บทที่5 ร้านค้าครบวงจร
เทพินขับรถมาจดอยู่ภายในตลาดใกล้บ้านก่อนจะเดินลงจากรถเพื่อไปร้านแห่งหนึ่งที่เขาหมายตาเอาไว้ ตามหลังมาด้วยเคไนน์ที่มองซ้ายมองขวาอย่างตื่นเต้นและประหลาดใจกับความคึกครื้นของตลาดยามเย็น
"โห ตลาดที่นี่คึกคักเหมือนงานเทศกาลเลยเนอะเทน"จิ้งจอกอสูรพูดขณะเดินขนาบข้างกับเด็กหนุ่มเพื่อเบี่ยงเบนสายตาอันร้อนแรงจากชายหนุ่มทั้งหลายออกไปให้เด็กหนุ่มตาสีม่วงบ้างซึ่งมันก็ได้ผลดีมากจนเทพินกัดฟันกรอด
สายตาอิจฉาพุ่งพรวดไปหาเทพินเต็มๆ หลายสิบคู่เลยทีเดียว
"ตลาดมันก็คึกคักอย่างนี้แหละเพราะคนออกมาจับจ่ายซื้อขายกันเยอะแต่มันก็เป็เฉพาะบางวันบางเวลาล่ะนะ ถ้ามาผิดวันผิดเวลาก็คงเงียบเหงากันสักหน่อย"เด็กหนุ่มตาสีม่วงตอบก่อนจะรีบก้าวเท้ายาวๆ ไปให้ถึงที่หมายเร็วๆ
เด็กหนุ่มเดินไปยังร้านค้าขนาดใหญ่ในเขตนี้ป้ายหน้าร้านที่คุ้นตา 'Other'เขาไม่ลังเลที่จะก้าวเดินเข้าไปภายใน แต่จิ้งจอกอสูรกลับหยุดยืนอยู่หน้าประตูดวงตาสีทองจับจ้องแผ่นยันต์ที่แปะเด่นหราหน้าประตูนั้นอย่างเฉยชา
'มียันต์เวทป้องกันด้วยหรือ? สงสัยจะไม่ใช่ร้านอาหารธรรมดาเสียแล้ว'เคไนน์คิดก่อนจะยื่นมือไปจับประตู แต่ยังไม่ทันได้จับเทพินก็มาเปิดประตูให้เขาเองเสียก่อน
"ขอโทษที ผมลืมไปว่าร้านนี้เวทคุ้มกันมันแรง นายคงเข้ามาไม่ได้ง่ายๆ"เขาพูดก่อนจะส่งสีหน้าสำนึกผิดเล็กๆ ไปให้ เคไนน์อมยิ้มนิดๆ แล้วส่ายหน้าไปมา
"ไม่เป็ไร" เขาตอบก่อนจะคิดต่อในใจ
'เวทแค่นี้กันข้าที่กลับมามีพลังเต็มเปี่ยมอีกครั้งไม่ได้หรอก'
ร่างบางเย้ายวนเดินเข้าไปภายในร้านพร้อมกับเด็กหนุ่ม เทพินไม่เสียเวลาพาเคไนน์แวะดูของในแต่ละชั้นเพราะเป้าหมายของเขามีเพียงชั้นสามที่เป็ร้านอาหารเท่านั้นเองชายวัยทองแสนคุ้นหน้าคุ้นตาหันมามองแขกผู้มาเยือนพลางยิ้มต้อนรับอย่างเป็มิตร
"ว่ายังไงหนูเทน มาคนเดียวเหรอ" ลุงปืนเอ่ยทักทายทันทีที่เห็นหน้า
"เปล่าหรอกครับลุงปืน วันนี้ควง 'คนพิเศษ' มาด้วยน่ะนะ" ไม่พูดเปล่าเด็กหนุ่มตัวดีก็ลากหญิงสาวผมเงินที่เดินตามมาให้คุณลุงเ้าของร้านเห็นหน้าชัดๆดวงตาของชายชราปรายมอง 'คนพิเศษ' ของเทพินถึงกับผงะในความงดงามของอีกฝ่ายก่อนจะแย้มยิ้มบางๆ ออกมาจากนั้นก็ผละมือจากของที่ทำอยู่ทั้งหมดแล้วให้ลูกน้องเข้ามาทำแทน
"อ้อ พิเศษจริงๆ อย่างที่ว่าซะด้วยสิ... คงพามาเพราะเื่นั้นสินะงั้นไปที่ห้องวีไอพีไหม วันนี้จะเปิดพิเศษให้หนูเทนเลยนะ"ลุงปืนพูดก่อนจะผายมือไปที่ห้องทางด้านซ้ายมือที่เป็ห้องรับรองพิเศษให้แขกพิเศษเท่านั้น
"ก็ดีครับ ส่วนเื่อาหารก็ขอเหมือนเดิมนะเอาเป็สองชุด เน้นเนื้อหน่อยนะครับเพราะเธอค่อนข้างชอบเนื้อมากกว่าผัก"
"้าแบบมีเดียมหรือไหม้เกรียมล่ะ?"
"ฮ่าๆ ขอเป็แบบมาตรฐานมนุษย์กินเถอะครับไปกันได้แล้วเคไนน์ เดี๋ยวเขาก็เอาอาหารมาเสิร์ฟเราในห้องน่ะ" พูดแล้วเด็กหนุ่มก็ดันหลังของจิ้งจอกอสูรให้เข้าไปในห้องวีไอพีจากนั้นก็ปิดประตูลงอย่างรวดเร็ว
ภายในห้องเป็ห้องสีครีมอ่อนสบายตาของประดับตกแต่งนั้นตกแต่งไว้อย่างคลาสสิกเก้าอี้นั่งเป็เก้าอี้สีแดงเืนกติดผนังยาว ตรงกลางมีโต๊ะสีดำเงาประดับด้วยแจกันดอกไม้งดงามแสงไฟสีส้มสลัวทำให้บรรยากาศในห้องดีอย่างเหลือเชื่อร่างของทั้งสองคนเดินไปนั่งกันอย่างไม่รีรอ และทันทีที่ก้นััเบานั่งเคไนน์ก็ยิงคำถามใส่เด็กหนุ่มทันที
"เ้าหมอนั่นเป็ใคร?กลิ่นอายเวทจากตัวแรงเป็บ้าเลย!"
"เขาเป็เ้าของร้านนี่" เทพินเท้าคางมองจิ้งจอกอสูรพลางอมยิ้ม"แล้วก็เป็ไกรา 'นักล่าปีศาจ' ด้วยเหมือนกันนะ"
"อันตรายกว่าเ้าหรือเปล่า?"
"หึๆ ผมมันก็แค่พวกนอกคอกจนเกือบจะเป็คนธรรมดาแล้วนะจะไปสู้ใครเขาได้... แต่ไม่ต้องห่วงหรอก ถ้านายมากับผมรับรองได้ว่าไม่มีไกราสายต่อสู้คนไหนกล้าเข้ามาจัดการนายแน่นอน"เด็กหนุ่มคุยอย่างโอ้อวดหน่อยๆ
"ต่อให้ไม่มีเ้า ข้าก็จัดการไกราพวกนั้นได้สบายอยู่แล้วเพราะข้าเก่ง" ได้โอกาสจิ้งจอกอสูรก็ข่มบ้าง ไม่รู้รึยังไงอสูรยิ่งอายุยืนยาวยิ่งแข็งแกร่งนะและมันก็อายุพันกว่าปีแล้วนะ
"เฮอะ! เก่งอะไรได้ข่าวว่าแกนพลังเพิ่งซ่อมเสร็จเมื่อคืน"
"ก่อนแกนพลังจะปริข้าก็เก่งมาก่อนนะเว้ย"
"เชื่อตายล่ะ"
"นี่เ้า...!!"เคไนน์กัดฟันกรอดมองเด็กหนุ่มที่เถียงมันด้วยใบหน้ากวนประสาทมองเหยียดหยามจิ้งจอกมายาผู้มีสายเืใกล้เคียงกับเทพ เขาอยากจะเอาเล็บแหลมๆกรีดหน้าอีกฝ่ายให้เสียโฉมนัก
"แล้วไหนที่เขาบอกจะมาหางานทำ... ข้าไม่เห็นว่ามันจะมีอะไรตรงไหนเลยนะนอกจากร้านอาหารกับไกรานั่น"จิ้งจอกอสูรพูดก่อนจะกลอกตาไปมาอย่างครุ่นคิดนึกภาพส่วนต่างๆ ในร้านอาหาร...
ดูยังไงก็เป็แค่ร้านค้านะ หรือจะมาเป็พนักงานขาย?
"อย่ามองแค่เปลือกนอกสิเคไนน์" เทพินหัวเราะเยาะเย้ยกับจิ้งจอกสาวแก่สายตาฝ้าฟาง"ร้านนี้น่ะไม่ใช่แค่ร้านใหญ่ธรรมดาหรอกนะ ตึกนี้ทั้งตึกน่ะคือสมาคมไกราสายต่อสู้เพื่อกระจายงานโดยเฉพาะเลย ถึงจะเป็แค่สาขาก็เถอะเพราะงั้นที่นี่เลยเป็สถานที่เข้าออกของไกราสายต่อสู้จำนวนมาก"
"แล้วมันยังไงล่ะ อย่าบอกนะว่าเ้ารับงานล่าปีศาจ"เคไนน์หรี่ตามอง เ้าเด็กคนนี้ชอบบอกนักบอกหนาไม่ใช่หรือว่าไม่ชอบงานเสี่ยงแต่ไปเป็นักล่าปีศาจแบบนั้นมันโคตรจะเสี่ยงอันตรายเลยไม่ใช่หรือไง
"ใครจะไปรับงานเสี่ยงๆ แบบนั้นกัน แล้วงานล่าอสูรนั่นมีแต่คนที่เป็ไกราเท่านั้นแหละที่จะรับได้ส่วนผมมาทำงานอื่นต่างหาก"
"พนักงานขายน่ะเหรอ?"
"ใช่ที่ไหนกัน" เทพินถลึงตาใส่ยกมือขึ้นกอดอกมองจิ้งจอกอสูรที่คิดได้แค่นั้น "ทั้งที่เคยเห็นใบรับงานของผมมาแล้วยังจะคิดว่าไปเป็พนักงานขายอีกเหรอผมมารับงานเก็บกวาดต่างหาก"
"อ้อ เป็พ่อบ้านนี่เอง..."
"นี่สรุปว่านายเข้าใจว่าผมเป็พ่อบ้านมาตลอดใช่ไหมเนี่ย"เด็กหนุ่มตาสีม่วงมองเคไนน์อย่างสิ้นหวังสงสัยเขาจะให้จิ้งจอกอสูรอยู่ในบ้านกับติดละครมากเกินไป สติปัญญาเลยถดถอยลงจนเลอะเลือนอย่างนี้
"แล้วมันเป็งานอะไรเล่าเ้าก็พูดออกมาซะทีสิ!"
"ก็มารับงานเป็ผู้เก็บกวาดสถานที่หลังจากพวกไกราทำภารกิจเสร็จสิ้นแล้วน่ะพวกไกราจะเป็คนจ้างวานให้เก็บกวาดทุกอย่างให้สะอาดเอี่ยมไม่เหลือหลักฐานหรือสิ่งของที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุหรือทำให้การสัญจรขัดข้องนอกจากร้านนี้ก็ยังมีของที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ไกราขายด้วยแถมแพงมากทั้งนั้น"
"สรุปที่นี่คือร้านขายของและอำนวยความสะดวกเพื่อไกราสายต่อสู้งั้นสินะ"เคไนน์ขมวดคิ้วน้อยๆ "ครบเครื่องทั้งสินค้าและบริการจริงๆ"
"ก็อย่างว่าแหละ งานนี้แม้เงินจะไม่ได้เงินสูงๆเหมือนภารกิจของไกรา แต่มันก็ดีตรงมีความเสี่ยงไม่มากและปัญหาไม่เยอะล่ะนะ" เงินได้สูงกว่าพนักงานพาร์ทไทม์รายวันมากแต่ละการเก็บกวาดพวกนี้ก็ไม่ได้มากมายอะไร ถ้าไกราคนนั้นไม่ใช่นักทำลายตัวท็อปๆของวงการ เก็บไม่กี่ชั่วโมงก็เสร็จ แล้วก็ได้เงินกลับมาใช้อีกหลายเหรียญซึ่งมันมากพอให้เขาใช้ได้ทั้งสัปดาห์
รับเดือนละสี่ห้าครั้งก็อยู่ได้สบายทั้งเดือน
ประตูเปิดออกพร้อมกับอาหารที่ยกเข้ามาเสิร์ฟ พนักงานเสิร์ฟยกอาหารวางบนโต๊ะเรียบร้อยก็ออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วเหมือนถูกสั่งเอาไว้แล้วไม่นานนักร่างอ้วนท้วมของชายวัยทองเ้าของร้านก็เดินเข้ามาบ้างพร้อมกับอุปกรณ์บางอย่างในมือ
"รอนานไหมหนูเทน"ลุงปืนเอ่ยถามพร้อมกับนั่งลงข้างๆ เด็กหนุ่ม
"ไม่นานครับ ก็คุยอะไรกันไปเพลินๆ น่ะ" เทพินตอบออกไปพร้อมรอยยิ้มเป็มิตรอย่างที่เคไนน์ไม่เคยได้รับเห็นแล้วจิ้งจอกอสูรก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นอย่างบอกไม่ถูกก่อนจะตักอาหารเข้าปากแบบไม่เกรงใจและไม่รอใครเชิญด้วย
"งั้นเหรอๆ ...ว่าแต่เคไนน์ของหนูเทนเนี่ย เป็อะไรงั้นเหรอปีศาจหรืออสูร? ลุงมองไม่เห็นร่างจริงของหล่อนเลยถึงแม้จะรับรู้ว่าไม่ใช่มนุษย์ก็เถอะ"ชายวัยทองเอ่ยถามเปิดประเด็นอย่างไม่รอช้า เด็กหนุ่มที่กำลังจะกินบ้างชะงักแล้วขมวดคิ้วนิดหน่อย
'มองไม่เห็นร่างจริง? อ้อ เวทของอสูรสายเืเสมือนเทพก็ต้องแข็งแกร่งอย่างนี้แหละนะ' เทพินพยักหน้ากับตนเองเบาๆ
"หมอนี่... เอ่อ ยัยนี่เป็อสูรน่ะครับ"
"อสูรเหรอ อืม..." ลุงปืนพิจารณาอีกครั้งภายนอกดูไม่แตกต่างจากมนุษย์นั้นเขาได้มองข้ามไปแล้วแต่ฐานพลังต่างหากที่บ่งบอกตัวตนและปีศาจกับอสูรนั้นมีส่วนที่แตกต่างกันอยู่
ปีศาจคือตัวตนที่เกิดมาจากพลังงานที่เป็ด้านลบเสียส่วนมากรูปลักษณ์ภายนอกที่ไม่ได้ใช้เวทแปลงกายจะไม่ค่อยน่ามองยกเว้นว่าจะเป็ปีศาจอันเกิดจากพลังความมืดบริสุทธิ์ส่วนอสูรนั้นเกิดขึ้นจากการสัตว์ที่ได้รับพลังงานด้านบวกบ้างก็เกิดจากการสืบทอดสายเืของเทพ ซึ่งดูจากที่เทพินแนะนำแล้ว ก็คงจะเป็อสูรจริงๆ
"แต่เป็อสูรพันธุ์ไหนกันล่ะ?"ฐานพลังไม่ได้บอกถึงเผ่าพันธุ์ ฉะนั้นลุงปืนจึง้ายืนยันตัวตนของเขาคนนี้ให้ชัดเจน
"จิ้งจอกอสูรมายาครับ" เทพินตอบ "งั้นแนะนำตัวก่อนแล้วกันยัยนี่ตอนนี้ผมตั้งชื่อว่าเคไนน์ครับ... ส่วนเคไนน์นี่ลุงปืนเป็เ้าของตึกนี้และหัวหน้าสมาคมสาขานี้ด้วย"
"อือ... ยินดีที่ได้รู้จัก"
"ยินดีเช่นกัน อืม...จิ้งจอกอสูรมายาอย่างที่บอกไว้สินะ" มือของลุงปืนเขียนหวัดๆ ลงในเอกสารอย่างรวดเร็วก่อนจะเริ่มพูดต่อ"สายพันธุ์อสูรที่ลงท้ายด้วย 'มายา' เนี่ยรู้สึกว่าจะเป็พวกที่มีสายเืเทพอยู่ด้วยใช่ไหม ได้ของแรร์มาเลยนะหนูเทน"
สัตว์อสูรที่จัดเป็สายพันธุ์มายาคือสายพันธุ์ที่มีพลังเทียบเคียงบรรพบุรุษมีสายเืของเทพเข้มข้น จำนวนของอสูรมายานั้นมีอัตราหนึ่งต่อล้านพวกมันทุกตนต่างหยิ่งยโสไม่ยอมจำนนต่อผู้ใด แต่หากมันยอมจำนนนั่นหมายความว่าอีกฝ่ายมีคุณสมบัติเหมาะสมที่พอจะทัดเทียมมันได้
หรือถ้ามีความสามารถมากกว่าก็จะได้รับการเทิดทูน
การที่เทพินจิ้งจอกอสูรมายาได้ก็หมายความว่าเทพินมีความสามารถทัดเทียมมันหรืออาจจะมากกว่า...แต่เทพินไม่ใช่ไกรา ถึงจะเคยเห็นพวกไม่ใช่ไกรามีพลังที่ดูเหนืุ์อยู่บ้างแต่ถึงขนาดทำให้อสูรมายายอมเป็สัตว์เลี้ยงนี่เขาเองก็เพิ่งจะเคยเจอเป็ครั้งแรกเื่นี้สร้างความงุนงงให้กับลุงปืนมากทีเดียว
"เก็บได้หลังพุ่มไม้เลยเอามาเลี้ยงไว้ดูเล่นน่ะครับ"เทพินไม่ได้สนใจความหายากของอสูรมายาข้างตัวเท่าไหร่นักและเพราะคำพูดของเขาเลยทำให้จิ้งจอกที่ถูกเลี้ยงไว้ดูเล่นถึงกับสำลักอาหาร
"อย่ามาพูดมั่วๆ นะเ้าเด็กบ้า!"
"มาขนาดนี้แล้วปฏิเสธไปก็เปล่าประโยชน์นะครับเคไนน์"
"เ้า... เ้านี่มัน!"เคไนน์คิดคำด่าไม่ออก จะประเคนใส่ทุกคำที่คิดออกก็ไม่ได้ เขายังพอมีมารยาทอยู่บ้างที่จะไม่ทำตัวหยาบคายต่อหน้าแขกถึงแม้ว่าแขกคนที่ว่าจะกลั้นหัวเราะพุงกระเพื่อมได้น่ารีดไขมันก็ตามที
ฝากไว้ก่อนเถอะ เคไนน์คาดโทษในใจ
"อ้อ~ ถ้าอย่างนั้นที่มานี่ก็เพื่อลงทะเบียนอสูรสัตว์เลี้ยงสินะ"
"สมกับเป็ลุงปืน ถูกต้องแล้วครับ้าให้ขึ้นทะเบียนเขาให้เป็คู่หูของผมด้วยน่ะครับ ป้องกันไกราบ๊องๆที่คิดจะมาจับของของผมไปขาย" คำพูดกับรอยยิ้มของเด็กหนุ่มนั้นหวานเจี๊ยบแต่แววตาที่ฉายอยู่บนดวงตาสีม่วงนั้นเต็มไปด้วยความเย็นะเืและความอำมหิตที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
นี่ล่ะแววตาของนักสู้ขนานแท้... แถมยังหวงของมากด้วย
แต่อสูรมายาของหายากก็น่าหวงจริงๆ นั่นล่ะ
"ได้ๆ เื่ขึ้นทะเบียนคู่หูน่ะของง่ายๆแต่ต้องใช้เงินอยู่บ้าง ยิ่งระดับเป็ถึงอสูรมายาเงินประกันก็ต้องสูงนิดหน่อยซึ่งลุงว่าหนูเทนคงไม่มีปัญหาอยู่แล้วใช่ไหม"ชายร่างท้วมหัวเราะร่าก่อนจะเริ่มเขียนข้อมูลอีกครั้งแล้วจากนั้นก็หยิบเอกสารบางอย่างให้เด็กหนุ่มกรอก ซึ่งมันเป็เอกสารที่จะใช้อ้างอิงตอนการลงทะเบียน
การลงทะเบียนคู่หูระหว่างมนุษย์และอสูรเพื่อทำงานด้วยกันนั้นมันก็เป็เื่ปกติเช่นกันถึงแม้จะมีเป็ส่วนน้อยแต่ก็จัดว่ามี ในหมู่มนุษย์ทั่วไปที่ไม่ใช่ไกราสามารถขอความช่วยเหลือหรือได้รับการยอมรับจากอสูรได้แต่การจะทำงานร่วมกันย่อมมีกฎเกณฑ์เพื่อความปลอดภัยและผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย สัญญาผูกมัดมีหลายข้อที่พึงระวังบทลงโทษก็หนักหน่วง เพราะทางสมาคมเองก็้าความมั่นใจว่าอสูรที่เป็คู่หูจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับมนุษย์คนอื่น
เทพินกรอกรายละเอียดเรียบร้อยก็ส่งคืนให้กับลุงปืนก่อนจะยื่นการ์ดสีดำขลับให้กับอื่นฝ่าย ซึ่งการ์ดที่ว่าคือบัตรใช้แทนเงินสดเรียกว่า 'ออลการ์ด' ชายร่างท้วมกดตัวเลขลงบนเครื่องแล้วรูดบัตรอย่างรวดเร็วใบเสร็จถูกปริ้นต์ออกมายื่นให้กับเด็กหนุ่มเซ็นเพื่อยืนยันจำนวนเงินเมื่อได้รับการเซ็นเรียบร้อยลุงปืนก็เก็บมันเข้าแฟ้ม
"ขอบคุณที่ใช้บริการลุงนะหนูเทนคราวหลังก็มาอุดหนุนกันอีกล่ะ"
"ถ้ามันมีส่วนลดบ้างผมก็ว่าจะมาใช้บริการลุงปืนบ่อยๆเหมือนกันครับ" เด็กหนุ่มแซวพลางหัวเราะเบาๆ อย่างสงบ
"ฮ่าๆ พูดเหมือนจนเลยนะ"
"ตอนแรกก็ไม่จนหรอกครับ แต่พอจ่ายค่าอะไรต่างๆให้ลุงปืนเท่านั้นแหละ แกลบเลย"
"อย่าพูดเหมือนลุงเป็ตัวดูดทรัพย์อย่างนั้นสิไอ้หนูคนนี้"ชายร่างท้วงทำท่าจะเขกหัวเด็กหนุ่มสักทีอย่างหมั่นเขี้ยวแต่ก็ไม่ทำอะไรเพราะสายตาดุๆ ของจิ้งจอกอสูรนั่งจ้องเขม็งเลย
"ว่าอะไรแบบนั้นครับลุงปืนลุงไม่ได้แค่ดูดทรัพย์หรอกครับแต่ให้ทรัพย์ด้วย หึๆ"
"พูดแบบนี้คือ...จะคุยเื่งานด้วยสินะ?"
"แน่นอนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ" รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นทันทีดวงตาสีม่วงเป็ประกายวาววับอย่างคาดหวัง
"ฮ่าๆ ว่าแล้วเชียว หนูเทนนี่มาไม่เคยเสียเที่ยวเลยจริงๆนะ" ลุงปืนหัวเราะร่าก่อนจะหยิบเอกสารบางอย่างออกมา "อยากจะรับงานไหนก็เลือกๆไปเลย ระดับของหนูเทนสูงอยู่แล้ว ทำงานดีจนลูกค้าชมใหญ่เชียวนะ ถ้าเลือกเสร็จแล้วก็เอาไปให้ลุงข้างนอกล่ะลุงจะไปจัดการเื่เอกสารพวกนี้ก่อน แล้วก็..." ชายร่างท้วมปรายตามองเคไนน์เล็กน้อยแล้วอมยิ้ม"...ไม่อยากอยู่เป็ก้างขวางคอด้วย"
"ฮะ? อะไรคาคอครับลุงปืน?" เด็กหนุ่มที่ไม่ได้ยินประโยคท้ายเงยหน้าจากใบงานไปมองลุงปืนตาใสซื่อเมื่อกี้ได้ยินไม่ชัดขอใหม่อีกรอบ
"เปล่าๆ ก็แค่พึมพำตามประสาคนแก่น่ะ"ลุงปืนแก้ตัวไปอย่างเนียนๆก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่ประตูแล้วออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ส่งให้จิ้งจอกอสูรที่ได้ยินชัดเจนทุกประโยคส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างไม่สบอารมณ์
ขอให้ก้างติดคอตายไปเลยตาลุงนี่
"นั่นเ้ากำลังเลือกงานอะไรอยู่น่ะเทน" เคไนน์เปลี่ยนที่นั่งมาเป็นั่งข้างเด็กหนุ่มแทนก่อนจะก้มหน้าลงมองกระดาษบ้างทั้งหมดล้วนเป็งานเก็บกวาดทั้งสิ้น ไม่มีได้ไปสู้รบปบมือกับใครเลยสักนิดงานปลอดภัยสมใจอยากเ้าตัวเขานักล่ะ
"กำลังเลือกงานที่เงินดีๆ หน่อยน่ะครับ เคไนน์ว่าทำงานไหนดีล่ะ"เทพินเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าสวยๆ ของจิ้งจอกอสูร น้ำเสียงที่ถามนั้นฟังดูกระดี้กระด้ามากแต่ใบหน้ายังคงยิ้มน้อยๆเคไนน์มองค้อนเด็กหนุ่มอย่างหมั่นไส้แต่ก็ก้มดูใบงานอย่างอยากรู้อยากเห็น
"งานไหนก็ได้แหละมั้งเราแค่เก็บกวาดไม่ใช่หรือไง"
"มันก็ใช้หรอก แต่งานมันก็มีอยู่สองประเภทนะครับประเภทแรกคือรอได้ งานพวกนี้ทีมเก็บกวาดจะตามไปทีหลังเมื่อไกราทำภารกิจเสร็จเป็งานที่ได้เงินน้อยหน่อยแต่ก็คุ้มค่าไม่เสี่ยงภัย กับประเภทที่สองตามเก็บทันทีงานประเภทนี้เราจะต้องติดตามไกราไป แต่ก็ไม่ได้ติดตามอยู่ในทีมเดียวกัน แค่อยู่ห่างๆรอสัญญาณเท่านั้น แต่ก็มีความเสี่ยงมากกว่าหน่อยค่าแรงเพิ่มขึ้นมาเกือบเท่าหนึ่งของประเภทแรกน่ะ"
"อ้อ... ส่วนมากเ้าเลือกประเภทแรกสินะ"
"อื้ม เลือกเพราะเน้นเวลาว่างของฉันเป็หลักถ้าให้ติดตามกลุ่มไกราไปทำภารกิจก็ไม่ไหวเหมือนกัน เสียการเรียน"
"งั้นเ้าลองรับประเภทที่สองดูบ้างดีไหมรายได้มันก็ไม่เลวนะ" จิ้งจอกอสูรเริ่มเห็นแก่เงินขึ้นมานิดหน่อยเพราะตอนนี้เขาต้องช่วยเด็กหนุ่มแบ่งเบาภาระที่เรียกว่าค่าไฟด้วย
"แต่มันก็เสี่ยงอยู่นะครับ"
"เ้าจะห่วงอะไร มีข้าไปด้วยทั้งคน!"
"มีนายไปด้วยนี่ยิ่งเพิ่มความเสี่ยง เผลอๆจะเพิ่มปัญหาด้วย"
"จะหาว่าข้าเป็ตัวอันตรายหรือไง! คนที่อันตรายที่สุดน่ะมันเ้าแล้วไอ้มนุษย์ความลับเยอะเอ๊ย!"
"ผมมีความลับเยอะที่ไหน ออกจะเป็คนเปิดเผย"
"เรอะ!"ถ้านี่เรียกเปิดเผยบนโลกนี้คงไร้ความลับกันค่อนโลกแล้ว
"สรุปเอาเป็งานประเภทที่สองนะ"เทพินกลับไปให้ความสนใจกับงานอีกครั้ง "เอ...เลือกเป็สถานที่ไม่ไกลจากบ้านมากก็แล้วกัน"
เด็กหนุ่มเลือกงานแล้วก็ดึงใบงานที่้าออกมาอ่านรายละเอียดเมื่อเห็นว่ามันพอใช้ได้แล้วก็ยื่นมันให้เคไนน์อ่านก่อน
"งานเก็บกวาดในงานเทศกาลเหรอ?่นี้มีเทศกาลอะไร?"
"นี่นายอยู่บ้านเฉยๆ จนเละเลือนแล้วสินะ่นี้มันปลายฤดูใบไม้ร่วงแล้วครับ"
"ข้าไม่ใช่คนในท้องที่เว้ยจะได้รู้ไปทุกสิ่งอัน"
"เฮ้อ... โอเค ผมจะอธิบายให้ฟัง" เทพินสูดลมหายใจเข้าลึกรอบหนึ่งก่อนจะเริ่มอธิบาย"่นี้มีประเพณีไหลเรือไฟ เขตที่อยู่ห่างออกไปจากเขตของเราไม่ไกลนัก เป็งานรื่นเริงดึงดูดนักท่องเที่ยวเขามีพิธีปล่อยเรือที่ประดิษฐ์ขึ้นอย่างสวยงามลงแม่น้ำเป็การเคารพบูชาเทพแห่งสายน้ำอย่างหนึ่ง"
ในแต่ละเขตเมืองก็จะมีประเพณีแตกต่างกันไปและแตกต่างกันในทุกฤดูกาล เขตไหนจัดงานประเพณีได้สวยงามโดดเด่นมันก็จะกลายเป็เทศกาลใหญ่ๆ ที่คนรู้จักมากกว่าเขตที่จัดงานได้เล็กน้อย
และในงานเหล่านี้เองที่สิ่งมีชีวิตที่ถูกเรียกรวมๆว่าปีศาจก็จะปรากฏขึ้นภายในงานซึ่งนั่นเป็หน้าที่ของไกราที่จะเก็บกวดปีศาจเ่าั้เพื่อไม่ให้ก่ออันตรายแก่มนุษย์
ในปัจจุบันจำนวนปีศาจไม่ได้ลดลงไปเมื่อถูกกำจัดในทางตรงกันข้าม พวกมันกลับมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ไม่นับรวมปีศาจสายเืต้นกำเนิดที่ไม่ค่อยออกมายุ่งเกี่ยวกับมนุษย์ปีศาจที่เกิดใหม่ในโลกนี้ซึ่งเกิดจากความคิดด้านมืดของมนุษย์ธรรมดาพวกมันไม่ค่อยมีสติปัญญาเท่าไหร่นัก มีแต่สัญชาตญาณ ไม่มีการยับยั้งชั่งใจนั่นจึงเป็หน้าที่ของไกราในการปราบปรามหากปีศาจไม่ได้ก่อเื่พวกเขาก็ไม่คิดจะเอาชีวิตแต่อย่างใด
จิ้งจอกอสูรฟังแค่ที่เล่าเื่ประเพณีก็พยักหน้ารับรายละเอียดอื่นๆ เขาสามารถอ่านได้เองจากใบงานเมื่ออ่านจนจบแล้วเคไนน์ก็ส่งมันคืนให้กับเทพิน
"ข้าเข้าใจแล้ว ดีเหมือนกันนะ ข้าอยากไปเที่ยวงานเทศกาลบ้าง"
"เราไปทำงานนะ ไม่ได้ไปเล่น" เทพินมองตาดุ
"ไปเล่นก่อนทำงานก็ไม่ได้หรือไง"
"เอาไว้หลังทำงานเสร็จเถอะครับ"
"เมื่อถึงตอนนั้นงานก็เลิกแล้วพอดีน่ะสิไอ้บ้า!"
“ตกลงจะไปทำงานหรือจะไปเล่นหืม” เด็กหนุ่มชักจะเริ่มอารมณ์ขุ่นแล้วถึงเขาจะอยากให้จิ้งจอกอสูรไปเปิดหูเปิดตาแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไปเที่ยวเล่นได้ตามใจนะ
“ไปทำงานก็ได้” เคไนน์ว่าเสียงอ่อยก้มหน้าหลบสายตาดุๆ นั่น
“ดีนะยังรู้ตัว... แล้วเื่พลังของนายไม่เป็อะไรแน่นะงานเก็บนี้ใหญ่หน่อยเพราะปีศาจน่าจะเยอะพอสมควรทีเดียว”
ั้แ่ตื่นมาก็ยังไม่ได้ถามถึงอาการของจิ้งจอกอสูรสาวเลยสักครั้งแม้ดูภายนอกจะไม่รู้สึกว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรแต่เขาต้องถามให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาด
เคไนน์ก้มมองตัวเองเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาพูดกับเทพินด้วยใบหน้ายิ้มแย้มยวนอารมณ์“พลังเหลือเฟือดีน่ะ... ดีเหมือนหน้าตาข้าเลย”
"..."
"ทำหน้าบู้ทู่อีกแล้วนะเทน"
"ถ้าหน้าตาระรื่นรับคำพูดหลงตัวเองอย่างกวนประสาทนั่นได้ผมคงดูบ้าบอพิลึก"เทพินได้ทีประชดใส่ก่อนจะจัดการกับอาหารต่อไปอย่างหงุดหงิด“ปล่อยให้นายบ้าไปคนเดียวเถอะเ้าจิ้งจอกหัวหงอกเอ๊ย”
"บ้าที่ไหนกัน มีคนบอกไว้ว่าแค่หน้าตาดีทำอะไรก็ไม่ผิด!เพราะงั้นข้าหลงตัวเองเพราะข้าหน้าตาดีก็ไม่ผิดเหมือนกัน" เคไนน์หัวเราะร่าทันทีที่พูดจบ
"มันใช่เรอะ!"
ใครบอกตรรกะป่วยๆ ให้กับจิ้งจอกอสูรตัวนี้กันอย่าให้เจอตัวนะ
"พูดความจริงแค่นี้รับไม่ได้เหรอ?" จิ้งจอกอสูรยกมือขึ้นป้องปากหัวเราะด้วยท่าทางชั่วร้ายใบหน้าเชิดขึ้นมองตามองต่ำ กระเพื่อมหน้าอกอันใหญ่โตนั่นใส่เขาอีกต่างหากมาดนางร้ายในละครหลังข่าวชัดๆ
"พูดมากเกินไปจนผมปวดตับต่างหากล่ะ เอ้าๆรีบกินเถอะ กินเสร็จแล้วจะได้กลับบ้านไปเก็บของสักที ผมเหนื่อยกายเพลียใจจะแย่แล้วเนี่ย"เด็กหนุ่มพูดปัดรำคาญก่อนจะช่วยยัดเอาอาหารคีบใส่ปากของเคไนน์ที่กำลังจะอ้าปากพูดต่อแล้วส่งสายตาข่มขู่ไปว่าถ้าไม่กินให้หมดล่ะก็... จะให้ไปนอนหน้าบ้านจริงๆ ด้วย!
เคไนน์เลยต้องจำใจกินอาหารให้หมดทั้งๆ ที่ได้โอกาสเอาคืนแล้วทั้งทีแต่ไม่เป็ไร ยังมีโอกาสหน้าอีก อย่างไรเสียเขาคงได้อยู่กับเด็กหนุ่มคนนี้ไปอีกพักใหญ่เชียวแหละ