เหวยเหนียง หมอดูเทวดา

    ตอนที่ 37 กำจัด

            ซูเยี่ยนมองตามก็เห็นศพซึ่งศพน่าจะเสียชีวิตไปแล้วประมาณหนึ่งวันและเมื่อมองไปที่ศพจึงทำให้รู้ว่านั่นคือ คู่รักสองคู่ ได้แก่ องค์หญิงสี่กับใต้เท้าเหลียงและองค์หญิงห้ากับแม่ทัพไป่ ก็เลยว่า “ที่แท้ก็คือ พระศพขององค์หญิงสี่และองค์หญิงห้าพร้อมกับพระสวามีของพระนาง”

            “เป็นไปได้อย่างไรกันเจ้าคะครอบครัวขององค์หญิงพากันหนีไปตอนที่องค์ชายรองขึ้นครองราชย์นี่เจ้าคะ” ผิงหลางกล่าว

            “องค์หญิงทั้งสองพระองค์ทรงไม่พอพระทัยกับการกระทำขององค์ชายรองและคัดค้านการขึ้นครองราชย์ของพระองค์เมื่อพระนางทรงตั้งตัวเป็นปรปักษ์ต่อฝ่าบาทฝ่าบาทก็เลยมีรับสั่งให้กำจัดพระนางทั้งสองแต่เพราะพระนางปลอมตัวเป็นชาวบ้านและใช้ชีวิตอยู่อย่างเรียบง่ายกับสามีเลยทำให้ป่านนี้ยังจับพระนางไม่ได้นึกไม่ถึงเลยว่าสุดท้ายฝ่าบาทก็ทรงสามารถกำจัดพระนางสำเร็จอยู่ดี” ซูเยี่ยนรู้สึกสงสารองค์หญิง

            “ในเมื่อครอบครัวขององค์หญิงพยายามหนีไปจนสุดหล้าแล้วเหตุใดถึงมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้ล่ะเจ้าคะ” ผิงหลางสงสัย

            “เพราะองค์ชายสามทรงหลอกพระนางมาที่นี่น่ะสิที่ข้ารู้ก็เพราะว่าตอนที่ข้ามาที่นี่ข้าตั้งใจว่าจะขโมยสมุนไพรเพื่อใช้รักษาตาของเหวยเหนียงแต่ฝ่าบาทและองค์ชายสามเสด็จมาเสียก่อน ข้าจึงต้องรีบหลบในระหว่างนั้นข้าได้ยินองค์ชายสามทูลฝ่าบาทว่าเจอองค์หญิงและครอบครัวแล้วองค์ชายสามทรงหลอกพระนางว่าพระองค์ทรงต้องการกอบกู้บัลลังก์คืนและทรงจะให้องค์หญิงทั้งสองร่วมมือด้วยซึ่งพระนางก็ทรงหลงเชื่อ นั่นจึงทำให้พระนางทรงไว้พระทัยพระเชษฐาเป็นอย่างมากจนถึงขั้นยอมมาที่ภูเขาหิมะแห่งนี้เพราะทรงเข้าพระทัยว่ากองกำลังได้ซ่อนตัวอยู่ที่นี่พอพระนางและครอบครัวเสด็จมาถึงห้องนี้ องค์ชายสามก็ทรงให้ทหารนำน้ำชาร้อนๆมาให้พวกเขาดื่ม พวกเขาจึงสลบไม่ได้สติเพราะฤทธิ์ยาที่ผสมในน้ำชาองค์ชายสามจึงทรงใช้โอกาสช่วงนี้สั่งให้ทหารปลิดชีพพวกเขาทั้งหมด” ซูเยี่ยนเล่า

            “ทรงอำมหิตยิ่งนักทรงสามารถฆ่าได้แม้กระทั่งน้องสาวสายเลือดเดียวกัน น่าแปลกทำไมองค์ชายสามถึงทรงยอมทำทุกอย่างเพื่อฝ่าบาทพระองค์นี้ล่ะเจ้าคะ” ผิงหลางอยากรู้

            “ฝ่าบาทตรัสว่าจะแต่งตั้งองค์ชายสามเป็นอ๋องและทรงจะมอบอำนาจทางการทหารให้ด้วย” ซูเยี่ยนกล่าว

            “แต่ทำไมถึงยังไม่ทรงแต่งตั้งองค์ชายสามสักทีล่ะเจ้าคะ”ผิงหลางสงสัย

            “ฝ่าบาททรงหลอกใช้องค์ชายสามให้ทำงานให้แต่ความเป็นจริงคือ ฝ่าบาททรงระแวงองค์ชายสามเป็นอย่างมาก ทรงไม่กล้าแต่งตั้งและมอบอำนาจเพราะกลัวองค์ชายสามทรยศหักหลัง” ซูเยี่ยนกล่าว

            “แบบนี้ฝ่าบาททรงจะไม่หาทางกำจัดองค์ชายสามอย่างนั้นหรือ”ผิงหลางสงสัย

            “ฝ่าบาททรงกำจัดองค์ชายสามไปแล้วน่ะสิ”ซูเยี่ยนเล่า

            “อะไรนะเจ้าคะ! ทำไมกัน ทั้งๆ ที่องค์ชายสามทรงอุตส่าห์ทำงานให้ฝ่าบาท ยอมกำจัดคนที่ต่อต้านฝ่าบาทให้เกือบหมด”ผิงหลางคิดว่ามันไม่ยุติธรรมต่อองค์ชายสามเลยสักนิด

            “ฝ่าบาททรงดำริว่าต้องมีสักวันที่องค์ชายสามจะคิดหักหลังฝ่าบาทเพราะขนาดน้องสาวยังเข่นฆ่าได้ นับภาษาอะไรกับฝ่าบาทเองฝ่าบาทจึงทรงรีบชิงลงมือก่อน” ซูเยี่ยนคาดการณ์

            “ฝ่าบาททรงควรซื้อใจคนถึงจะถูกยิ่งมีคนจงรักภักดีต่อฝ่าบาทถึงเพียงนี้ฝ่าบาทยิ่งควรที่จะรักษาบุคคลนั้นไว้ให้ดีนะเจ้าคะ” ผิงหลางคิดว่าคนจงรักภักดีนั้นหายาก

            “พระสนมเหมยหลิงทรงเป็นผู้ยุยงส่งเสริมน่ะสิ”ซูเยี่ยนกล่าว

            “อะไรนะเจ้าคะ! เป็นไปไม่ได้! สมัยตอนที่พระนางทรงเป็นสนมที่ถูกลืมพระนางทรงเป็นผู้มีจิตใจดี ทรงไม่กล้าทำร้ายผู้คนหรอกเจ้าค่ะ” ผิงหลางไม่เชื่อ

            “เจ้าถูกหลอกแล้วผิงหลางพระนางไม่ได้เป็นพระสนมที่ถูกลืม แต่เป็นคนรักของฝ่าบาทมาเนิ่นนานแล้ว” ซูเยี่ยนกล่าว

            “เป็นไปได้อย่างไรกันตอนที่ข้าไปรายงานตัวเพื่อเตรียมปฏิบัติหน้าที่อารักขาพระสนมเหมยหลิงพระองค์ทรงกำลังจะฆ่าตัวตายนะเจ้าคะ” ผิงหลางเห็นกับตา

            “พระนางทรงทำเช่นนี้เพื่อขู่ฝ่าบาทมากกว่าพระนางทรงต้องการให้ฝ่าบาททรงรีบเปิดตัวพระนางเสียทีต่างหาก” ซูเยี่ยนแย้ง

            “พอพระสนมเหมยหลิงทรงเห็นว่าข้ามารับใช้พระองค์จึงทรงแสดงตามน้ำหรือเจ้าคะ” ผิงหลางพยายามใคร่ครวญการกระทำของพระสนม

            “อาจเป็นไปได้” ซูเยี่ยนกล่าว

            “ฝ่าบาททรงกำจัดพี่น้องร่วมสายเลือดเดียวกันเกือบหมดแล้วเหลือเพียงองค์ชายหกเท่านั้น แบบนี้องค์ชายหกก็ทรงตกอยู่ในอันตรายสิเจ้าคะ”ผิงหลางเป็นห่วงองค์ชายหกเป็นอย่างมาก

            “หวังว่าองค์ชายหกทรงจะไม่ตกหลุมพรางของฝ่าบาทหรอกนะ”ซูเยี่ยนกังวล

            “นั่นสิเจ้าคะ” ผิงหลางกลัวองค์ชายหกทรงมีภัย

            “ตอนนี้พวกเรารีบออกไปจากที่นี่ดีกว่าหากมีใครมาเห็นเข้าพวกเขาอาจปรักปรำว่าพวกเราเป็นคนฆ่าครอบครัวพระขนิษฐาของฝ่าบาทนะ” ซูเยี่ยนเบื่อที่จะต้องมาโดนยัดเยียดข้อกล่าวหาอีก

            “มีกลุ่มคนกำลังจะเข้ามาในห้องนี้เจ้าค่ะ”ผิงหลางทำท่าเอาหูไปแนบกับพื้นห้อง

            “พวกเรารีบไปหลบกันก่อนเถอะ”ซูเยี่ยนนำทางผิงหลางไปซ่อนตัวทันที

            ผิงหลางและซูเยี่ยนรีบแอบหลบอยู่หลังฉากทั้งสองเห็นว่าฝ่าบาทและพระสนมเหมยหลิงเสด็จเข้ามาในห้องนี้ทางประตูปกติไม่ใช่ช่องทางเล็กๆ เหมือนที่ผิงหลางลอดเข้ามา

            พระสนมเหมยหลิงรีบปิดพระนาสิก “กลิ่นเหม็นมากเลยเพคะทรงรีบนำพระศพไปกำจัดก่อนที่จะมีใครมาเห็นเข้าจะดีกว่านะเพคะ”

            “นับว่าองค์ชายสามทำงานได้ดีมากจริงๆ” ฝ่าบาททรงเสียดายฝีมือการทำงานของน้องชาย

            “องค์ชายสามทรงเป็นคนเจ้าเล่ห์เพคะต้องมีสักวันที่องค์ชายสามคิดไม่ซื่อต่อฝ่าบาทเป็นแน่” พระสนมเหมยหลิงยุยง

            “เราเสียดายความสามารถของเขาจริงๆที่ผ่านมา เขายอมช่วยเราทุกอย่าง เราฆ่าเขาไปแบบนี้จะดีงั้นหรือ” ฝ่าบาททรงน่าจะไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนเสียก่อน

            “ที่องค์ชายสามทรงยอมสวามิภักดิ์ต่อพระองค์ก็เพราะตำแหน่งอ๋องนะเพคะ”พระสนมทรงแย้ง

            “เอาล่ะพวกเรารีบออกไปจากที่นี่กันดีกว่า เราจะได้สั่งทหารให้รีบจัดการศพหลังกลับไปคราวนี้ เราจะแต่งตั้งเจ้าให้เป็นสนมเอก” ฝ่าบาทตรัส

            “ขอบพระทัยเพคะ” พระสนมเหมยหลิงทรงกล่าวอย่างดีใจ

            จากนั้นฝ่าบาทและพระสนมก็เสด็จออกไปจากห้องฆาตกรรมหมู่อย่างสบายพระทัย

            ผิงหลางที่เฝ้าดูอยู่ถึงกับอึ้งและกล่าวพึมพำว่า “ฝ่าบาททรงไม่เสียพระทัยบ้างเลยงั้นหรือนั่นคือน้องสาวสายเลือดเดียวกันเชียวนะ”

            “องค์หญิงทั้งสองพระองค์ทรงอยู่ฝั่งเดียวกับองค์รัชทายาทมาโดยตลอดดังนั้นองค์ชายรองจึงทรงเห็นว่าพระนางเป็นศัตรูมากกว่าน้องสาวน่ะสิ” ซูเยี่ยนอธิบาย

            “พวกเรารีบกลับออกไปทางช่องทางลับเถิดเจ้าค่ะอีกไม่นานทหารก็จะมาเก็บพระศพแล้ว” ผิงหลางกลัวโดนทหารจับกุมตัว

            “พวกเราจะต้องอดทนอยู่ใต้การปกครองของกษัตริย์ที่โหดเหี้ยมอำมหิตไปอีกนานแค่ไหนกัน”ซูเยี่ยนถอนหายใจก่อนที่จะนำทางผิงหลางไปทางช่องทางลับ

            พอถึงประตูช่องเล็ก ซูเยี่ยนก็เลยตะโกนว่า “เหวยเหนียง!ได้ยินข้าหรือเปล่า เปิดประตูให้หน่อย”

            “เดี๋ยวนะซูเยี่ยนข้ากำลังคลำหาก้อนหินอยู่” เหวยเหนียงตะโกนกลับ

            พอเหวยเหนียงกดก้อนหินขนาดเท่าฝ่ามือประตูก็เปิดออก

            ผิงหลางที่คลานออกมาแล้วนางรีบเดินไปจับมือเพื่อนเพื่อแสดงว่าตนปลอดภัยดี

            “ข้าดีใจจริงๆที่เจ้าปลอดภัยนะผิงหลาง” เหวยเหนียงสัมผัสได้ว่ามือที่จับนางอยู่เป็นมือผู้หญิงก็เลยคิดว่านางคือผิงหลาง

            “อย่าเพิ่งคุยกันตอนนี้เลยนะอีกไม่นานภูเขาหิมะแห่งนี้จะเต็มไปด้วยทหาร พวกเราต้องรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด”ซูเยี่ยนกล่าว

            “ท่านซูเยี่ยนรีบพาเหวยเหนียงออกไปก่อนข้าจะรีบแจ้งข่าวให้พรรคพวกของท่านหยางสือทราบจะได้รีบพากันหนีออกไปจากที่นี่ด้วยกันเจ้าค่ะ” ผิงหลางกล่าวแผน

            “เจ้ารีบขี่หลังข้าเถิดเหวยเหนียง”ซูเยี่ยนรีบย่อตัว

            “ข้าช่วยนะ” ผิงหลางอาสาช่วยประคองให้เหวยเหนียงสามารถขี่หลังท่านซูเยี่ยนได้ง่ายขึ้น

            ซูเยี่ยนแบกเหวยเหนียงออกนอกถ้ำอย่างเร่งด่วนส่วนผิงหลางก็พยายามออกตามหาชายชุดดำทั้งสิบจนทั่วภูเขา แต่หายังไงก็หาไม่เจอจนกระทั่ง นางเจอเข้ากับขบวนเสด็จของฮองเฮา นางจึงรีบหลบเข้าไปในห้องลับและซ่อนตัวอยู่หลังโขดหินด้านหลังห้อง

            ******************************

            ซูเยี่ยนแบกเหวยเหนียงออกมานอกถ้ำได้สำเร็จ

            “อ้าว ท่านซูเยี่ยนท่านอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย” ชายชุดดำคนหนึ่งกล่าว

            “นี่พวกท่านออกมาจนหมดแล้วหรือ”ซูเยี่ยนเห็นว่าชายชุดดำอยู่กันครบสิบคน

            “ใช่แล้ว! พวกเราเห็นทหารของฝ่าบาทก็เลยล่าถอยมานอกถ้ำเสียก่อน ไม่เช่นนั้นพวกเราอาจถูกจับกันหมด” ชายชุดดำอีกคนกล่าว

            “ผิงหลางเข้าใจว่าพวกท่านยังอยู่ข้างในต้องรีบตามนางออกมานะเจ้าคะ” เหวยเหนียงกังวล

            “ไม่ได้เด็ดขาด” ซูเยี่ยนกล่าว

            “ทำไมล่ะ” เหวยเหนียงไม่เข้าใจ

            “ตอนนี้ทหารของฝ่าบาทกระจายจนทั่วทุกจุดของเขาลูกนี้การเข้าไปข้างในเป็นหมู่อาจเกิดอันตรายได้ ให้ข้าเข้าไปคนเดียวดีกว่า” ซูเยี่ยนคิดว่าคนน้อยซ่อนตัวได้ง่ายกว่า

            “ไม่ต้องหรอกท่านซูเยี่ยนข้าเห็นว่าฮองเฮาทรงเสด็จมาที่นี่ด้วย แสดงว่าชายนิรนามก็ต้องมาด้วย เดี๋ยวเขาก็ช่วยผิงหลางให้ออกมาเองนั่นแหละ”ชายชุดดำรู้ดีว่าชายนิรนามจะไม่ยอมปล่อยให้ผิงหลางเป็นอะไรเด็ดขาด

            “ชายนิรนามแฝงตัวอยู่ข้างกายฮองเฮาอย่างนั้นหรือ”ซูเยี่ยนสงสัย

            “ใช่! อย่าเข้าไปเลยท่านซูเยี่ยนไม่เช่นนั้นมันจะเกิดการสวนกันไปมา คนนี้เข้าไป คนนั้นออกมา ทำให้ต้องตามหาไม่จบไม่สิ้นรอดูอยู่ที่นี่ดีกว่าท่าน” ชายชุดดำคนหนึ่งแนะนำ

            เหวยเหนียงภาวนาในใจว่า “องค์ชายหกทรงต้องปกป้องคนรักของพระองค์นะเพคะ”

            ******************************

            ตำแหน่งที่ผิงหลางไปซ่อนตัวนั้นเป็นห้องลับของฮองเฮาซึ่งตอนนี้พระองค์ทรงอยู่กับกงกงฟูต้าตามลำพัง

            “ฝ่าบาททรงเก็บต้นพิษมืดมิดไปหมดเลยงั้นหรือ”ฮองเฮาตรัสถาม

            “ใช่แล้วพะย่ะค่ะฝ่าบาททรงวางอุบายแกล้งเก็บพืชชนิดนี้จนหมดเพื่อหลอกให้องค์ชายสามทรงเข้าพระทัยว่าต้นมีพิษคือต้นอายุวัฒนะจริงๆและองค์ชายสามก็ทรงเชื่อจนกระทั่งแอบเสวยต้นดังกล่าวแบบสดๆ จนหมดต้นนั่นจึงทำให้พระเนตรของพระองค์บอดสนิทพะย่ะค่ะ” กงกงฟูต้ารายงาน

            “แล้วฝ่าบาททรงพาองค์ชายสามไปขังไว้ที่ไหนล่ะเราจะไปช่วยองค์ชายสาม เขาเป็นคนที่จงรักภักดีต่อฝ่าบาทมากที่สุดแล้วฝ่าบาททรงไม่น่าเชื่อคำยุยงของสนมเหมยหลิงเลยจริงๆ ” ฮองเฮาตรัส

            “เอ่อ ฝ่าบาททรงปลงพระชนม์องค์ชายสามไปแล้วพะย่ะค่ะ”กงกงฟูต้ากล่าว

            “ฝ่าบาททรงหวาดระแวงคนไปทั่วแบบนี้ได้อย่างไรกันหากทรงคิดกำจัดผู้คนตามคำยุยงของสนมเหมยหลิงไปเรื่อยๆ ฝ่าบาททรงจะไม่เหลือใครเลยดังนั้นเราจำเป็นต้องหาทางกำจัดสนมเหมยหลิงให้เร็วที่สุดก่อนที่บ้านเมืองจะเกิดวิบัติ” ฮองเฮาทรงนึกไม่ถึง

            “ทูลฮองเฮาตอนนี้ทหารหลวงกำลังลำเลียงพระศพขององค์หญิงและพระสวามีของพระนางออกจากห้องรับรองแล้วพะย่ะค่ะ”ทหารองครักษ์เข้ามารายงาน

            “ใครกันที่ฆ่าพวกเขา” ฮองเฮาทรงตกพระทัย

            “กระหม่อมได้ยินมาว่าคือองค์ชายสามพะย่ะค่ะ” ทหารองครักษ์กล่าว

            “ถึงว่าฝ่าบาทถึงทรงหวาดระแวงองค์ชายสามเพราะองค์ชายสามทรงกล้าสังหารน้องสาวสายเลือดเดียวกันนี่เอง” ฮองเฮาทรงเข้าพระทัยแล้ว

            “ตอนนี้คนในราชวงศ์ก็แทบจะไม่เหลืออยู่แล้วนะพ่ะย่ะค่ะ”กงกงฟูต้ากล่าว

            “ยังเหลือองค์ชายหกองค์ชายพระองค์นี้เป็นบุคคลอันตรายสำหรับฝ่าบาท เราจะต้องรีบกำจัดพระองค์ให้เร็วที่สุดแต่ว่าเราไม่อาจทำนายเสาะหาที่อยู่ขององค์ชายหกได้ มันเพราะอะไรกันนะเหมือนพระองค์ทรงมียันต์บดบัง แต่พระองค์ทรงจะมีได้อย่างไรในเมื่อพระองค์ทรงไม่รู้จักอาจารย์ของเรา” ฮองเฮาทรงสงสัย

            “อาจเป็นเพราะองค์ชายหกทรงอยู่ไกลก็เป็นได้นะพะย่ะค่ะ”กงกงฟูต้าคาดการณ์

            “ก็อาจเป็นไปได้ในเมื่อคนรักของเขาอยู่ที่เมืองหลวง และผิงหลางก็เป็นที่หมายปองของฝ่าบาทหากองค์ชายหกทรงประทับอยู่ที่เมืองหลวงจริง พระองค์ทรงต้องรีบช่วยผิงหลางเป็นแน่แต่นี่กลับเป็นผิงหลางเองที่พยายามหาวิธีเอาตัวรอดเพื่อหลีกเลี่ยงฝ่าบาท” ฮองเฮาทรงเห็นด้วยกับกงกงว่าองค์ชายหกคงไม่ได้อยู่แถวนี้

            “กระหม่อมขอทูลลาพะย่ะค่ะ”ทหารองครักษ์กล่าว

            ผิงหลางขยับตัวเพื่อหาลู่ทางที่จะออกไปจากห้องลับนี้แต่ทว่านางกลับเผลอไปเหยียบก้อนหินขนาดเล็กเข้า จนเกิดเสียงดัง

            “บังอาจ!ใครกล้าแอบฟังเรา”ฮองเฮาทรงกริ้ว

            “กระหม่อมดูให้พะย่ะค่ะ” กงกงฟูต้าอาสา

            กงกงฟูต้าเดินไปทางด้านหลังห้องจนพบว่าผู้บุกรุกก็คือผิงหลาง

            ผิงหลางก็เลยเข้าปะทะกับกงกงฟูต้าเพื่อเอาตัวรอดแต่กงกงมีวรยุทธ์เหนือกว่ามาก เขาสามารถล็อคตัวหญิงสาวและทำท่าเอานิ้วจุ๊ปากจากนั้นเขาก็จับมือของหญิงสาวและเขียนข้อความบางอย่างบนฝ่ามือของนาง

            คำว่า “ให้หนีไปทางช่องลับหลังห้องแล้วมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก”

            ผิงหลางไม่มีเวลาสอบถามอะไรทั้งสิ้นนางยอมทำตามที่กงกงฟูต้าเขียนบนมือ และหนีไปทางช่องทางลับหลังห้องทันที

            “กงกง! สรุปว่าใครบุกรุกเข้ามา”ฮองเฮาทรงตะโกนถาม

            “ลูกสุนัขจิ้งจอกหิมะพะย่ะค่ะมันวิ่งหนีไปแล้ว” กงกงฟูต้าจำต้องโกหก

            “แล้วไป! เราต้องรีบกลับวังแล้วไปกันเถอะ” ฮองเฮาตรัส

            “พะย่ะค่ะ” กงกงฟูต้ารีบติดตามฮองเฮากลับวังทันที

            ผิงหลางวิ่งออกมาจากภูเขาหิมะได้อย่างง่ายดายนางพยายามใคร่ครวญว่าเหตุใดคนของฮองเฮาถึงยอมช่วยชีวิตของนาง

            “นี่ไงผิงหลางนางหนีออกมาได้แล้ว” ชายชุดดำคนหนึ่งชี้

            “ผิงหลาง เจ้าปลอดภัยดีใช่มั้ย”เหวยเหนียงกล่าว

            “ข้าปลอดภัยดีเหวยเหนียงพวกเรากลับกระท่อมกันดีกว่า” ผิงหลางรีบเดินเข้าไปประคองเหวยเหนียง

            “ไม่เป็นไรข้าจะพานางกลับบ้านของข้า” ซูเยี่ยนจับมือเหวยเหนียงไว้

            “เอ่อ มันจะดีหรือเจ้าคะท่านจะพานางกลับไปในฐานะอะไร นางไม่ใช่ฮูหยินของท่านอีกแล้วนะ” ผิงหลางเตือน

            “ฐานะว่าที่ฮูหยินก็แล้วกันข้าไปล่ะ” ซูเยี่ยนจูงมือเหวยเหนียงกลับบ้านของเขาอย่างเอาแต่ใจ

            ผิงหลางแอบยิ้มนางนึกไม่ถึงว่าอดีตแม่ทัพผู้ทระนงจะกลายเป็นชายที่มีจิตใจอ่อนโยนเช่นนี้

            “ชายนิรนามช่วยเจ้าไว้ใช่มั้ย”ชายชุดดำถาม

            “ชายนิรนามงั้นหรือ หรือว่าเขาคือกงกงฟูต้า” ผิงหลางพยายามปะติดปะต่อเรื่องราว

            “เจ้ารู้แล้วงั้นหรือ” ชายชุดดำกล่าว

            “เป็นเขาจริงด้วยนี่เขากล้าปลอมตัวเป็นกงกงข้างกายฮองเฮาเชียวหรือ” ผิงหลางนึกไม่ถึง

            “เขามีคติว่าสถานที่ที่ใกล้ที่สุดก็คือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดน่ะ”ชายชุดดำอีกคนกล่าว

            “พวกเรารีบไปประชุมที่ฐานลับของท่านหยางสือเถิดข้ามีเรื่องจะเล่า” ผิงหลางกล่าว

            “ได้! ไปกันเถอะพวกเรา”ชายชุดดำที่เป็นผู้นำบอกทุกคน

            ผิงหลางและชายชุดดำทั้งสิบคนรีบรุดหน้าไปที่ฐานลับของท่านหยางสือทันที

            ******************************

            ณ หน้าบ้านของซูเยี่ยน

            “พาข้ากลับกระท่อมเถิดนะซูเยี่ยนข้าเคยชินกับการอยู่ที่กระท่อมมากกว่า” เหวยเหนียงกลัวท่านป้าไม่อนุญาตให้นางอยู่ที่นี่ด้วย

            “แต่ที่นี่เจ้าเองก็คุ้นชินเหมือนกันไม่ใช่หรืออย่าลืมสิว่าเจ้าเคยอยู่ในฐานะฮูหยินของข้ามาก่อนนะ” ซูเยี่ยนแย้ง

            “แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้วนี่”เหวยเหนียงคิดว่านางได้หย่าขาดกับซูเยี่ยนไปแล้ว

            “มีอะไรกันอย่างนั้นหรือ”ท่านป้าเดินออกมาดูคนคุยกันหน้าบ้าน

            “ท่านป้าใช่มั้ยเจ้าคะ” เหวยเหนียงกล่าวโดยที่ไม่ได้มองไปทางท่านป้าเพราะมองไม่เห็น

            “เหวยเหนียง! เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า ดวงตาของเจ้าเป็นอะไร” ท่านป้าตกใจกับท่าทางของเหวยเหนียง

            “ข้าตาบอดเจ้าค่ะ” เหวยเหนียงกล่าวตามตรง

            “เจ้าตาบอดได้อย่างไร” ท่านป้าสงสัย

            “นางยอมถูกพิษของฮองเฮาเพื่อช่วยชีวิตลูกไว้ขอรับ”ซูเยี่ยนเล่าสั้นๆ

            “โธ่ เหวยเหนียง!ทำไมเจ้าถึงเคราะห์ร้ายเช่นนี้” ท่านป้าสงสาร

            “ข้าก็เลยจะพานางมาอยู่ที่นี่ด้วยขอรับ”ซูเยี่ยนกล่าว

            “อยู่ในฐานะอะไรนางไม่ใช่ฮูหยินของเจ้าอีกแล้วนะ” ท่านป้าแย้ง

            “แต่ลูกจะแต่งงานกับนางใหม่หลังลูกทำภารกิจสำเร็จขอรับ”ซูเยี่ยนกล่าวคำมั่น

            “แต่ถึงอย่างไร ตอนนี้นางก็ยังไม่ใช่ฮูหยินของเจ้าพานางกลับไปที่กระท่อมเถิด” ท่านป้าไม่ยอม

            “ลูกจะดูแลนางเป็นอย่างดีจะไม่ให้เป็นภาระของท่านแม่เด็ดขาดขอรับ” ซูเยี่ยนยืนกรานที่จะดูแลเหวยเหนียง

            “เอ่อ ไม่เป็นไรหรอกซูเยี่ยนข้าเข้าใจท่านป้า ให้ข้ากลับไปอยู่ที่กระท่อมดีกว่านะ” เหวยเหนียงไม่อยากบังคับท่านป้า

            “ท่านแม่ขอรับ ได้โปรดเถิดท่านเคยเอ็นดูนางไม่ใช่หรือ” ซูเยี่ยนขอร้องท่านแม่

            “พวกเราจะเอาเวลาไหนไปดูแลนางอีกหน่อยเจ้าก็ต้องเข้าวังไปทำงานแล้ว” ท่านป้าคิดว่าตัวเองต้องเฝ้าร้านขายผ้าส่วนลูกชายต้องเข้าไปทำงานเป็นทหารองครักษ์

            “ลูกจะออกจากราชการขอรับ”ซูเยี่ยนกล่าว

            “อะไรนะ!” ท่านป้าตกใจกับการกระทำของลูกชาย

            “ลูกจะทำงานเป็นกรรมกรแบกหามในตอนกลางวันส่วนตอนเย็นจะไปที่ฐานลับเพื่อวางแผนก่อการใหญ่ขอรับ” ซูเยี่ยนอยากก้าวเข้าไปช่วยท่านหยางสืออย่างเต็มตัว

            “นี่เจ้า! เจ้ากล้าคิดก่อการกบฏได้อย่างไรเจ้าไม่ละอายใจต่อบรรพชนอย่างนั้นหรือ” ท่านป้าไม่เห็นด้วย

            “พวกท่านจะต้องดีใจที่ลูกกระทำเช่นนี้ขอรับ”ซูเยี่ยนเชื่อมั่นเช่นนั้น

            “ข้าไม่ให้นางอยู่” ท่านป้ากล่าวเสียงแข็ง

            “แต่ว่า…” ซูเยี่ยนไม่รู้ว่าจะเกลี้ยกล่อมท่านแม่อย่างไรดี

            “ไม่เป็นไรซูเยี่ยน! เจ้าอย่าบังคับท่านป้าเลย เอาไว้เจ้าคิดถึงข้าเมื่อไหร่ค่อยไปเยี่ยมข้าที่กระท่อมก็ได้” เหวยเหนียงไม่อยากให้แม่ลูกต้องทะเลาะกัน

            “ข้าจะให้นางอยู่ที่นี่ก็ต่อเมื่อพวกเจ้ารีบแต่งงานกันในวันมะรืนนี้” ท่านป้าถือโอกาส

            “อะไรนะท่านป้า!” เหวยเหนียงตกใจ

            “แปลกใจอะไรเหวยเหนียงเจ้าเองก็รู้ว่าข้าอยากได้เจ้ามาเป็นสะใภ้ ก็ในเมื่อซูเยี่ยนยอมรับในตัวเจ้าแล้วพวกเจ้าก็รีบแต่งงานกันใหม่เสียเลย จะรออะไรอีกเล่า” ท่านป้ากล่าวยิ้มๆ

            “ท่านไม่กลัวว่าข้าที่ตาบอดจะเป็นภาระของท่านหรือเจ้าคะ”เหวยเหนียงกล่าว

            ท่านซูหลางเดินเข้าไปกอดว่าที่ลูกสะใภ้อย่างเอ็นดู “เหวยเหนียง!ข้าจะทิ้งเจ้าไปเหมือนดังที่พระสนมปิงปิงเคยทำกับซูเยี่ยนได้อย่างไรยามเมื่อข้าตกต่ำ เจ้าเป็นคนเดียวที่ยอมร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพวกข้าเจ้ายอมแม้กระทั่งรองรับอารมณ์ของข้าและซูเยี่ยนที่ป่วยจนกลายเป็นเด็กข้าจะไปหาสะใภ้ที่ดีอย่างเจ้าได้ที่ไหนอีก ในเมื่อลูกชายข้ารักเจ้าแล้วข้าก็ต้องรีบจัดงานแต่งงานผูกมัดเจ้าไว้ เพราะข้ากลัวเจ้าเปลี่ยนใจ”

            “ขอบคุณเจ้าค่ะท่านป้าท่านดีกับข้าเสมอ” เหวยเหนียงรู้สึกอบอุ่นที่ท่านป้านั้นรักและเอ็นดูนาง

            “เอาล่ะ ซูเยี่ยนลูกรีบพานางไปพักที่ห้องของซูหลินก่อนเถิด ตอนนี้นางยังไม่ได้เป็นอะไรกับลูกตอนนี้พวกลูกควรแยกห้องกัน เพื่อปกป้องชื่อเสียงของเหวยเหนียงเอาไว้หลังงานแต่งงานวันมะรืนนี้ ลูกอยากผลิตหลานให้แม่ แม่จะไม่ห้ามลูกเลยนะซูเยี่ยน” ท่านป้ากล่าวยิ้มๆ

            “ขอรับท่านแม่” ซูเยี่ยนดีใจที่ท่านแม่ยอมรับเหวยเหนียง

            เหวยเหนียงหน้าแดงที่ท่านป้าพูดเรื่องอยากมีหลานอีกแล้ว

            “ข้าประคองเจ้าไปนอนเองก็แล้วกันเดี๋ยวลูกชายข้าจะชิงสุกก่อนห่าม” ท่านป้ากล่าว

            “ทำไมท่านแม่ไม่คิดว่าข้ากับเหวยเหนียงมีอะไรกันแล้วล่ะขอรับ”ซูเยี่ยนสงสัย

            “ซูหลินบอกแม่หมดแล้วว่าลูกกับเหวยเหนียงเล่นหมากรุกกันในห้องนอนไม่ได้ทำเรื่องอย่างว่า อีกอย่าง ในตอนนั้นความคิดของลูกยังเด็กอยู่คงยังไม่ทำอะไรนางหรอก” ซูหลางกล่าว

            “ข้าจะไปตัดฟืนต้มน้ำให้เจ้าอาบนะ” ซูเยี่ยนเห็นว่าค่ำมากแล้ว

            “ขอข้าอาบน้ำเองนะ” เหวยเหนียงรีบบอกไว้ก่อน

            “ข้าดูแลเจ้าเองข้าจะไม่ปล่อยให้ลูกชายข้าเอาเปรียบเจ้า ดีมั้ย” ซูหลางกล่าว

            “ขอบคุณท่านป้า” เหวยเหนียงรู้สึกอุ่นใจ

            “โธ่ ท่านแม่” ซูเยี่ยนไม่ได้คิดล่วงเกินหญิงสาวเสียหน่อย

            “รีบไปตัดฟืนเถอะลูกตัดเผื่อทำอาหารด้วยนะ” ซูหลางอยากรีบทำอาหารด้วย

            “ขอรับ” ซูเยี่ยนรีบเดินไปหยิบมีดพร้าตัดฟืนทันที

            ******************************

            ณ ฐานลับของท่านหยางสือ

            ผิงหลางเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในภูเขาหิมะให้ทุกคนในฐานลับฟัง

            “ต่อไปฝ่าบาททรงต้องตามล่าองค์ชายหกเป็นแน่”หยางสือเป็นห่วงองค์ชายหก

            “ข้าจะออกไปตามหาเขาเองเจ้าคะข้าจะรีบไปเตือนเขาก่อนที่เขาจะหลงกลฝ่าบาท” ผิงหลางอาสา

            “ไม่ต้องหรอก” กงกงฟูต้าปรากฏตัว

            “กงกงฟูต้าที่แท้ท่านก็คือชายนิรนามจริงๆ ด้วย” ผิงหลางกล่าวทัก

            “ถวายบังคมพะย่ะค่ะองค์ชายหก”หยางสือและทุกคนทำความเคารพ

            “อะไรนะ!” ผิงหลางตกใจสุดขีด