ซูเยี่ยนมองตามก็เห็นศพซึ่งศพน่าจะเสียชีวิตไปแล้วประมาณหนึ่งวันและเมื่อมองไปที่ศพจึงทำให้รู้ว่านั่นคือ คู่รักสองคู่ ได้แก่ องค์หญิงสี่กับใต้เท้าเหลียงและองค์หญิงห้ากับแม่ทัพไป่ ก็เลยว่า “ที่แท้ก็คือ พระศพขององค์หญิงสี่และองค์หญิงห้าพร้อมกับพระสวามีของพระนาง”
“เป็นไปได้อย่างไรกันเจ้าคะครอบครัวขององค์หญิงพากันหนีไปตอนที่องค์ชายรองขึ้นครองราชย์นี่เจ้าคะ” ผิงหลางกล่าว
“องค์หญิงทั้งสองพระองค์ทรงไม่พอพระทัยกับการกระทำขององค์ชายรองและคัดค้านการขึ้นครองราชย์ของพระองค์เมื่อพระนางทรงตั้งตัวเป็นปรปักษ์ต่อฝ่าบาทฝ่าบาทก็เลยมีรับสั่งให้กำจัดพระนางทั้งสองแต่เพราะพระนางปลอมตัวเป็นชาวบ้านและใช้ชีวิตอยู่อย่างเรียบง่ายกับสามีเลยทำให้ป่านนี้ยังจับพระนางไม่ได้นึกไม่ถึงเลยว่าสุดท้ายฝ่าบาทก็ทรงสามารถกำจัดพระนางสำเร็จอยู่ดี” ซูเยี่ยนรู้สึกสงสารองค์หญิง
“ในเมื่อครอบครัวขององค์หญิงพยายามหนีไปจนสุดหล้าแล้วเหตุใดถึงมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้ล่ะเจ้าคะ” ผิงหลางสงสัย
“เพราะองค์ชายสามทรงหลอกพระนางมาที่นี่น่ะสิที่ข้ารู้ก็เพราะว่าตอนที่ข้ามาที่นี่ข้าตั้งใจว่าจะขโมยสมุนไพรเพื่อใช้รักษาตาของเหวยเหนียงแต่ฝ่าบาทและองค์ชายสามเสด็จมาเสียก่อน ข้าจึงต้องรีบหลบในระหว่างนั้นข้าได้ยินองค์ชายสามทูลฝ่าบาทว่าเจอองค์หญิงและครอบครัวแล้วองค์ชายสามทรงหลอกพระนางว่าพระองค์ทรงต้องการกอบกู้บัลลังก์คืนและทรงจะให้องค์หญิงทั้งสองร่วมมือด้วยซึ่งพระนางก็ทรงหลงเชื่อ นั่นจึงทำให้พระนางทรงไว้พระทัยพระเชษฐาเป็นอย่างมากจนถึงขั้นยอมมาที่ภูเขาหิมะแห่งนี้เพราะทรงเข้าพระทัยว่ากองกำลังได้ซ่อนตัวอยู่ที่นี่พอพระนางและครอบครัวเสด็จมาถึงห้องนี้ องค์ชายสามก็ทรงให้ทหารนำน้ำชาร้อนๆมาให้พวกเขาดื่ม พวกเขาจึงสลบไม่ได้สติเพราะฤทธิ์ยาที่ผสมในน้ำชาองค์ชายสามจึงทรงใช้โอกาสช่วงนี้สั่งให้ทหารปลิดชีพพวกเขาทั้งหมด” ซูเยี่ยนเล่า
“ทรงอำมหิตยิ่งนักทรงสามารถฆ่าได้แม้กระทั่งน้องสาวสายเลือดเดียวกัน น่าแปลกทำไมองค์ชายสามถึงทรงยอมทำทุกอย่างเพื่อฝ่าบาทพระองค์นี้ล่ะเจ้าคะ” ผิงหลางอยากรู้
“ฝ่าบาทตรัสว่าจะแต่งตั้งองค์ชายสามเป็นอ๋องและทรงจะมอบอำนาจทางการทหารให้ด้วย” ซูเยี่ยนกล่าว
“แต่ทำไมถึงยังไม่ทรงแต่งตั้งองค์ชายสามสักทีล่ะเจ้าคะ”ผิงหลางสงสัย
“ฝ่าบาททรงหลอกใช้องค์ชายสามให้ทำงานให้แต่ความเป็นจริงคือ ฝ่าบาททรงระแวงองค์ชายสามเป็นอย่างมาก ทรงไม่กล้าแต่งตั้งและมอบอำนาจเพราะกลัวองค์ชายสามทรยศหักหลัง” ซูเยี่ยนกล่าว
“แบบนี้ฝ่าบาททรงจะไม่หาทางกำจัดองค์ชายสามอย่างนั้นหรือ”ผิงหลางสงสัย
“ฝ่าบาททรงกำจัดองค์ชายสามไปแล้วน่ะสิ”ซูเยี่ยนเล่า
“อะไรนะเจ้าคะ! ทำไมกัน ทั้งๆ ที่องค์ชายสามทรงอุตส่าห์ทำงานให้ฝ่าบาท ยอมกำจัดคนที่ต่อต้านฝ่าบาทให้เกือบหมด”ผิงหลางคิดว่ามันไม่ยุติธรรมต่อองค์ชายสามเลยสักนิด
“ฝ่าบาททรงดำริว่าต้องมีสักวันที่องค์ชายสามจะคิดหักหลังฝ่าบาทเพราะขนาดน้องสาวยังเข่นฆ่าได้ นับภาษาอะไรกับฝ่าบาทเองฝ่าบาทจึงทรงรีบชิงลงมือก่อน” ซูเยี่ยนคาดการณ์
“ฝ่าบาททรงควรซื้อใจคนถึงจะถูกยิ่งมีคนจงรักภักดีต่อฝ่าบาทถึงเพียงนี้ฝ่าบาทยิ่งควรที่จะรักษาบุคคลนั้นไว้ให้ดีนะเจ้าคะ” ผิงหลางคิดว่าคนจงรักภักดีนั้นหายาก
“พระสนมเหมยหลิงทรงเป็นผู้ยุยงส่งเสริมน่ะสิ”ซูเยี่ยนกล่าว
“อะไรนะเจ้าคะ! เป็นไปไม่ได้! สมัยตอนที่พระนางทรงเป็นสนมที่ถูกลืมพระนางทรงเป็นผู้มีจิตใจดี ทรงไม่กล้าทำร้ายผู้คนหรอกเจ้าค่ะ” ผิงหลางไม่เชื่อ
“เจ้าถูกหลอกแล้วผิงหลางพระนางไม่ได้เป็นพระสนมที่ถูกลืม แต่เป็นคนรักของฝ่าบาทมาเนิ่นนานแล้ว” ซูเยี่ยนกล่าว
“เป็นไปได้อย่างไรกันตอนที่ข้าไปรายงานตัวเพื่อเตรียมปฏิบัติหน้าที่อารักขาพระสนมเหมยหลิงพระองค์ทรงกำลังจะฆ่าตัวตายนะเจ้าคะ” ผิงหลางเห็นกับตา
“พระนางทรงทำเช่นนี้เพื่อขู่ฝ่าบาทมากกว่าพระนางทรงต้องการให้ฝ่าบาททรงรีบเปิดตัวพระนางเสียทีต่างหาก” ซูเยี่ยนแย้ง
“พอพระสนมเหมยหลิงทรงเห็นว่าข้ามารับใช้พระองค์จึงทรงแสดงตามน้ำหรือเจ้าคะ” ผิงหลางพยายามใคร่ครวญการกระทำของพระสนม
“อาจเป็นไปได้” ซูเยี่ยนกล่าว
“ฝ่าบาททรงกำจัดพี่น้องร่วมสายเลือดเดียวกันเกือบหมดแล้วเหลือเพียงองค์ชายหกเท่านั้น แบบนี้องค์ชายหกก็ทรงตกอยู่ในอันตรายสิเจ้าคะ”ผิงหลางเป็นห่วงองค์ชายหกเป็นอย่างมาก
“หวังว่าองค์ชายหกทรงจะไม่ตกหลุมพรางของฝ่าบาทหรอกนะ”ซูเยี่ยนกังวล
“นั่นสิเจ้าคะ” ผิงหลางกลัวองค์ชายหกทรงมีภัย
“ตอนนี้พวกเรารีบออกไปจากที่นี่ดีกว่าหากมีใครมาเห็นเข้าพวกเขาอาจปรักปรำว่าพวกเราเป็นคนฆ่าครอบครัวพระขนิษฐาของฝ่าบาทนะ” ซูเยี่ยนเบื่อที่จะต้องมาโดนยัดเยียดข้อกล่าวหาอีก
“มีกลุ่มคนกำลังจะเข้ามาในห้องนี้เจ้าค่ะ”ผิงหลางทำท่าเอาหูไปแนบกับพื้นห้อง
“พวกเรารีบไปหลบกันก่อนเถอะ”ซูเยี่ยนนำทางผิงหลางไปซ่อนตัวทันที
ผิงหลางและซูเยี่ยนรีบแอบหลบอยู่หลังฉากทั้งสองเห็นว่าฝ่าบาทและพระสนมเหมยหลิงเสด็จเข้ามาในห้องนี้ทางประตูปกติไม่ใช่ช่องทางเล็กๆ เหมือนที่ผิงหลางลอดเข้ามา
พระสนมเหมยหลิงรีบปิดพระนาสิก “กลิ่นเหม็นมากเลยเพคะทรงรีบนำพระศพไปกำจัดก่อนที่จะมีใครมาเห็นเข้าจะดีกว่านะเพคะ”
“นับว่าองค์ชายสามทำงานได้ดีมากจริงๆ” ฝ่าบาททรงเสียดายฝีมือการทำงานของน้องชาย
“องค์ชายสามทรงเป็นคนเจ้าเล่ห์เพคะต้องมีสักวันที่องค์ชายสามคิดไม่ซื่อต่อฝ่าบาทเป็นแน่” พระสนมเหมยหลิงยุยง
“เราเสียดายความสามารถของเขาจริงๆที่ผ่านมา เขายอมช่วยเราทุกอย่าง เราฆ่าเขาไปแบบนี้จะดีงั้นหรือ” ฝ่าบาททรงน่าจะไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนเสียก่อน
“ที่องค์ชายสามทรงยอมสวามิภักดิ์ต่อพระองค์ก็เพราะตำแหน่งอ๋องนะเพคะ”พระสนมทรงแย้ง
“เอาล่ะพวกเรารีบออกไปจากที่นี่กันดีกว่า เราจะได้สั่งทหารให้รีบจัดการศพหลังกลับไปคราวนี้ เราจะแต่งตั้งเจ้าให้เป็นสนมเอก” ฝ่าบาทตรัส
“ขอบพระทัยเพคะ” พระสนมเหมยหลิงทรงกล่าวอย่างดีใจ
จากนั้นฝ่าบาทและพระสนมก็เสด็จออกไปจากห้องฆาตกรรมหมู่อย่างสบายพระทัย
ผิงหลางที่เฝ้าดูอยู่ถึงกับอึ้งและกล่าวพึมพำว่า “ฝ่าบาททรงไม่เสียพระทัยบ้างเลยงั้นหรือนั่นคือน้องสาวสายเลือดเดียวกันเชียวนะ”
“องค์หญิงทั้งสองพระองค์ทรงอยู่ฝั่งเดียวกับองค์รัชทายาทมาโดยตลอดดังนั้นองค์ชายรองจึงทรงเห็นว่าพระนางเป็นศัตรูมากกว่าน้องสาวน่ะสิ” ซูเยี่ยนอธิบาย
“พวกเรารีบกลับออกไปทางช่องทางลับเถิดเจ้าค่ะอีกไม่นานทหารก็จะมาเก็บพระศพแล้ว” ผิงหลางกลัวโดนทหารจับกุมตัว
“พวกเราจะต้องอดทนอยู่ใต้การปกครองของกษัตริย์ที่โหดเหี้ยมอำมหิตไปอีกนานแค่ไหนกัน”ซูเยี่ยนถอนหายใจก่อนที่จะนำทางผิงหลางไปทางช่องทางลับ
พอถึงประตูช่องเล็ก ซูเยี่ยนก็เลยตะโกนว่า “เหวยเหนียง!ได้ยินข้าหรือเปล่า เปิดประตูให้หน่อย”
“เดี๋ยวนะซูเยี่ยนข้ากำลังคลำหาก้อนหินอยู่” เหวยเหนียงตะโกนกลับ
พอเหวยเหนียงกดก้อนหินขนาดเท่าฝ่ามือประตูก็เปิดออก
ผิงหลางที่คลานออกมาแล้วนางรีบเดินไปจับมือเพื่อนเพื่อแสดงว่าตนปลอดภัยดี
“ข้าดีใจจริงๆที่เจ้าปลอดภัยนะผิงหลาง” เหวยเหนียงสัมผัสได้ว่ามือที่จับนางอยู่เป็นมือผู้หญิงก็เลยคิดว่านางคือผิงหลาง
“อย่าเพิ่งคุยกันตอนนี้เลยนะอีกไม่นานภูเขาหิมะแห่งนี้จะเต็มไปด้วยทหาร พวกเราต้องรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด”ซูเยี่ยนกล่าว
“ท่านซูเยี่ยนรีบพาเหวยเหนียงออกไปก่อนข้าจะรีบแจ้งข่าวให้พรรคพวกของท่านหยางสือทราบจะได้รีบพากันหนีออกไปจากที่นี่ด้วยกันเจ้าค่ะ” ผิงหลางกล่าวแผน
“เจ้ารีบขี่หลังข้าเถิดเหวยเหนียง”ซูเยี่ยนรีบย่อตัว
“ข้าช่วยนะ” ผิงหลางอาสาช่วยประคองให้เหวยเหนียงสามารถขี่หลังท่านซูเยี่ยนได้ง่ายขึ้น
ซูเยี่ยนแบกเหวยเหนียงออกนอกถ้ำอย่างเร่งด่วนส่วนผิงหลางก็พยายามออกตามหาชายชุดดำทั้งสิบจนทั่วภูเขา แต่หายังไงก็หาไม่เจอจนกระทั่ง นางเจอเข้ากับขบวนเสด็จของฮองเฮา นางจึงรีบหลบเข้าไปในห้องลับและซ่อนตัวอยู่หลังโขดหินด้านหลังห้อง
******************************
ซูเยี่ยนแบกเหวยเหนียงออกมานอกถ้ำได้สำเร็จ
“อ้าว ท่านซูเยี่ยนท่านอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย” ชายชุดดำคนหนึ่งกล่าว
“นี่พวกท่านออกมาจนหมดแล้วหรือ”ซูเยี่ยนเห็นว่าชายชุดดำอยู่กันครบสิบคน
“ใช่แล้ว! พวกเราเห็นทหารของฝ่าบาทก็เลยล่าถอยมานอกถ้ำเสียก่อน ไม่เช่นนั้นพวกเราอาจถูกจับกันหมด” ชายชุดดำอีกคนกล่าว
“ผิงหลางเข้าใจว่าพวกท่านยังอยู่ข้างในต้องรีบตามนางออกมานะเจ้าคะ” เหวยเหนียงกังวล
“ไม่ได้เด็ดขาด” ซูเยี่ยนกล่าว
“ทำไมล่ะ” เหวยเหนียงไม่เข้าใจ
“ตอนนี้ทหารของฝ่าบาทกระจายจนทั่วทุกจุดของเขาลูกนี้การเข้าไปข้างในเป็นหมู่อาจเกิดอันตรายได้ ให้ข้าเข้าไปคนเดียวดีกว่า” ซูเยี่ยนคิดว่าคนน้อยซ่อนตัวได้ง่ายกว่า
“ไม่ต้องหรอกท่านซูเยี่ยนข้าเห็นว่าฮองเฮาทรงเสด็จมาที่นี่ด้วย แสดงว่าชายนิรนามก็ต้องมาด้วย เดี๋ยวเขาก็ช่วยผิงหลางให้ออกมาเองนั่นแหละ”ชายชุดดำรู้ดีว่าชายนิรนามจะไม่ยอมปล่อยให้ผิงหลางเป็นอะไรเด็ดขาด
“ชายนิรนามแฝงตัวอยู่ข้างกายฮองเฮาอย่างนั้นหรือ”ซูเยี่ยนสงสัย
“ใช่! อย่าเข้าไปเลยท่านซูเยี่ยนไม่เช่นนั้นมันจะเกิดการสวนกันไปมา คนนี้เข้าไป คนนั้นออกมา ทำให้ต้องตามหาไม่จบไม่สิ้นรอดูอยู่ที่นี่ดีกว่าท่าน” ชายชุดดำคนหนึ่งแนะนำ
เหวยเหนียงภาวนาในใจว่า “องค์ชายหกทรงต้องปกป้องคนรักของพระองค์นะเพคะ”
******************************
ตำแหน่งที่ผิงหลางไปซ่อนตัวนั้นเป็นห้องลับของฮองเฮาซึ่งตอนนี้พระองค์ทรงอยู่กับกงกงฟูต้าตามลำพัง
“ฝ่าบาททรงเก็บต้นพิษมืดมิดไปหมดเลยงั้นหรือ”ฮองเฮาตรัสถาม
“ใช่แล้วพะย่ะค่ะฝ่าบาททรงวางอุบายแกล้งเก็บพืชชนิดนี้จนหมดเพื่อหลอกให้องค์ชายสามทรงเข้าพระทัยว่าต้นมีพิษคือต้นอายุวัฒนะจริงๆและองค์ชายสามก็ทรงเชื่อจนกระทั่งแอบเสวยต้นดังกล่าวแบบสดๆ จนหมดต้นนั่นจึงทำให้พระเนตรของพระองค์บอดสนิทพะย่ะค่ะ” กงกงฟูต้ารายงาน
“แล้วฝ่าบาททรงพาองค์ชายสามไปขังไว้ที่ไหนล่ะเราจะไปช่วยองค์ชายสาม เขาเป็นคนที่จงรักภักดีต่อฝ่าบาทมากที่สุดแล้วฝ่าบาททรงไม่น่าเชื่อคำยุยงของสนมเหมยหลิงเลยจริงๆ ” ฮองเฮาตรัส
“เอ่อ ฝ่าบาททรงปลงพระชนม์องค์ชายสามไปแล้วพะย่ะค่ะ”กงกงฟูต้ากล่าว
“ฝ่าบาททรงหวาดระแวงคนไปทั่วแบบนี้ได้อย่างไรกันหากทรงคิดกำจัดผู้คนตามคำยุยงของสนมเหมยหลิงไปเรื่อยๆ ฝ่าบาททรงจะไม่เหลือใครเลยดังนั้นเราจำเป็นต้องหาทางกำจัดสนมเหมยหลิงให้เร็วที่สุดก่อนที่บ้านเมืองจะเกิดวิบัติ” ฮองเฮาทรงนึกไม่ถึง
“ทูลฮองเฮาตอนนี้ทหารหลวงกำลังลำเลียงพระศพขององค์หญิงและพระสวามีของพระนางออกจากห้องรับรองแล้วพะย่ะค่ะ”ทหารองครักษ์เข้ามารายงาน
“ใครกันที่ฆ่าพวกเขา” ฮองเฮาทรงตกพระทัย
“กระหม่อมได้ยินมาว่าคือองค์ชายสามพะย่ะค่ะ” ทหารองครักษ์กล่าว
“ถึงว่าฝ่าบาทถึงทรงหวาดระแวงองค์ชายสามเพราะองค์ชายสามทรงกล้าสังหารน้องสาวสายเลือดเดียวกันนี่เอง” ฮองเฮาทรงเข้าพระทัยแล้ว
“ตอนนี้คนในราชวงศ์ก็แทบจะไม่เหลืออยู่แล้วนะพ่ะย่ะค่ะ”กงกงฟูต้ากล่าว
“ยังเหลือองค์ชายหกองค์ชายพระองค์นี้เป็นบุคคลอันตรายสำหรับฝ่าบาท เราจะต้องรีบกำจัดพระองค์ให้เร็วที่สุดแต่ว่าเราไม่อาจทำนายเสาะหาที่อยู่ขององค์ชายหกได้ มันเพราะอะไรกันนะเหมือนพระองค์ทรงมียันต์บดบัง แต่พระองค์ทรงจะมีได้อย่างไรในเมื่อพระองค์ทรงไม่รู้จักอาจารย์ของเรา” ฮองเฮาทรงสงสัย
“อาจเป็นเพราะองค์ชายหกทรงอยู่ไกลก็เป็นได้นะพะย่ะค่ะ”กงกงฟูต้าคาดการณ์
“ก็อาจเป็นไปได้ในเมื่อคนรักของเขาอยู่ที่เมืองหลวง และผิงหลางก็เป็นที่หมายปองของฝ่าบาทหากองค์ชายหกทรงประทับอยู่ที่เมืองหลวงจริง พระองค์ทรงต้องรีบช่วยผิงหลางเป็นแน่แต่นี่กลับเป็นผิงหลางเองที่พยายามหาวิธีเอาตัวรอดเพื่อหลีกเลี่ยงฝ่าบาท” ฮองเฮาทรงเห็นด้วยกับกงกงว่าองค์ชายหกคงไม่ได้อยู่แถวนี้
“กระหม่อมขอทูลลาพะย่ะค่ะ”ทหารองครักษ์กล่าว
ผิงหลางขยับตัวเพื่อหาลู่ทางที่จะออกไปจากห้องลับนี้แต่ทว่านางกลับเผลอไปเหยียบก้อนหินขนาดเล็กเข้า จนเกิดเสียงดัง
“บังอาจ!ใครกล้าแอบฟังเรา”ฮองเฮาทรงกริ้ว
“กระหม่อมดูให้พะย่ะค่ะ” กงกงฟูต้าอาสา
กงกงฟูต้าเดินไปทางด้านหลังห้องจนพบว่าผู้บุกรุกก็คือผิงหลาง
ผิงหลางก็เลยเข้าปะทะกับกงกงฟูต้าเพื่อเอาตัวรอดแต่กงกงมีวรยุทธ์เหนือกว่ามาก เขาสามารถล็อคตัวหญิงสาวและทำท่าเอานิ้วจุ๊ปากจากนั้นเขาก็จับมือของหญิงสาวและเขียนข้อความบางอย่างบนฝ่ามือของนาง
คำว่า “ให้หนีไปทางช่องลับหลังห้องแล้วมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก”
ผิงหลางไม่มีเวลาสอบถามอะไรทั้งสิ้นนางยอมทำตามที่กงกงฟูต้าเขียนบนมือ และหนีไปทางช่องทางลับหลังห้องทันที
“กงกง! สรุปว่าใครบุกรุกเข้ามา”ฮองเฮาทรงตะโกนถาม
“ลูกสุนัขจิ้งจอกหิมะพะย่ะค่ะมันวิ่งหนีไปแล้ว” กงกงฟูต้าจำต้องโกหก
“แล้วไป! เราต้องรีบกลับวังแล้วไปกันเถอะ” ฮองเฮาตรัส
“พะย่ะค่ะ” กงกงฟูต้ารีบติดตามฮองเฮากลับวังทันที
ผิงหลางวิ่งออกมาจากภูเขาหิมะได้อย่างง่ายดายนางพยายามใคร่ครวญว่าเหตุใดคนของฮองเฮาถึงยอมช่วยชีวิตของนาง
“นี่ไงผิงหลางนางหนีออกมาได้แล้ว” ชายชุดดำคนหนึ่งชี้
“ผิงหลาง เจ้าปลอดภัยดีใช่มั้ย”เหวยเหนียงกล่าว
“ข้าปลอดภัยดีเหวยเหนียงพวกเรากลับกระท่อมกันดีกว่า” ผิงหลางรีบเดินเข้าไปประคองเหวยเหนียง
“ไม่เป็นไรข้าจะพานางกลับบ้านของข้า” ซูเยี่ยนจับมือเหวยเหนียงไว้
“เอ่อ มันจะดีหรือเจ้าคะท่านจะพานางกลับไปในฐานะอะไร นางไม่ใช่ฮูหยินของท่านอีกแล้วนะ” ผิงหลางเตือน
“ฐานะว่าที่ฮูหยินก็แล้วกันข้าไปล่ะ” ซูเยี่ยนจูงมือเหวยเหนียงกลับบ้านของเขาอย่างเอาแต่ใจ
ผิงหลางแอบยิ้มนางนึกไม่ถึงว่าอดีตแม่ทัพผู้ทระนงจะกลายเป็นชายที่มีจิตใจอ่อนโยนเช่นนี้
“ชายนิรนามช่วยเจ้าไว้ใช่มั้ย”ชายชุดดำถาม
“ชายนิรนามงั้นหรือ หรือว่าเขาคือกงกงฟูต้า” ผิงหลางพยายามปะติดปะต่อเรื่องราว
“เจ้ารู้แล้วงั้นหรือ” ชายชุดดำกล่าว
“เป็นเขาจริงด้วยนี่เขากล้าปลอมตัวเป็นกงกงข้างกายฮองเฮาเชียวหรือ” ผิงหลางนึกไม่ถึง
“เขามีคติว่าสถานที่ที่ใกล้ที่สุดก็คือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดน่ะ”ชายชุดดำอีกคนกล่าว
“พวกเรารีบไปประชุมที่ฐานลับของท่านหยางสือเถิดข้ามีเรื่องจะเล่า” ผิงหลางกล่าว
“ได้! ไปกันเถอะพวกเรา”ชายชุดดำที่เป็นผู้นำบอกทุกคน
ผิงหลางและชายชุดดำทั้งสิบคนรีบรุดหน้าไปที่ฐานลับของท่านหยางสือทันที
******************************
ณ หน้าบ้านของซูเยี่ยน
“พาข้ากลับกระท่อมเถิดนะซูเยี่ยนข้าเคยชินกับการอยู่ที่กระท่อมมากกว่า” เหวยเหนียงกลัวท่านป้าไม่อนุญาตให้นางอยู่ที่นี่ด้วย
“แต่ที่นี่เจ้าเองก็คุ้นชินเหมือนกันไม่ใช่หรืออย่าลืมสิว่าเจ้าเคยอยู่ในฐานะฮูหยินของข้ามาก่อนนะ” ซูเยี่ยนแย้ง
“แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้วนี่”เหวยเหนียงคิดว่านางได้หย่าขาดกับซูเยี่ยนไปแล้ว
“มีอะไรกันอย่างนั้นหรือ”ท่านป้าเดินออกมาดูคนคุยกันหน้าบ้าน
“ท่านป้าใช่มั้ยเจ้าคะ” เหวยเหนียงกล่าวโดยที่ไม่ได้มองไปทางท่านป้าเพราะมองไม่เห็น
“เหวยเหนียง! เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า ดวงตาของเจ้าเป็นอะไร” ท่านป้าตกใจกับท่าทางของเหวยเหนียง
“ข้าตาบอดเจ้าค่ะ” เหวยเหนียงกล่าวตามตรง
“เจ้าตาบอดได้อย่างไร” ท่านป้าสงสัย
“นางยอมถูกพิษของฮองเฮาเพื่อช่วยชีวิตลูกไว้ขอรับ”ซูเยี่ยนเล่าสั้นๆ
“โธ่ เหวยเหนียง!ทำไมเจ้าถึงเคราะห์ร้ายเช่นนี้” ท่านป้าสงสาร
“ข้าก็เลยจะพานางมาอยู่ที่นี่ด้วยขอรับ”ซูเยี่ยนกล่าว
“อยู่ในฐานะอะไรนางไม่ใช่ฮูหยินของเจ้าอีกแล้วนะ” ท่านป้าแย้ง
“แต่ลูกจะแต่งงานกับนางใหม่หลังลูกทำภารกิจสำเร็จขอรับ”ซูเยี่ยนกล่าวคำมั่น
“แต่ถึงอย่างไร ตอนนี้นางก็ยังไม่ใช่ฮูหยินของเจ้าพานางกลับไปที่กระท่อมเถิด” ท่านป้าไม่ยอม
“ลูกจะดูแลนางเป็นอย่างดีจะไม่ให้เป็นภาระของท่านแม่เด็ดขาดขอรับ” ซูเยี่ยนยืนกรานที่จะดูแลเหวยเหนียง
“เอ่อ ไม่เป็นไรหรอกซูเยี่ยนข้าเข้าใจท่านป้า ให้ข้ากลับไปอยู่ที่กระท่อมดีกว่านะ” เหวยเหนียงไม่อยากบังคับท่านป้า
“ท่านแม่ขอรับ ได้โปรดเถิดท่านเคยเอ็นดูนางไม่ใช่หรือ” ซูเยี่ยนขอร้องท่านแม่
“พวกเราจะเอาเวลาไหนไปดูแลนางอีกหน่อยเจ้าก็ต้องเข้าวังไปทำงานแล้ว” ท่านป้าคิดว่าตัวเองต้องเฝ้าร้านขายผ้าส่วนลูกชายต้องเข้าไปทำงานเป็นทหารองครักษ์
“ลูกจะออกจากราชการขอรับ”ซูเยี่ยนกล่าว
“อะไรนะ!” ท่านป้าตกใจกับการกระทำของลูกชาย
“ลูกจะทำงานเป็นกรรมกรแบกหามในตอนกลางวันส่วนตอนเย็นจะไปที่ฐานลับเพื่อวางแผนก่อการใหญ่ขอรับ” ซูเยี่ยนอยากก้าวเข้าไปช่วยท่านหยางสืออย่างเต็มตัว
“นี่เจ้า! เจ้ากล้าคิดก่อการกบฏได้อย่างไรเจ้าไม่ละอายใจต่อบรรพชนอย่างนั้นหรือ” ท่านป้าไม่เห็นด้วย
“พวกท่านจะต้องดีใจที่ลูกกระทำเช่นนี้ขอรับ”ซูเยี่ยนเชื่อมั่นเช่นนั้น
“ข้าไม่ให้นางอยู่” ท่านป้ากล่าวเสียงแข็ง
“แต่ว่า…” ซูเยี่ยนไม่รู้ว่าจะเกลี้ยกล่อมท่านแม่อย่างไรดี
“ไม่เป็นไรซูเยี่ยน! เจ้าอย่าบังคับท่านป้าเลย เอาไว้เจ้าคิดถึงข้าเมื่อไหร่ค่อยไปเยี่ยมข้าที่กระท่อมก็ได้” เหวยเหนียงไม่อยากให้แม่ลูกต้องทะเลาะกัน
“ข้าจะให้นางอยู่ที่นี่ก็ต่อเมื่อพวกเจ้ารีบแต่งงานกันในวันมะรืนนี้” ท่านป้าถือโอกาส
“อะไรนะท่านป้า!” เหวยเหนียงตกใจ
“แปลกใจอะไรเหวยเหนียงเจ้าเองก็รู้ว่าข้าอยากได้เจ้ามาเป็นสะใภ้ ก็ในเมื่อซูเยี่ยนยอมรับในตัวเจ้าแล้วพวกเจ้าก็รีบแต่งงานกันใหม่เสียเลย จะรออะไรอีกเล่า” ท่านป้ากล่าวยิ้มๆ
“ท่านไม่กลัวว่าข้าที่ตาบอดจะเป็นภาระของท่านหรือเจ้าคะ”เหวยเหนียงกล่าว
ท่านซูหลางเดินเข้าไปกอดว่าที่ลูกสะใภ้อย่างเอ็นดู “เหวยเหนียง!ข้าจะทิ้งเจ้าไปเหมือนดังที่พระสนมปิงปิงเคยทำกับซูเยี่ยนได้อย่างไรยามเมื่อข้าตกต่ำ เจ้าเป็นคนเดียวที่ยอมร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพวกข้าเจ้ายอมแม้กระทั่งรองรับอารมณ์ของข้าและซูเยี่ยนที่ป่วยจนกลายเป็นเด็กข้าจะไปหาสะใภ้ที่ดีอย่างเจ้าได้ที่ไหนอีก ในเมื่อลูกชายข้ารักเจ้าแล้วข้าก็ต้องรีบจัดงานแต่งงานผูกมัดเจ้าไว้ เพราะข้ากลัวเจ้าเปลี่ยนใจ”
“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านป้าท่านดีกับข้าเสมอ” เหวยเหนียงรู้สึกอบอุ่นที่ท่านป้านั้นรักและเอ็นดูนาง
“เอาล่ะ ซูเยี่ยนลูกรีบพานางไปพักที่ห้องของซูหลินก่อนเถิด ตอนนี้นางยังไม่ได้เป็นอะไรกับลูกตอนนี้พวกลูกควรแยกห้องกัน เพื่อปกป้องชื่อเสียงของเหวยเหนียงเอาไว้หลังงานแต่งงานวันมะรืนนี้ ลูกอยากผลิตหลานให้แม่ แม่จะไม่ห้ามลูกเลยนะซูเยี่ยน” ท่านป้ากล่าวยิ้มๆ
“ขอรับท่านแม่” ซูเยี่ยนดีใจที่ท่านแม่ยอมรับเหวยเหนียง
เหวยเหนียงหน้าแดงที่ท่านป้าพูดเรื่องอยากมีหลานอีกแล้ว
“ข้าประคองเจ้าไปนอนเองก็แล้วกันเดี๋ยวลูกชายข้าจะชิงสุกก่อนห่าม” ท่านป้ากล่าว
“ทำไมท่านแม่ไม่คิดว่าข้ากับเหวยเหนียงมีอะไรกันแล้วล่ะขอรับ”ซูเยี่ยนสงสัย
“ซูหลินบอกแม่หมดแล้วว่าลูกกับเหวยเหนียงเล่นหมากรุกกันในห้องนอนไม่ได้ทำเรื่องอย่างว่า อีกอย่าง ในตอนนั้นความคิดของลูกยังเด็กอยู่คงยังไม่ทำอะไรนางหรอก” ซูหลางกล่าว
“ข้าจะไปตัดฟืนต้มน้ำให้เจ้าอาบนะ” ซูเยี่ยนเห็นว่าค่ำมากแล้ว
“ขอข้าอาบน้ำเองนะ” เหวยเหนียงรีบบอกไว้ก่อน
“ข้าดูแลเจ้าเองข้าจะไม่ปล่อยให้ลูกชายข้าเอาเปรียบเจ้า ดีมั้ย” ซูหลางกล่าว
“ขอบคุณท่านป้า” เหวยเหนียงรู้สึกอุ่นใจ
“โธ่ ท่านแม่” ซูเยี่ยนไม่ได้คิดล่วงเกินหญิงสาวเสียหน่อย
“รีบไปตัดฟืนเถอะลูกตัดเผื่อทำอาหารด้วยนะ” ซูหลางอยากรีบทำอาหารด้วย
“ขอรับ” ซูเยี่ยนรีบเดินไปหยิบมีดพร้าตัดฟืนทันที
******************************
ณ ฐานลับของท่านหยางสือ
ผิงหลางเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในภูเขาหิมะให้ทุกคนในฐานลับฟัง
“ต่อไปฝ่าบาททรงต้องตามล่าองค์ชายหกเป็นแน่”หยางสือเป็นห่วงองค์ชายหก
“ข้าจะออกไปตามหาเขาเองเจ้าคะข้าจะรีบไปเตือนเขาก่อนที่เขาจะหลงกลฝ่าบาท” ผิงหลางอาสา
“ไม่ต้องหรอก” กงกงฟูต้าปรากฏตัว
“กงกงฟูต้าที่แท้ท่านก็คือชายนิรนามจริงๆ ด้วย” ผิงหลางกล่าวทัก
“ถวายบังคมพะย่ะค่ะองค์ชายหก”หยางสือและทุกคนทำความเคารพ
“อะไรนะ!” ผิงหลางตกใจสุดขีด