(จบ)เทพมารจอมราคะ กำเนิดใหม่พร้อมกับระบบพระพุทธองค์ไร้พ่าย

    ตอนที่ 52 วิชามหาอำนาจ พฤกษาสวรรค์ไร้ขอบเขต

            หลังจากกล่าวจบ ชายชราก็เอนกายลงอีกครั้ง ท่าทางของเขาผ่อนคลายราวกับปราศจากความกังวลใดๆในโลก


            เขาหยิบคัมภีร์เก่าคร่ำคร่าขึ้นมาปิดบังใบหน้า เสียงของเขาดังออกมาจากด้านหลังหนังสือ ราบเรียบทว่ากลับแฝงไว้ด้วยความล้ำลึก


            “ตามสบายเถอะ ไอ้หนู..”


            “แม้แต่ข้าเองก็ยังไม่อาจทำความเข้าใจเศษคัมภีร์เหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์”


            “อย่าว่าแต่เจ้าเลย ผู้บำเพ็ญเพียรเพียงระดับหลอมกายาขั้นที่สิบย่อมไม่มีวันทำได้!”


            กล่าวจบ ตัวของชายชราก็นิ่งเงียบไปรวดเร็วและตามมาด้วยเสียงกรนอันแผ่วเบา บ่งบอกว่าตนมิได้ใส่ใจสิ่งใดอีกต่อไป


            เทียนจุนเพียงยกมือขึ้นเกาศีรษะ


            พลางส่ายหน้าเล็กน้อย ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆโรงเตี้ยมอีกครั้ง


            เศษกระดาษเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยอักขระโบราณประดับอยู่ทั่วทุกมุมของสถานที่แห่งนี้


            “เหอะ! ดูถูกกันเกินไปแล้วนะ ตาแก่!”


            เทียนจุนแค่นเสียงเบาๆ นัยน์ตาแฝงไว้ด้วยแววเย้ยหยัน ก่อนจะครุ่นคิดกับตนเอง


            “ในอดีต ข้าคือ 'ไท่ซวนเทียนจุน' ผู้มีพลังระดับราชันย์เทพอมตะเชียวนะ”


            “ข้าเองก็เคยเดินทางไปทั่วทั้งอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ ผ่านประสบการณ์มามากมาย มีหรือที่ข้าจะไม่เข้าใจเศษคัมภีร์เหล่านี้?”


            แววตาของชายหนุ่มฉายแววแน่วแน่ ก่อนจะค่อยๆหมกตัวลงไปกับกองคัมภีร์เหล่านั้น


            ทันใดนั้นเมื่อเทียนจุนได้จับจ้องไปยังแผ่นกระดาษเก่าแก่ รัศมีสีทองอ่อนๆพลันเปล่งประกายรอบกายของเขา และเมื่อดวงตาได้จับจ้องไปยังตัวอักษรบนแผ่นกระดาษ ความรู้สึกบางอย่างก็แล่นวาบขึ้นมาในจิตใจ


            “นี่มัน.. ภาษาโบราณอย่างนั้นหรือ?”


            เสียงกระซิบของเขาแผ่วเบา


            ทว่าในความเงียบสงัดของโรงเตี้ยมกลับดังก้องอยู่ในหูของชายชรา


            “............!!”


            ชายชราที่กำลังหลับใหลอยู่ภายใต้คัมภีร์เก่าพลันสะดุ้งเล็กน้อย


            ถึงจะมิได้ลุกขึ้นมาในทันที แต่ดวงตาที่ถูกปิดบังไว้หลังหนังสือกลับเปล่งประกายวูบหนึ่ง ราวกับประกายคมดาบที่สะท้อนแสงจันทร์


            เทียนจุนขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเพ่งมองตัวอักษรเหล่านั้นให้ละเอียดขึ้น


            อักขระที่สลักอยู่บนเศษกระดาษดูคล้ายกับเคยพบเห็นที่ใดมาก่อน


            ด้วยประสบการณ์อันโชกโชน เทียนจุนได้เคยเผชิญหน้ากับภาษาเซียนโบราณมากมาย


            ไม่ว่าจะในอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ เทวสถานโบราณ หรือแม้แต่ซากวิหารของยุคโบราณ


            แม้ว่าตัวอักษรที่อยู่ตรงหน้าจะยากแก่การตีความ แต่ชายหนุ่มก็กลับเข้าใจมันได้ในทันที


            สายตาค่อยๆไล่ไปตามตัวอักษร บางแถวถูกฉีกขาด บางแถวขาดหายไปอย่างน่าเสียดาย


            “นี่มันไม่ผิดแน่!”


            แต่แล้วดวงตาของเขาหรี่ลง ฉายแววเคร่งเครียดขึ้นอย่างเด่นชัด


            “นี่คือวิธีการฝึกฝนวิชามหาอำนาจอันยิ่งใหญ่.. 'พฤกษาสวรรค์ไร้ขอบเขต!!”


            ทันใดนั้น ทั่วทั้งโรงเตี้ยมก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด ราวกับว่ากาลเวลาหยุดนิ่งลง


            ในชั่วขณะนั้นเองก่อนที่แรงกดดันมหาศาล พุ่งทะยานออกมาจากร่างของชายชรา


            “ว่าอย่างไรนะ?!”


            “เจ้าว่าอะไรนะ?!”


            พริบตาเดียว ร่างของเขาพุ่งมาปรากฏตรงหน้าเทียนจุน จากจุดที่เคยนอนอยู่ เพียงแค่กะพริบตาเดียวเขาก็มาอยู่ตรงหน้าของเทียนจุนแล้ว


            “ใช่แล้วไอ้หนู! นี่คือวิถีบ่มเพาะพลังของวิชามหาอำนาจที่หายสาบสูญไปนับพันปี!”


            “จะ..จะ..เจ้าอ่านมันออกจริงๆหรือ?!”


            แววตาของชายชราเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ราวกับผู้ที่เฝ้าตามหาสิ่งล้ำค่ามาเนิ่นนาน


            มือของเขาสั่นเล็กน้อย ขณะที่สายตาจับจ้องไปยังเศษคัมภีร์ตรงหน้า


            เทียนจุนที่ถูกถามก็นิ่งคิดอย่างจริงจัง ก่อนจะตอบออกไปด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง


            “ใช่ ข้าอ่านมันออก!”


            เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ


            “ทว่าวิชามหาอำนาจนี้ยังไม่สมบูรณ์ มันขาดหายไปมากกว่าครึ่ง!!”


            เมื่อได้รับคำยืนยัน ชายชราก็พยักหน้ารับด้วยความอย่างตื่นเต้น แต่ทว่าภายใต้แววตาที่เรืองรองไปด้วยความหวัง กลับแฝงไว้ด้วยความเศร้าสร้อยที่ยากจะอธิบาย


            “ถูกต้องแล้วล่ะ..”


            เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์


            “นี่คือวิชาบ่มเพาะมหาอำนาจ หนึ่งในวิชาที่ถูกสืบทอดมาจากมหาจักรพรรดิโบราณ มันเป็นหนึ่งในเคล็ดวิชาที่เก่าแก่มากที่สุด!!”


            แววตาของชายชราฉายแววรำลึกถึงอดีต ก่อนที่ตัวของเขาจะถอนหายใจยาว


            “วิชาบ่มเพาะนี้มีพลังอำนาจที่สามารถท้าทายได้ทั้งสวรรค์และโลก!”


            “ผู้ที่ฝึกฝนมันจะได้รับร่างกายศักดิ์สิทธิ์ที่แทบจะเป็นอมตะ ทุกสรรพสิ่งล้วนมิอาจกล้ำกรายร่างศักดิ์สิทธิ์ได้!”


            ทว่าสิ่งที่ตามมาหลังจากนั้น คือเสียงถอนหายใจที่แฝงไว้ด้วยความเสียดาย


            “แต่.. แต่น่าเสียดายที่มันไม่สมบูรณ์!!”


            ชายชรากำมือแน่น ดวงตาของเขาสั่นไหวด้วยความเจ็บปวด


            “พวกข้าเฝ้าตามหาวิชานี้มาโดยตลอดจนกระทั่งได้พบเจอ.. และข้าต้องการเติมเต็มมันให้สมบูรณ์ เพื่อที่จะช่วยเหลือใครบางคน!”


            น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความหมายลึกล้ำ เหมือนกำลังพูดถึงคนสำคัญในชีวิต จากนั้นชายชราก็หันมาจ้องมองเทียนจุนด้วยสายตาที่ลึกล้ำ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น


            “ในเมื่อเจ้ารู้จักวิชามหาอำนาจนี้”


            “เช่นนั้นเจ้าก็คงมิใช่คนธรรมดา!”


            “ข้าไม่สนใจหรอกว่าตัวเจ้าเป็นใครหรือมาจากที่ใด จะมีเบื้องหลังเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์”


            “หรือจะเป็นยอดฝีมือที่ยึดครองร่างเพื่อมากำเนิดใหม่ หรืออาจเป็นอัจฉริยะที่หลบซ่อนตัวจากโลกภายนอก”


            “ทั้งหมดข้าก็ไม่สนใจมันเลยทั้งสิ้น..”


            “ขอแค่ให้รู้ว่าเมื่อเจ้าตีความวิชามหาอำนาจนี้ได้ ข้าก็ไม่ใช่ศัตรูของเจ้า!”


            ชายชราเหลือบมองเศษคัมภีร์ที่กระจัดกระจายอยู่รอบกาย ก่อนจะกล่าวต่อ


            “แต่สิ่งที่ข้าอยากให้เจ้ารู้ไว้ก็คือ..”


            เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ


            “วิชามหาอำนาจอย่าง 'พฤกษาสวรรค์ไร้ขอบเขต' คือความหวังเดียวของตระกูลข้า”


            เทียนจุนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย


            “ความหวัง.. ของตระกูลอย่างนั้นหรือ?”


            ชายชราพยักหน้า ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า


            “หลังจากที่ตระกูลของข้าค้นพบมัน พวกข้าก็พยายามทำให้มันสมบูรณ์มานับร้อยปีแล้ว..”


            “แต่มันก็ไม่เคยทำสำเร็จ!”


            ดวงตาของเขาพร่าเลือน


            ราวกับกำลังมองเห็นภาพอดีตของบรรพบุรุษที่อุทิศตนให้กับวิชานี้มาตลอด น้ำเสียงของเขาแฝงไว้ด้วยความท้อแท้ ประหนึ่งพ่อที่กำลังสูญเสียลูกหลานของตนไปทีละคน


            ตอนนั้น บรรยากาศภายในโรงเตี้ยมพลันเงียบสงัด แม้แต่แสงจากโคมไฟที่ส่องสว่างอยู่ ก็ให้ความรู้สึกที่มืดมนลง


            “เพราะถึงยังไง.. การทำให้วิชามหาอำนาจสมบูรณ์ได้ มีเพียงผู้สร้างวิชานี้เท่านั้นที่ทำได้!”


            “ต่อให้เป็นโคตรเซียนก็ไม่อาจซ่อมแซมให้มันสมบูรณ์ได้..”


            ชายชราหันกลับไปมองคัมภีร์แผ่นหนึ่ง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความโศกเศร้า


            บรรยากาศโดยรอบตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง เทียนจุนได้แต่จ้องมองชายชราตรงหน้า โดยที่ในใจเต็มไปด้วยความคิดมากมาย


            “พฤกษาสวรรค์ไร้ขอบเขต... ”


            “ความหวังของตระกูลงั้นหรือ?”


            “ดูเหมือนว่าวิชานี้จะมีความสำคัญกับชายชรามากกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก”


            “เพราะวิชาบ่มเพาะนี้ ผู้ฝึกฝนมันจะสามารถล้างคำสาปที่ชั่วร้ายจากยุคเซียนโบราณได้!”


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)เทพมารจอมราคะ กำเนิดใหม่พร้อมกับระบบพระพุทธองค์ไร้พ่าย ที่คุณอ่าน