บทที่ 89 ต่อสู้อย่างต่อเนื่อง
“นามของข้าคือ หลินตง”
“นามของเจ้าคือ?”
ชายหนุ่มลองเอ่ยถามชายตรงหน้า หากพวกเขาคุยกันได้ชายหนุ่มอาจจะได้รู้เรื่องราวอะไรเพิ่มเติมก็เป็นได้
ทว่าสิ่งที่ตอบกลับชายหนุ่มมา กลับเป็นกำปั้นที่สวมถุงมือเหล็กที่กำลังพุ่งเข้ามาแทน
“เฮ้ยๆๆ อะไรล่ะเนี่ยข้าก็หลงคิดว่าเจ้าจะคุยกับข้าได้ต่างจากไอเจ้าพวกนั้น ที่โผล่มาก็พุ่งเข้าใส่ข้าเลยสุดท้ายเจ้าก็แทบไม่ต่างกันเลยสินะ”
ถึงปากจะบ่นแต่ร่างกายของชายหนุ่มก็ตอบสนองอย่างฉับไว พร้อมกับซัดหมัดสวนกลับไปด้วยเช่นกัน
และแน่นอนว่าการประลองครั้งนี้ชายหนุ่มก็กดพลังให้อยู่ระดับเดียวกับคู่ประลองเหมือนที่ผ่านมา
คู่ประลองตั้งแต่ลำดับที่หนึ่งร้อยห้าสิบถึงลำดับที่หนึ่งร้อยหนึ่งนั้น ถูกจัดเรียงลำดับความแข็งแกร่งตั้งแต่ระดับขุนพลขั้นหนึ่งไปจนถึงขั้นเก้า ส่วนคู่ต่อสู้คนที่หนึ่งร้อยของชายหนุ่มนั้นเป็นจอมยุทธ์ระดับราชันย์ยุทธ์ขั้นต้นนั่นเอง
เมื่อหมัดของทั้งสองปะทะกัน ร่างของชายร่างใหญ่ก็ถูกทำให้ถอยไปหลายสิบก้าว ในด้านชายหนุ่มนั้นก็ต้องถอยเท้าไปถึงสิบก้าวเช่นกัน
“แข็งแกร่งมาก ระดับความแข็งแกร่งของคนผู้นี้ข้ามั่นใจว่าหากอยู่ในยุคสมัยปัจจุบันคงเป็นศิษย์ระดับแกนหลักของสำนักระดับหนึ่งบางสำนักอย่างแน่นอน”
“แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอที่จะหยุดข้า”
สิ้นเสียงนี้ ชายหนุ่มได้สำแดงวิชามรรคเพลิงมังกรผลาญสวรรค์สร้างเป็นมังกรอัคคีเข้าโจมตีต่อชายเบื้องหน้า พร้อมกับฟาดฟันดาบประจำตระกูลตามไปติดๆ
และแล้วผลลัพธ์ก็เป็นไปตามคาดของชายหนุ่ม ร่างของชายผู้นั้นถูกตัดขาดและสลายหายไป ตามมาด้วยความตกตะลึงของผู้คนที่กำลังเฝ้ามองชายหนุ่ม
“ไอเจ้าหลินตง เวลานี้เจ้าแข็งแกร่งระดับใดกัน”
หม่าฉือเอ่ยออกมาโดยไม่รู้ตัว ถึงแม้ตัวเขาจะเอาชนะสนามประลองลำดับที่หนึ่งร้อยได้โดยไม่ยากเย็นและยังกดพลังอยู่ในระดับเดียวกันด้วยเช่นเดียวกับชายหนุ่ม แต่ตัวของหม่าฉือนั้นก็ยังคงต้องใช้เวลาอยู่พอสมควรถึงจะเอาชนะไปได้
ทว่าสหายของเขาที่ก่อนหน้านี้ยังมีพลังไม่ต่างกันมากนัก กลับสามารถชนะได้อย่างง่ายดาย เดิมทีตัวเขากับเจียงเป่าก็มีฝีมือเป็นรองชายหนุ่มอยู่แล้ว ทว่าตอนนี้ดูเหมือนช่องว่างมันจะมากขึ้นไปอีก
ในระหว่างที่หม่าฉือกำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเอง เหล่าศิษย์ของทั้งสองสำนักที่เห็นการต่อสู้ของชายหนุ่มทุกคน ก็ได้แต่อ้าปากค้างอีกครั้ง ครั้งก่อนชายหนุ่มก็ทำให้พวกเขาตะลึงมามากแล้วแต่ยังไม่ทันพี่พวกเขาจะหายตะลึงจากครั้งก่อนชายหนุ่มก็ได้เพิ่มความตกตะลึงมากขึ้นไปอีก
“เหตุใดในระดับเดียวกัน เขาถึงได้แข็งแกร่งถึงเพียงนี้”
“แต่พลังแท้จริงของพี่หลินนั้นอยู่ในระดับราชันย์ยุทธ์ขั้นสูง ข้าเดาไม่ออกเลยว่าเขาจะแข็งแกร่งเพียงใด”
“เราคงจะต้องรอดูตอนเขาไปเจอคู่ต่อสู้ระดับเดียวกันนั่นแหละนะถึงจะได้เห็นความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขา”
“ก็จริงดังเจ้าว่า อย่างไรเสียแม้จะกดระดับพลังยุทธ์แต่พลังด้านกายหยาบก็ยังเป็นของราชันย์ยุทธ์ระดับสูงอยู่ดี”
“แต่นั่นจะว่าอะไรได้ล่ะ กายหยาบเป็นสิ่งเดียวที่ไม่สามารถลดระดับความแข็งแกร่งลงมาได้ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม แต่จากที่ดูพี่หลินก็ไม่ได้ใช้พลังกายหยาบมากเท่าไหร่เลยนะ ข้าคิดว่าถึงจะสามารถกดกายหยาบให้ลงมาอยู่ในระดับราชันย์ยุทธ์ขั้นต้นได้ สำหรับพี่หลินผลลัพธ์ก็คงไม่ต่างกันหรอกนะ”
เหล่าศิษย์ของทั้งสองสำนักต่างพากันพูดคุยกันไปต่างๆ นานา
ในด้านของชายหนุ่มนั้นกลับไม่ได้แสดงท่าทีดีใจอะไรออกมา และยังเดินลงบันไดต่อไปเรื่อยๆ พร้อมกับเข้าสู่สนามประลองอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดพัก และแน่นอนว่าทุกๆ ครั้งที่ชายหนุ่มชนะการประลองก็ได้ใช้เวลาเพียงไม่นานนัก แม้แต่ผู้คนที่ตกใจในช่วงแรกบัดนี้ก็เริ่มชินชาเสียแล้ว
ในตอนนี้พวกเขามีแต่ความอยากรู้อยากเห็นเท่านั้น ว่าเมื่อชายหนุ่มพบเจอกับจอมยุทธ์ระดับเดียวกันการต่อสู้จะเปลี่ยนไปหรือไม่
ในเวลาต่อมาทางด้านของชายหนุ่มนั้นแม้จะผ่านไปได้โดยไม่ยากเย็น แต่เมื่อต่อสู้มากเท่าไหร่ศัตรูที่เขาเจอนั้นก็ยิ่งทำให้เขาตกตะลึงมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
โดยเฉพาะห้าคนที่ผ่านมาพวกนั้นเป็นราชันย์ยุทธ์ระดับกลาง ความแข็งแกร่งของพวกเขานั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าชายหนุ่มเลย แต่ด้วยร่างกายของชายหนุ่มที่อยู่ในระดับราชันย์ยุทธ์ระดับสูงแม้จะกดพลังเพียงใดก็ยังได้เปรียบอีกฝ่ายอยู่ดี นั่นจึงทำให้ชายหนุ่มชนะได้ไม่ยากนัก
แต่ในกรณีเช่นนี้ก็คงจะเกิดขึ้นได้กับจอมยุทธ์ที่ใช้วิชาบ่มเพาะด้านกายหยาบเท่านั้น หากเป็นกายหยาบของระดับราชันย์ยุทธ์ระดับสูงที่ไม่ได้ฝึกวิชาบ่มเพาะด้านกายหยาบ ความแตกต่างก็คงไม่มากเท่านี้และก็คงจะชนะได้ไม่ง่ายเช่นกัน
คิดถึงตรงนี้ชายหนุ่มก็ถอนหายใจออกมา วิชาบ่มเพาะเทคนิคกายาหลอมมรรคของข้าก็ฝึกได้เพียงระดับราชันย์ยุทธ์เท่านั้น ต่อจากนี้ข้าคงต้องรีบสร้างวิชาบ่มเพราะหยินหยางของข้าให้สมบูรณ์ในระดับนี้ซะแล้ว
เพียงหนึ่งวันเท่านั้นชายหนุ่มจบทุกการต่อสู้อย่างรวดเร็ว เวลานี้ก็มาถึงคู่ต่อสู้ลำดับที่ห้าสิบแล้ว
ชายหนุ่มพักอีกสามชั่วยามก่อนที่จะไปสัมผัสกับลูกแก้วพลังปราณลำดับที่ห้าสิบ
เมื่อสนามประลองปรากฏขึ้นชายหนุ่มได้พุ่งเข้าไปอย่างไม่ลังเล ทุกคนต่างใจจดใจจ่อ โดยเฉพาะหม่าฉือตัวของเขานั้นได้พ่ายแพ้ให้กับคู่ต่อสู้คนนี้มา ความแข็งแกร่งของคู่ประลองคนนี้นั้นในที่นี้ตัวของหม่าฉือย่อมรู้ดีที่สุด
“หลินตง ระวังตัวด้วยล่ะเจ้านี่น่ะต่างจากคู่ต่อสู้ที่ผ่านมาราวฟ้ากับเหวอย่างแท้จริง”
เขาอดที่จะเอ่ยเตือนสหายของตนไม่ได้
ชายหนุ่มที่ได้ยินเช่นนั้นจึงพยักหน้าตอบรับสหายของตน
คู่ต่อสู้คนนี้เป็นคนที่ทำให้สหายของตนแพ้ในระดับพลังเดียวกัน นี่ย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
ในตอนนี้เองร่างของชายหน้าตาซื่อๆ ก็ได้ปรากฏตัวอยู่ฝั่งของชายหนุ่มผสานมือพร้อมเอ่ย
“ขอคำชี้แนะสหายยุทธ์”
สิ้นเสียงแรงกดดันของคนผู้นั้นก็ถูกปลดปล่อยออกมา
“ราชันย์ยุทธ์ระดับกลางงั้นรึ แต่ดูจากพลังที่ปลดปล่อยออกมา อีกเพียงนิดเดียวก็คงขึ้นไปในระดับสูงได้แล้ว”
“ไม่แปลกใจที่เจ้าหม่าฉือจะพ่ายแพ้ เจ้านั่นถึงจะเป็นราชันย์ระดับกลางเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่ได้เข้าใกล้ระดับสูงเท่ากับเจ้าหมอนี่”
ชายหนุ่มบ่นพึมพำกับตัวเองและผสานมือไปที่อีกฝ่ายเช่นกัน
“ขอคำชี้แนะสหายยุทธ์”
สิ้นเสียงของชายหนุ่ม การต่อสู้ก็เริ่มขึ้นทันที ร่างของอีกฝ่ายได้หายไปจากสายตาของชายหนุ่มอย่างไร้ร่องรอย แต่เพียงพริบตาเดียว ร่างของชายคนนั้นก็มาปรากฏอยู่เบื้องหน้าของชายหนุ่มพร้อมกับใช้มีดสั้นแทงเข้ามาใส่ลำคอของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว
ทางด้านของชายหนุ่มก็ตอบสนองอย่างฉับไว ก่อนที่มีดสั้นนั้นจะเข้าถึงคอของชายหนุ่มมือซ้ายของชายหนุ่มก็ได้ใช้ปลอกดาบประจำตระกูลมาปัดมีดสั้นที่กำลังจะถึงตัว และมือขวาที่ถือดาบประจำตระกูลอยู่นั้นก็ได้ฟาดฟันใส่อีกฝ่ายในเวลาเดียวกัน
อีกฝ่ายนั้นก็ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วไม่แพ้ชายหนุ่ม ชายผู้นั้นยกเท้าขึ้นมาราวกับจะเตะใส่ดาบประจำตระกูลของชายหนุ่มโดยตรง ทว่าเสี้ยววินาทีต่อมาหัวรองเท้าของอีกฝ่ายก็มีใบมีดโผล่ขึ้นมาและปะทะกับดาบของชายหนุ่ม ชายผู้นั้นใช้แรงปะทะในครั้งนี้ส่งตัวเขาออกมาสร้างระยะห่างจากชายหนุ่ม
“เร็วมาก เจ้าหมอนี่จะต้องเป็นนักลอบสังหารอย่างแน่นอน ในระดับเดียวกันหากถูกคนผู้นี้ลอบสังหารเกรงว่าคนที่สามารถรอดไปได้คงจะนับได้ด้วยนิ้วมือ หากเจ้านี่ไปอยู่ในสมาคมดับดาราเกรงว่าเจ้านี่คงจะได้เป็นศิษย์แกนหลักคนสำคัญอย่างแน่นอน”
ชายหนุ่มคิดกับตัวเองและมองไปยังอีกฝ่ายที่ไม่ได้แสดงอารมณ์ใดออกมา แต่สายตาของร่างนั้นก็ชำเลืองมองไปที่เท้าของตัวเองอยู่
เมื่อชายหนุ่มมองตามไป ก็พบว่าใบมีดที่รองเท้าของอีกฝ่ายนั้นถูกดาบของเขาฟันจนหักงอผิดรูป
“แม้เจ้านั่นจะเป็นแค่ร่างเลียนแบบที่ประตูขัดเกลากายหยาบสร้างขึ้นมาก็ยังเก่งกาจขนาดนี้ ตัวจริงของเจ้านี่จะแข็งแกร่งเพียงใดกันนะ”
ชายหนุ่มคิดแล้วก็หนักอึ้งขึ้นมาในใจ ยุทธภพช่างกว้างใหญ่แม้ข้าจะแข็งแกร่งจนสามารถเทียบกับผู้สืบทอดสิบขุมอำนาจใหญ่ได้ แต่แค่คู่ต่อสู้ลำดับที่ห้าสิบของด่านขัดเกลานี้ก็แข็งแกร่งถึงเพียงนี้แล้ว ข้าคิดไม่ออกเลยว่าพวกที่อยู่ในสิบลำดับแรกจะแข็งแกร่งเพียงใด และเจ้าพวกนั้นจะต้องเป็นจอมยุทธ์ระดับราชันยุทธ์ระดับสูงแน่นอน
แต่เมื่อคิดว่ายังมีคนที่น่าจะเก่งกว่าตนในระดับเดียวกันรอเขาอยู่ ไฟแห่งการกระหายต่อสู้ก็ได้ลุกติดขึ้นมา
“เรามาตัดสินกันเถอะ ข้าอยากไปเจอพวกราชันย์ยุทธ์ระดับสูงแล้วล่ะ”
จากผู้เขียน: สวัสดีนักอ่านทุกท่านครับ ก่อนอื่นผมก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนนิยายของผมมาตลอดนะครับ ต้องบอกว่าเป็นนักเขียนที่มีงานประจำ ผมจึงมีเวลาแต่งนิยายแค่ช่วงเช้าและช่วงดึกเท่านั้น หากผมใส่ข้อมูลหรือผิดพลาดตรงไหนต้องขออภัยไว้ด้วยนะครับ แต่จะพยายามให้ไม่ผิดนะครับ แต่ถ้ามีหลุดผิดมาจริงขอความกรุณานักอ่านคอมเม้นต์เตือนผมด้วยนะครับ ขอบคุณมากๆ ครับ????????????
ติดตามฉบับนิยายเสียงได้ที่ Novel time studio