ก็เริ่มจะมืดเเล้ว อากาศก็เย็นขึ้นมาก พวกเรารีบกลับกันเถอะ"
"เพคะ" ทั้งคู่เดินไปดูดาวไปฟ้าก็่เริ่มทอแสงระยิบระยับของดวงดาวไป จนอยู่ๆก็พลันเกิดเเรงสั่นะเืไปทั่วแดนบุปผาอย่างไม่ทราบสาเหตุจนทั้งสองแทบยืนไม่อยู่
"องค์ราชินีระวังเพคะ เกิดอะไรขึ้นกันนี้" ซูจินะโออกมาขณะหาที่ยึดเหนี่ยวไม้ให้ล้ม
"เ้าดูเเลตัวเองเถิดไม่ต้องเป็ห่วงข้า" ไม่นานนักบังเกิดเป็ลมพายุพัดมาอย่างเเรงพัดพาขอนไม้ใหญ่มาเข้าประทะร่างซูจินที่ยืนหาที่ยึดเหนี่ยวอยู่จนกระเดนออกไปสร้างความใให้กับราชินีบุปผามาก
"ซูจิน!!!!"
ราชินี้บุปผารีบเหาะไปใช้เเซ่เถาองุ่นคว้าร่างของซูจินที่ถูกกระแทกลอยไปในอากาศแต่พลันก็เกิดลำเเสงที่รุ้งเข้าประทะกับแซ่เถาองุ่นจนราชินีบุปผาก็กระเด็นออกมาเช่นกัน เกิดเป็ดั่งลอยแยกระหว่างมิติเเล้วลำแสงนั้นก็ดูดกลืนร่างของซูจินหายไปในลอยแยกของมิติ ไม่นานหนักทุกอย่างก็กลับสู่ความ สงบอีกครั้ง เหล่าภูติบุปผาต่างๆเเละ4เซียนบุปผารวมถึงเหมยโฮรีบวิ่งเข้ามาดูอาการของรมชินีบุปผาอย่างใ
"องค์ราชินีเป็อย่างไรบ้างเพคะ เจ็บตรงใหนหรือไม่ ซุยเหอ มู่ฉางรีบพยุงองค์ราชินีบุปผากลับตำหนัก"เหลียวเหลาสั่ง
"เเล้วซูจินละ เพคะ นางอยู่ใหน" เหมยโฮเอ่ยถามพร้อมกวากตามองไปรอบๆ
"ข้าก็ไม่รู้ว่าตอนนี้นางอยู่ที่ใด อยู่ๆก็เกิดพายุขนาดใหญ่เเละก็มีแสงที่รุ้งมาครอบครุมตัวนางเเละนางก็หายไป"
"ห่ะ? ทำไงดีเพคะ"เหมยโฮเอ่ยถามพรเอมกับกั้นน้ำตาใว้
"นี้เ้า! เ้าควรจะเป็ห่วงองค์ราชินีก่อน เเต่เ้ากลับ..." ราชินีบุปผายกมือขึ้นห้ามเหลียวเหลาก่อนจะหันไปหาเหมยโฮ
"ที่นางหายไปทั้งหมดคือความผิดข้า ข้าจะให้เหล่าภูติบุปผาเเละเหล่าบุปผาทุกที่ช่วยกันตามหานางเอง นางก็เหมือนลูกข้าคนหนึ่ง เ้าอย่าได้กังวล" ราชินีบุปผาปลอบก่อนจะหันไปทางเหลี่ยวเหลา
"ถ่ายทอดคำสั่งข้าไปทั่งแดนบุปผา จงให้ภูติทุกตนเเละเหล่าบุปผาทั้งหลายระดมพลเพื่อตามหาซูจินให้เจอ "
"หม่อมฉันรับบัญชาจากองค์ราชินีบุปผาเพคะ"
ไม่ว่าอย่างไรข้าจะต้องหาเ้าให้พบเเละต้องรู้ให้ได้ว่ามันเกิดเหตอะไรกันแน่ ใครเป็คนทำหรือว่าจะเป็เขาผู้นั้นกันน่ะ ราชินีบุปผาแน่วแน่คิดในใจต้องรู้สาเหตุถึงเภทภัยครังนี้ให้ได้ .
.
.
.TbC